- หน้าแรก
- เถ้าแก่ใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 58 เจ้าเป็นคนฉลาด
บทที่ 58 เจ้าเป็นคนฉลาด
บทที่ 58 เจ้าเป็นคนฉลาด
บทที่ 58 เจ้าเป็นคนฉลาด
หลินเซินมองเจิ้งลี่หว่านด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
ก็จริงอย่างที่เจิ้งลี่หว่านพูด เขาไม่มีทางเอาจดหมายฉบับนี้ไปให้หลี่ซื่อหมินหรอก
เพราะเขารู้ดีแก่ใจ
ต่อให้เอาจดหมายฉบับนี้ไปมอบให้หลี่ซื่อหมิน หลี่ซื่อหมินก็ไม่ยอมลงดาบสังหารโหวจวินจี๋อยู่ดี ทำได้เพียงเก็บความแค้นนี้ไว้ในใจ รอคอยโอกาสที่จะระบายความโกรธแค้นทั้งหมดลงบนหัวของพวกตระกูลขุนนางใหญ่โต
หลี่ซื่อหมินไม่ใช่คนใจอ่อนหรือมีเมตตาธรรมอะไรนักหรอก
แต่เขาเป็นคนที่ปฏิบัติต่อลูกน้องดีเยี่ยมเป็นพิเศษ
ขนาดในอนาคต โหวจวินจี๋สมรู้ร่วมคิดกับลูกชายของเขาก่อกบฏ หวังจะเอาชีวิตเขาและทำลายแผ่นดินต้าถัง หลี่ซื่อหมินก็ทำเพียงสั่งประหารโหวจวินจี๋คนเดียว โดยไม่ได้แตะต้องครอบครัวของโหวจวินจี๋เลยแม้แต่น้อย
แถมยังไม่ถอดชื่อโหวจวินจี๋ออกจากทำเนียบยี่สิบสี่ขุนพลแห่งหอหลิงเยียนด้วยซ้ำ ยังคงหวังจะเหลือชื่อเสียงที่ดีงามไว้ให้เขาในหน้าประวัติศาสตร์
และที่สำคัญ...
หลินเซินก็ไม่คิดจะยืมมือคนอื่นมาฆ่าโหวจวินจี๋อยู่แล้ว
เหยื่อของเขา เขาย่อมต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองสิ
หลินเซินมองเจิ้งลี่หว่าน เอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าย่อมรู้ดี ลำพังแค่จดหมายฉบับนี้ มันยังไม่พอหรอกนะ"
จดหมายแค่ฉบับเดียว ย่อมไม่พออยู่แล้ว
คนที่เชื่อใจคนอื่นเพียงเพราะจดหมายฉบับเดียว ถ้าไม่บ้าก็โง่เต็มทน
เจิ้งลี่หว่านไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของหลินเซิน นางยื่นมือไปดึงตัวเด็กน้อยที่ซ่อนอยู่ข้างหลังออกมา เอ่ยเสียงเบา "ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย นี่คือน้องชายของข้า เป็นทายาทชายที่อายุน้อยที่สุดของตระกูลเจิ้งสายฉางอันของเรา..."
"ข้าอยากให้เขาฝากตัวเป็นศิษย์ของฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยเจ้าค่ะ"
หลินเซินอดไม่ได้ที่จะหลุดขำ ชี้หน้าเจิ้งลี่หว่าน เอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ "เจ้านี่ฉลาดเป็นกรดเลยนะ ไม่ยอมเสียเปรียบเลยสักนิด"
"ตัดใจให้น้องชายมาเป็นตัวประกันจริงๆ ไม่ลง ก็เลยหาข้ออ้างเรื่องฝากตัวเป็นศิษย์มาบังหน้า"
"หากวันข้างหน้าตระกูลเจิ้งสายของพวกเจ้า ยืนอยู่ข้างเปิ่นอ๋องอย่างจริงใจ พวกเจ้าก็จะได้กำไรมหาศาลเลยทีเดียว..."
เจิ้งลี่หว่านไม่ปริปากพูด ทำเพียงหัวเราะแห้งๆ
แผนการตื้นๆ ของนาง ถูกหลินเซินมองทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น
ถูกต้องแล้ว
เป็นอย่างที่หลินเซินพูดนั่นแหละ
นางทำใจไม่ได้ที่จะให้น้องชายต้องมารับเคราะห์เป็นตัวประกัน
อย่างน้อยๆ ก็ขอตำแหน่งลูกศิษย์ให้เขาหน่อยก็ยังดี
การเป็นลูกศิษย์ของฉู่อ๋อง ย่อมดีกว่าการเป็นแค่ตัวประกันอยู่แล้ว
จากสิ่งที่นางได้เห็น ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยผู้นี้เป็นคนมีเมตตาธรรม ขอเพียงมีชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ค้ำคออยู่ เขาย่อมต้องดูแลน้องชายของนางเป็นอย่างดีแน่นอน
หลินเซินส่ายหน้า เอ่ยเสียงเรียบ "ช่วงนี้เปิ่นอ๋องยังไม่คิดจะรับศิษย์ เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย"
เจิ้งลี่หว่านมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
หลินเซินเอ่ยต่อ "แต่เจ้าตั้งใจจริงที่จะทำให้เปิ่นอ๋องวางใจใช่หรือไม่?"
