- หน้าแรก
- ระบบข้อมูลลับรายวัน ผมคือเจ้าทาสผู้ยิ่งใหญ่ในต่างโลก
- บทที่ 2 ตลาดค้าทาสแบล็กโกลด์
บทที่ 2 ตลาดค้าทาสแบล็กโกลด์
บทที่ 2 ตลาดค้าทาสแบล็กโกลด์
เป็นไปตามคาด ไม่ใช่ระดับชั้นเยี่ยม ไม่อย่างนั้นหน้าต่างระบบคงไม่แสดงตัวเลข '0/3' อยู่แบบนี้
แต่ในทางนิตินัยเรย์มอนด์ไม่ใช่ทาสของเขา เป็นเหมือนผู้ติดตามเสียมากกว่า แล้วแบบนี้ยังนับรวมด้วยงั้นหรือ?
เรื่องนี้ช่วยเปิดกว้างความเป็นไปได้อีกมากมายเลยทีเดียว
หลังจากตรวจสอบข้อมูลของเรย์มอนด์แล้ว ซีลินก็หันไปหาชายชราพลางเอ่ยว่า
"ยุ่งยากเกินไป เอาไว้ก่อนแล้วกัน แหวนของฉันวงนี้พอจะมีราคาสักกี่เหรียญทอง?"
เรย์มอนด์ใช้มือที่สวมถุงมือสีขาวซับเหงื่อบนหน้าผาก
สายตาของซีลิน ดิอาสเมื่อครู่นี้กดทับลงมาหนักอึ้งดั่งขุนเขา ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาถูกมองทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น
กระทั่งบารอนดิอาสคนก่อนก็ยังไม่เคยมีกลิ่นอายความน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ หรือว่านายน้อยจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชั่วข้ามคืนจริงๆ?
เมื่อเหลือบมองเอกสารที่วางระเกะระกะอยู่ทั่วห้องหนังสือ เรย์มอนด์ก็พยักหน้าด้วยความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ
ทว่าพอซีลิน ดิอาสเอ่ยปาก สีหน้าของเรย์มอนด์ก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบตอบว่า
"นายน้อยดิอาส แหวนวงนั้นเป็นของขวัญที่นายหญิงมอบให้ท่านในพิธีบรรลุนิติภาวะ ท่านหวงแหนมันมาตลอดเลยมิใช่หรือขอรับ!"
และด้วยเหตุผลนั้นเอง บารอนคนก่อนจึงยอมขายทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง ดีกว่าที่จะแตะต้องแหวนวงนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของเรย์มอนด์ ซีลินก็แสร้งทำสีหน้าเศร้าสร้อยก่อนจะกล่าวว่า
"ถ้าท่านแม่ได้เห็นสภาพของตระกูลดิอาสในตอนนี้ ท่านก็คงจะเข้าใจ"
พวกเรากำลังจะอดตายกันอยู่แล้ว ยังจะมีอะไรให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก?
เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของนายน้อย เรย์มอนด์จึงทำได้เพียงส่งยิ้มขื่นแล้วตอบกลับไปว่า
"นายน้อย แหวนวงนั้นหากนำไปจำนำ น่าจะได้ราคาอย่างต่ำหนึ่งพันเหรียญทองขอรับ"
แน่นอนว่าของรักของหวงที่มีค่าที่สุดและเป็นตัวแทนบ่งบอกฐานะของซีลิน ดิอาส ผู้ซึ่งเคยเป็นลูกรัก ย่อมไม่มีทางราคาถูก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นัยน์ตาของซีลินก็ทอประกายวาบ
ทว่าหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยถามอีกครั้ง
"แล้วถ้าเป็นการจำนำแบบมีกำหนดไถ่ถอนล่ะ?"
เรย์มอนด์ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่ายังมีสีหน้าจริงจังขณะตอบ
"ขึ้นอยู่กับระยะเวลาสัญญาขอรับ หากเป็นหกเดือน จะได้ประมาณเก้าร้อยเหรียญทอง แต่หากเป็นสามปี จะเหลืออย่างน้อยห้าร้อยเหรียญทอง"
เขาละเว้นที่จะพูดว่า หากหมดสัญญาแล้วไม่มีการไถ่ถอนคืน แหวนวงนี้ก็จะตกเป็นของโรงจำนำทันที
และถึงแม้จะมีการไถ่ถอน โรงจำนำก็ยังกอบโกยกำไรได้อย่างมหาศาลอยู่ดี
ส่วนต่างเพียงร้อยเหรียญทองนั้น เทียบเท่ากับค่าจ้างทั้งศตวรรษของชนชั้นแรงงานทั่วไปเลยทีเดียว
ในเมื่อนายน้อยทราบกฎเกณฑ์ของการจำนำแบบไถ่ถอนได้ดีอยู่แล้ว เรย์มอนด์จึงไม่ได้พูดอะไรให้มากความอีก
ช่างเป็นธุรกิจที่ขูดรีดกันเสียจริง
ใบหน้าของซีลินดำทะมึนลง กระนั้นเขาก็ยังสั่งให้เรย์มอนด์นำแหวนไปจำนำด้วยสัญญาหกเดือน
สัญญาหนึ่งหรือสองปีอาจจะปลอดภัยกว่า แต่เบาะแสการลอบกัดตระกูลดิอาสอย่างลับๆ ทำให้เขาตัดสินใจเลือกแค่หกเดือน
หากเขาไม่สามารถกอบกู้ความรุ่งเรืองของตระกูลกลับคืนมาได้ภายในครึ่งปี เขาก็อาจจะต้องลงไปปรโลกตามพ่อแม่จอมหาทำของร่างนี้ไป
หรือบางทีอาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ
สู้เทหมดหน้าตักไปเลยดีกว่า
ไม่นานนัก เรย์มอนด์ก็กลับมาพร้อมกับรถม้า
ซีลินรับบัตรทองคำเวทมนตร์และถุงเหรียญใบเล็กมา ก่อนจะสั่งให้เรย์มอนด์มุ่งหน้าไปยังตลาดค้าทาสแบล็กโกลด์แห่งเมืองดิอาส
เมื่อได้ยินจุดหมายปลายทาง เรย์มอนด์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"นายน้อย เรากำลังจะไปซื้อทาสกันหรือขอรับ?"
ซีลินพยักหน้าและตอบกลับด้วยข้ออ้างที่เตรียมเอาไว้แล้ว
"เรย์มอนด์ ฝีมือทำอาหารของนายมันอันตรายถึงชีวิต ฉันเลยกะจะไปซื้อพ่อครัวสักคนกับคนรับใช้อีกสักสองคน ไม่อย่างนั้นนายคงไม่มีทางทำความสะอาดปราสาททั้งหลังนั่นได้ด้วยตัวคนเดียวหรอก"
เรย์มอนด์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
พ่อครัวหนึ่งคนกับคนรับใช้สองคนคงใช้เงินไม่เท่าไหร่นัก
เขาเพียงแค่รู้สึกโล่งใจที่นายน้อยไม่ได้ผลาญเงินไปกับการซื้อทาสฝูงใหญ่
อีกอย่าง นายน้อยยังนึกถึงภาระงานของข้ารับใช้ชราอย่างเขาด้วย
แม้ว่าเขาจะจัดการทุกอย่างตามลำพังได้ แต่ถ้ามีลูกมือมาช่วยดูแลสวนเพิ่มอีกสักสองคนก็คงจะดีไม่น้อย
เรย์มอนด์บังคับรถม้าได้อย่างนุ่มนวล ซีลินแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใดๆ ภายในห้องโดยสารเลย
ด้วยความอยากรู้ เขาจึงลองเดาะถุงเงินในมือดู ภายในนั้นบรรจุเหรียญทองไว้หนึ่งร้อยเหรียญ
มันเบากว่าที่คิด น้ำหนักรวมกันคงราวๆ สามตำลึงเห็นจะได้
แสดงว่าเหรียญทองหนึ่งเหรียญมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กรัม
เขาสอดบัตรทองคำเวทมนตร์เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในตรงหน้าอก
บัตรใบนั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินแปดร้อยเหรียญทอง จึงต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด
เมืองดิอาสนั้นเติบโตและขยายอาณาเขตอยู่ล้อมรอบปราสาทของตระกูลดิอาส
แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ในฐานะบารอนดิอาสคนปัจจุบัน ซีลินจึงถือเป็นเจ้าของเมืองนี้ทั้งเมือง
ทว่าอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งถูกปล่อยเช่าในระยะเวลาอย่างน้อยสามปีไปหมดแล้ว ความคิดที่จะกอบโกยเงินด่วนจากค่าเช่าจึงเป็นอันต้องพับไป
รถม้าคันหรูหราถูกขายทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรถม้าหน้าตาธรรมดาๆ คันนี้ ซึ่งซอมซ่อเกินกว่าจะขายได้ราคา
สภาพอันเรียบง่ายของรถม้าและม้าแก่ๆ ไม่ได้ดึงดูดความสนใจใดๆ ที่หน้าประตูตลาดค้าทาสเลยแม้แต่น้อย ยามเฝ้าประตูเพียงแค่ปรายตามองแล้วเมินหน้าหนี
รถม้าซอมซ่อเช่นนี้มักจะเป็นพาหนะของพวกพ่อค้าเร่รายย่อย ไม่มีอะไรให้ต้องใส่ใจนัก
เรย์มอนด์หวนนึกถึงสมัยก่อน ตอนที่แม้แต่เขามาเยือนที่นี่เพียงลำพังก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างคับคั่งราวกับปูพรมแดง
ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครแม้แต่จะเดินมาจับสายจูงม้าให้พวกเขาด้วยซ้ำ
ถึงกระนั้น เขาก็บังคับรถม้าถอยเข้าจอดในช่องจอดได้อย่างเรียบร้อยหมดจด
ซีลินจับมือที่สวมถุงมือของเรย์มอนด์ก้าวลงจากรถม้าด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง คำกล่าวนี้เป็นความจริงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบนโลกหรือที่แห่งนี้ก็ตาม
เมื่อเห็นนายน้อยของตนยังคงสุขุมเยือกเย็น เรย์มอนด์ก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
ยามเฝ้าประตูอาจจะจดจำซีลิน ดิอาสและเรย์มอนด์ไม่ได้ แต่พนักงานด้านในไม่มีทางจำพวกเขาไม่ได้แน่
ตระกูลดิอาสยังคงถือครองบรรดาศักดิ์ขุนนาง และเมืองดิอาสก็ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขา
เพียงแค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขามีฐานะอยู่เหนือสามัญชนทั้งปวงแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่ถูกจำหน้าได้ ผู้ดูแลวิคก็รีบปรี่เข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจงในทันที
"พ่อบ้านเรย์มอนด์ วันนี้ท่านมาที่นี่เพื่อเลือกซื้อทาสหรือขอรับ?"
เรย์มอนด์พยักหน้ารับส่งๆ ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า
"ที่นี่พอจะมีทาสที่มีฝีมือทำอาหารบ้างหรือไม่?"
"มีแน่นอนขอรับ เชิญทางนี้เลย!"
สิ้นคำกล่าว วิคก็รีบเดินนำทางเข้าไปด้านในอย่างกระตือรือร้น