เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 กระดิ่งทอง

ตอนที่ 51 กระดิ่งทอง

ตอนที่ 51 กระดิ่งทอง


โคเถื่อนเงากล้าเกินตัวจริงๆ และเริ่มจู่โจมหัวราชสีห์เพลิง นางใช้ไหล่ ศีรษะ แขนทุบหัวราชสีห์เพลิง 'เย่ว์หยาง'แบ่งจิตสำนึกไปควบคุมนาง เพิ่มสัญชาตญาณจู่โจมของนาง ทำให้นางเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติขึ้น

การระดมโจมตีหัวราชสีห์เพลิงต่อเนื่องเป็นพายุสลาตัน จนกระทั่งมันแทบทนไม่ได้  น่าเสียดายที่นางไม่สามารถเชื่อมโยงความคิดของเย่ว์หยางที่จะใช้ชั้นเชิงในการสู้ได้

พอถึงจุดนี้ นางไม่มีพลังสนับสนุน 100 เท่าจากเงาปีศาจยักษ์ จนทำให้พลังสังหารของนางมีขีดจำกัด ไม่แต่เพียงแค่นั้น พลังแท้จริงของนางจะมากกว่าสัตว์อสูรระดับ 3 ชั้นทองแดงอยู่มาก แต่เมื่อเทียบกับจ้าวสัตว์อสูร ระดับ  6 ชั้นทอง ก็ยังคงมีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง

ขณะที่หัวราชสีห์เพลิงกัดตอบโต้  ร่างของนางจึงได้รับบาดเจ็บหนัก สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางปวดหัวที่สุดก็คือโคเถื่อนเงาไม่รู้สึกเจ็บปวดและไม่รู้จักหลบเลี่ยง  นางจะสู้จนกว่าแรงจะหมด  ในไม่ช้านางก็ถูกกัดอย่างหนัก แผลขนาดใหญ่เห็นได้ชัดบนตัวนาง ไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว

ตอนนั้น  นางยังคงเป็นสัตว์มีชีวิตครึ่งหนึ่ง และเป็นสัตว์อสูรอัญเชิญที่แตกต่างจากอสูรธรรมดา ตราบใดที่พลังโคเงายังไม่หมด  แม้ว่าร่างที่สร้างมาจากกระทิงเถื่อนจะถูกทำลายสิ้นเชิง  นางก็ยังสามารถต่อสู้ได้ไม่มีหยุด  'เย่ว์หยาง'รู้ว่านางขาดการเสริมพลังจากเงาปีศาจยักษ์  มีพลังไม่พอที่จะรับมือหัวราชสีห์เพลิงได้

แต่ยังคงมีโอกาสที่นางจะเรียก เนตรประหาร ออกมาใช้สู้ ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์โดยรอบได้ เนตรประหารอาจจะสามารถฆ่าหัวราชสีห์เพลิงนี้ได้ทันที

"ฮุยไท่หลาง เจ้าขี้ขลาด  ถ้าคืนนี้แกไม่อยากเป็นอาหารมือค่ำ เมนูสะโพกหมาป่าย่างของข้า  จงออกไปไล่งับก้นไคเมราเดี๋ยวนี้  ใช้กรงเล็บของแกตะกุยก้นมันให้ขาดเลย"”

พอ'เย่ว์หยาง'เห็น'ฮุยไท่หลาง'ไม่ยอมขยับเลย  ทำให้เขาโกรธมาก  มันกำลังชมอยู่ด้านข้างจริงๆ หรือ?

"อะฮู้ววว"”

ทันทีที่'ฮุยไท่หลาง'เห็น'เย่ว์หยาง'โกรธ มันตะลีตะลานวิ่งออกไป ใช้พลังทั้งหมดกัดเล็บเท้าหน้าของไคเมรา ซึ่งเป็นส่วนที่หนากว่าช้างเสียอีก มันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง แต่ก็พยายามมองเหมือนว่ามันชิงเป็นฝ่ายรุก

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะโกรธ  แต่เขาก็ไม่คิดจะทุบตีมันตอนนี้ ใจของเขาตอนนี้เพ่งอยู่กับการควบคุมโคเงาให้เชื่อมจิตกับเขาได้โดยตรง โดยพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหลบการจู่โจมที่หนักหน่วงของหัวราชสีห์เพลิง

ถ้าโคเงาสู้โดยตรงไม่มีการควบคุมไว้ เป็นที่คาดกันว่านางคงถูกศัตรูกัดจนเหลือเนื้อไม่กี่ชิ้นภายใน 3 นาที หลังจาก'เสี่ยวเหวินหลี'แช่แข็งหัวมังกรได้แล้ว  เธอก็ไม่ขยับไปช่วยต่อสู้

แต่กลับหลับตารวบรวมพลังภายในอยู่เงียบๆ 'เย่ว์หยาง'คาดว่านางกำลังเตรียมคัมภีร์อัญเชิญของนางหรือไม่ก็เคลื่อนไหวครั้งสุดท้าย เขาไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อเธอ จึงพยายามอย่างดีที่สุดปล่อยให้เธอรวบรวมสมาธิอย่างเงียบงันโดยอิสระ ปีศาจอสรพิษ'เสี่ยวเหวินหลี'ยังสร้างความประหลาดใจให้เขาได้ต่อไป

ใครจะรู้ว่าต่อไปเธอจะเคลื่อนไหวน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน? ตอนนี้ 'เย่ว์หยาง'ชื่นชมยินดีอยู่ภายในใจ และไม่คิดเลยว่าวิกฤติจะมาถึงเร็วกว่าหมาป่า  เจ้าเล่ห์กว่าสุนัขจิ้งจอก เงาสีดำพุ่งเข้ามาใกล้อย่างเงียบงัน

เมื่อ'เย่ว์หยาง'สังเกตได้ในที่สุด  เงาสีดำยาวนี้ ก็เริ่มพุ่งเข้าหาเสี่ยวเหวินหลีอย่างอย่างบ้าคลั่ง

"ซวยแล้ว?"”

'เย่ว์หยาง'ตื่นตระหนกอยู่ในใจ เขาน่าจะยกแขนได้แล้วสร้างกำแพงปราณก่อกำเนิดกระบี่ไร้ลักษณ์ป้องกันไว้ แต่ เขาลืมไปว่า เขาไม่สามารถโจมตีและป้องกันเธอได้ทันเวลาแล้วยังสูญเสียโอกาสโต้ตอบที่ดีที่สุดไปด้วย

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่อันตรายนี้  'ฮุยไท่หลาง'ก็ปรากฏตัวขึ้น มันออกมาจากตำแหน่งที่ไม่ทราบชัดแล้วเข้าไปขวางหน้า'เสี่ยวเหวินหลี'ป้องกันเงานั้นไว้ เจ้าหมาป่านั้นปกติจะดื้อและขี้ขลาดกลับเสียสละกระโจนเข้ามาขวางเงาดำลึกลับขนาดยักษ์นั้นไว้

ก่อนที่มันจะสามารถกัดศัตรูได้ทันที  เงาดำนั้นก็อ้าปากและกลืนฮุยไท่หลางลงท้องของมันทันที

"คุณพระช่วย, ฮุยไท่หลางเสร็จมันแล้ว.."”

'เย่ว์หยาง'เห็นมันได้ชัดแล้ว ที่แท้ก็คืองูขนาดยักษ์นั่นเอง ความจริง ไคเมรา 3 หัวไม่ได้มีเพียง 3 หัว แต่ยังคงมีหางเป็นงูขนาดยักษ์ใหญ่กว่างูที่ใหญ่ที่สุดในโลกปกติหลายเท่า มนุษย์ที่โตเต็มที่บางทียังโอบรอบมันไม่ได้เลย

แม้แต่'ฮุยไท่หลาง'ก็ใหญ่ไม่พอติดซอกฟันของมันด้วยซ้ำ 'เย่ว์หยาง'ไม่สามารถทำอะไรได้ และคงทำได้เพียงสั่งโคเงาที่เต็มไปด้วยบาดแผลให้รีบเร่งและหวังว่าความแข็งแกร่งของนางจะช่วยหยุดเจ้างูยักษ์ปีศาจได้

ถ้า'เสี่ยวเหวินหลี'ขัดจังหวะมันได้  อาจเป็นไปได้ที่จะช่วย'ฮุยไท่หลาง'ที่เพิ่งจะถูกกลืนลงไป โคเงาตวาดออกไป  แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของงูยักษ์ไวกว่า

ตัวของงูเคลื่อนไหวได้เร็วและรัดนางเอาไว้แน่น  จนเกิดเสียงลั่นบนตัวนาง ถ้าเป็นสัตว์อสูรธรรมดาโดนรัดแบบนี้ บางทีการรัดแบบนี้สามารถฆ่าเหยื่อได้ โชคดีที่โคเงามีแค่เพียงครึ่งชีวิต  แม้ว่าร่างกายจะถูกรัดจนดูผิดรูป  กระดูกกำลังแตก นางก็ยังตอบโต้ได้โดยไม่กังวล

'เย่ว์หยาง'เห็นได้ว่าจมูกและปากของโคเงา เหมือนกับการจู่โจมครั้งก่อนของกระทิงเถื่อนทองแดงตัวเก่า  แสงดุจเปลวเพลิงเริ่มปรากฏ  ในดวงตามีแสงสีแดงเรืองออกมา ขณะที่เย่ว์หยางคาดการณ์

ในที่สุดพลังที่เหมาะสมก็ถูกปลดปล่อยไปถึงศัตรู เนตรประหารก็ถูกเรียกมาใช้จนได้ งูยักษ์ที่รัดร่างของโคเงาแน่นร้องออกมาอย่างเจ็บปวดแล้วหล่นลงบนพื้น ไม่มีพลังเหลือ ตัวของมันกระตุกไม่หยุด เย่ว์หยางเบิ่งตาค้างอย่างตกใจ  เกิดอะไรขึ้น? งูนี่ตายสนิทหรือยัง? ดูเหมือนว่ามันแค่ทุกข์ทรมานเกือบตาย แต่ก็ยังไม่ตายทันที

เป็นไปได้ว่าสัตว์อสูรที่ทรงอำนาจ มีระดับพลังที่เหนือกว่า 2 - 3 ชั้น จะต้านทานเนตรประหารได้หรือเปล่า? หรือเป็นทักษะตามธรรมชาติที่จ้าวสัตว์อสูรทองจะต้านทานเนตรประหารได้?  'เย่ว์หยาง'ตกใจมากที่หลังจากหางงูขนาดยักษ์ตกไปบนพื้นมีอาการบาดเจ็บรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีหัวมังกรที่ถูกแช่แข็งอยู่  อีก 2 หัวไม่มีปฏิริยาเจ็บปวดใดๆ ให้เห็น เหมือนกับว่าพวกมันไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย หัวแกะสีขาวยังคงจ้องมอง'เย่ว์หยาง'ด้วยสายตาที่เรียบเฉย มันทำให้'เย่ว์หยาง'ไม่สบายใจอยู่ภายใน

มีบางอย่างผิดปกติ  หัวแกะขาวนี้มันเงียบเกินไป ในอีกด้านหนึ่ง หัวราชสีห์เพลิงคำรามและแยกเขี้ยวใส่โคเงา แม้เมื่องูยักษ์ของไคเมรา 3 หัวจะถูกปราบไปแล้ว มันก็ไม่มีผลต่อหัวอื่นๆ เลย  วิญญาณของมันต่างกันโดยสิ้นเชิง  แต่ละหัวมีหนึ่งวิญญาณงั้นหรือ? 'เย่ว์หยาง'ไม่เข้าใจเรื่องนี้ดี

ในเวลานั้น คัมภีร์อัญเชิญชั้นเพชรของ'เสี่ยวเหวินหลี'ถูกเรียกออกมา มันเปล่งประกายสีทอง พร้อมกับพลังแสงสีทอง ปีศาจที่น่ากลัวมีหัวเต็มไปด้วยงู ลำตัวเป็นมนุษย์ หางเป็นงูถูกเรียกออกมา มันถือคันธนูเงินและลูกศรสีทอง  พอมันปรากฏออกมาก็ยิงลูกศรดอกหนึ่งไปที่ตาซ้ายของหัวราชสีห์เพลิงทันที

หัวราชสีห์เพลิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  แล้วหันมาโจมตีมันทันที งูที่อยู่บนหัวปีศาจที่น่ากลัวเริ่มขยับและแสดงให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังงูพวกนั้น... หัวราชสีห์เพลิงเปลี่ยนเป็นหินทันทีจนถึงคอ มันกลายเป็นรูปปั้นหินขาวซีด แม้แต่ธนูทองที่ปักคาอยู่ในตามันก็กลายเป็นธนูหินไปด้วย

"เมดูซาศิลา โอ้โฮ..แข็งแกร่งมาก"”

'เย่ว์หยาง'ตื่นเต้นสุดขีด  'เสี่ยวเหวินหลี'ครอบครองอสูรผู้พิทักษ์ถึง 4 ตน และหนึ่งในนั้นก็คือ เมดูซาศิลานี้  'เสี่ยวเหวินหลี'ไม่เคยเรียกมันออกมาก่อน

เขาไม่คิดว่าเธอจะมีพลังภายในพอที่จะเรียก 1 ในพวกมันออกมาได้  แค่'เมดูซาศิลา'ก็พอทำให้สนามต่อสู้สะท้านสะเทือนไปหมดแล้ว  หัวราชสีห์เพลิงที่ทนต่อพายุหมัดของโคเงาได้อย่างไม่มีปัญหากับกลายเป็นหินทันทีเมื่อเมดูซาศิลาออกมา

จากนั้น'เมดูซาศิลา'พาดลูกศรและเล็งไปที่หัวแกะขาว เตรียมยิงธนูดอกที่ 2 แต่เสี่ยวเหวินหลีครางเบาๆ ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ เมื่อเย่ว์หยางรีบเข้ามาประคองเธอ

'เมดูซาศิลา'นั้นไม่สามารถยิงธนูลูกที่สองได้ทันเวลา ร่างจึงเปลี่ยนเป็นควันและแสงเข้าไปในคัมภีร์เพชร 'เสี่ยวเหวินหลี'ยังอยู่ในสถานะทารก

การอัญเชิญอสูรที่แข็งแกร่งอย่างเมดูซาศิลาต้องฝืนใช้กำลังมากเกินไป พอเห็นหน้า'เย่ว์หยาง'เต็มไปด้วยความกังวล  'เสี่ยวเหวินหลี'ลืมตาโตของเธอคล้ายกับจะพูด

แม้จะไม่มีคำพูดออกมา แต่รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏบนใบหน้าน้อยๆ ของเธอ เธอเลื่อนลงจากอ้อมแขนของเขาและตรงไปที่งูยักษ์ที่นอนอยู่บนพื้น จากนั้นตวัดดาบยะเยือกตัดร่างของงู โคเงาใช้เวลาอยู่นานในที่สุดก็พบร่างที่ตายของ'ฮุยไท่หลาง' ที่เต็มไปด้วยกรด

"เฮ้อ.. แกยังไม่ถูกฆ่านะ  ข้ารู้ว่าหมาป่าพันธุ์แมลงสาบอย่างแกไม่ตายง่ายๆ หรอก"”

พอเห็น'ฮุยไท่หลาง'ปลอดภัย  ภายนอก'เย่ว์หยาง'ทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจมัน แต่ความจริงในใจเขาดีใจอย่างที่สุด  แม้ว่า'ฮุยไท่หลาง'จะเป็นเจ้าขยะที่ชอบรังแกสัตว์อ่อนแอ กลัวสัตว์แข็งแรงกว่า แล้วยังกลัวตาย แต่มันก็ยังเชื่องและทำตามคำสั่งของเขา

มันเป็นสัตว์อารมณ์ดี ไม่ว่ามันจะโดนไล่เตะมากแค่ไหน มันก็ยังรักษาภาพพจน์บริวารผู้ซื่อสัตย์ได้เป็นอย่างดี  ในฐานะสัตว์ที่ไม่ได้ทำสัญญาสามารถทำอะไรได้ขนาดนี้นับว่าไม่เลว

ถ้ามันเป็นสัตว์อสูรชนิดอื่น ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้ทำสัญญา  บางทีพวกมันอาจหลบหนีหายเมื่อเห็นจ้าวสัตว์อสูรทองอย่างไคเมรา 3 หัวนี้

อย่างไรก็ตาม 'ฮุยไท่หลาง'มันยังลุยสู้และเสี่ยงตายช่วยเสี่ยวเหวินหลี เพราะเหตุนี้'เย่ว์หยาง'จึงต้องมองมันใหม่

"แบร่... แบร่..แบร่.."”

อยู่ๆ หัวแกะก็ร้องออกมาทันที

“…”

บางอย่างไม่ค่อยถูกต้อง  'เย่ว์หยาง'มีลางสังหรณ์ถึงอันตรายเกี่ยวกับหัวแกะขาวนี้  พอเห็นมันเริ่มเคลื่อนไหว  เขารีบคว้าตัว'เสี่ยวเหวินหลี' โคเงาที่บาดเจ็บหนักวางร่างเหมือนตายของ'ฮุยไท่หลาง'บนหลังนางแล้วตามมาอยู่ใกล้ๆ

ข้างหลัง'เย่ว์หยาง' ลำแสงสีขาวนวลถูกยิงออกมาจากปากของหัวแกะขาว ฉายไปที่หางงูที่ขาดสองท่อน ขณะที่'เย่ว์หยาง'จ้องมองอย่างตะลึง หางงูที่ถูกตัดก็มีหัวงอกขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วและมันกลายเป็น 2 ตัว ขณะที่แสงฉายไปรอบๆ นั้น

หัวราชสีห์เพลิงที่กลายเป็นหินและหัวมังกรที่ถูกแช่แข็งก็เริ่มคลายตัวออก  บาดแผลที่เกิดเพราะ'เสี่ยวเหวินหลี'และโคเงาสมานตัวอย่างรวดเร็ว

'เย่ว์หยาง'มองอย่างหมดเรี่ยวแรง หลังจากลำบากต่อสู้มาตลอดจนไคเมราปางตาย พอฉายแสงทีเดียวมันก็ฟื้นคืนสภาพทันที   สัตว์ประหลาดผิดปกติอย่างนี้ ใครจะเอาชนะมันได้เล่า?

ขณะที่'เย่ว์หยาง'สาปแช่งคนสร้างหอทงเทียน ฟ้าผู้สร้างสรรเกม บิดเบือนและไม่ยุติธรรม  เตรียมประท้วงอย่างรุนแรงที่สุด  ไคเมรา 3 หัวก็สยายปีกยักษ์จนดูเหมือนจะคลุมทั้งท้องฟ้า

ด้วยการกระพือปีกครั้งเดียวก็ทำให้เกิดพายุรุนแรง ชั่วพริบตาเดียวก็ทะยานบินหายไปในอากาศโดยไม่ทิ้งร่องรอย ในห้องโถง มีเพียงหัวงูและของที่เป็นทองทิ้งอยู่

วัตถุทองนั้นก็คือกระดิ่งทองที่เดิมทีแขวนอยู่ที่คอของแกะขาว อะไร, หมายความว่ายังไง? เป็นไปได้ว่านี่คือเครื่องมือที่ทิ้งไว้หลังจากเอาชนะปีศาจได้หรือ?  แต่จ้าวสัตว์อสูรไม่ได้ถูกฆ่านี่  ยังมีรางวัลให้ทั้งที่ตัวหัวหน้าไม่ถูกฆ่าด้วยหรือ?  กระดิ่งทองคือสมบัติแบบไหนกันแน่?

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=51

จบบทที่ ตอนที่ 51 กระดิ่งทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว