- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!
บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!
บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!
บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!
"คาถาสัมภเวสีคืนชีพนี่มันเหมาะกับตระกูลหลักที่สุดเลยแฮะ!"
คำพึมพำของฮาเนะทำให้สีหน้าของฮิวงะ เมโกคุ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น แต่ด้วยพลังที่เขามีในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะคลายการควบคุมของคาถาสัมภเวสีได้ เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันเอ่ยเสียงเย็น
"ในฐานะตระกูลสาขา การปกป้องตระกูลหลักคือหน้าที่ที่พึงกระทำ การคิดทรยศเช่นนี้ สมควรตายเป็นที่สุด!"
"อักขระปักษาในกรงถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อเตรียมไว้รับมือกับคนอย่างแกนี่แหละ!"
พูดจบ เขาก็ยกนิ้วที่สั่นเทาขึ้นมาเตรียมจะใช้วิชาอักขระปักษาในกรง
เมื่อฮาเนะเห็นดังนั้น เขาก็เลิกคิ้วขึ้นพลางหัวเราะ "คุณยังไม่เข้าใจสถานการณ์สินะ ตระกูลหลักในยุคนี้ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนในยุคเซ็นโกคุอีกแล้ว"
เนื่องจากฮาเนะไม่ได้ขัดขวาง ฮิวงะ เมโกคุ จึงกระตุ้นอักขระปักษาในกรงได้สำเร็จ
แต่... มันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิด ฮาเนะไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดใดๆ ออกมาเลย
รูม่านตาของฮิวงะ เมโกคุ หดเล็กลงด้วยความตกตะลึง
"วิชาผนึกและคาถาสาปแช่งส่วนใหญ่ทำงานโดยอาศัยจักระของผู้ถูกสาป ไม่ใช่จักระของผู้ร่ายคาถา"
ฮาเนะขยับนิ้วเพียงเล็กน้อย โลงศพใบหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาด้านหลังฮิวงะ เมโกคุ เขาก้าวถอยหลังเข้าไปในโลงอย่างไม่เต็มใจนัก พร้อมกับเสียงของฮาเนะที่ดังแว่วเข้ามาในหู
"เพราะมันไม่มีวิธีไหนที่จะดีไปกว่าการให้ศัตรูเป็นคนจำกัดพลังของตัวเองอีกแล้ว"
"และอักขระปักษาในกรงก็ใช้หลักการเดียวกัน จักระที่คอยทำลายเส้นประสาทและเนตรสีขาว แท้จริงแล้วมันคือจักระของตระกูลสาขาเองตั้งแต่ต้น"
"แต่ดูเหมือนว่าความสามารถในการดึงจักระมาใช้งานของอักขระปักษาในกรง จะสู้เนตรสีขาวดวงนี้ของผมไม่ได้นะ"
ในจังหวะที่ฝาโลงกำลังจะปิดลง ฮิวงะ เมโกคุ ก็ได้เห็นเนตรสีขาวที่แปลกประหลาดคู่นั้น ความรู้ที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่นผุดขึ้นมาในหัว ความเย็นยะเยือกแล่นปราดจากสันหลังไปจนถึงสมอง
ที่เขาไล่ล่าคนในตระกูลฮิวงะไม่ใช่เพราะอยากแก้แค้น แต่เป็นเพราะเขาต้องการจะเบิกเนตรจุติ!
เหตุผลที่ตระกูลฮิวงะคิดค้นอักขระปักษาในกรงขึ้นมา ก็เพราะกลัวว่าดวงตาจะถูกพวกโอซึซึกิบนดวงจันทร์แย่งชิงไป แต่ตอนนี้...
เด็กตระกูลสาขาคนหนึ่งกลับล่วงรู้ความลับนี้ได้อย่างไร
หมอนี่เป็นใครกันแน่
เป็นคนของโอซึซึกิงั้นหรือ เป็นพวกโอซึซึกิบนดวงจันทร์ที่ปลอมตัวมาอย่างนั้นหรือ
ด้วยความสงสัยและความสิ้นหวัง ฮิวงะ เมโกคุ ก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
ตระกูลฮิวงะ... จบสิ้นแล้ว...
หลังจากเก็บนินจาสัมภเวสีเรียบร้อย ฮาเนะก็รีบถอยห่างออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
การวิวัฒนาการของเนตรสีขาวสามารถทำให้อักขระปักษาในกรงไร้ผลได้โดยตรง บอกตามตรงนะ เขาเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน
ต่อให้จะทำให้อักขระปักษาในกรงใช้ไม่ได้ผล มันก็ควรจะต้องเป็นเนตรจุติที่สมบูรณ์แบบสิ ไม่คิดเลยว่าแค่ของครึ่งๆ กลางๆ ก็ใช้ได้แล้ว
'แต่ก็ไม่ได้ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ฮิวงะ เมโกคุ กระตุ้นอักขระ พลังของเนตรสีขาวก็ถูกบังคับให้ต้องไปต้านทานอักขระเอาไว้ ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของฉันลดลง'
'ถ้าเกิดถูกอักขระรบกวนระหว่างการต่อสู้ล่ะก็ มันอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย'
ฮาเนะหรี่ตาลง
'ยังไงก็ต้องหาทางถอนอักขระปักษาในกรงออกไปให้ได้อย่างถาวร!'
เมื่อห่างจากจุดเกิดเหตุมาได้ห้ากิโลเมตร เนตรสีขาวของฮาเนะก็สะท้อนภาพนินจาสองคน เขาหยุดเดินและหายตัววับไปในพริบตา
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มายืนอยู่ข้างร้านอิซากายะบนถนนสายหนึ่ง
ในตอนนั้นเอง นินจาสองคนกับสุนัขนินจาหนึ่งตัวก็เดินผ่านมา
หนึ่งในนั้นคือนินจาชายที่กำลังมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาเห็นว่าฮาเนะเป็นคนของตระกูลฮิวงะ เขาก็ขมวดคิ้วและทำท่าจะเดินเข้าไปซักถาม
แต่กลับถูกนินจาหญิงที่มาพร้อมกับสุนัขนินจารั้งตัวเอาไว้
นินจาหญิงจากตระกูลอินุซึกะส่ายหน้าให้เขา ก่อนจะหันไปมองสุนัขนินจาของตัวเอง
สุนัขนินจาเข้าใจความหมาย มันก้มหน้าลงดมกลิ่นไปทางฮาเนะ ก่อนจะส่ายหน้าให้เจ้านาย
เมื่อเห็นดังนั้น นินจาหญิงก็รีบพาเพื่อนและสุนัขเดินออกห่างจากบริเวณนั้นทันที
นินจาชายอดกลั้นมาตลอดทาง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวและเอ่ยถามขึ้น
"รุ่นพี่อินุซึกะครับ ดึกป่านนี้แล้ว นินจาฮิวงะคนนั้นมาด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนี้..."
นินจาหญิงรีบพูดแทรก "พรุ่งนี้เป็นวันที่ตระกูลฮิวงะจะประทับอักขระปักษาในกรงรูปแบบใหม่ให้ตระกูลสาขาน่ะสิ"
นินจาชายเข้าใจในทันที
"หมู่บ้าน... ไม่คิดจะทำลายอักขระปักษาในกรงจริงๆ ด้วยสินะ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการตัดสินใจของหมู่บ้านหรอก แค่บังเอิญมีเพื่อนอยู่ตระกูลสาขาฮิวงะเท่านั้นเอง"
นินจาหญิงตอบ "ฉันเข้าใจ แต่เรื่องนี้มันเป็นกิจการภายในของตระกูลเขา ต่อให้เป็นท่านโฮคาเงะก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายหรอกนะ"
"..." นินจาชายเงียบไป
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด นินจาหญิงก็แกล้งหัวเราะร่าและเอ่ยถาม "เปลี่ยนเรื่องเถอะ นายรู้ไหมว่าทำไมเมื่อกี้ไอ้เด็กนั่นถึงได้ทำหน้าบูดบึ้งขนาดนั้น"
"เพราะเรื่องอักขระปักษาในกรงงั้นหรือครับ"
"ไม่ใช่หรอก ที่เด็กนั่นออกมาเดินเตร็ดเตร่ก็อาจจะเพราะเรื่องนั้นแหละ แต่ที่ทำหน้าบูดบึ้งก็เป็นเพราะว่าหมอนั่นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ!"
นินจาชายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจความหมาย
...
ฮาเนะมองตามหลังนินจาลาดตระเวนทั้งสองจนลับสายตา ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอิซากายะด้วยสีหน้าเรียบเฉย
และหลังจากนั้น... เขาก็ถูกไล่ออกมา
"ไอ้หนู โตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยมากินเหล้าเถอะไป๊"
ฮาเนะทำหน้าตายมองรอยยิ้มใจดีของเถ้าแก่ร้าน ก่อนจะหันหลังเดินจากมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ให้ตายเถอะ ชาติก่อนรวมกับชาตินี้เขาอายุเท่าไหร่แล้ว ทำไมแค่ร้านอิซากายะยังเข้าไม่ได้อีกเนี่ย
เขาจำได้แม่นเลยว่า จิไรยะกับซึนาเดะตอนเด็กๆ ก็ใช่ว่าจะทำตัวเรียบร้อย โดยเฉพาะซึนาเดะที่เล่นพนันมาตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นจะมีบ่อนไหนกล้าห้ามเธอเลยนี่นา
หรือเป็นเพราะคนที่สอนให้ซึนาเดะเล่นการพนันคือโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่ง เซนจู ฮาชิรามะ พวกบ่อนก็เลยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วปล่อยปละละเลยเธอกันหมดงั้นสิ
จนป่านนี้เขายังได้ยินตำนานวีรกรรมวัยเด็กของมหาหมูทองคำดังกระฉ่อนไปทั่วโคโนฮะอยู่เลย!
ฮาเนะใช้เนตรสีขาวหลบเลี่ยงนินจาลาดตระเวนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก จนกระทั่งมาถึงสนามฝึกใต้ดินส่วนตัว เขาถึงได้มีเวลามานั่งสำรวจความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างละเอียด
จักระเพิ่มขึ้นสองเท่า ไม่เกินความคาดหมายเท่าไหร่
เพราะเดิมทีจักระของเขาก็มีมากกว่ามิยูกิที่เป็นระดับจูนินอยู่แล้ว ซึ่งมากกว่าโจนินทั่วไปหลายเท่า
ถ้าจะให้เทียบก็คงประมาณคาคาชิสี่คนได้มั้ง
อืม คาคาชิวัยสิบสองปีที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นโจนินน่ะนะ เมื่อเดือนก่อนเขาเพิ่งจะเจอหมอนั่นเดินอยู่กับโฮคาเงะรุ่นที่สี่ นามิคาเสะ มินาโตะ
ซึ่งก็หมายความว่า ตอนนี้เขามีจักระเท่ากับแปดคาคาชิ
ถือว่าไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย
นารูโตะตอนเด็กๆ ก็มีปริมาณจักระมากกว่าคาคาชิตอนโตถึงสี่เท่า แต่ก็นะ พวกตระกูลอุซึมากิมันเป็นปีศาจจักระกันทั้งตระกูล เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก
ฮาเนะสัมผัสได้ถึงปริมาณจักระที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาจึงลองรวบรวมจักระไปที่เนตรสีขาว
หึ่ง!
มวลอากาศเกิดการสั่นสะเทือน พื้นดินรอบตัวถึงกับปรากฏรอยร้าวขนาดเล็ก
"อ๋อ แบบนี้นี่เอง ก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตเลย นี่คงเป็นวิชาเนตรสีขาว - แรงกดดันสินะ"
มันเป็นวิชาเนตรที่โอซึซึกิ คางุยะ เคยใช้
หลังจากทดลองดูอย่างละเอียด ฮาเนะก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ความสามารถไม่เลวเลย
เป็นการเปลี่ยนพลังเนตรให้กลายเป็นกระแสจักระ สร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับแรงโน้มถ่วงโจมตีใส่ศัตรูและสภาพแวดล้อมโดยรอบ
แต่ด้วยระดับพลังที่ยังห่างชั้นจากโอซึซึกิ คางุยะ อย่างเทียบไม่ติด ความสามารถนี้จึงน่าจะได้ผลชัดเจนแค่กับพวกระดับจูนินลงมาเท่านั้น
ถ้าจะเอาไปใช้ในการต่อสู้กับระดับคาเงะ คงต้องพึ่งพาประสบการณ์และความสามารถเฉพาะตัวของเขาเข้าช่วยแล้วล่ะ
"สุดท้ายก็คือเจ้านี่"
"ฮาจิมงทงโค ประตูด่านที่ห้า เคียวมง เปิด!"
"ฝ่ามือว่าง!"
การประสานกันระหว่างจักระที่พุ่งพล่านจากฮาจิมงทงโค กับความหนาแน่นของจักระที่เพิ่มขึ้นจากการวิวัฒนาการของเนตรสีขาว ทำให้อนุภาพของฝ่ามือว่างรุนแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ตูม!
กำแพงห้องใต้ดินที่หนาเตอะพังทลายลงมาเป็นแถบ ตรงกลางถูกเจาะทะลวงเป็นรูขนาดใหญ่
"ยังห่างไกลจากพลังทำลายล้างของวิชาหมัดเทวะแปดสิบเทพนัก ต้องพยายามเพิ่มความหนาแน่นของจักระให้มากกว่านี้"
ฮาเนะพึมพำกับตัวเอง
"แถมถ้าไม่ใช้ฮาจิมงทงโคช่วย ฉันก็คงปลดปล่อยการโจมตีระดับนี้ออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ"
วิชามวยอ่อนเหมาะสำหรับใช้ต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น พลังทำลายของมันมีขีดจำกัดหากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดจักระขนาดยักษ์อย่างพวกสัตว์หางหรือซูซาโนะโอ
ทีมของมินาโตะมุ่งหน้าไปที่แนวรบอิวะแล้ว เวลาที่โอบิโตะจะเข้าสู่ด้านมืดก็ใกล้เข้ามาทุกที หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก
[จบแล้ว]