- หน้าแรก
- เงามรณะแห่งโลกผู้วิเศษ เส้นทางสายอมตะ
- บทที่ 18 - การปรุงโอสถเวท
บทที่ 18 - การปรุงโอสถเวท
บทที่ 18 - การปรุงโอสถเวท
บทที่ 18 - การปรุงโอสถเวท
'ถึงเวลาที่ควรจะไปเยี่ยมเยียนท่านพ่อแล้ว'
เอนโซลุกขึ้นออกจากห้องและมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ
เขาเดินผ่านระเบียงยาว ลงบันได และมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
หลังจากเคาะประตูไม่กี่ครั้ง เอนโซก็ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป
โอควินนั่งอยู่บนเก้าอี้ บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเอกสารกองโต ข้างๆ มีถาดเหล็กสี่เหลี่ยมที่มีหลอดทดลองแก้วและเข็มฉีดยาวางอยู่ แผ่นหลังของเขายังคงตั้งตรงประดุจสิงห์ และยังคงมีบารมีที่น่าเกรงขามโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ทว่าใบหน้ากลับซีดขาวและร่างกายที่กำยำก็ดูซูบผอมลงไปบ้าง
"เจ้ามาแล้วรึ เอนโซ"
ใบหน้าของโอควินปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา สายตาที่มองเอนโซเต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม ในช่วงไม่กี่วันที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาพบว่าบุตรชายของเขาเติบโตขึ้นมาก ไม่เพียงแต่ท่าทางที่อวดดีและโง่เขลาจะหายไปจนหมดสิ้น ทว่านิสัยยังกลับกลายเป็นคนสุขุมเยือกเย็น และจริงจังกับการฝึกฝนเป็นอย่างมาก
'ลูกนกเติบโตขึ้นแล้วจริงๆ!' โอควินรำพึงในใจด้วยความปลาบปลื้ม
"สวัสดีขอรับท่านพ่อ" เอนโซค้อมตัวทักทาย
"นั่งลงก่อนสิ" โอควินชี้ไปที่เก้าอี้พลางยิ้มถาม "ช่วงไม่กี่วันนี้ การฝึกฝนไปถึงไหนแล้ว?"
"ข้าเพิ่งเข้าสู่ระดับอัศวินได้ไม่ถึงครึ่งปี การจะก้าวไปถึงระดับอัศวินผู้ยิ่งใหญ่คงยังอีกไกลขอรับ" เอนโซยิ้มขื่นก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง "ทว่า ช่วงนี้การทำสมาธิค่อนข้างราบรื่น พลังเวทในร่างกายของข้าสามารถสร้างรูนได้ 8 ตัวแล้ว และข้ากำลังเริ่มลองฝึกเวทมนตร์ดูขอรับ"
"ดีมาก นั่นแสดงว่าเจ้ามีพรสวรรค์ที่จะเป็นจอมเวทจริงๆ!" โอควินแววตาซับซ้อนพลางรำพึงออกมา
พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเอนโซไม่ได้โดดเด่นนัก การที่เขาเป็นอัศวินได้ก็อาศัยทรัพยากรของเมืองไคหยวนช่วยหนุน ทว่าหลังจากที่เขาได้รับมรดกของจอมเวท เขากลับแสดงความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขามีพรสวรรค์ในด้านนี้ที่น่าชื่นชมยิ่งนัก
"สงครามที่เมืองหมาป่ายักษ์เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?" เอนโซถามขึ้นกะทันหัน
"เพิ่งมีข่าวส่งกลับมา ทุกอย่างราบรื่นมาก" โอควินเอ่ยด้วยเสียงขรึม "นับตั้งแต่ไทโรนไปถึงสนามรบ เขาก็เปิดฉากโจมตีไปแล้วสามระลอก ทหารของตระกูลไอซ์วูล์ฟบาดเจ็บล้มตายมหาศาล คาดว่าคงต้านทานไว้ได้อีกไม่นาน"
"สงครามจะจบลงในเร็วๆ นี้ และชื่อของตระกูลไอซ์วูล์ฟจะถูกลบเลือนไปตลอดกาล!" โอควินมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาฉายแววเย็นเยียบออกมา
สงครามกับตระกูลไอซ์วูล์ฟยืดเยื้อมานานเกินไปจนเริ่มกลายเป็นภาระของเมืองไคหยวน นับตั้งแต่โอควินกลับมาบริหารเมืองไคหยวน สิ่งแรกที่เขาทำคือส่งรองผู้บัญชาการไทโรนไปยังสนามรบ เพื่อตั้งใจจะบุกตีเมืองหมาป่ายักษ์ให้แตกก่อนฤดูหนาวจะมาถึง เพื่อยุติสงครามครั้งนี้อย่างเด็ดขาด
"ท่านอาไทโรนลงมือเอง เมืองหมาป่ายักษ์ย่อมไร้ทางต้านทานแน่นอนขอรับ" เอนโซพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถามต่อ "แล้วร่างกายของท่านล่ะขอรับ เป็นอย่างไรบ้าง?"
"ยังพอทนได้อีกพักหนึ่ง!" โอควินแววตาเคร่งเครียด "อาการของคำสาปเริ่มกำเริบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ข้าสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตถูกสูบกินไปไม่หยุด โชคดีที่พลังโต้วชี่ในร่างยังช่วยประคองไว้ได้ จึงยังไม่ถึงขั้นสิ้นใจ"
"ข้าขอตรวจดูหน่อยนะขอรับ" เอนโซลุกขึ้นเดินไปข้างกายโอควิน
เขาหยิบหลอดทดลองและเข็มฉีดยาจากถาดเหล็กบนโต๊ะ หลังจากโอควินยื่นแขนออกมาเขาก็แทงเข็มเข้าที่เส้นเลือดและดูดเลือดออกมาหนึ่งหลอด จากนั้นจึงเทลงในหลอดทดลองแล้วยกขึ้นส่องกับแสงแดดพลางเขย่าเบาๆ
ในหลอดทดลอง เลือดที่สะท้อนกับแสงแดดปรากฏเป็นสีดำสนิท ดูแปลกประหลาดและน่าสยดสยองยิ่งนัก
'ชิป วิเคราะห์ตรวจสอบ!' เอนโซสั่งการในใจขณะจ้องมองเลือดในหลอดทดลอง
"กำลังตรวจสอบ... การตรวจสอบเสร็จสิ้น ในเลือดมีแหล่งปนเปื้อนที่ไม่ทราบชื่อเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันระดับการปนเปื้อนอยู่ที่ 32.7%"
'32% แล้วรึ?' เอนโซแววตาไหววูบพลางขมวดคิ้วแน่น
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เอนโซจะเก็บตัวอย่างเลือดของโอควินมาตรวจสอบทุกวัน เขาพบว่าการปนเปื้อนของเลือดที่เกิดจากคำสาปนั้นแพร่กระจายไปไม่หยุด ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันก็สูงถึงกว่า 30% แล้ว นั่นหมายความว่าสถานการณ์ของโอควินเริ่มเข้าสู่ขั้นวิกฤต
'หากระดับการปนเปื้อนของเลือดเกิน 50% ย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิต'
'และในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ระดับการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นถึง 5% เฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นวันละ 1%'
'หากคำนวณเช่นนี้ เวลาที่เหลือสำหรับข้าในการแก้คำสาป อย่างมากที่สุดก็เหลือเพียง 20 วันเท่านั้น!' เอนโซถอนหายใจในใจ สีหน้ายิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
"เป็นอย่างไรบ้าง คำสาปรุนแรงขึ้นรึ?" โอควินถามด้วยเสียงขรึม
เอนโซไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าด้วยใบหน้าหมองเศร้า
"อย่ากังวลเพื่อพ่อเลยลูกรัก" โอควินเอ่ยด้วยท่าทีสงบ "การเกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็นโชคชะตาที่ปุถุชนไม่อาจควบคุมได้ ชื่อเสียงของพ่อเคยเกริกไกรไปทั่วทุ่งราบเยือกแข็ง ความปรารถนาในชีวิตของพ่อก็ได้รับการเติมเต็มมานานแล้ว ต่อให้ดวงตะวันจะดับวูบลงในวันพรุ่งนี้ พ่อก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันอย่างองอาจ!"
"เอาล่ะ เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"
เอนโซลุกขึ้นยืนค้อมตัวทักทาย เขาจ้องมองโอควินด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนจะรีบเดินออกจากห้องหนังสือไป
"แค่ก แค่ก!!"
หลังจากเอนโซออกจากห้องไป โอควินก็หน้าแดงก่ำและไอออกมาอย่างรุนแรง เลือดกระเซ็นลงบนโต๊ะทำงานเป็นจุดๆ
"หากข้าตายไป เจ้าจะทำอย่างไรดีนะ?" โอควินขมวดคิ้วถอนหายใจ แววตาฉายแววกังวลพลางพึมพำออกมา "ลูกรักเอ๋ย แม้ช่วงนี้เจ้าจะเติบโตขึ้นมาก ทว่าเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับงูพิษในเงามืดหรอก"
"หากข้าสิ้นใจ ลำพังเพียงพลังของไทโรนย่อมไม่อาจปกป้องเมืองไคหยวนไว้ได้ การสละเมืองอาจเป็นทางเลือกเดียว"
"เมื่อถึงตอนนั้น บางทีเมืองหมาป่ายักษ์อาจจะเป็นที่พำนักของเจ้า!" โอควินถอนหายใจในใจ ในหัวนึกถึงกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งของเมืองหมาป่ายักษ์ แววตาเริ่มฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่จะต้องยึดครองมาให้ได้
หลังจากออกจากห้องหนังสือ เอนโซก็มุ่งหน้าไปยังชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่ง เขาหยุดอยู่ที่หน้าห้องที่ห่างไกลห้องหนึ่ง
เดิมทีห้องนี้เป็นห้องเก็บของ ทว่าในตอนนี้มันถูกเอนโซดัดแปลงให้เป็นห้องทดลอง
เขาผลักประตูเข้าไป
ห้องทดลองมีพื้นที่ไม่มากนัก มีโต๊ะตัวใหญ่ที่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอุปกรณ์อย่าง บีกเกอร์ ตะเกียงแอลกอฮอล์ และขวดวัดปริมาตร ที่มุมห้องมีสมุดบันทึกเล่มหนาวางอยู่ ซึ่งใช้บันทึกขั้นตอนการทดลองในแต่ละครั้ง
"ร่างกายของท่านพ่อเสื่อมถอยลงไม่หยุด พลังของคำสาปก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
"ดูเหมือนว่าการปรุงโอสถจะรอช้าไม่ได้แล้ว!"
เอนโซพึมพำกับตัวเอง เขาวางหลอดทดลองตัวอย่างเลือดของโอควินลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเดินไปที่มุมห้องเพื่อหยิบวัตถุดิบแปลกประหลาดออกมาเตรียมพร้อมไว้
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เอนโซพยายามปรุงโอสถเพื่อแก้ "คำสาปพยาบาท" อยู่ตลอด แม้การปรุงโอสถจะจบลงด้วยความล้มเหลวเพราะขาดวัตถุดิบที่เหมาะสม ทว่าภายใต้การลองผิดลองถูกอย่างต่อเนื่อง เขาก็เริ่มจะจับจุดสำคัญบางอย่างได้แล้ว
"ชิป บันทึกข้อมูล"
"การทดลองปรุง [โอสถจันทร์กระจ่าง] ครั้งที่ 76 เริ่มต้นขึ้น!"
เอนโซสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะทดลองด้วยสายตาเคร่งเครียด
เขาเอื้อมมือไปหยิบพืชสีม่วงต้นหนึ่งขึ้นมา
'ตามที่ระบุในหนังสือ หญ้าแสงจันทร์หลังจากสกัดพิษออกแล้วสามารถใช้เป็นวัตถุดิบของ [โอสถจันทร์กระจ่าง] ได้ ทว่าพืชชนิดนี้หาไม่ได้ในทุ่งราบเยือกแข็งแห่งนี้ ข้าจึงต้องใช้ "หญ้าประกายม่วง" ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาแทน'
'หญ้าประกายม่วงไม่มีพิษ สามารถใช้ได้โดยตรง'
เอนโซใส่หญ้าประกายม่วงลงในโกร่งบดยา ใช้สากบดจนละเอียด เมื่อคั้นน้ำออกมาได้จนหมดเขาก็ไม่ต้องกรองทิ้ง เทลงในบีกเกอร์โดยตรง จากนั้นจึงจุดเทียนไขใต้บีกเกอร์และเบนสายตาไปที่วัตถุดิบอื่นต่อ
'หลังจากอุ่นน้ำคั้นจากหญ้าประกายม่วงแล้ว ต่อไปก็ควรจะจัดการกับลูกตาสัตว์ป่า...'
(จบแล้ว)