เจิ้งลี่หว่านพยักหน้า
หลินเซินหัวเราะพลางส่ายหน้า "การให้เด็กคนหนึ่งมาเป็นตัวประกัน เปิ่นอ๋องคิดว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ หากเจ้ามีความตั้งใจจริง งั้นก็มาทำงานให้เปิ่นอ๋องสิ"
สีหน้าของเจิ้งลี่หว่านดูตื่นตระหนก "ขะ... ข้าทำงานให้ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยหรือเจ้าคะ?"
"แต่ข้าเป็นแค่สตรี..."
หลินเซินยกมือขึ้น ขัดจังหวะคำพูดของนาง "เจ้าเป็นคนฉลาด วิสัยทัศน์ของเจ้าก็กว้างไกล แต่ทำไมพอเป็นเรื่องของตัวเอง วิสัยทัศน์ถึงได้คับแคบลงแบบนี้ล่ะ?"
"เป็นสตรีแล้วมันทำไมรึ?"
"เจ้ามีความสามารถยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมกว่าบุรุษตั้งมากมาย ในเมื่อพวกนั้นทำได้ แล้วทำไมเจ้าจะทำไม่ได้?"
เจิ้งลี่หว่านมีสีหน้าลังเล "แต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็นสตรี..."
หลินเซินยิ้ม "เป็นสตรีแล้วไง งานที่ข้าจะให้เจ้าทำ ต้องใช้สมอง ไม่ได้ใช้ร่างกาย... หรือว่าเจ้าไม่มีความมั่นใจในสมองของตัวเอง?"
เจิ้งลี่หว่านลังเลอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ในเมื่อฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยทรงให้เกียรติข้า ข้าน้อยก็จะขอรวบรวมความกล้า ทำงานถวายฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยเจ้าค่ะ"
หลินเซินพยักหน้า "ดีมาก"
"อีกไม่กี่วัน ข้าจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหม่ที่ตลาดตะวันตก ถึงตอนนั้นเจ้าก็ไปตามประกบเฉินซัน เรียนรู้วิธีบริหารจัดการซูเปอร์มาร์เก็ตไปก่อน รอให้ข้าหาทำเลเหมาะๆ ในตลาดตะวันออกได้ และเปิดสาขาใหม่เมื่อไหร่ ข้าจะให้เจ้าไปเป็นผู้จัดการสาขาที่นั่น"
ดวงตาของเจิ้งลี่หว่านเป็นประกาย "จริงหรือเจ้าคะ?"
หลินเซินหัวเราะ "ข้าเป็นถึงท่านอ๋อง จะมาหลอกเจ้าทำไมล่ะ?"
"แต่เจ้าต้องคิดให้ดีนะ การมาเป็นผู้จัดการสาขาให้เปิ่นอ๋อง ก็เท่ากับว่าตระกูลเจิ้งสายของเจ้า ได้ก้าวขึ้นมาอยู่บนเรือลำเดียวกับเปิ่นอ๋องอย่างเต็มตัวแล้ว"
เจิ้งลี่หว่านรับคำทันที "ตระกูลเจิ้งสายฉางอัน ยินดีรับใช้ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยเจ้าค่ะ"
หลินเซินลูบขนแมวอย่างเมามันส์อีกสองสามที ก่อนจะโบกมือ "ถอยไปได้แล้ว"
เจิ้งลี่หว่านจูงมือเจิ้งปี้เดินไปถึงประตู ก่อนจะหันกลับมามองด้วยความอาลัยอาวรณ์ "ท่านอ๋อง ท่านไม่อยากรับน้องชายข้าเป็นศิษย์จริงๆ หรือเจ้าคะ?"
หลินเซินถลึงตาใส่ เจ้าแมวในอ้อมแขนก็ประสานเสียงร้อง "เมี๊ยว" ขู่ฟ่อออกมาด้วย
เจิ้งลี่หว่านรู้ทันทีว่าข้อเสนอนี้คงหมดหวังแล้วจริงๆ
นางถอนหายใจ แล้วพาน้องชายเดินจากไป
รอจนเจิ้งลี่หว่านจากไปแล้ว
หลินเซินถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแม่นางคนนี้คือใคร
เจิ้งลี่หว่าน!
