เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เวทมนตร์ที่เซร่าและเมวิสได้เรียนรู้

บทที่ 13 เวทมนตร์ที่เซร่าและเมวิสได้เรียนรู้

บทที่ 13 เวทมนตร์ที่เซร่าและเมวิสได้เรียนรู้


บทที่ 13 เวทมนตร์ที่เซร่าและเมวิสได้เรียนรู้

เจ็ดปีต่อมา

ปี X686

ณ ลานกว้างหน้าหอสมุดบนเกาะเท็นโรว

ยูยานยืนตระหง่านพลางจับจ้องไปยังเซร่าและเมวิส ซึ่งบัดนี้เติบโตพ้นวัยเด็กหญิงตัวน้อยไปเสียแล้ว

"เข้ามา..."

ยูยานเหยียดแขนออกไปพร้อมกับกวักนิ้วเรียก เป็นสัญญาณให้ทั้งคู่บุกเข้ามาหาเขา

"หึ!"

เซร่าส่งเสียงขู่ในลำคอเบาๆ

เธอโจนทะยานไปข้างหน้าด้วยเรียวขาเพรียวบาง เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นบนหมัดเล็กๆ ก่อนที่เธอจะเหวี่ยงหมัดฮุกซ้ายเข้าใส่ใบหน้าของยูยาน

"ช้าไป"

ยูยานวิจารณ์

ท่อนล่างของเขายังคงนิ่งสนิท มีเพียงศีรษะที่เอียงไปด้านหลังเล็กน้อย หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟเฉียดผ่านไปอย่างหวุดหวิดจนยูยานสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ซ่านกระทบผิวหน้า

ทว่าเซร่าเตรียมการมาอย่างดี เมื่อหมัดแรกพลาดเป้า ร่างกายอันยืดหยุ่นของเธอก็หมุนตัวตามแรงเหวี่ยง พร้อมกับตวัดขาขึ้นเตะกวาดทันที

"ทำอะไรของเจ้าน่ะ?"

ท้องของยูยานดูเหมือนจะถูกโจมตีเข้าอย่างจัง แต่เขากลับกระโดดถอยหลังเบาๆ และลงสู่พื้นอย่างมั่นคง เมื่อมองดูอีกครั้ง เสื้อผ้าของเขากลับไม่มีแม้แต่รอยเปื้อน

นั่นหมายความว่าลูกเตะที่ดูเหมือนจะเข้าเป้านั้น ความจริงแล้วยังไม่ได้สัมผัสถูกตัวเขาเลยด้วยซ้ำ

"ใช้การโจมตีระยะไกลสิ! เจ้าจะเอาชนะผู้ชายที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าและมีพลังเวทแข็งแกร่งกว่าในการต่อสู้ระยะประชิดได้อย่างไร?"

"ถ้าเจ้าใช้เวทไฟแบบนี้ เทพแห่งเวทมนตร์คงได้ร้องไห้ไปสามวันเจ็ดวันแน่"

ยูยานตำหนิอย่างเข้มงวด

"หน็อย"

เซร่าทำปากยื่นด้วยความโมโห ก่อนจะกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง

"ผืนนาอัคคี!"

ทันใดนั้น เปลวเพลิงก็ระเบิดพุ่งออกจากพื้นดิน ลุกลามเป็นเส้นตรงมุ่งตรงไปยังจุดที่ยูยานยืนอยู่

"ศรความเร็วแสง ฟิ้ว~"

ทันทีหลังจากนั้น เมวิสก็ฉวยโอกาสโจมตีร่วมด้วย เธอกดปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าหากัน ลำแสงอันคมกริบพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับลูกศร

เปรี้ยง!

ยูยานลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสงบนิ่งเพื่อหลบการโจมตีจากเปลวไฟ เขามองดูลูกศรความเร็วแสงที่พุ่งตรงมา ทว่าคราวนี้เขาไม่คิดจะหลบ แต่กลับอ้าปากแล้วกลืนมันเข้าไปเสียอย่างนั้น ในเมื่อเขาเป็นดราก้อนสเลเยอร์แห่งแสง เวทมนตร์แสงพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขนมขบเคี้ยวที่มาเสิร์ฟถึงที่มิใช่หรือ?

"หน้าไม่อาย... ท่านจะขี้โกงเกินไปแล้วนะ! ห้ามกินเวทมนตร์ของฉันสิ!"

เมวิสกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เธอเรียนรู้เวทมนตร์แสงและรู้ดีว่ายูยานเป็นดราก้อนสเลเยอร์ที่สามารถกินธาตุชนิดเดียวกันได้ ซึ่งนั่นทำให้เธอถูกกดดันอย่างสมบูรณ์แบบ

"เสาเพลิง!"

การที่ยูยานลอยตัวอยู่กลางอากาศกลายเป็นโอกาสของเซร่า เธอชูฝ่ามือขึ้น เปลวไฟที่ร้อนระอุเปลี่ยนรูปกลายเป็นเสาเพลิงพุ่งทะยานจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ชั่วพริบตา

มันก็เข้าปกคลุมร่างของยูยานไว้ทั้งหมด

"สำเร็จแล้ว!"

เมื่อเห็นว่าการโจมตีเข้าเป้า เซร่าและเมวิสก็ดีใจจนเนื้อเต้น ทั้งคู่แปะมือกันและส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง

"อย่าประมาทไปนักสิเด็กๆ ตราบใดที่ยังไม่มั่นใจว่าศัตรูพ่ายแพ้ราบคาบจริงๆ"

เสียงของยูยานดังขึ้น

ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่หยุดชะงักลง ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองและพบว่าร่างของยูยานยังคงลอยตัวอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากไฟนั้นเลย

"ฉันยังมีท่าต่อเนื่องนะ!"

เซร่ารีบตั้งสติใหม่ ในขณะที่ยูยานยังคงอยู่ภายในเสาเพลิง เธอประกบมือเข้าหากันตรงหน้า เปลวไฟลุกโชนขึ้นปรากฏเป็นเคียวเพลิงขนาดใหญ่ในมือของเธอ

บึ้ม!

เปลวไฟระเบิดออกจากใต้ฝ่าเท้าเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนพุ่งร่างของเธอไปข้างหน้า แรงส่งนั้นทำให้พื้นดินแตกออกเป็นหลุมลึก เพียงพริบตาเดียว ร่างของเซร่าก็พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับความสูงเดียวกับยูยาน

"ย้าก!"

เธอแผดเสียงร้องแหลมเล็ก

เคียวเพลิงตวัดฟันเข้าใส่ยูยานแหวกผ่านร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว

"ยังใช้ไม่ได้นะ"

ยูยานแสยะยิ้มพลางเปลี่ยนร่างเป็นธาตุแสงเพื่อหลบหลีกคมเคียว ในขณะเดียวกันร่างของเขาก็ลอยออกจากเสาเพลิง แล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากเซร่าเบาๆ

ปึก!

ร่างของเซร่าเสียการทรงตัวและกระเด็นถอยหลังไปโขกกับพื้นดินจนแตกออก

"โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย"

เซร่านั่งกุมหน้าผากที่ขึ้นรอยแดงพลางถูไปมาด้วยความเจ็บปวด เธอมองยูยานด้วยสายตาตัดพ้อ พลางตำหนิเขาในใจที่ไม่ยอมออมมือให้กับเด็กสาวบ้างเลย

"เอาละ ถือว่าพวกเจ้าทั้งคู่เรียนจบแล้ว"

ยูยานประกาศผล เมวิสและเซร่าไม่อาจปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้เมื่อต้องต่อสู้กับเขา เพราะช่องว่างระหว่างพลังนั้นกว้างใหญ่เกินไป

"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ไปกันเถอะ!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาคู่โตของเมวิสก็เป็นประกาย เส้นผมที่ชี้ตั้งอยู่บนศีรษะขยับไหวไปมาด้วยความตื่นเต้น

"ถึงเวลาต้องออกไปเสียที"

ยูยานมองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้น เขาพร่ำสอนเซร่าและเมวิสมาตลอดเจ็ดปี จนทั้งคู่ได้เรียนรู้ทั้งเวทมนตร์แสงและเวทมนตร์ไฟ หลังจากนี้พวกเธอเพียงแค่ต้องบำเพ็ญเพียรต่อไป ก็จะสามารถกลายเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

"เมวิส เซร่า"

ยูยานเรียกชื่อทั้งสองเบาๆ เด็กสาวทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองเขา

"งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ข้าสอนพวกเจ้ามาเจ็ดปีแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องแยกย้ายกันเสียที" ยูยานกล่าว

เด็กสาวทั้งสองชะงักงัน สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านแก้มของพวกเธอจนเส้นผมพริ้วไหวไปตามลม

"ทำไมท่านถึงจะไปล่ะ? ท่านเคยบอกว่าจะพาฉันไปหาพวกแฟรี่ไม่ใช่เหรอ?" เมวิสถาม

ยูยานมองเธอแล้วตอบว่า "แฟรี่อยู่ในใจของเจ้าเสมอ"

เมวิสเซ้าซี้ต่อ "แล้วท่านจะไปไหน? พาพวกเราไปด้วยได้ไหม?"

น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ เพราะในใจเริ่มตระหนักแล้วว่ากำลังจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว

"พวกเราออกเดินทางไปด้วยกันก็ได้นี่นา!"

