เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

41-42

41-42

41-42


ตอนที่ 41 จุดสูงสุดแห่งว่าที่จักรพรรดิ

ความปั่นป่วนวุ่นวายและพายุโลหิตที่สาดกระเซ็นอยู่โลกภายนอก จางม่อหาได้รับรู้ไม่ และเขาก็คร้านที่จะใส่ใจด้วยซ้ำ

ในยามนี้ เขากำลังนอนเอนกายอย่างสุขสบายอยู่บนโซฟาในห้องพักหลังเวที ดวงตาจับจ้องไปยังหน้าต่างหน้าจอการลงทุนลิขิตสวรรค์ แต้มโชคชะตาที่กำลังพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งเพราะโองการของว่าที่จักรพรรดิเทียนจี ทำให้เขาฉีกยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง

"ใช้ได้เลยนี่ เสวียนจีจื่อผู้นี้ทำงานเก่งเอาเรื่องแฮะ"

จางม่อมองดูด้วยความเบิกบานใจ

เขาพบว่าการลงมือกระทำในครั้งนี้ของตนช่างคุ้มค่ายิ่งนัก ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวโดยแท้

ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จในการครอบงำดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเสื่อมถอยและได้สายลับระดับว่าที่จักรพรรดิมาครอบครองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับงานประมูลครั้งที่สามไปในตัวอีกด้วย

และจุดที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาค้นพบว่าตราบใดที่เขากวนน้ำให้ขุ่น ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องสั่นสะเทือนเพราะการกระทำของเขา แต้มโชคชะตาก็จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ระบบนี่มันส่งเสริมให้ข้าเป็นบอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง คอยชักใยสร้างความบรรลัยชัดๆ" จางม่อลูบคางพลางหัวเราะหึๆ "แต่ก็นะ... หวานเจี๊ยบเลย ข้าชอบ"

เมื่อมองดูตัวเลขศูนย์ที่ต่อท้ายกันเป็นพรวนของแต้มโชคชะตาบนหน้าจอ ความทะเยอทะยานเล็กๆ ในใจของเขาก็เริ่มพองโตขึ้นจนยากจะควบคุม

"ระดับแกนทองคำยังอ่อนแอเกินไป หากวันใดวันหนึ่งระบบเกิดขัดข้องขึ้นมา หรือมีใครมองทะลุการปลอมแปลงของปราณเต๋าคุ้มกาย ข้ามิกลายเป็นหมูรอโดนเชือดหรอกหรือ?"

"ไม่ได้การ ความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหากคือของจริง!"

"ประจวบเหมาะพอดี ตอนนี้แต้มโชคชะตาก็มีมากพอแล้ว ถึงเวลาสัมผัสฟังก์ชันที่โกงที่สุดของระบบเสียที"

เขายืดตัวนั่งหลังตรง ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความคาดหวัง ก่อนจะออกคำสั่งกับระบบในห้วงความคิด

"ระบบ เปิดใช้งานช่วงเวลาหยั่งรู้มหาเต๋า!"

[ติ๊ง! โฮสต์ยืนยันเปิดใช้งานช่วงเวลาหยั่งรู้มหาเต๋า หักแต้มโชคชะตาหนึ่งแสนคะแนน]

[มิติหยั่งรู้กำลังจะเปิดออก อัตราการไหลของเวลาภายในเร็วกว่าภายนอกหนึ่งพันเท่า ภายนอกผ่านไปหนึ่งวัน ภายในจะผ่านไปหนึ่งพันปี โปรดเตรียมตัวให้พร้อม]

"มาเลย!" จางม่อสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น

ชั่วพริบตาต่อมา ภาพเบื้องหน้าก็พร่ามัว ทิวทัศน์รอบกายแปรเปลี่ยนไปในทันที

เขาไม่ได้อยู่ในห้องพักที่แสนสะดวกสบายอีกต่อไป ทว่ากลับมาโผล่ในห้วงมิติประหลาดอันไร้จุดสิ้นสุด ซึ่งก่อตัวขึ้นจากปราณแห่งความโกลาหลที่บริสุทธิ์ที่สุด

สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งกาลเวลา ไร้ซึ่งพื้นที่ ไร้ซึ่งทิศทางเหนือใต้ตวันออกตะวันตก มีเพียงกฎเกณฑ์แห่งมหาเต๋าอันเก่าแก่และเป็นต้นกำเนิดที่สุด ซึ่งไหลเวียนอ้อยอิ่งอยู่รอบกายราวกับสายน้ำที่สัมผัสได้จริง

จางม่อนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น

ในวินาทีที่เขาก้าวเข้าสู่ห้วงมิตินี้ กายาอันฝืนลิขิตสวรรค์ที่ผสานรวมเข้ากับกายาศักดิ์สิทธิ์มรรคาก่อกำเนิด ราวกับถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์!

เขาสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของตนถูกยกระดับขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดในเสี้ยววินาที ประหนึ่งผสานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมหาเต๋าแห่งจักรวาล

ทฤษฎีการบ่มเพาะอันลึกล้ำซับซ้อนที่เคยดูราวกับคัมภีร์สวรรค์อ่านยาก บัดนี้กลับกระจ่างแจ้งในห้วงความคิด ราวกับสมการหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองอย่างง่ายดาย

ไอพลังวิญญาณแห่งฟ้าดิน ไม่สิ ต้องเรียกว่าปราณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลซึ่งอยู่ในระดับที่สูงส่งกว่าไอพลังวิญญาณมากนัก พวกมันไม่จำเป็นต้องให้เขาชักนำด้วยซ้ำ กลับพุ่งทะลักเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง แย่งชิงกันหลั่งไหลเข้ามาประหนึ่งมวลน้ำป่าที่หาทางออกพบ!

"ตู้ม!"

เม็ดยาสีทองภายในร่างของเขา พองตัวขยายใหญ่สุดขีดในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะระเบิดออกเสียงดังสนั่น!

พลังเวทอันไร้ที่สิ้นสุดเริ่มผสานเข้ากับมหาเต๋าแห่งฟ้าดินภายในทะเลวิญญาณของเขา ก่อเกิดเป็นนิมิตอันลึกล้ำพิสดารนานัปการ

ระดับแกนทองคำขั้นสมบูรณ์!

ระดับผสานเต๋าขั้นที่หนึ่ง!

ระดับผสานเต๋าขั้นที่สอง!

หนทางแห่งการผสานเต๋าที่ผู้ฝึกตนภายนอกต้องใช้เวลาหลายร้อยหรืออาจถึงพันปีกว่าจะก้าวผ่าน สำหรับจางม่อแล้ว มันช่างง่ายดายราวกับการกินข้าวดื่มน้ำ

เพียงไม่กี่วันในห้วงเวลาภายในมิติ ระดับการบ่มเพาะของเขาก็ทะยานขึ้นอย่างดุดัน ทะลวงผ่านคอขวดของระดับผสานเต๋า ก้าวเข้าสู่ระดับราชันในทันที!

"นี่คือ... อาณาเขตแห่งราชันงั้นหรือ?"

เพียงจางม่อขยับความคิด อาณาเขตที่ควบแน่นจากกฎเกณฑ์ของเขาเองก็แผ่ขยายออกรอบกายในชั่วพริบตา ภายในอาณาเขตแห่งนี้ เขาคือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว!

ทว่าเขาไม่ได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้น

หนึ่งพันปี สำหรับเขามันช่างยาวนานและล้ำค่ายิ่งนัก

ระดับราชัน ระดับถ้ำสวรรค์ ระดับตัวตนที่แท้จริง...

อุปสรรคใดๆ ของสามมหาขอบเขตแห่งผู้เลื่อมใส ล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้ากายาที่ได้รับการยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ร่างนี้

เขาใช้เวลาเกือบร้อยปีในการบุกเบิกโลกแห่งถ้ำสวรรค์ของตนให้กลายเป็นจักรวาลอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ภายในนั้นมีดวงดาวหมุนเวียน สรรพสิ่งถือกำเนิด เต็มไปด้วยความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด

จากนั้นก็ใช้เวลาอีกร้อยปีในการขัดเกลาตราประทับแห่งตัวตนที่แท้จริงให้เปล่งประกายเจิดจรัส เป็นอมตะไม่มีวันดับสูญ!

ในวินาทีที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับปราชญ์ ห้วงมิติโกลาหลทั้งมวลถึงกับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!

กายเนื้อของเขาภายใต้การชำระล้างของปราณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลอันมหาศาล ได้บรรลุถึงขั้นอมตะอย่างแท้จริง โลหิตเพียงหยดเดียวก็สามารถให้กำเนิดสรรพสิ่ง เส้นผมเพียงเส้นเดียวก็สามารถตัดขาดทางช้างเผือกได้!

ระดับปราชญ์ ระดับมหาปราชญ์ ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์...

ในช่วงเวลาหลายร้อยปีต่อมา จางม่อจมดิ่งอยู่กับความสุขสมของพลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของเขา ได้ก้าวข้ามการบ่มเพาะอย่างยากลำบากนับหมื่นปีของเหล่ายอดอัจฉริยะนับไม่ถ้วนไปไกลลิบ

กฎเกณฑ์แห่งเวลา กฎเกณฑ์แห่งมิติ กฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร กฎเกณฑ์แห่งเหตุและผล...

มหาเต๋าทั้งสามพันเส้นทาง ในสายตาของเขายามนี้ ราวกับกลายเป็นของเล่นที่สามารถหยิบจับบีบเค้นได้ตามใจชอบ

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปีที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า

ระดับการบ่มเพาะของจางม่อ ก็หยุดนิ่งอย่างมั่นคงอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับราชันศักดิ์สิทธิ์!

เบื้องหน้าของเขาราวกับมีหุบเหวไร้รูปขวางกั้นอยู่

นั่นคือธรณีประตูแห่งระดับจักรพรรดิ

ราชันศักดิ์สิทธิ์ผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศนับไม่ถ้วน ล้วนถูกหุบเหวแห่งนี้สกัดกั้นเส้นทาง และท้ายที่สุดก็ต้องดับสูญไปพร้อมกับความไม่ยินยอม

แต่สำหรับจางม่อ หุบเหวแห่งนี้กลับราวกับไม่มีอยู่จริง

ครรภ์มรรคาก่อกำเนิดของเขา ทำให้ความเข้ากันได้กับมหาเต๋าบรรลุถึงขอบเขตที่น่าเหลือเชื่อ

กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของเขา ทำให้เขามีกายาอันไร้เทียมทานที่เพียงพอจะรองรับกฎเกณฑ์แห่งวิถีจักรพรรดิ

"ทำลาย!"

จางม่อตวาดก้องในใจ

"เปรี้ยง!"

หุบเหวที่กักขังผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน แตกสลายลงต่อหน้าเขาในทันที!

กลิ่นอายแห่งจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่เหนือวิถีเต๋าทั้งมวล ผู้ชี้ขาดความเป็นไปของฟ้าดิน ปะทุออกจากร่างของเขาอย่างรุนแรง!

ว่าที่จักรพรรดิ!

และไม่ใช่เพียงว่าที่จักรพรรดิขั้นต้น

ด้วยความช่วยเหลือของปราณต้นกำเนิดอันไร้ที่สิ้นสุดในห้วงมิติโกลาหลแห่งนี้ ประกอบกับสภาวะการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดินที่โกงราวกับใช้โปรแกรมช่วยเล่น ระดับการบ่มเพาะของเขาหลังจากทะลวงเข้าสู่ระดับว่าที่จักรพรรดิแล้ว ก็ยังคงพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

ว่าที่จักรพรรดิขั้นต้น!

ว่าที่จักรพรรดิขั้นกลาง!

ว่าที่จักรพรรดิขั้นปลาย!

จุดสูงสุดแห่งว่าที่จักรพรรดิ!

เมื่อวันสุดท้ายของปีที่หนึ่งพันผ่านพ้นไป

ระดับการบ่มเพาะของจางม่อก็หยุดนิ่งอย่างมั่นคงอยู่ที่จุดสูงสุดของว่าที่จักรพรรดิ ขาดเพียงแค่โอกาส โอกาสที่จะผสานเข้ากับลิขิตสวรรค์ของโลกใบนี้ เขาก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่สวรรค์และพิสูจน์เต๋าบรรลุเป็นจักรพรรดิได้ในก้าวเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลที่แฝงอยู่ในร่างกายของเขา ก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบ สามารถต่อกรกับมหาจักรพรรดิได้แล้ว!

อาณาเขตแห่งเวลาอันสมบูรณ์แบบค่อยๆ สลายตัวไป

จิตสำนึกของจางม่อกลับคืนสู่ห้องพักหลังเวทีของหอยอดสมบัติต้นกำเนิดอีกครั้ง

โลกภายนอก ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภายในส่วนลึกของดวงตาที่ดูแสนจะธรรมดานั้น ราวกับมีจักรวาลที่กำลังก่อกำเนิดและดับสูญ มียุคสมัยที่กำลังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน

เขาลองกำหมัดเบาๆ

"ครืน!"

ความว่างเปล่ารอบกายของเขาส่งเสียงครางระงมราวกับไม่อาจทนรับน้ำหนักได้ รอยแยกมิติสีดำสนิทปรากฏขึ้นและดับลงรอบๆ กำปั้นของเขาอย่างไม่หยุดนิ่ง

พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เพียงพอจะบดขยี้ทางช้างเผือกได้ในความคิดเดียว และทำลายล้างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ในชั่วดีดนิ้ว ไหลเวียนอยู่ภายในร่างของเขาราวกับมังกรยักษ์บรรพกาลที่หลับใหล

นี่หรือคือ... พลังของจุดสูงสุดแห่งว่าที่จักรพรรดิ?

จางม่อสัมผัสถึงความรู้สึกแห่งการควบคุมที่ไม่เคยมีมาก่อนในร่างกาย มุมปากยกย่องขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างพึงพอใจ

"อืม ความรู้สึกเปี่ยมพลังแบบนี้ ก็ถือว่าพอใช้ได้ล่ะนะ"

หากให้ผู้ฝึกตนในโลกภายนอกที่ต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากนับพันปีเพื่อทะลวงผ่านเพียงหนึ่งขอบเขตย่อยมาได้ยินประโยคนี้ของเขาเข้าล่ะก็ เกรงว่าคงได้กระอักเลือดสามลิตรด้วยความโกรธจนหัวใจแห่งเต๋าแหลกสลายเป็นแน่

เขาลุกขึ้นยืนและบิดขี้เกียจ กระดูกส่งเสียงดังก๊อบแก๊บราวกับกำลังสั่นพ้องกับมหาเต๋า

"มีพลังแล้ว ทีนี้เวลาจะสร้างภาพวางมาดประดุจเทพเจ้า ก็จะได้มั่นใจขึ้นมาหน่อย"

เขาเดินไปที่หน้าจอแสงด้วยอารมณ์เบิกบานใจ มองดูเมืองศักดิ์สิทธิ์ว่านเซี่ยงที่ยังคงต่อสู้กันจนหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งชิงบัตรผ่านเข้างาน แววตาประกายความเจ้าเล่ห์พาดผ่าน

"เรื่องสนุก... เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้นแหละ"

ตอนที่ 42 เปิดโลกใบเล็ก

วันแห่งการประมูล ในที่สุดก็ใกล้เข้ามาถึง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์ว่านเซี่ยง หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งสามพันเขตแดน ล้วนตกอยู่ในความบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

บัตรผ่านเข้างานแต่ละใบที่หลอมสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของว่าที่จักรพรรดิเทียนจี ซึ่งแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของหอยอดสมบัติต้นกำเนิด ร่วงหล่นลงมาประดุจดาวตก กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมของจักรวาลหมื่นภพอย่างสุ่มๆ

บ้างก็ตกลงไปในมือขององค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เซียนนิรันดร์ ทำให้ทั่วทั้งอาณาจักรต้องเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่

บ้างก็ตกลงบนหัวของขอทานน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่กำลังขอทานอยู่ริมถนน ทำให้เพียงชั่วข้ามคืน จากมดปลวกที่ทุกคนรังเกียจ กลับกลายเป็นแขกวีไอพีที่ขุมกำลังระดับยักษ์ใหญ่ต่างแย่งชิงกันประจบสอพลอ

เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้างานอันมีจำกัดนี้ สามพันเขตแดนจึงต้องนองเลือดเป็นสายน้ำ

พี่น้องแตกหัก ศิษย์อาจารย์เข่นฆ่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ถึงกับปะทุสงครามอันโหดร้ายทารุณขึ้นหลายครั้ง แม้แต่บรรพชนระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องร่วงหล่นไปหลายคน

และเมื่อวันแห่งการประมูลมาถึงอย่างเป็นทางการ ทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์ว่านเซี่ยง ก็ได้กลายเป็นถังดินปืนขนาดยักษ์ไปโดยปริยาย

บนท้องฟ้า เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนมืดฟ้ามัวดิน!

มีทั้งมังกรวารีเก้าหัวที่ลากราชรถทองสัมฤทธิ์โบราณ มีทั้งวิหคเทพสีทองที่แผดเผาด้วยเพลิงสุริยันแท้จริงทั่วทั้งร่าง มีทั้งเรือรบเซียนสุญตาที่มีขนาดใหญ่โตราวกับดวงดาว และยังมีพระพุทธรูปทองคำโบราณสูงหมื่นจั้งที่ด้านหลังมีรัศมีเก้าชั้นส่องสว่าง...

ยอดฝีมือระดับมหาปราชญ์ที่ปกติมักจะเห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง บัดนี้กลับมีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาดราวกับผักปลาตามริมถนนในเมืองแห่งนี้

ตาเฒ่าสัตว์ประหลาดระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ ต่างพากันเก็บซ่อนกลิ่นอาย ปะปนอยู่ในฝูงชนอย่างสงบเสงี่ยม ไม่กล้าทำตัวเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในรอยแยกมิติเหนือชั้นฟ้าที่เก้า ยังมีแรงกดดันของว่าที่จักรพรรดิที่เหนือล้ำกว่าระดับปราชญ์ ซึ่งเพียงพอจะทำให้กฎเกณฑ์ทั้งมวลต้องสั่นสะท้าน ซ่อนเร้นอยู่อย่างเลือนราง ทอดสายตามองลงมายังโลกโลกีย์อันสับสนวุ่นวายเบื้องล่างด้วยความเย็นชา

ระเบียบเดิมของเมืองศักดิ์สิทธิ์ว่านเซี่ยง ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

ระหว่างขุมกำลังระดับยักษ์ใหญ่ ความแค้นใหม่และหนี้เลือดเก่าเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง เพียงแค่สบตากันก็อาจจุดชนวนสงครามเลือดขึ้นมาได้

ทั่วทั้งเมือง ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อประดุจง้างธนูเตรียมยิง

...

ภายในห้องพักหลังเวที จางม่อมองดูภาพความวุ่นวายเบื้องนอกที่เต็มไปด้วยผู้คนจนแทบจะเหยียบกันตายผ่านหน้าจอแสง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

"จิ๊ สถานที่ยังเล็กเกินไป ไม่พอให้พวกมันดิ้นพล่านกันเลยแฮะ"

เขาส่ายหน้า บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความรังเกียจ

ตอนนี้เขาคือยอดฝีมือจุดสูงสุดแห่งว่าที่จักรพรรดิแล้ว วิสัยทัศน์ย่อมต้องกว้างไกลขึ้นเป็นธรรมดา

ในสายตาของเขา การปล่อยให้แขกผู้มีเกียรติที่เปรียบดั่งตัวแทนของพลังรบสูงสุดในสามพันเขตแดนเหล่านี้ ต้องมาเบียดเสียดกันราวกับเดินตลาดนัด มันช่างดูไร้ราคา และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของหอยอดสมบัติต้นกำเนิดของเขาเป็นอย่างมาก

"ต้องเปลี่ยนที่ให้พวกมันกว้างกว่านี้หน่อยแล้ว"

จางม่อขยับความคิด ก่อนจะเอ่ยกับระบบว่า "ระบบ อัปเกรดหอประมูลนี่ให้ข้าที! เอาให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้ เอาให้อลังการงานสร้างที่สุด!"

ตอนนี้เขาร่ำรวยมหาศาล น้ำเสียงจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ ผลกำไรมหาศาลที่อาจสูงถึงพันล้านคะแนนประมูล ทำให้เขารู้สึกมโนไปเองว่าสามารถซื้อได้ทั้งโลก

[ติ๊ง! สิทธิ์ของโฮสต์ได้รับการยกระดับ ตรวจพบว่าโฮสต์มีคะแนนประมูลเพียงพอ]

[ต้องการใช้คะแนนประมูลห้าล้านคะแนน เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน 'วิวัฒนาการโลก' ของหอยอดสมบัติหรือไม่?]

"ห้าล้าน? แค่ห้าล้านเองเหรอ?" จางม่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมืออย่างป๋า "เปิด! จัดมาเลยหนักๆ!"

[รับทราบคำสั่ง! เปิดใช้งานฟังก์ชัน 'วิวัฒนาการโลก'!]

ชั่วพริบตาต่อมา

หอยอดสมบัติต้นกำเนิดที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือขุนเขาเทียนฉยง รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

มันยังคงเป็นหอประมูลอันลึกลับ โบราณ ยิ่งใหญ่ และถูกปกคลุมไปด้วยปราณแห่งความโกลาหลเช่นเดิม

ทว่าภายในของมัน กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว ชนิดที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน และเพียงพอจะล้มล้างความเข้าใจของทั่วทั้งจักรวาลหมื่นภพในเสี้ยววินาที!

มันไม่ใช่แค่หอประมูลธรรมดาอีกต่อไป

แต่ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ระดับสร้างโลกที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ มันได้วิวัฒนาการพื้นที่ภายใน ให้กลายเป็นโลกใบเล็กที่เป็นเอกเทศ กว้างใหญ่ไพศาล และมีกฎเกณฑ์สมบูรณ์แบบในตัวเอง!

...

ในเวลานี้ ภายนอกหอประมูล

ว่าที่จักรพรรดิผู้หนึ่งซึ่งมาจากตระกูลโบราณที่เป็นกลาง นามว่าบรรพชนเสวียนเทียน กำลังพาลูกหลานที่เขาให้ความสำคัญที่สุดหลายคน เดินตรงไปยังบานประตูสีแดงชาดนั้นอย่างระมัดระวัง

แม้ว่าเขาจะเป็นถึงว่าที่จักรพรรดิตัวจริงเสียงจริง แต่ตั้งแต่ที่ได้รับรู้ถึงจุดจบอันน่าอนาถของมหาจักรพรรดิตระกูลเซียวแห่งแดนเซียนเก้าชั้นฟ้า ความยำเกรงที่เขามีต่อหอประมูลแห่งนี้ ก็ได้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดไปนานแล้ว

"พวกเจ้าจงจำคำของข้าไว้ให้ดี!" บรรพชนเสวียนเทียนส่งเสียงเตือนลูกหลานด้านหลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด "ประเดี๋ยวพอเข้าไปแล้ว จงเก็บความจองหองของพวกเจ้าเอาไว้ให้หมด! สิ่งใดไม่ควรดูอย่าดู สิ่งใดไม่ควรทักอย่าทัก! หากผู้ใดกล้าก่อเรื่องวุ่นวายในที่แห่งนี้ ไม่ต้องรอให้เถ้าแก่ต้องลงมือ ข้านี่แหละจะลงมือสังหารล้างบางพวกเจ้าด้วยตัวเอง!"

"ขอรับ ท่านบรรพชน!" เหล่ายอดอัจฉริยะที่ปกติมักจะหยิ่งยโสโอหัง บัดนี้กลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับนกคุ่ม ได้แต่พยักหน้ารับคำรัวๆ

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตู

บานประตูสีแดงชาดที่ราวกับดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ได้เปิดออกอย่างเชื่องช้าไร้สุ้มเสียงเบื้องหน้าพวกเขา

บรรพชนเสวียนเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก กดข่มความตึงเครียดและความหวาดหวั่นในใจ จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปเป็นคนแรก

ทว่า

ในวินาทีที่เขาก้าวผ่านประตูเข้าไปนั้น

ความระแวดระวังและคราบความเย่อหยิ่งของว่าที่จักรพรรดิบนใบหน้าของเขา ก็แข็งค้างไปในทันที

สิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือความตกตะลึงและโง่งมอย่างถึงขีดสุด อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำให้ว่าที่จักรพรรดิผู้มีชีวิตอยู่มานานหลายแสนปีและผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนผู้นี้ ถึงกับหัวใจแห่งเต๋าสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!

ไม่มีห้องโถงที่หรูหราอลังการ ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ที่เต็มไปด้วยของวิเศษ

ใต้ฝ่าเท้าของเขา คือผืนดินสีขาวบริสุทธิ์ที่ปูลาดด้วยทะเลเมฆอันไร้ที่สิ้นสุด เมื่อเหยียบลงไป ราวกับกำลังย่ำอยู่บนปุยฝ้ายที่นุ่มนวลที่สุด ปราณเซียนอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะลวงจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กลางกระหม่อม ทำให้รูขุมขนทั่วร่างของเขาเปิดกว้างด้วยความผ่อนคลาย

เหนือศีรษะของเขา คือทางช้างเผือกอันเจิดจรัสที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ดวงดาวนับพันล้านดวงหมุนเวียนอย่างเชื่องช้า ดาวแต่ละดวงล้วนแผ่ซ่านกลิ่นอายมหาเต๋าอันเป็นต้นกำเนิดที่สุดออกมา เพียงแค่ปรายตามอง ก็ทำให้ว่าที่จักรพรรดิเช่นเขา รู้สึกได้ว่าความเข้าใจในมหาเต๋าของตนได้ก้าวหน้าขึ้นมาอีกก้าวหนึ่ง!

และรอบกายของเขา ภูเขาเซียนลอยฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยปราณแห่งความโกลาหลและแสงเซียนอันเรืองรอง ด้านบนถูกสร้างเป็นตำหนักหยกวิจิตรตระการตา ราวกับเกาะแก่งที่กระจัดกระจายดั่งดวงดาว ลอยล่องอยู่อย่างเงียบสงบในทะเลเมฆ

ภูเขาเซียนแต่ละลูก ล้วนแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งเต๋าที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็มีปราณกระบี่พุ่งเสียดฟ้า บ้างก็มีแสงพุทธะสาดส่อง บ้างก็มีปราณมารแผ่ซ่านยะเยือก... เห็นได้ชัดว่า นี่คือห้องวีไอพีส่วนตัวที่จัดเตรียมไว้สำหรับแขกจากวิถีเต๋าที่แตกต่างกัน

"นี่... นี่มัน..."

บรรพชนเสวียนเทียนอ้าปากค้าง น้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจระดับว่าที่จักรพรรดิที่เคยนิ่งสงบดั่งบ่อน้ำลึก บัดนี้กลับเกิดคลื่นลูกใหญ่ถาโถม!

"บุกเบิกโลกใบหนึ่งขึ้นมาเลยงั้นรึ?!"

"ไม่! นี่ไม่ใช่โลกใบเล็กธรรมดา! กฎเกณฑ์ของที่นี่... กลิ่นอายมหาเต๋าของที่นี่... ถึงกับสมบูรณ์แบบและอยู่ในระดับที่สูงส่งกว่าสามพันเขตแดนของเราเสียอีก!"

เขาสูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าปอดลึก รู้สึกเพียงความหนาวเยือกที่แล่นพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นสู่สมอง

การบุกเบิกโลก ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถทำได้

แต่การบุกเบิกโลกที่มีกฎเกณฑ์สมบูรณ์แบบ กลิ่นอายมหาเต๋าสูงส่งถึงเพียงนี้ ทั้งยังทำให้ว่าที่จักรพรรดิรู้สึกได้ถึงความสบายและแรงกดดันได้...

นี่มันคือฝีมือที่ฝืนลิขิตสวรรค์ถึงเพียงไหนกัน!

เกรงว่านี่คงเป็นพลังอำนาจที่แท้จริงของเซียนแท้จริงเท่านั้น!

ความดูแคลนสายสุดท้ายในใจของเขา ในวินาทีนี้ ได้แปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรงที่ฝังลึกถึงจิตวิญญาณโดยสมบูรณ์

ต่อมา ประมุขแห่งราชวงศ์เซียนนิรันดร์ จ้าววิหคเพลิงแห่งราชสำนักศักดิ์สิทธิ์หมื่นเผ่านอกรีต ตลอดจนยักษ์ใหญ่จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเขตหวงห้ามต่างๆ ก็ทยอยก้าวเข้ามาในหอประมูล

ไม่มีข้อยกเว้น

ไม่ว่าจะเป็นจอมมารผู้เผด็จการไร้เทียมทาน หรือพระเถระผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา เมื่อได้เห็นปาฏิหาริย์เบื้องหน้านี้ สีหน้าของทุกคนต่างก็แข็งค้างไปในทันที และท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและโง่งมในแบบเดียวกัน

อารมณ์ร้ายกาจและความเย่อหยิ่งทั้งหมดของพวกเขา ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดในวินาทีนี้

ทุกคนล้วนปฏิบัติตนราวกับผู้แสวงบุญที่นอบน้อมที่สุด ปล่อยให้การนำทางอันเร้นลับพาพวกเขาโบยบินไปยังภูเขาเซียนลอยฟ้าที่เป็นของตนเองอย่างระมัดระวัง

ทั่วทั้งลานประมูล แม้จะรวมตัวยอดฝีมือจากหมื่นภพเอาไว้ แต่กลับเงียบกริบ... จนแม้แต่เข็มตกก็ยังได้ยินเสียง

จบบทที่ 41-42

คัดลอกลิงก์แล้ว