- หน้าแรก
- เงามรณะแห่งโลกผู้วิเศษ เส้นทางสายอมตะ
- บทที่ 3 - วิถีหายใจอัศวิน
บทที่ 3 - วิถีหายใจอัศวิน
บทที่ 3 - วิถีหายใจอัศวิน
บทที่ 3 - วิถีหายใจอัศวิน
รถม้าเก่าๆ หลายคันจอดเบียดเสียดกัน รอบๆ มีกรงเหล็กที่ขึ้นสนิมวางเรียงราย ทาสในชุดขาดรุ่งริ่งถูกขังอยู่ในนั้นราวกับปศุสัตว์ พ่อค้าทาสหน้าเหี้ยมถือแส้หนังในมือซ้าย ส่วนมือขวากำโซ่เหล็กที่ล่ามทาสหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น
"พ่อค้าทาสคนนั้นมีฉายาว่าไอ้ตาเดียว เป็นพ่อค้าจากกองคาราวานแกะดำแห่งเมืองทองคำขอรับ"
แบร์ริตแนะนำให้เอนโซรู้จัก ก่อนจะเหลือบมองไอ้ตาเดียวพลางกระตุกมุมปาก
"ธุรกิจไปได้สวยนี่ไอ้ตาเดียว!"
"เพราะบารมีของท่านแท้ๆ ช่วงนี้ธุรกิจพอไปได้ขอรับ" ไอ้ตาเดียวที่ตาบอดไปข้างหนึ่งเอ่ยพลางยิ้มประจบ เขาค้อมตัวให้แบร์ริตอย่างนอบน้อม
"ทาสพวกนี้ขายอย่างไร?" เอนโซมองดูทาสในกรงเหล็กพลางเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
"เอ่อ... ท่านคือ?" ไอ้ตาเดียวเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"ท่านนี้คือคุณชายเอนโซ บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านโอควิน" แบร์ริตยืดอกกล่าวอย่างลำพองพลางโบกมือ "คุณชายสนใจสินค้าของเจ้า ยังไม่รีบแนะนำให้ดีอีก"
เมื่อได้ยินชื่อของโอควิน ไอ้ตาเดียวก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางของเขาดูนอบน้อมมากขึ้นไปอีก
"เรียนคุณชายเอนโซ ทาสพวกนี้ถูกจับมาจากทุ่งราบโลหิตขอรับ" ไอ้ตาเดียวฉีกยิ้มพลางชี้ไปที่ทาสในกรง "เป็นพวกสินค้าไร้ราคา ทาสชาย 8 เหรียญทอง ทาสหญิง 10 เหรียญทอง หากท่านสนใจ สามารถเลือกคนไหนแล้วพากลับไปได้เลยขอรับ"
ตามกำลังซื้อของโลกใบนี้ แพะหนึ่งตัวมีมูลค่า 5 เหรียญทอง แต่ทาสหญิงวัยเยาว์กลับมีค่าเท่ากับแพะเพียงสองตัวเท่านั้น
เอนโซยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ล่ะ ข้าแค่ถามดูเฉยๆ"
"ทาสพวกนี้เป็นพวกคัดทิ้งเกรดต่ำ ข้าเดาว่าท่านคงไม่ถูกใจ" เมื่อเห็นว่าเอนโซดูจะเป็นคนที่คุยง่าย ไอ้ตาเดียวจึงคิดจะประจบเอาใจ "ที่เมืองทองคำ ข้ายังมีสินค้าเกรดสูงที่ยังสาวและสวยอยู่อีกสองสามคน หากท่านสนใจ คราวหน้าข้าจะส่งมาให้ท่านเลือกดูดีไหมขอรับ?"
"เอาไว้ก่อนเถิด" เอนโซโบกมืออย่างหมดสนุก เขาหันหลังเดินจากไปและเดินทอดน่องไปตามถนนต่อ
เมืองไคหยวนมีพื้นที่กว้างใหญ่ ถนนหนทางตัดไขว้กันไปมา นอกจากถนนการค้าสายหลักแล้ว ยังมีสถานบันเทิงอย่างร้านเหล้าและบ่อนพนัน เหล่าองครักษ์ติดตามเอนโซเดินเล่นไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จึงได้กลับมายังปราสาทตระกูลไนท์เชด
ยามค่ำคืนมาเยือน จันทร์เสี้ยวลอยเด่น เอนโซกำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำในปราสาท
"นายน้อยเจ้าค่ะ ท่านอาไทโรนฝากข้อความมาว่า หลังจากท่านทานมื้อค่ำเสร็จแล้ว หวังว่าท่านจะไปที่สนามฝึกซ้อมเพื่อทำการฝึกฝนเจ้าค่ะ" ภายในห้อง เดซี่ที่ยืนรออยู่หน้าประตูเอ่ยรายงานอย่างระมัดระวัง
"อืม ข้ารู้แล้ว" ที่โต๊ะไม้แดง เอนโซส่งสเต็กชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนจะลุกขึ้นยืน
เดซี่ก้มหน้าลงพลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โดยปกติแล้ว การฝึกอัศวินเป็นกิจวัตรประจำวันที่เอนโซต้องทำ เมื่อโอควินอยู่ เรื่องอื่นๆ เขาอาจจะยอมตามใจเอนโซได้หมด ยกเว้นเพียงเรื่องนี้ที่เขาจริงจังมาก เพราะในโลกใบนี้ พละกำลังคือรากฐานของทุกสิ่ง
เดินผ่านระเบียงยาว ลงบันไดไป ไม่นานเอนโซก็มาถึงสนามฝึกซ้อมใต้ดินของปราสาท
เหตุผลหลักที่สร้างสนามฝึกไว้ใต้ดินก็เพื่อปกป้อง 'วิถีหายใจอัศวิน' ซึ่งเป็นวิชาสืบทอดของตระกูลไนท์เชด และเพื่อรับประกันว่าในระหว่างการฝึกฝนจะไม่ถูกรบกวนจากภายนอก
สนามฝึกมีพื้นที่ประมาณ 400 ตารางเมตร พอๆ กับพื้นที่ชั้นหนึ่งของปราสาท ผนังถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำเพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่ง อุปกรณ์การฝึกครบครัน เมื่อเอนโซมาถึงสนามฝึก เขาก็พบไทโรนยืนอยู่ไม่ไกล
"ท่านอาไทโรน" เอนโซทักทายไทโรนที่ยืนไพล่มืออยู่
ไทโรนไม่แสดงสีหน้า เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย
เอนโซไม่ได้รู้สึกแปลกหน้ากับชายผู้เงียบขรึมคนนี้ ในฐานะรองผู้บัญชาการที่ซื่อสัตย์ที่สุดของโอควิน ชายผู้แข็งแกร่งราวกับหมีคลั่งคนนี้มีพลังการต่อสู้ระดับอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ เขาคือยอดฝีมืออันดับสองของเมืองไคหยวนอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่ใช่เพราะเคยได้รับพระคุณจากโอควินเมื่อครั้งยังหนุ่ม ด้วยพลังของเขาเขาสามารถเป็นเจ้าเมืองในทุ่งราบเยือกแข็งได้อย่างสบายๆ
"เริ่มฝึกเถิด" ไทโรนยืนคุมในท่าทางของผู้คุมฝึก
เอนโซพยักหน้าแล้วเริ่มการฝึกฝน
สิ่งที่เรียกว่า 'วิถีหายใจอัศวิน' คือสิ่งที่มนุษย์ในโลกใบนี้สร้างขึ้นเพื่อทะลวงขีดจำกัดของตนเอง แก่นแท้ของมันคือการใช้รูปแบบการฝึกฝนที่พิเศษเพื่อกระตุ้นความเข้มข้นของสายเลือด จนเกิดการควบแน่นของ 'พลังโต้วชี่' ภายในร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังเหนือธรรมชาติ
การควบแน่นพลังโต้วชี่ไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องการพรสวรรค์ส่วนบุคคลในระดับหนึ่ง และยังต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากควบคู่กันไป
ในฐานะบุตรชายเพียงคนเดียวของโอควิน เอนโซได้รับสืบทอดสายเลือดตระกูลไนท์เชด พรสวรรค์ของเขาถือว่าดีมาก ทรัพยากรที่จำเป็นในการฝึกฝนก็ไม่เคยขาดแคลน ทว่าด้วยนิสัยเกียจคร้านและไม่รักดี ทำให้เอนโซที่เริ่มฝึกตั้งแต่อายุแปดขวบ จนผ่านไปเก้าปีก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับอัศวินได้
'ชิป วิเคราะห์ช่องโหว่ของวิถีหายใจอัศวิน และดำเนินการปรับปรุงขั้นทดลอง!' เอนโซสั่งการชิปในใจขณะที่กำลังฝึกซ้อม
ชิปอัจฉริยะที่ดูเหมือนจะผูกติดกับวิญญาณคือผลึกแห่งสติปัญญาของมนุษย์โลก ฟังก์ชันการตรวจจับ วิเคราะห์ และบันทึกของมันแข็งแกร่งมาก หลังจากเอนโซข้ามมิติมาและร่างกายเริ่มฟื้นตัว เขาก็ให้โอควินจัดหาหนังสือจำนวนมากมาให้ เพื่อให้ชิปสแกนและบันทึกข้อมูลเก็บไว้
"กำลังวิเคราะห์... วิเคราะห์เสร็จสิ้น" เสียงจักรกลดังขึ้นในหัว ตามมาด้วยภาพของวิถีหายใจอัศวินฉบับปรับปรุงที่ปรากฏขึ้นในความคิดของเอนโซ
'ชิป วิถีหายใจอัศวินที่ปรับปรุงแล้วเห็นผลเพิ่มขึ้นเท่าไหร่?' เอนโซพบว่าวิถีหายใจอัศวินที่ชิปปรับปรุงให้นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถามในใจ
"จากการวิเคราะห์และปรับปรุงโดยชิป ประสิทธิภาพของวิถีหายใจอัศวินเพิ่มขึ้น 0.8%" ชิปตอบกลับ
'แค่เนี่ยนะ?' เอนโซตกใจ 'ผลของวิถีหายใจอัศวินหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้นได้เพียงเท่านี้เองหรือ?'
"วิถีหายใจอัศวินที่โฮสต์จัดหามามีลักษณะพิเศษ จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ชิปยังไม่สามารถปรับปรุงให้เข้าสู่สถานะสมบูรณ์แบบได้ แนะนำให้โฮสต์ฝึกฝนวิถีหายใจอัศวินเวอร์ชันใหม่จนชำนาญ แล้วจึงทำการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงอีกครั้ง"
เมื่อชิปให้คำตอบ เอนโซก็เข้าใจได้ทันที
วิถีหายใจอัศวินเป็นผลผลิตของโลกใบนี้ แม้ฟังก์ชันวิเคราะห์ของชิปจะช่วยปรับปรุงมันได้ แต่ก่อนที่จะทำความเข้าใจคุณลักษณะของมันอย่างถ่องแท้ ก็ไม่อาจปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบได้ มีเพียงเขาต้องฝึกฝนซ้ำๆ ชิปจึงจะสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไขต่อไปได้
'ดูเหมือนต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปสินะ' เอนโซถอนหายใจในใจแล้วตั้งใจฝึกฝนต่อไป
หลังจากโคจรวิถีหายใจอัศวินไปสามรอบ ชิปก็เริ่มเข้าใจคุณลักษณะของวิถีหายใจอัศวินตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเอนโซ จากนั้นจึงเริ่มวิเคราะห์ต่อ ไม่นานนักก็ปรับปรุงวิถีหายใจอัศวินเป็นเวอร์ชันที่สาม ซึ่งครั้งนี้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 1.1% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันแรกเริ่ม
เวลาผ่านไปสองชั่วโมงของการฝึกซ้อม เอนโซรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า และวิถีหายใจอัศวินก็ถูกชิปปรับปรุงไปถึงเวอร์ชันที่ห้าแล้ว โดยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 1.6%
"พอแล้วล่ะ พักสักหน่อยเถิด" ไทโรนที่ยืนไพล่มืออยู่จู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น
ตอนนี้เอนโซเหงื่อท่วมตัว พละกำลังเริ่มหมดลงอย่างเห็นได้ชัด ไทโรนมองออกว่าขีดจำกัดอยู่ตรงไหน หากเอนโซยังฝืนฝึกต่อไปในสภาพนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เขาจึงประกาศให้พัก พร้อมกับยื่นเลือดหมาป่าเงินที่โอควินทิ้งไว้ให้มาให้
"ดื่มเสียสิ แต่อย่าดื่มมากเกินไป" สีหน้าของไทโรนยังคงเรียบเฉย ทว่าในแววตากลับสั่นไหวด้วยความประหลาดใจ
จากความเข้าใจที่เขามีต่อเอนโซในอดีต ไทโรนรู้ซึ้งถึงนิสัยของอีกฝ่ายดีว่าเย่อหยิ่งแต่กลับเกียจคร้านและขี้ขลาด จะบอกว่าเป็นพวกโคลนตมที่ฉาบผนังไม่ติดก็ไม่เกินไปนัก ปกติเวลาฝึกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มักจะร้องโอดครวญว่าเหนื่อยและหาข้ออ้างสารพัดเพื่ออู้งาน ทว่าวันนี้เขากลับฝึกได้นานถึงสองชั่วโมงเต็มและเค้นร่างกายตัวเองจนถึงขีดจำกัด
'บางทีการผ่านพ้นความเป็นความตายมาครั้งหนึ่ง อาจทำให้เขาเติบโตขึ้นบ้างล่ะมั้ง' ไทโรนคิดในใจพลางพยักหน้าเล็กน้อย
(จบแล้ว)