เซร่ากำหมัดแน่น ร่างกายอันบอบบางสั่นเทาเล็กน้อย เธอเสนอด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน ตลอดเจ็ดปีที่อยู่ร่วมกันมา ภาพลักษณ์ของยูยานได้ประทับแน่นอยู่ในใจของเธอไปเสียแล้ว

"ก่อนจะจากไป ข้าจะทิ้งสมบัติไว้ให้พวกเจ้าบางอย่าง"

ยูยานไม่ได้อธิบายความต่อ แต่กลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและหยิบขวดยาออกมาสองขวด ขวดหนึ่งเป็นสีทองและอีกขวดหนึ่งเป็นสีแดง

"ยาสองขวดนี้สามารถเปลี่ยนพวกเจ้าให้กลายเป็นมังกรได้"

"หากในอีกสิบปีข้างหน้าพวกเจ้ายังอยากจะออกเดินทางไปกับข้า ก็จงดื่มมันเสีย"

"เพราะมีเพียงอายุขัยที่ยืนยาวเท่านั้นที่จะทำให้เจ้าก้าวตามฝ้าเท้าของข้าได้ทัน การตัดสินใจขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเอง"

ยูยานส่งขวดยาทั้งสองให้พวกเธอ

"โลกใบนี้ช่างงดงามแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย ข้าหวังว่าจะได้เห็นพวกเจ้าทั้งคู่ปลอดภัยดียามที่เราได้พบกันอีกครั้งในอนาคต"

สิ้นคำพูด

ร่างของยูยานก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทอง ก่อนจะค่อยๆ สลายกลายเป็นเส้นใยแสงและหายวับไปในที่สุด ก่อนที่จะจางหายไปนั้น เขาได้ชำเลืองมองไปยังชายฝั่งของเกาะเท็นโรว

ที่นั่น

มีคนนอกกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมาถึงฝั่งแล้ว

"ยูยาน!"

เมวิสและเซร่ายื่นมือออกไปหมายจะฉุดรั้งเขาไว้ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ในที่สุดพวกเธอก็ทำได้เพียงเฝ้ามองเขาจากไป

"เมวิส มีคนขึ้นมาบนเกาะ"

ก่อนที่ทั้งคู่จะจมดิ่งลงสู่ความเศร้า เซร่าก็สัมผัสได้ว่ามีคนแปลกหน้ามาถึงเกาะแห่งนี้

"ไปดูกันเถอะ"

เมวิสเก็บความเศร้าไว้ในอก ก่อนที่เธอและเซร่าจะมุ่งหน้าไปยังชายฝั่ง

ไม่นานนัก

พวกเธอก็พบชายแปลกหน้าสามคนอยู่ที่ชายหาด

"พวกคุณมาทำอะไรบนเกาะนี้?"

เมวิสยืนอยู่บนกิ่งไม้ พลางก้มมองชายเหล่านั้นและซักถามถึงตัวตนของพวกเขา

"พวกเรามาตามหาสมบัติ ได้ยินมาว่าหยกเท็นโรวอยู่ที่เกาะนี้"

ผู้มาใหม่บอกจุดประสงค์ตรงๆ ในสายตาของพวกเขา เด็กสาวสองคนนี้ไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกเขาได้อยู่แล้ว

"เมวิส พวกเขาเป็นคนไม่ดีใช่ไหม? เราควรจับตัวมาสอบสวนดีไหม?"

เซร่าถามเบาๆ เปลวไฟดวงเล็กเริ่มลุกไหม้ในฝ่ามือ หากเมวิสพยักหน้า เธอจะพุ่งเข้าไปจัดการพวกเขาอย่างแน่นอน

"หยกเท็นโรวน่ะหายไปตั้งนานแล้ว แต่ถ้าพวกคุณยอมพาเราออกจากเกาะนี้ไปด้วย"

"พวกเราจะช่วยตามหาหยกเท็นโรวให้เอง!"

ความคิดของเมวิสแล่นเร็วปรื๋อ การจะตามหายูยานให้พบนั้น เงื่อนไขแรกคือต้องออกจากเกาะแห่งนี้ให้ได้ และหยกเท็นโรวก็เป็นสมบัติของเกาะเท็นโรว เธอจึงคิดจะใช้ชายสามคนนี้เป็นทางผ่าน

ส่วนเรื่องที่จะยกสมบัติให้งั้นหรือ?

ไม่มีทางเสียหรอก ทันทีที่พบหยกเท็นโรว เธอจะกลับคำให้สัญญาในทันที และหากพวกเขากล้าขัดขวาง เธอก็พร้อมจะสั่งสอนให้ราบคาบ

"หยกเท็นโรวหายไปแล้วงั้นเหรอ?"

"เด็กสองคนนี้ดูท่าจะรู้ที่อยู่ของหยกเท็นโรวจริงๆ"

"พาพวกเธอออกไปด้วยก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง?"

ชายทั้งสามปรึกษากัน

ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจเห็นพ้องต้องกันที่จะรับข้อเสนอของเมวิส

"ตกลง"

เมวิสพยักหน้า

เธอกระซิบบอกแผนการให้เซร่าฟัง และหลังจากหารือกันเพียงครู่เดียว เด็กสาวทั้งสองก็กลับไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัว

ออกจากเกาะ!

จบบทที่ บทที่ 13 เวทมนตร์ที่เซร่าและเมวิสได้เรียนรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว