เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!

บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!

บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!


บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!

"คาถาสัมภเวสีคืนชีพนี่มันเหมาะกับตระกูลหลักที่สุดเลยแฮะ!"

คำพึมพำของฮาเนะทำให้สีหน้าของฮิวงะ เมโกคุ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น แต่ด้วยพลังที่เขามีในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะคลายการควบคุมของคาถาสัมภเวสีได้ เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันเอ่ยเสียงเย็น

"ในฐานะตระกูลสาขา การปกป้องตระกูลหลักคือหน้าที่ที่พึงกระทำ การคิดทรยศเช่นนี้ สมควรตายเป็นที่สุด!"

"อักขระปักษาในกรงถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อเตรียมไว้รับมือกับคนอย่างแกนี่แหละ!"

พูดจบ เขาก็ยกนิ้วที่สั่นเทาขึ้นมาเตรียมจะใช้วิชาอักขระปักษาในกรง

เมื่อฮาเนะเห็นดังนั้น เขาก็เลิกคิ้วขึ้นพลางหัวเราะ "คุณยังไม่เข้าใจสถานการณ์สินะ ตระกูลหลักในยุคนี้ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนในยุคเซ็นโกคุอีกแล้ว"

เนื่องจากฮาเนะไม่ได้ขัดขวาง ฮิวงะ เมโกคุ จึงกระตุ้นอักขระปักษาในกรงได้สำเร็จ

แต่... มันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิด ฮาเนะไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดใดๆ ออกมาเลย

รูม่านตาของฮิวงะ เมโกคุ หดเล็กลงด้วยความตกตะลึง

"วิชาผนึกและคาถาสาปแช่งส่วนใหญ่ทำงานโดยอาศัยจักระของผู้ถูกสาป ไม่ใช่จักระของผู้ร่ายคาถา"

ฮาเนะขยับนิ้วเพียงเล็กน้อย โลงศพใบหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาด้านหลังฮิวงะ เมโกคุ เขาก้าวถอยหลังเข้าไปในโลงอย่างไม่เต็มใจนัก พร้อมกับเสียงของฮาเนะที่ดังแว่วเข้ามาในหู

"เพราะมันไม่มีวิธีไหนที่จะดีไปกว่าการให้ศัตรูเป็นคนจำกัดพลังของตัวเองอีกแล้ว"

"และอักขระปักษาในกรงก็ใช้หลักการเดียวกัน จักระที่คอยทำลายเส้นประสาทและเนตรสีขาว แท้จริงแล้วมันคือจักระของตระกูลสาขาเองตั้งแต่ต้น"

"แต่ดูเหมือนว่าความสามารถในการดึงจักระมาใช้งานของอักขระปักษาในกรง จะสู้เนตรสีขาวดวงนี้ของผมไม่ได้นะ"

ในจังหวะที่ฝาโลงกำลังจะปิดลง ฮิวงะ เมโกคุ ก็ได้เห็นเนตรสีขาวที่แปลกประหลาดคู่นั้น ความรู้ที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่นผุดขึ้นมาในหัว ความเย็นยะเยือกแล่นปราดจากสันหลังไปจนถึงสมอง

ที่เขาไล่ล่าคนในตระกูลฮิวงะไม่ใช่เพราะอยากแก้แค้น แต่เป็นเพราะเขาต้องการจะเบิกเนตรจุติ!

เหตุผลที่ตระกูลฮิวงะคิดค้นอักขระปักษาในกรงขึ้นมา ก็เพราะกลัวว่าดวงตาจะถูกพวกโอซึซึกิบนดวงจันทร์แย่งชิงไป แต่ตอนนี้...

เด็กตระกูลสาขาคนหนึ่งกลับล่วงรู้ความลับนี้ได้อย่างไร

หมอนี่เป็นใครกันแน่

เป็นคนของโอซึซึกิงั้นหรือ เป็นพวกโอซึซึกิบนดวงจันทร์ที่ปลอมตัวมาอย่างนั้นหรือ

ด้วยความสงสัยและความสิ้นหวัง ฮิวงะ เมโกคุ ก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

ตระกูลฮิวงะ... จบสิ้นแล้ว...

หลังจากเก็บนินจาสัมภเวสีเรียบร้อย ฮาเนะก็รีบถอยห่างออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

การวิวัฒนาการของเนตรสีขาวสามารถทำให้อักขระปักษาในกรงไร้ผลได้โดยตรง บอกตามตรงนะ เขาเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน

ต่อให้จะทำให้อักขระปักษาในกรงใช้ไม่ได้ผล มันก็ควรจะต้องเป็นเนตรจุติที่สมบูรณ์แบบสิ ไม่คิดเลยว่าแค่ของครึ่งๆ กลางๆ ก็ใช้ได้แล้ว

'แต่ก็ไม่ได้ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ฮิวงะ เมโกคุ กระตุ้นอักขระ พลังของเนตรสีขาวก็ถูกบังคับให้ต้องไปต้านทานอักขระเอาไว้ ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของฉันลดลง'

'ถ้าเกิดถูกอักขระรบกวนระหว่างการต่อสู้ล่ะก็ มันอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย'

ฮาเนะหรี่ตาลง

'ยังไงก็ต้องหาทางถอนอักขระปักษาในกรงออกไปให้ได้อย่างถาวร!'

เมื่อห่างจากจุดเกิดเหตุมาได้ห้ากิโลเมตร เนตรสีขาวของฮาเนะก็สะท้อนภาพนินจาสองคน เขาหยุดเดินและหายตัววับไปในพริบตา

เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มายืนอยู่ข้างร้านอิซากายะบนถนนสายหนึ่ง

ในตอนนั้นเอง นินจาสองคนกับสุนัขนินจาหนึ่งตัวก็เดินผ่านมา

หนึ่งในนั้นคือนินจาชายที่กำลังมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาเห็นว่าฮาเนะเป็นคนของตระกูลฮิวงะ เขาก็ขมวดคิ้วและทำท่าจะเดินเข้าไปซักถาม

แต่กลับถูกนินจาหญิงที่มาพร้อมกับสุนัขนินจารั้งตัวเอาไว้

นินจาหญิงจากตระกูลอินุซึกะส่ายหน้าให้เขา ก่อนจะหันไปมองสุนัขนินจาของตัวเอง

สุนัขนินจาเข้าใจความหมาย มันก้มหน้าลงดมกลิ่นไปทางฮาเนะ ก่อนจะส่ายหน้าให้เจ้านาย

เมื่อเห็นดังนั้น นินจาหญิงก็รีบพาเพื่อนและสุนัขเดินออกห่างจากบริเวณนั้นทันที

นินจาชายอดกลั้นมาตลอดทาง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวและเอ่ยถามขึ้น

"รุ่นพี่อินุซึกะครับ ดึกป่านนี้แล้ว นินจาฮิวงะคนนั้นมาด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนี้..."

นินจาหญิงรีบพูดแทรก "พรุ่งนี้เป็นวันที่ตระกูลฮิวงะจะประทับอักขระปักษาในกรงรูปแบบใหม่ให้ตระกูลสาขาน่ะสิ"

นินจาชายเข้าใจในทันที

"หมู่บ้าน... ไม่คิดจะทำลายอักขระปักษาในกรงจริงๆ ด้วยสินะ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการตัดสินใจของหมู่บ้านหรอก แค่บังเอิญมีเพื่อนอยู่ตระกูลสาขาฮิวงะเท่านั้นเอง"

นินจาหญิงตอบ "ฉันเข้าใจ แต่เรื่องนี้มันเป็นกิจการภายในของตระกูลเขา ต่อให้เป็นท่านโฮคาเงะก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายหรอกนะ"

"..." นินจาชายเงียบไป

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด นินจาหญิงก็แกล้งหัวเราะร่าและเอ่ยถาม "เปลี่ยนเรื่องเถอะ นายรู้ไหมว่าทำไมเมื่อกี้ไอ้เด็กนั่นถึงได้ทำหน้าบูดบึ้งขนาดนั้น"

"เพราะเรื่องอักขระปักษาในกรงงั้นหรือครับ"

"ไม่ใช่หรอก ที่เด็กนั่นออกมาเดินเตร็ดเตร่ก็อาจจะเพราะเรื่องนั้นแหละ แต่ที่ทำหน้าบูดบึ้งก็เป็นเพราะว่าหมอนั่นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ!"

นินจาชายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจความหมาย

...

ฮาเนะมองตามหลังนินจาลาดตระเวนทั้งสองจนลับสายตา ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอิซากายะด้วยสีหน้าเรียบเฉย

และหลังจากนั้น... เขาก็ถูกไล่ออกมา

"ไอ้หนู โตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยมากินเหล้าเถอะไป๊"

ฮาเนะทำหน้าตายมองรอยยิ้มใจดีของเถ้าแก่ร้าน ก่อนจะหันหลังเดินจากมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ให้ตายเถอะ ชาติก่อนรวมกับชาตินี้เขาอายุเท่าไหร่แล้ว ทำไมแค่ร้านอิซากายะยังเข้าไม่ได้อีกเนี่ย

เขาจำได้แม่นเลยว่า จิไรยะกับซึนาเดะตอนเด็กๆ ก็ใช่ว่าจะทำตัวเรียบร้อย โดยเฉพาะซึนาเดะที่เล่นพนันมาตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นจะมีบ่อนไหนกล้าห้ามเธอเลยนี่นา

หรือเป็นเพราะคนที่สอนให้ซึนาเดะเล่นการพนันคือโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่ง เซนจู ฮาชิรามะ พวกบ่อนก็เลยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วปล่อยปละละเลยเธอกันหมดงั้นสิ

จนป่านนี้เขายังได้ยินตำนานวีรกรรมวัยเด็กของมหาหมูทองคำดังกระฉ่อนไปทั่วโคโนฮะอยู่เลย!

ฮาเนะใช้เนตรสีขาวหลบเลี่ยงนินจาลาดตระเวนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก จนกระทั่งมาถึงสนามฝึกใต้ดินส่วนตัว เขาถึงได้มีเวลามานั่งสำรวจความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างละเอียด

จักระเพิ่มขึ้นสองเท่า ไม่เกินความคาดหมายเท่าไหร่

เพราะเดิมทีจักระของเขาก็มีมากกว่ามิยูกิที่เป็นระดับจูนินอยู่แล้ว ซึ่งมากกว่าโจนินทั่วไปหลายเท่า

ถ้าจะให้เทียบก็คงประมาณคาคาชิสี่คนได้มั้ง

อืม คาคาชิวัยสิบสองปีที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นโจนินน่ะนะ เมื่อเดือนก่อนเขาเพิ่งจะเจอหมอนั่นเดินอยู่กับโฮคาเงะรุ่นที่สี่ นามิคาเสะ มินาโตะ

ซึ่งก็หมายความว่า ตอนนี้เขามีจักระเท่ากับแปดคาคาชิ

ถือว่าไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย

นารูโตะตอนเด็กๆ ก็มีปริมาณจักระมากกว่าคาคาชิตอนโตถึงสี่เท่า แต่ก็นะ พวกตระกูลอุซึมากิมันเป็นปีศาจจักระกันทั้งตระกูล เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก

ฮาเนะสัมผัสได้ถึงปริมาณจักระที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เขาจึงลองรวบรวมจักระไปที่เนตรสีขาว

หึ่ง!

มวลอากาศเกิดการสั่นสะเทือน พื้นดินรอบตัวถึงกับปรากฏรอยร้าวขนาดเล็ก

"อ๋อ แบบนี้นี่เอง ก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตเลย นี่คงเป็นวิชาเนตรสีขาว - แรงกดดันสินะ"

มันเป็นวิชาเนตรที่โอซึซึกิ คางุยะ เคยใช้

หลังจากทดลองดูอย่างละเอียด ฮาเนะก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ความสามารถไม่เลวเลย

เป็นการเปลี่ยนพลังเนตรให้กลายเป็นกระแสจักระ สร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับแรงโน้มถ่วงโจมตีใส่ศัตรูและสภาพแวดล้อมโดยรอบ

แต่ด้วยระดับพลังที่ยังห่างชั้นจากโอซึซึกิ คางุยะ อย่างเทียบไม่ติด ความสามารถนี้จึงน่าจะได้ผลชัดเจนแค่กับพวกระดับจูนินลงมาเท่านั้น

ถ้าจะเอาไปใช้ในการต่อสู้กับระดับคาเงะ คงต้องพึ่งพาประสบการณ์และความสามารถเฉพาะตัวของเขาเข้าช่วยแล้วล่ะ

"สุดท้ายก็คือเจ้านี่"

"ฮาจิมงทงโค ประตูด่านที่ห้า เคียวมง เปิด!"

"ฝ่ามือว่าง!"

การประสานกันระหว่างจักระที่พุ่งพล่านจากฮาจิมงทงโค กับความหนาแน่นของจักระที่เพิ่มขึ้นจากการวิวัฒนาการของเนตรสีขาว ทำให้อนุภาพของฝ่ามือว่างรุนแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

ตูม!

กำแพงห้องใต้ดินที่หนาเตอะพังทลายลงมาเป็นแถบ ตรงกลางถูกเจาะทะลวงเป็นรูขนาดใหญ่

"ยังห่างไกลจากพลังทำลายล้างของวิชาหมัดเทวะแปดสิบเทพนัก ต้องพยายามเพิ่มความหนาแน่นของจักระให้มากกว่านี้"

ฮาเนะพึมพำกับตัวเอง

"แถมถ้าไม่ใช้ฮาจิมงทงโคช่วย ฉันก็คงปลดปล่อยการโจมตีระดับนี้ออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ"

วิชามวยอ่อนเหมาะสำหรับใช้ต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น พลังทำลายของมันมีขีดจำกัดหากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดจักระขนาดยักษ์อย่างพวกสัตว์หางหรือซูซาโนะโอ

ทีมของมินาโตะมุ่งหน้าไปที่แนวรบอิวะแล้ว เวลาที่โอบิโตะจะเข้าสู่ด้านมืดก็ใกล้เข้ามาทุกที หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว