- หน้าแรก
- เถ้าแก่ใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 57 นี่คือความจริงใจของข้า
บทที่ 57 นี่คือความจริงใจของข้า
บทที่ 57 นี่คือความจริงใจของข้า
บทที่ 57 นี่คือความจริงใจของข้า
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหลินเซินโกรธจัดถึงเพียงนี้
ใบหน้าถมึงทึง
ทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายประดุจห้วงลึกไร้ก้นบึ้ง ราวกับจะกลืนกินลมหายใจของผู้คนได้
"เฉินซัน" เนิ่นนานผ่านไป หลินเซินจึงค่อยๆ เอ่ยปาก
เฉินซันตัวสั่นสะท้าน "ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ"
หลินเซินเอ่ยเสียงเบา "พรุ่งนี้ข้าจะเบิกเงินให้เจ้าก้อนหนึ่ง ไปหาซื้อแมวมาให้ข้าสักตัวในตลาด เอาแบบขนยาว ขาสั้น ยิ่งดี นิสัยต้องว่านอนสอนง่ายที่สุดด้วย"
เฉินซันงุนงงไปบ้าง แต่ก็พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
หลินเซินกล่าวต่อ "แล้วก็ส่งคนไปจับตาร้านค้าของเราด้วย แบบแปลนก็มอบให้ไปหมดแล้ว ไปเร่งรัดพวกเขาให้รีบปรับปรุงหน้าร้านให้เสร็จโดยเร็ว"
เฉินซันพยักหน้ารับคำอีกครั้ง
เรื่องสองเรื่องนี้
เรื่องแรก เป็นความต้องการส่วนตัวของหลินเซิน
เขานอนอยู่บนเก้าอี้หวาย มักจะรู้สึกโหวเหวงในมืออยู่เสมอ
ในเมื่อเล่นมือถือไม่ได้ งั้นก็เลี้ยงแมวสักตัวก็แล้วกัน ว่างๆ ก็ลูบขนแมวเล่น นับว่าเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินไม่เลว
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง...
หลินเซินแทบรอไม่ไหวที่จะยื่นมือเข้าไปจัดการในแคว้นฉู่แล้ว
ฉางอันคือรากฐานของเขา
เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในตลาดตะวันตก พอมีเงินเก็บสักหน่อย ก็ไปเปิดอีกสาขาในตลาดตะวันออก
พรุ่งนี้ยังต้องไปที่กรมกลาโหม เพื่อขอทหารจากหลี่จิ้งสักหน่อย
ที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีความต้องการกองกำลังส่วนตัวเลย
ด้วยวรยุทธ์ของเขา ทั่วทั้งต้าถังหาผู้ใดที่จะเป็นภัยคุกคามต่อเขาไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว
แต่หากจะยื่นมือเข้าไปในแคว้นฉู่
จะให้ลุยเดี่ยวเพียงลำพังย่อมเป็นไปไม่ได้
หลังจากสั่งการเรื่องเหล่านี้เสร็จ หลินเซินก็กลับเข้าห้องด้านหลัง และหลับสนิทไป
จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น และเริ่มล้างหน้าบ้วนปาก
ก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องด้านหลัง
เฉินซันอุ้มแมวเปอร์เซียสีทองไล่เฉดเดินเข้ามา "ท่านอ๋อง แมวที่ท่านต้องการ ข้าน้อยซื้อมาให้แล้วขอรับ"
หลินเซินชะโงกหน้าไปดู
รูปลักษณ์ของแมวถือว่าไม่เลว เป็นแมวเปอร์เซียแท้ๆ นัยน์ตาสีมรกต ประกอบกับสีขนบนตัว ดูเผินๆ คล้ายลูกสิงโตตัวน้อย
เฉินซันรายงานต่อ "ท่านอ๋อง มีแม่นางท่านหนึ่งพาลูกชายอายุราวสิบสองสิบสามปีมาขอเข้าพบท่านอ๋อง มารอตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงป่านนี้ขอรับ"
หลินเซินชะงัก "แม่นางรึ?"
เฉินซันพยักหน้า "ใช่ขอรับ เป็นแม่นางที่หน้าตางดงามมาก นอกจากองค์หญิงทั้งสองพระองค์แล้ว ข้าน้อยก็ไม่เคยเห็นผู้ใดงดงามเพียงนี้มาก่อน"
"นางบอกว่านางแซ่เจิ้ง เจิ้งแห่งสิงหยาง แห่งแคว้นฉู่"
หลินเซินขมวดคิ้ว หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดลวกๆ
เขายังไม่ทันได้ไปสืบข่าวคราวของพวกตระกูลขุนนางใหญ่โตเลย
แต่เห็นได้ชัดว่า...
การเน้นย้ำแซ่เจิ้ง แห่งสิงหยาง แห่งแคว้นฉู่ คงหนีไม่พ้นตระกูลขุนนางที่จ้องจะเล่นงานเขาเป็นแน่
เพียงแต่ไม่รู้ว่า ส่งสตรีรูปงามมาเพื่อการใด
หรือคิดจะใช้แผนนารีพิฆาต?
แต่จะใช้แผนนารีพิฆาต ก็ไม่เห็นต้องให้สตรีพาลูกมาด้วยนี่นา
ตัวเขาเองก็ไม่ได้รสนิยมชอบแม่ม่ายลูกติดเสียหน่อย
หรือว่าพวกมันคิดจะเลียนแบบขงเบ้งที่ส่งชุดสตรีไปเย้ยหยันสุมาอี้ โดยส่งผู้หญิงมาหยามเกียรติเขา?
หลินเซินยื่นมือไปรับแมว ลูบขนมันอย่างครุ่นคิด เดินไปที่เตียง ขบคิดอยู่นาน จึงเอ่ยเสียงเบา "ในเมื่อกล้ามา ก็เชิญนางเข้ามาเถอะ"
เฉินซันพยักหน้า วิ่งเหยาะๆ ออกไป
ไม่นานนัก
เจิ้งลี่หว่านก็เดินนำเด็กชายตัวน้อยเข้ามาในห้องด้านหลัง
เจิ้งลี่หว่านประสานมือคารวะหลินเซินอย่างนอบน้อม "ผู้น้อยเจิ้งลี่หว่าน ขอคารวะฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย"
ชื่อนี้?
หลินเซินขมวดคิ้ว เขาคุ้นหูชื่อนี้อยู่บ้าง...
แต่จำรายละเอียดไม่ได้มากนัก
เขาโบกมือ เอ่ยเสียงเย็น "ลุกขึ้นเถอะ เจ้าเป็นคนตระกูลเจิ้ง หากข้าเดาไม่ผิด เรื่องสองเรื่องเมื่อวานนี้ คงเป็นฝีมือตระกูลเจิ้งของเจ้าสินะ"
"เจ้ายังมีหน้ากล้ามาพบข้าอีกรึ?"
ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่ง เว้นเสียแต่จะเป็นพวกไร้ความสามารถ ย่อมแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ
เจิ้งปี้ถูกข่มขวัญจนตัวสั่นเทา หลบอยู่หลังพี่สาว ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้ามามองหลินเซิน
เจิ้งลี่หว่านสีหน้าไม่เปลี่ยน เอ่ยเสียงเรียบ "นั่นเป็นฝีมือของตระกูลหลักของข้า หาได้เกี่ยวข้องกับสายของข้าในฉางอันไม่"
หลินเซินไม่เอ่ยคำ ทำเพียงเลิกคิ้วขึ้น
เจิ้งลี่หว่านกล่าวต่อ "บิดาของผู้น้อยเป็นเพียงขุนนางเล็กๆ ขั้นหกในกรมชลประทาน จะไปมีปัญญาอันใดไปล่วงเกินฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยได้ล่ะเจ้าคะ?"
หลินเซินพยักหน้า "เจ้ามาหาเปิ่นอ๋องด้วยธุระอันใด?"
เจิ้งลี่หว่านตอบ "มาขอขมาฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยเจ้าค่ะ"
"ในเมื่อเรื่องนี้เจ้าไม่ได้ทำ และไม่เกี่ยวกับพ่อเจ้า แล้วพวกเจ้ามีความผิดอันใดเล่า?" หลินเซินแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบ
เจิ้งลี่หว่านยังคงสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยอย่างฉะฉาน "การลอบสังหารท่านอ๋อง เป็นโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว หนำซ้ำยังบังอาจใส่ร้ายนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ โทษทัณฑ์ยิ่งเพิ่มทวีคูณ"
"หากฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยสืบสาวราวเรื่องจนกระจ่าง และสบโอกาส ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ตระกูลเจิ้งรอดพ้นไปได้..."
"สู้รอความตาย มิสู้มาขอขมาท่านอ๋องแต่เนิ่นๆ เพื่อร้องขอหนทางรอดชีวิต"
หลินเซินหัวเราะเบาๆ "เจ้าช่างมั่นใจในตัวเปิ่นอ๋องเสียจริงนะ"
เจิ้งลี่หว่านเงยหน้าขึ้น สบตาหลินเซิน "ผู้ที่ต้องการเล่นงานฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย ย่อมไม่ได้มีเพียงตระกูลเจิ้งตระกูลเดียวหรอกเจ้าค่ะ..."
"และขุมกำลังของบรรดาตระกูลขุนนางใหญ่โต ก็ไม่ได้มีเพียงขุนนางไม่กี่คนที่รับราชการอยู่ในราชสำนักเท่านั้น"
ขณะที่พูด นางก็คอยสังเกตสีหน้าของหลินเซินไปด้วย
ล้ำลึก เยียบเย็น ไร้ซึ่งความผันผวนใดๆ
การที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึกใดๆ ได้เลยเช่นนี้ กลับทำให้เจิ้งลี่หว่านยิ่งรู้สึกมั่นใจ
เห็นได้ชัดว่า คำพูดเหล่านี้นางพูดไปก็เปล่าประโยชน์สำหรับฉู่อ๋องผู้นี้
เขาเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว...
ถึงได้ไม่รู้สึกประหลาดใจ หรือต้องแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ
มุมปากของเจิ้งลี่หว่านยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับดอกถานฮวา (ดอกโบตั๋น) ที่บานสะพรั่งชั่วข้ามคืน "แต่ข้าเชื่อมั่นในตัวฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย ว่าหนามยอกอกอย่างตระกูลขุนนางใหญ่โตที่ทิ่มแทงต้าถังอยู่ จะต้องถูกฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยถอนรากถอนโคนได้อย่างแน่นอน"
หลินเซินหัวเราะร่า "ต้องรู้ไว้นะ ว่าหลี่ซื่อหมินยังไม่กล้าพูดประโยคนี้เลย"
เจิ้งลี่หว่านเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง "ฝ่าบาทไม่กล้าตรัส แต่ผู้น้อยกล้าพูดเจ้าค่ะ"
หลินเซินส่ายหน้า "เจ้าจะให้ข้าเชื่อใจเจ้าได้อย่างไร สตรีคนหนึ่ง พาลูกชายคนหนึ่ง มาอ้อนวอนขอความเมตตาจากข้าอย่างน่าสงสาร ดูยังไงก็เหมือนเป็นอุบายเอาตัวรอดของพวกตระกูลขุนนางใหญ่โตชัดๆ"
"หากข้าปล่อยพวกเจ้าไป ไม่ช้าก็เร็ว ตระกูลเจิ้งก็จะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง"
เจิ้งลี่หว่านไม่ตอบคำ นางเอื้อมมือไปตบไหล่เจิ้งปี้เบาๆ "เสี่ยวปี้ รีบเอาของออกมาเร็วเข้า"
เจิ้งปี้ตัวสั่นงันงก ล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
เจิ้งลี่หว่านรับมา แล้วยื่นส่งให้หลินเซิน "ฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ย นี่คือจดหมายที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลหลัก ทิ้งไว้ให้ท่านพ่อของข้า ก่อนจะเร่งรีบเดินทางออกจากฉางอันเมื่อคืนนี้เจ้าค่ะ"
หลินเซินไม่เกรงใจ รับมาเปิดอ่านทันที
เนื้อหาในจดหมายมีไม่มากนัก
ก็แค่สั่งการให้เจิ้งเหรินจีคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งหลินเซิน และยังบอกอีกว่าหากมีเรื่องอันใดไม่เข้าใจ ก็ให้ไปขอคำปรึกษาจากโหวจวินจี๋ที่จวนลู่อิตกง...
มีไอ้สารเลวนั่นอยู่ด้วยจริงๆ
หลินเซินหัวเราะหึๆ เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ ไม่เกินความคาดหมายของเขาเลยจริงๆ
"เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเอาจดหมายฉบับนี้ไปให้หลี่ซื่อหมิน เพื่อให้เขาส่งทหารนับแสนไปกวาดล้างตระกูลเจิ้งของเจ้ารึ?" อ่านจบ หลินเซินก็ม้วนจดหมาย แล้วโยนทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่แยแส
เจิ้งลี่หว่านส่ายหน้า "หากฉู่อ๋องเตี้ยนเซี่ยทำเช่นนั้นได้ ย่อมเป็นเรื่องดียิ่งเจ้าค่ะ"
"แต่เตี้ยนเซี่ยจะไม่ทำเช่นนั้น"