เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 คทาแห่งความเงียบ

ตอนที่ 50 คทาแห่งความเงียบ

ตอนที่ 50 คทาแห่งความเงียบ


บนผนังของห้อง มีคทาแห่งความเงียบ 3 ด้านแขวนเรียงกัน  แต่ละด้ามจะมีแถวอักขระแยกออกจากกัน อักษรทั้ง 3 บรรทัดเหล่านี้คือคำใบ้ถึงคำตอบปริศนา  เย่ว์หยางจำเป็นต้องหาคำตอบที่ถูกต้อง

แต่ถ้าเขาตอบไม่ถูก  กลไกกับดักจะเริ่มทำงาน พอเห็นว่าเวลาที่โล่ห์ป้องกันทุกอย่างเหลือน้อยลงไปทุกที  เขาก็ยิ่งร้อนใจ  อย่างไรก็ตาม นี่คือกฎของหอทงเทียน

ทุกคนถูกทดสอบด้วยวิธีนี้  ไม่มีตัวเลือกอื่น  แน่นอน พวกเขาคงวางมือเรื่องคทาแห่งความเงียบแล้วหันไปสู้กับไคเมรา 3 หัว แต่นั่นดูเหมือนจะยากยิ่งกว่า

"ไม่ใช่เกมปริศนาหรือ?  เราก็เล่นเกมเหล่านี้มาเยอะแล้ว  อย่าบอกข้านะว่าหัวข้ออย่าง ปริศนาเจ้าชายน้อยมีไว้แค่แสดง?"”

'เย่ว์หยาง'ปลอบใจตัวเอง เขาดูที่ประโยคซ้ายมือและอ่าน

"ข้าคือไม้ตีแมลงวัน  แมลงวันตัวหนึ่ง เมื่อไรก็ตามที่ข้าเห็นมันบินตอม ข้าก็ตีมันจนตาย ไม้ตีแมลงวันเหรอ? ไม้ตีแมลงวันนี้สามารถตีไคเมรา 3 หัวให้ตายได้หรือ?"”

'เย่ว์หยาง'เริ่มมีเหงื่อกาฬไหล  เขารู้สึกว่า มันเหมือนกับว่าไคเมรา 3 หัวจะหวดเขาตายแทนเสียมากกว่า ประโยคกลางบอกไว้ว่า

"ข้าคือผู้นำที่น่าเกรงขาม  ที่ใดก็ตามที่ข้าไปปรากฏจะกลายเป็นเงียบกันทั้งห้อง ข้าเป็นเพียงคนเดียวที่พูด  ไม่มีใครกล้าคุยต่อหน้าข้า  ไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ก็ไม่มีใครพูดได้"”

พอเห็นอย่างนี้ 'เย่ว์หยาง'สาปแช่งในใจ ประโยคด้านขวาแตกต่างสิ้นเชิงกับ 2 ประโยคก่อนหน้านั้น ไม่มีคำใบ้ที่โดดเด่นใดๆ  แต่น้ำหนักข้อความเป็นไปในเชิงซ่อนความขมขื่นและเห็นอกเห็นใจ  มันเหมือนกับอาการคร่ำครวญของสตรีที่เป็นม่ายมานานหลายปี

"หัวใจข้าต้องการบอกเจ้า  ตาข้าก็ต้องการบอกเจ้า กายทั้งหมดของข้าก็ต้องการบอกเจ้า  แต่เจ้าไม่เข้าใจ"

"ป้าฉงเหยา! ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าท่านยังอุตส่าห์มีแฟนๆ นักออกแบบชั้นเทพมาออกแบบเกมในหอทงเทียนด้วย"”

'เย่ว์หยาง'อดชื่นชมไม่ได้ เขาสามารถเลือกได้ 1 ข้อจากทั้ง 3  เขาจะเลือกข้อไหนดี? 'เย่ว์หยาง'ขมวดคิ้ว  เขารู้สึกว่าทั้ง 3 ข้อมีความเป็นไปได้น้อยที่จะถูกต้อง

แต่คำใบ้ทั้งหมดดูไม่เหมือนว่าจะเป็นคำตอบแต่อย่างหนึ่งอย่างใด ไม้ตีแมลงวัน?  ท่านผู้นำ?  หรือแม่ม่าย? เวลาผ่านไปจากวินาทีเป็นนาที  ตัวเลือกไม่ง่ายเลย

