- หน้าแรก
- เงามรณะแห่งโลกผู้วิเศษ เส้นทางสายอมตะ
- บทที่ 29 - ขอความช่วยเหลือ
บทที่ 29 - ขอความช่วยเหลือ
บทที่ 29 - ขอความช่วยเหลือ
บทที่ 29 - ขอความช่วยเหลือ
เมฆดำปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า ลมหนาวหอบเอาหิมะพัดผ่านพื้นดิน ประดุจคมดาบที่กรีดฝ่าชั้นหมอกขาว ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องทุ้มต่ำที่ดังมาจากที่ไกลๆ ลูกเห็บขนาดเท่ากำปั้นก็เริ่มร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ณ ห้องน้ำภายในปราสาทเมืองไคหยวน
ในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยไอน้ำพวยพุ่ง เอนโซเปลือยท่อนบนแช่ตัวในน้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ เขาหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งเพื่อพักสายตา โดยมีลินทาสสาวในชุดผ้าบางคุกเข่าอยู่ข้างอ่าง คอยใช้มือนุ่มนวลนวดเฟ้นที่หัวไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา
กลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเด็กสาวลอยมาเตะจมูก เอนโซสัมผัสได้ถึงการปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนของลิน ร่างกายของเขาจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทว่าในใจกลับครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
นับตั้งแต่ตระกูลเคียวเหล็กบุกโจมตีเมืองไคหยวน เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
ในช่วงเวลานี้ สถานการณ์บนทุ่งราบเยือกแข็งเต็มไปด้วยความผันผวน หลังจากตระกูลเคียวเหล็กกลืนกินเมืองหมาป่ายักษ์ไป พวกเขาก็แสดงความทะเยอทะยานออกมาอย่างไม่ปิดบัง แอนเดรูเจ้าเมืองเขาเหล็กอาศัยทรัพยากรที่ปล้นชิงมาได้ในสงครามในการระดมพลทหารจำนวนมาก และเริ่มขยายอิทธิพลออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ตระกูลเคียวเหล็กเปิดฉากสงครามไปถึงหกครั้ง!
ภายใต้การนำทัพด้วยตนเองของแอนเดรู ตระกูลเคียวเหล็กไม่เพียงแต่จะยึดหมู่บ้านหัวใจหมาป่าและหมู่บ้านเขี้ยวหมาป่ารอบๆ เมืองหมาป่ายักษ์มาครองได้สำเร็จ ทว่าแม้แต่หมู่บ้านไฟป่าและหมู่บ้านประภาคารซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองไคหยวนก็ยังถูกจู่โจม
"นายน้อยเอนโซ ท่านโอควินเชิญท่านไปที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ"
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหู เอนโซลืมตาขึ้นก็พบเดซี่ในชุดสาวใช้สีขาวดำยืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำด้วยท่าทางนอบน้อม
ซ่า! เอนโซลุกขึ้นจากอ่างน้ำ
หลังจากแต่งกายด้วยการช่วยเหลือของลินเสร็จเรียบร้อย เอนโซก็เดินตามเดซี่มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือทันที
เขาผลักประตูเข้าไป
เตาผิงกำลังลุกโชนทำให้ภายในห้องหนังสืออบอุ่นมาก โอควินและไทโรนนั่งล้อมโต๊ะตัวหนึ่งและกำลังหารือบางอย่างกันอยู่
"ท่านพ่อ ท่านอาไทโรน" เอนโซทักทายคนทั้งสอง
"เจ้ามาแล้วรึเอนโซ" โอควินยิ้มพลางชี้ไปยังเก้าอี้ว่างข้างโต๊ะ "นั่งลงก่อนสิ"
เอนโซนั่งลงตามคำบอกและมองไปที่โอควิน
"ท่านพ่อเรียกข้ามา มีเรื่องอะไรหรือขอรับ?"
"เมื่อคืนนี้ กองทัพเมืองเขาเหล็กได้บุกโจมตีเมืองทองคำแล้ว!" โอควินเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เมื่อครู่นี้เจ้าเมืองทองคำได้ส่งเหยี่ยวสื่อสารมาขอความช่วยเหลือ หวังว่าเมืองไคหยวนจะส่งทหารไปช่วยสนับสนุน"
"เมืองเขาเหล็กโจมตีเมืองทองคำงั้นรึ?" เอนโซประหลาดใจเล็กน้อยพลางเลิกคิ้วถาม "เพิ่งจะยึดเมืองหมาป่ายักษ์ได้แท้ๆ ก็กล้าลงมือกับเมืองทองคำต่อทันที ดูท่าความทะเยอทะยานของตระกูลเคียวเหล็กจะใหญ่โตไม่เบาเลยนะขอรับ!"
"ใหญ่โตจริงๆ นั่นแหละ ทว่าก็ต้องดูว่าพวกมันจะมีปัญญาทำได้จริงหรือไม่" ไทโรนที่อยู่ข้างๆ แค่นยิ้มเย็น "ไอ้พวกเศษสอยตระกูลเคียวเหล็กใช้อุบายสกปรกชิงเมืองหมาป่ายักษ์ไปได้หน่อยเดียว ก็หลงระเริงคิดว่าตนเองเก่งกล้าสามารถจนจะครองทุ่งราบได้เชียวรึ?"
"แล้วท่านพ่อตั้งใจจะส่งทหารไปช่วยเมืองทองคำไหมขอรับ?" เอนโซหันไปถามโอควิน
"ตระกูลเคียวเหล็กมันเป็นพวกหมาป่าใจคออำมหิต ถึงขั้นกล้ามาบุกเมืองไคหยวน บางทีอาจถึงเวลาที่พวกเราต้องทำให้พวกมันชดใช้บ้างแล้ว!"
โอควินหรี่ตาลง แววตาส่องประกายเย็นวาบ
"นับตั้งแต่ข้าดื่มโอสถที่เจ้าปรุงให้ พละกำลังของข้าก็ฟื้นคืนมาได้มากกว่าแปดส่วนแล้ว ถึงเวลาที่จะทำให้แอนเดรูได้รู้เสียทีว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทุ่งราบแห่งนี้!"
กล่าวจบ โอควินก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและกางแขนออก ทั่วร่างแผ่ซ่านรังสีที่ดุดันและทรงพลังออกมา
"ฟื้นฟูได้ถึงระดับนี้แล้วรึขอรับ?" เอนโซพึมพำเบาๆ แววตาเป็นประกาย
ตลอดหนึ่งเดือนที่เมืองเขาเหล็กขยายอิทธิพล เมืองไคหยวนกลับนิ่งสงบโดยทำตัวไม่ให้เป็นที่สนใจ โอควินและไทโรนรับหน้าที่ดูแลความสงบและการป้องกันภายในเมือง ขณะที่เอนโซขลุกตัวอยู่ในห้องทดลองตลอดเวลา
ภายหลังการทดลองนับร้อยครั้ง ในที่สุดเขาก็ปรุง [โอสถประกายม่วง] ได้สำเร็จ และสามารถยับยั้งคำสาปบนตัวของโอควินได้ ทำให้ร่างกายที่เคยถูกกัดกินค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"คลาเรนซ์รึ? เข้ามาสิ" โอควินกลับไปนั่งที่เก้าอี้พลางสั่งคนหน้าห้อง
ประตูเปิดออก ชายร่างสูงในชุดเกราะสีเหลืองทองแดงเดินเข้ามา
"ท่านโอควิน ท่านไทโรน นายน้อยเอนโซ!"
อัศวินคลาเรนซ์แห่งหมู่บ้านไฟป่าค้อมตัวทำความเคารพตามธรรมเนียม ก่อนจะยืดตัวตรงและมองไปที่โอควิน "ท่านเจ้าเมือง ทูตจากเมืองทองคำขอเข้าพบขอรับ"
"โอ้ เร็วขนาดนี้เชียวรึ?" โอควินยกยิ้มที่มุมปากพลางหัวเราะเบาๆ "ดูท่าโรฟไลคงจะถูกกดดันไม่น้อยเลยล่ะสิ!"
"พามันเข้ามา"
คลาเรนซ์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป และเมื่อเขากลับเข้ามาอีกครั้ง ก็มีทูตเมืองทองคำเดินตามหลังมา
"ฮาริส?" เอนโซเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อพบว่าทูตที่เมืองทองคำส่งมาคือฮาริสที่เขาเคยพบหน้ากันมาแล้ว
"ได้พบกันอีกแล้วนะขอรับ นายน้อยเอนโซ" ฮาริสยิ้มจนแก้มปริพลางค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม "ฮาริสในฐานะตัวแทนของท่านโรฟไลเจ้าเมืองทองคำ ขอส่งคำทักทายที่จริงใจที่สุดมายังท่านโอควินเจ้าเมืองไคหยวนผู้ยิ่งใหญ่ขอรับ!"
"สวัสดี ฮาริส" โอควินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ประดุจจะมองทะลุปรุโปร่ง "บอกจุดประสงค์ของเจ้ามาเถิด ทูตแห่งเมืองทองคำ"
ภายใต้สายตาอันทรงอำนาจของโอควิน ฮาริสก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่น ทว่าเขาก็รีบกลับมาสุขุมตามนิสัยพ่อค้า เขาระดมสมองเรียบเรียงคำพูดก่อนจะกล่าวว่า
"เมื่อคืนนี้ กองทัพตระกูลเคียวเหล็กได้บุกโจมตีเมืองทองคำ แอนเดรูเจ้าเมืองเขาเหล็กละทิ้งสนธิสัญญาที่มีต่อสมาพันธ์ทองคำ และประกาศสงครามเพียงฝ่ายเดียวขอรับ!"
"ท่านโรฟไลนายของข้ารังเกียจพฤติกรรมที่แสนต่ำช้านี้อย่างที่สุด และสาบานว่าจะทำให้เมืองเขาเหล็กต้องชดใช้อย่างสาสม!"
"การมาเยือนครั้งนี้ ฮาริสได้รับคำสั่งจากนายท่านให้เป็นตัวแทนเมืองทองคำมาขอความช่วยเหลือจากท่านโอควิน หวังว่าสองเมืองของเราจะร่วมมือกันเพื่อต่อต้านตระกูลเคียวเหล็กขอรับ!"
หลังจากบอกจุดประสงค์เสร็จ ฮาริสก็หยิบป้ายอาญาสิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเจ้าเมืองทองคำออกมาจากอกเสื้อ และยื่นส่งให้อย่างนอบน้อมด้วยสองมือ
คลาเรนซ์รับป้ายทองนั้นมาตรวจสอบ หลังจากยืนยันว่าถูกต้องเขาก็พยักหน้าให้โอควินก่อนจะคืนให้ฮาริสไป
"ข้าเข้าใจเจตนาของโรฟไลแล้ว"
"ทว่าข้าสงสัยนัก หากเขาต้องการให้เมืองไคหยวนส่งทหารไปช่วย แล้วเขาตั้งใจจะจ่ายค่าตอบแทนอย่างไรเล่า?"
โอควินนั่งไพล่แขนอยู่บนเก้าอี้เหล็ก นิ้วมือเคาะที่พักแขนเบาๆ พลางเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มลึกและจริงจัง
"ขอเพียงท่านสามารถส่งทหารไปช่วยเมืองทองคำ ท่านโรฟไลย่อมไม่ตระหนี่เพื่อเห็นแก่มิตรภาพระหว่างเราแน่นอนขอรับ!"
ฮาริสเห็นโอควินยอมเจรจาในใจก็โล่งไปเปลาะหนึ่ง เขาจึงเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า
"นายท่านทราบดีว่าในช่วงที่ผ่านมา เมืองไคหยวนต้องสูญเสียทรัพยากรไปมหาศาลจากการทำสงครามกับเมืองหมาป่ายักษ์และเมืองเขาเหล็ก ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เมืองทองคำได้เตรียมเหรียญทองหนึ่งแสนเหรียญ ม้าศึกห้าพันตัว พร้อมทาสวัยฉกรรจ์อีกสองหมื่นคนไว้มอบให้ท่านขอรับ!"
"และหากครั้งนี้พันธมิตรของเราสามารถเอาชนะตระกูลเคียวเหล็กได้ เมืองทองคำยินดีจะทำสนธิสัญญากับเมืองไคหยวนเพื่อส่งเครื่องบรรณาการให้ทุกปีขอรับ"
(จบแล้ว)