สาวงามที่ในหน้าประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่ามีความงดงามไม่แพ้องค์หญิงฉางเล่อ พอมาเห็นตัวจริงวันนี้ ก็พบว่าไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
งดงามจริงๆ นั่นแหละ
และที่สำคัญที่สุดคือ มีคนเคยยกย่องแม่นางคนนี้ว่า เฉลียวฉลาดมีไหวพริบ เป็นดั่งโจโฉในร่างสตรีเลยทีเดียว
หลินเซินหรี่ตา อุ้มแมวไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าฉายแววครุ่นคิด
คิดอยู่ครู่หนึ่ง
หลินเซินก็ตะโกนออกไปนอกประตู "เฉินซัน เฝ้าร้านให้ดีนะ ข้าจะไปที่กรมกลาโหมสักหน่อย"
พอได้ยินประโยคนี้ เฉินซันก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มองหลินเซินด้วยสีหน้ากังวล "ท่านอ๋อง เมื่อคืนเพิ่งจะมีคนคิดจะลอบสังหารท่าน ท่านจะออกไปข้างนอกตอนนี้... มันจะไม่เป็นอันตรายเกินไปหรือขอรับ"
"หากท่านมีธุระอันใด เรียกใช้ข้าได้เลย เดี๋ยวข้าไปจัดการให้เอง"
หลินเซินโบกมือ "ข้าจะไปคัดเลือกทหารที่กรมกลาโหม เจ้าจะไปคัดเลือกแทนข้าได้รึ?"
เฉินซันถึงกับพูดไม่ออก
หลินเซินลุกขึ้นยืน เจ้าแมวในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลัก จัดแจงหาท่าทางที่สบายที่สุด "เอาเถอะน่า ด้วยฝีมือของข้า คนที่คิดจะฆ่าข้าได้ ยังไม่เกิดมาบนโลกใบนี้หรอก"
"เจ้าจะมาห่วงบ้าห่วงบออะไร... เอาเวลาไปจัดการเรื่องในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ดีเถอะ"
"รอจนสาขาที่ตลาดตะวันตกเปิดทำการ แม่นางที่มาหาข้าวันนี้ จะไปคอยเดินตามหลังเจ้า เพื่อเรียนรู้วิธีบริหารจัดการซูเปอร์มาร์เก็ต"
เฉินซันชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าในห้องมีแค่พวกเขาสองคน จึงกระซิบเสียงเบา "ท่านอ๋อง ท่านไม่ใช้วิธีนั้นของท่านหรือขอรับ?"
พูดพลางเขาก็ทำท่าทางประกอบ
"ทำให้แม่นางคนนั้น เข้าใจวิธีบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตไปเลยในพริบตา ไม่ดีกว่าหรือขอรับ"
หลินเซินยกเท้าขึ้น เตะเฉินซันเบาๆ "แม่นางคนนั้นไม่เหมือนพวกเจ้า พวกเจ้ามันทึ่ม แต่นางเป็นคนฉลาด ขืนใช้วิธีนั้น ก็เท่ากับทำร้ายนางสิ"
"ปล่อยให้นางบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตไปก่อน หากนางยอมภักดีต่อข้าอย่างจริงใจ วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกทีว่าจะให้นางทำอะไรต่อ"
"ส่วนพวกทึ่มอย่างพวกเจ้า ชาตินี้ก็มีบุญวาสนาได้แค่บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตนี่แหละ"
เฉินซันไม่ได้โกรธเคือง ทำเพียงหัวเราะแหะๆ "การได้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตรับใช้ท่านอ๋องไปชั่วชีวิต ก็ถือเป็นบุญวาสนาของพวกข้าน้อยแล้วขอรับ!"
"แม่นางคนนั้นก็หน้าตาสะสวย ชาติตระกูลก็ไม่เลว หากท่านอ๋องยอมรับนางไว้เป็นอนุ นั่นก็ถือเป็นบุญวาสนาของแม่นางคนนั้นเหมือนกันนะขอรับ"
หลินเซินไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงยกเท้าขึ้นเตะเขาไปอีกที
เฉินซันยิ้มแป้นเดินออกไปจัดการเรื่องในซูเปอร์มาร์เก็ต
หลินเซินอุ้มแมว แอบย่องออกไปทางประตูหลัง
ย่านไท่ผิงตั้งอยู่ใกล้กับกำแพงวังหลวง ห่างจากกรมกลาโหมไม่มากนัก เดินทอดน่องไปตามถนนสักพัก ไม่นานก็มาถึงหน้าประตูกรมกลาโหม
ทหารจินอู๋เว่ยที่เฝ้าอยู่หน้าประตู พอเห็นหลินเซินก็รีบทำความเคารพ "ขอคารวะฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย"
"ไม่ทราบว่าที่ฉู่อ๋องเสด็จมากรมกลาโหมในครั้งนี้ มีธุระอันใดหรือพะย่ะค่ะ?"