แม้ว่าเขาจะพบคทาแห่งความเงียบของจริงได้ในที่สุด ถ้าเวลาสำหรับโล่ห์ป้องกันทุกอย่างถึงขีดจำกัด   เขาจะไม่มีเครื่องป้องกันเอาไว้ปกป้อง และสถานการณ์จะแย่ยิ่งขึ้นไปอีก

'เย่ว์หยาง'เตรียมสุ่มเลือกมา 1 คำตอบ เช่นไม้ตีแมลงวันที่ก้าวร้าวมาก บางทีมันอาจกลายคทาเงียบขี้โม้ก็ได้ 'เย่ว์หยาง' กระโดดขึ้นไปหยิบไม้ตีแมลงวัน

เพียงแค่นั้น เขาเห็น'ฮุยไท่หลาง'ถูกทาคินขวิดทันที ส่งผลให้มันปลิวไปกระแทกกับผนังอย่างแรง 'เย่ว์หยาง'เหลือบมองอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ทันใดนั้นเขาพบว่ามีคันโยกควบคุมกลไกกับดักรอบๆ ผนังได้เผยให้เขาเห็น มันแปลก เขาร่อนไปข้างหน้าด้วยความสูงและตรงไปที่คันโยกควบคุมในด้านตะวันออก คำว่า ไม้ ถูกแกะสลักไว้ด้านใน และกลไกด้านทิศใต้ก็คือ ไฟ

'เย่ว์หยาง' เขารีบมองไปทางด้านตะวันออก  ซึ่งมีคำว่า ดิน อยู่บนนั้น  ทางด้านเหนือมีคำว่า น้ำ รวมเป็น 5 ธาตุ ขาดอยู่เพียง 1 ก็คือ โลหะ นี่ทำให้ใจของเขาเต้นแรง เป็นไปได้ว่า คันโยก โลหะ อยู่ที่ไหนกัน? ไม่มีคันโยกยาวอื่นบนเพดาน บนพื้นดิน

ยามนั้น 'เย่ว์หยาง'ก็ตระหนักได้ทันทีว่า เขาช่างโง่จริงๆ เขาวิ่งไปที่ทางเข้าห้องด้านข้าง  และหยุดหน้ารูปปั้นปีศาจหัวแกะขนาดใหญ่ 2 ตัว มีหอกอยู่ในมือของรูปปั้นที่เฝ้าประตูแต่ละตน มีคำสลักบนหอกข้างซ้ายว่า

"ข้าเป็นใบ้..."”

สลักบนหอกด้านขวาว่า

"ข้าคือโลหะ"”

'เย่ว์หยาง'เอื้อมมือออกไปจับหอกด้านขวาแล้วร้องออกมาว่า

"เจ้านั่นเอง"”

ในขณะเดียวกัน โล่ห์ที่ป้องกันได้ทุกอย่างของ'เย่ว์หยาง'เริ่มกระพริบ ปล่อยวางอย่างอื่นทุกอย่าง 'เย่ว์หยาง'คว้าหอกที่มองไว้แต่แรกแล้ววิ่งออกไป

เวลาของเขาตอนนี้เหลืออย่างจำกัด เขามีทางเลือก 2 ทาง คือ 1 รีบจากไปขณะที่ยังมีโล่ห์ป้องกันได้ทุกอย่าง  หรืออีกทางคือ มุ่งไปเผชิญหน้ากับไคเมรา 3 หัว เย่ว์หยางกัดฟันและเพ่งดูทางออก  ไม่..เขาคงไม่จากไป ถ้าเขาจากไป มันก็เหมือนกับสู้แพ้ และเขาจะไม่ได้อะไรจากมัน

ถ้าเขาอยู่เผชิญหน้ากับไคเมรา  เกราะป้องกันทุกอย่างของเขาจะหายไป  อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเอาคทาแห่งความเงียบมาได้  ไม่ว่ากรณีใด อย่างน้อยเขาก็ได้สมบัติ เขาจะไม่ลองดูได้อย่างไร?

ปัจจุบัน 'เย่ว์หยาง'มีประสบการณ์มากกับความเครียดอย่างที่อุลตราแมนได้เผชิญมา  จากภายนอก ดูเหมือนอุลตราแมนใช้เวลาทุกวันคลุกคลีกับสาวๆ พูดคุยเรื่องความรักและสู้กับสัตว์ประหลาดตัวเล็กตัวน้อย

อย่างไรก็ตาม เขามีพลังความสามารถมากที่สุดเพียง 3 นาทีสุดท้ายก่อนที่พลังและความแข็งแกร่งจะหมดไปจากตัว  นี่เองทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย และมีปกติเก็บตัวไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นๆ เขาได้ทำแบบนี้มานานมาก ถ้าอุลตราแมนสามารถทนได้ 3 ชั่วโมง

อย่างนั้นเขาจะเป็นที่หวั่นเกรงสัตว์ประหลาดน้อยได้อย่างไรกัน เขามีเวลานานพอที่จะไปนอนได้ ไม่ต้องสู้ แล้วค่อยระเบิดสัตว์ประหลาดตัวเล็กตัวน้อยให้เป็นจุลแล้วฆ่ามันทั้งหมด

ในทำนองเดียวกัน  ถ้าโล่ห์ทองป้องกันได้ทุกอย่างของเขาใช้ได้ถึง 10 ชั่วโมงแทนที่จะเป็น 10 นาที อย่างนั้น'เย่ว์หยาง'คงไม่ต้องรีบร้อนรวบรวมคทาแห่งความเงียบและอักขระบอด

นอกจากนี้ เขายังมีเวลาดื่มชาได้สักถ้วย กินอาหารสักมื้อและแม้แต่หลับสักงีบก่อนจะสู้กับไคเมรา 3 หัวโดยไม่ต้องเร่งรีบ ปัญหาก็คือ โล่ห์ที่ป้องกันได้ทุกอย่าง ตอนนี้เหลือเพียง 1 นาทีสุดท้าย

'เย่ว์หยาง'แทบจะบ้าถึงขนาดอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้พ้นเรื่องยุ่งยากให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมมันจึงเป็นว่า เขาไม่สามารถสู้ได้ทันทีที่โล่ห์หายไปล่ะ? ช่วงเวลาที่เขาไปถึงทางออกและทางเข้าห้องด้านขวา โล่ห์ของเขาก็หายไปแล้ว  'เย่ว์หยาง'ยิ้ม แม้ไม่มีโล่ห์ เขาก็จะมีส่วนร่วมต่อสู้ด้วย

อย่างไรก็ตาม  เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากยกมือขึ้น  ร่างของเขาถูกผนึกไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น  พลังของเขาไม่ได้ลดลง เพียงแต่ปล่อยออกมาไม่ได้

ดังนั้นเขาจึงโจมตีไม่ได้  'เย่ว์หยาง'อยากจะเหวี่ยงหมัดออกไปโจมตี แต่เขาพบว่าไม่สามารถขยับหมัดได้เลย  เหมือนกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นดึงแขนเขาไว้ กฎระบุไว้ว่า ที่แดนดาว วิหารราศีเมษ นักสู้ใดๆ ผู้สูญเสียโล่ห์ที่ป้องกันได้ทุกอย่างสามารถใช้พลังป้องกันตัวเองได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถโจมตีได้ มีเพียงสัตว์อสูรที่สามารถโจมตีและมีส่วนร่วมในการต่อสู้ได้

"ตายเป็นตาย"”

'เย่ว์หยาง'คงไม่ใส่ใจจะไปค้นหาอักขระบอดเนื่องจากหอกอย่างคทาแห่งความเงียบในมือของเขา ยังคงมีเวลาจำกัด 'เย่ว์หยาง'เหินขึ้นไปและจากนั้นพุ่งหอกลงมาที่พื้น

ทันใดนั้น หอกเปล่งแสงสีขาววาบหนึ่ง และในชั่วพริบตา  ทั้งเวทีก็สว่างไปด้วยแสงไฟสดใสราวกับเป็นตอนกลางวัน ในที่สุด คลื่นกระแทกก็แผ่กระจายเป็นวงกลมออกไป หัวมังกรของไคเมรา 3 หัวอ้าปากของมันออก

แต่ไม่สามารถพ่นกรดสีเขียวออกมาได้ กรดสำรองจำนวนมากล้นออกจากปากของมัน หยดลงบนพื้น  แต่หัวมันไม่สามารถยิงมาที่เย่ว์หยางได้ หัวมังกรคงส่ายไปมา

มันดูเหมือนมีอะไรมัดปากมันไว้ และตอนนี้มันพยายามดิ้นรนจากอาการปากค้างของมัน  แต่แม้จะดิ้นรนขนาดไหน  มันก็ไม่สามารถหลบหนีสถานการณ์นี้ได้

'เย่ว์หยาง'ยินดีอยู่ในใจ  หอกนี้คือคทาแห่งความเงียบแน่ๆ แสงรัศมีสีขาวถูกปล่อยออกมาเป็นคลื่นล้อมรอยคทาแห่งความเงียบ 'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าเวลาที่จำกัดมากที่สุดมีเพียง 10 นาที  กล่าวอีกนัยหนึ่ง

ถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะไคเมรา 3 หัวได้ภายใน 10 นาที  เขาจะตกอยู่ในอันตราย  'ฮุยไท่หลาง'มีเวลานานตั้งแต่มันออกมา  แต่มันไม่กล้าพุ่งเข้าโจมตีไคเมรา  มันเข้าไปหลบในที่ไหนสักแห่งระยะห่าง  พลางคำรามเสียงต่ำใส่ไคเมราตลอดเวลา

โคเงาเข้าโจมตีอย่างไม่เกรงกลัว หัวราชสีห์เพลิงของไคเมรา 3 หัว ที่อยู่ตรงกลางพ่นเปลวไฟใส่โคเงา  อย่างไรก็ตาม  โคเงาไม่รู้จักหลบเลี่ยง  นางกลับวิ่งเข้าใส่โดยตรงแทน นางกระโดดขึ้นไปเหนืออากาศแล้วกำหมัดแล้วทุบไปที่จมูกของราชสีห์ไฟอย่างแรง

หัวราชสีห์ไฟ คำรามออกมาด้วยความโกรธและเจ็บปวด เงายักษ์ที่คอยสนับสนุนเพิ่มพลังให้ 100 เท่าได้หายไปแล้ว เพราะข้อจำกัดเวลา

มิฉะนั้นแล้ว หัวราชสีห์เพลิงคงทรมานมากบาดเจ็บมากหลังจากโดนโคเงาโจมตี มังกรไม่สามารถพ่นกรดได้อีกต่อไป   มันหันมาช่วยโจมตีทันที พยายามกัดโคเงา อย่างไรก็ตาม  มันยังไม่ตระหนักว่า'เย่ว์หยาง'กำลังรอช่วงเวลานั้น

ทันทีที่มันเปลี่ยนเป้าหมาย เสี่ยวเหวินหลีเข้าใจความคิดของเขา  ท่ามกลางแสงสว่างที่กระจายออกและกลิ่นหอมอบอวล  เธอเปลี่ยนรูปแล้วบินขึ้นไปในอากาศเหมือนสายรุ้ง มือทั้งสองของเธอถือดาบเยือกแข็งคู่หนึ่ง เธอใช้มันฟันลงไปที่คอยาวของหัวมังกร ก่อให้เกิดแผลสายหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม อากาศเยือกแข็งรอบๆ มีดก็ระเบิดออก ทำให้อากาศในเวทีสู้เต็มไปด้วยหิมะ  ผนึกแช่แข็งทำได้สำเร็จแล้ว  หัวมังกรเคลื่อนไหวช้าลง และการกัดของมันก็ค่อยๆ ลดลงด้วยเช่นกัน

ก่อนที่มันจะสามารถกัดโคเงาได้  หัวของมันทั้งหมดก็ถูกน้ำแข็งผนึกไว้และกลายเป็นตุ๊กตาน้ำแข็ง ดาบยะเยือกคู่นี้มีพลังที่น่ากลัว แม้แต่จ้าวปีศาจ'ฮาซิน' ก็ยังไม่สามารถป้องกันแขนของมันจากการแช่แข็งได้จนเคลื่อนไหวช้าเหมือนทากคลาน

ป่วยการจะพูดถึงไคเมรา 3 หัวชั้นทอง ระดับ 6 'เย่ว์หยาง'ตื่นเต้นมากที่เห็นการโจมตีของ'เสี่ยวเหวินหลี' ตามที่คาดไว้ ที่ถูกแล้วควรเรียกนางว่าอสูรเด็กระดับเพชร นางสุดยอดจริงๆ

แม้ว่านางจะยังคงอยู่ในสถานะเด็กอ่อนแค่ระดับ 1  นางก็สามารถผนึกหัวของไคเมรา 3 หัว ชั้นทอง ระดับ 6 ได้ ในการจู่โจมครั้งเดียว  มันน่าจะดีกว่ามองหาอักขระบอดในห้องด้านขวา

'เย่ว์หยาง'เพ่งไปที่หัวแกะด้านซ้าย แม้ว่ามันจะไม่พยายามโจมตีก็ตาม อย่างไรก็ตาม  'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าหัวแกะนี้ที่ไม่มีท่าทีคุกคามจะมีพลังมากที่สุดและมีลักษณะน่ากลัวที่สุด  หากปราศจากอักขระใบ้ควบคุมหัวแกะ  การต่อสู้นี้จะจบลงอย่างไร?

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=50

จบบทที่ ตอนที่ 50 คทาแห่งความเงียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว