- หน้าแรก
- สุดยอดเด็กแสบแห่งต้าถัง
- บทที่ 52: เสด็จพ่อผู้เป็นที่รักเสด็จมาเยือนแล้ว
บทที่ 52: เสด็จพ่อผู้เป็นที่รักเสด็จมาเยือนแล้ว
บทที่ 52: เสด็จพ่อผู้เป็นที่รักเสด็จมาเยือนแล้ว
บทที่ 52: เสด็จพ่อผู้เป็นที่รักเสด็จมาเยือนแล้ว
"เอาล่ะๆ สมควรดื่มยาได้แล้ว"
"ดื่มยาแล้วร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ อย่างไรเล่า"
ท่าทางขลาดกลัวของเด็กหญิง กลับทำให้หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกเอ็นดูอย่างประหลาด
เด็กหญิงมองชามยาในมือชิงฉือ ก่อนจะกัดฟันพูด "หากข้าหาเงินได้เมื่อใด ข้าจะนำมาใช้คืนท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"
"มิต้องคืนหรอก"
หลี่เฉิงเฉียนแย้มยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่เบื้องนอก
ชิงฉือและชิงเหอยังคงรับหน้าที่ป้อนยาให้เด็กหญิงต่อไป
ตั้งแต่เกิดมา นอกจากมารดาแล้ว นางก็มิเคยได้รับการปรนนิบัติจากผู้ใดเลย
ความรู้สึกที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เช่นนี้ ทำให้นางทั้งซาบซึ้งและทำตัวมิถูกไปพร้อมๆ กัน
"พี่สาวเจ้าคะ..."
"มิต้องป้อนข้าหรอกเจ้าค่ะ ข้าดื่มเองได้"
"ไม่ได้หรอก ยามนี้ร่างกายเจ้ายังอ่อนแอ ชามยานี้ก็หนักนัก เจ้าประคองมิไหวหรอก"
ชิงฉือปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ท้ายที่สุด เด็กหญิงก็ต้องยอมให้ชิงฉือป้อนยาจนหมดชาม
เมื่อยาตกถึงท้อง ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมร่างกายก็มลายหายไปเกินครึ่ง
ยิ่งเมื่อพี่สาวคนสวยห่มผ้าห่มผืนหนาให้ นางก็ยิ่งรู้สึกอบอุ่นไปทั้งสรรพางค์กาย ขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปจนสิ้น
เด็กหญิงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม มิกล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใด และยิ่งมิกล้ากวาดสายตามองไปรอบห้อง
นางรับรู้เพียงว่า ผ้าห่มผืนนี้ช่างอบอุ่น และเตียงนอนนี้ก็ช่างนุ่มสบายนีก
และนางก็รับรู้อีกว่า เด็กชายที่อุ้มลูกแมวน้อยของนาง กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เนิ่นนานผ่านไป หลี่เฉิงเฉียนก็เอ่ยถามขึ้นโดยมิได้หันกลับมา "เจ้าชื่ออันใดรึ?"
"เยวี่ยนหยวน ( นกเป็ดน้ำในอุทยาน) เจ้าค่ะ..."
"อืม ชื่อไพเราะดีนี่"
หลี่เฉิงเฉียนกระตุกยิ้มมุมปาก "เจ้าอยากจะอยู่ที่นี่หรือไม่?"
"อยู่ที่นี่รึเจ้าคะ?"
"ใช่ อยู่ที่นี่แหละ"
หลี่เฉิงเฉียนหันกลับมามองเยวี่ยนหยวน "มีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ เจ็บไข้ได้ป่วยก็มีหมอรักษา แถมยังมีน่องไก่ให้กินด้วยนะ"
เมื่อได้ยินข้อเสนอ เยวี่ยนหยวนก็ชะโงกหน้าออกมาจากผ้าห่ม มองหลี่เฉิงเฉียนด้วยความสับสน
นางมิเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเขา
ทว่าเมื่อได้ยินว่ามี 'น่องไก่' ให้นางก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่มิน้อย
แต่ท้ายที่สุด นางก็ส่ายหน้าปฏิเสธ "มิได้หรอกเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ท่านแม่ก็จะกลับมาจากการทำงานแล้ว หากท่านแม่กลับมาแล้วมิพบข้า ท่านแม่จะต้องร้อนใจจนแทบคลั่งแน่ๆ เจ้าค่ะ"
หลี่เฉิงเฉียนมิได้ดึงดัน เขายิ้มรับ "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น วันนี้เจ้าก็พักผ่อนอยู่ที่นี่ไปก่อนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปส่งเจ้าที่บ้านเอง"
"ขอบคุณเจ้าค่ะ..."
เยวี่ยนหยวนมุดกลับเข้าไปในผ้าห่ม นางอยากจะจ้องมองผู้มีพระคุณของนางให้เต็มตา
ทว่านางก็มิกล้าจ้องมองตรงๆ ทำได้เพียงลอบมองเขาผ่านช่องว่างเล็กๆ เท่านั้น
หลี่เฉิงเฉียนย่อมล่วงรู้ถึงสายตาของนาง ทว่าเขาก็มิได้เอ่ยทักท้วงอันใด
รุ่งเช้า หลี่เฉิงเฉียนก็เดินไปส่งนางที่หน้าจวนด้วยตนเอง
เดิมทีเขาตั้งใจจะมอบเหรียญทองแดงให้นางติดตัวไปสักเล็กน้อย ทว่าเด็กน้อยกลับปฏิเสธความหวังดีของเขาเสียอย่างนั้น
ก่อนจากไป นางยังมิวายทิ้งท้ายไว้ว่า "ท่านวางใจเถิด หากข้าหาเงินได้เมื่อใด ข้าจะนำมาใช้คืนท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"
กล่าวจบ ยัยหนูน้อยก็วิ่งฉิวจากไปโดยมิหันกลับมามองอีกเลย
ทิ้งให้หลี่เฉิงเฉียนยืนอึ้งอยู่กับที่ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
เขาอดมิได้ที่จะรำพึงรำพัน "ในโลกใบนี้ คงมีเพียงชีวิตของคนยากจนกระมัง ที่เต็มไปด้วยสีสันอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด"
"น่าตื่นตาตื่นใจรึ?"
"จะให้เจิ้นส่งเจ้าไปสัมผัสชีวิตคนยากจนดูบ้างหรือไม่เล่า?"
{ได้รับค่าความโกรธจากหลี่ซื่อหมิน +99...}
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย กอปรกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
ขนคอของหลี่เฉิงเฉียนก็ลุกซันขึ้นมาทันที
เขาค่อยๆ หันขวับกลับไป ก็พบกับหลี่ซื่อหมินที่ยืนหน้าดำทะมึนอยู่เบื้องหลัง
หลี่เฉิงเฉียนรีบฉีกยิ้มกว้างราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา "เสด็จพ่อ... พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจรัดตัว เหตุใดจึงมีเวลาเสด็จมาเยือนจวนอันต้อยต่ำของลูกได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
"หึๆ"
"หากเจิ้นมิมา เจ้าก็คงจะรื้อจวนทิ้งเสียแล้วกระมัง?"
"เจ้าคิดว่าจวนอ๋องเป็นสถานที่ที่ใครนึกจะเข้าก็เข้าได้รึ?"
"บังอาจนำขอทานข้างถนนเข้ามาพำนักในจวน ผู้ใดให้ความกล้าแก่เจ้าฮะ?!"
หลี่ซื่อหมินคว้าคอเสื้อด้านหลังของหลี่เฉิงเฉียน แล้วหิ้วเขาเข้าไปในจวนอ๋องทันที
"เสด็จพ่อ! ฟังลูกอธิบายก่อน! ฟังลูกอธิบายก่อนสิพ่ะย่ะค่ะ..."
มิว่าหลี่เฉิงเฉียนจะพยายามแก้ตัวเช่นไร หลี่ซื่อหมินก็หาได้สนใจฟังไม่
หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกรันทดยิ่งนัก เพียงเพราะเขาเกิดมาตัวเล็ก ก็ต้องยอมให้คนอื่นหิ้วไปหิ้วมาได้ตามอำเภอใจเช่นนี้รึ?
ถูกหลี่ทิงเสวี่ยหิ้วก็พอทน แต่นี่แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้าก็ยังหิ้วเขาเป็นลูกแมวอีก
แล้วเช่นนี้ ในภายภาคหน้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเล่า?
"ไปยืนตรงนั้น ยืนให้ตัวตรงๆ"
เมื่อเข้ามาในห้อง หลี่ซื่อหมินก็สั่งให้หลี่เฉิงเฉียนไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ตรงหน้า ส่วนพระองค์ก็ประทับลงบนเก้าอี้
เมื่อทอดพระเนตรเห็นท่าทางหงอยเหงาของหลี่เฉิงเฉียน หลี่ซื่อหมินก็มิมีความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
{ได้รับค่าความโกรธจากหลี่ซื่อหมิน +128...}
การได้รับค่าความโกรธพุ่งปรี๊ดติดต่อกันเช่นนี้ ทำเอาหลี่เฉิงเฉียนหวาดหวั่นมิใช่น้อย
ยามนี้เขามิมีเวลามามัวทำตัวน่ารักออดอ้อนอีกแล้ว รีบละล่ำละลักอธิบาย "เสด็จพ่อ โปรดระงับพระพิโรธก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ลูกเพียงเห็นนางน่าสงสาร อีกทั้งนางยังสลบอยู่กลางสายฝน ลูกจึงให้คนพานางกลับมารักษาตัวก็เท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ"
"หุบปาก!"
หลี่ซื่อหมินตบโต๊ะเสียงดังปัง! "ดูท่า วันนี้หากเจิ้นมิลงทัณฑ์เจ้าให้หลาบจำ เจ้าก็คงมิยอมจดจำคำสั่งสอนของเจิ้นเลยสินะ!"
"หา?"
หลี่เฉิงเฉียนทำหน้างุนงง "เสด็จพ่อ... คำสั่งสอนของพระองค์ ลูกจดจำได้ขึ้นใจเสมอพ่ะย่ะค่ะ และช่วงนี้ลูกก็มิได้ทำเรื่องซุกซนอันใดเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"
"ยังกล้าเถียงอีกรึ?"
หลี่ซื่อหมินแค่นเสียงเย็น "เจิ้นหลงนึกว่า ที่เจ้าอาสาเดินทางไปเจียงหนาน เป็นเพราะเจ้าคิดจะกลับตัวกลับใจใฝ่ดีแล้วเสียอีก"
"ทว่าเจ้าไปทำสิ่งใดที่นั่น? ไปกินปูขนทะเลสาบหยางเฉิง? หรือไปตระเวนชิมของอร่อยริมฝั่งแม่น้ำแยงซี?"
"เจ้าก้อนโคลนที่เข็นมิขึ้น! เจ้าคือความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจิ้น!"
ยิ่งตั้งความหวังไว้สูง ยามผิดหวังก็ยิ่งเจ็บปวด
คราแรกหลี่ซื่อหมินหลงนึกว่า หลี่เฉิงเฉียนตั้งใจจะไปแสดงความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ และถือโอกาสลงพื้นที่ไปตรวจตราความทุกข์สุขของราษฎรในแดนใต้
ทว่าสายลับของพระองค์กลับรายงานมาว่า หลี่เฉิงเฉียนเอาแต่กินเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ อย่างสำราญใจ
และที่น่าโมโหที่สุดก็คือ...
เจ้าลูกอกตัญญูผู้นี้ กลับมิคิดจะนำปูขนกลับมาฝากบิดาบังเกิดเกล้าผู้นี้เลยแม้แต่ตัวเดียว!
หรือว่าบิดาอย่างเจิ้น... มิคู่ควรที่จะได้ลิ้มรสปูขนของเจ้ารึไง?
"เดี๋ยวก่อนพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่เฉิงเฉียนรีบยกมือขึ้นห้าม "เสด็จพ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของลูก แม้ลูกจะได้ลิ้มรสปูขนและของอร่อยไปบ้าง ทว่าลูกก็มิได้ละทิ้งหน้าที่หลักนะพ่ะย่ะค่ะ"
"หน้าที่หลักรึ?"
หลี่ซื่อหมินแค่นเสียง เลิกพระขนงมองหลี่เฉิงเฉียน "ไหน เจ้าลองบอกเจิ้นมาสิ ว่าเจ้าไปทำหน้าที่หลักอันใดมา? หากเจ้าหาเหตุผลมาแก้ต่างมิได้ วันนี้เจิ้นจะโบยเจ้าสักห้าสิบไม้ให้หลาบจำ!"
หลี่เฉิงเฉียนรีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับไปที่ห้อง เพื่อไปนำเครื่องรางคุ้มภัยของตนออกมา
สิ่งแรกที่เขานำออกมา ก็คือ 'สมุดแผนที่ภูมิศาสตร์'
หลี่เฉิงเฉียนประคองสมุดแผนที่ถวายให้หลี่ซื่อหมิน "นี่คือสิ่งที่ลูกพบเห็นมาตลอดการเดินทาง กอปรกับคำบอกเล่าของท่านตาพ่วงและท่านอาโหว ลูกจึงวาดแผนที่อาณาเขตของต้าถังขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ"
แผนที่อาณาเขตต้าถังรึ?
หลี่ซื่อหมินทอดพระเนตรมองหลี่เฉิงเฉียนด้วยความมึนงง
เจ้าเด็กนี่วาดแผนที่อาณาเขตต้าถังได้รึ?
พระองค์มิอยากจะเชื่อเลยสักนิด
เจ้าเด็กนี่คงจะกุเรื่องมาหลอกลวงพระองค์เป็นแน่
"หากเจ้ากล้าหลอกลวงเจิ้น โทษทัณฑ์ของเจ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านะ"
ตรัสจบ หลี่ซื่อหมินก็เปิดสมุดแผนที่ออกดู
ทว่าเพียงแค่ทอดพระเนตรหน้าแรก พระพักตร์ของพระองค์ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งเปิดหน้าถัดๆ ไป หลี่ซื่อหมินก็ยิ่งตกตะลึงจนพระโอษฐ์อ้าค้าง มิอาจหุบลงได้
นี่มันแผนที่อาณาเขตต้าถังจริงๆ ด้วย!
มิหนำซ้ำ รายละเอียดและลวดลายการวาด ยังวิจิตรบรรจงและแม่นยำยิ่งกว่าภาพวาดของช่างหลวงฝีมือเอกเสียอีก
ดูท่า การเดินทางสู่เจียงหนานของเจ้าเด็กนี่ คงมิได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว...
{ได้รับค่าความประหลาดใจจากหลี่ซื่อหมิน +156...}
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หลี่เฉิงเฉียนก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
รอดตัวจากการถูกโบยแล้วเรา...
หลี่ซื่อหมินจ้องมองหลี่เฉิงเฉียนด้วยความตกตะลึงจนแทบหาเสียงของตนเองมิเจอ "นี่... นี่เจ้าเป็นคนวาดจริงๆ รึ?"
"ก็ใช่น่ะสิพ่ะย่ะค่ะ"
หลี่เฉิงเฉียนแสร้งทำหน้าน้อยใจ
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ซื่อหมินก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาเล็กน้อย
พระองค์กระแอมไอเบาๆ พระพักตร์แดงระเรื่อขึ้นมา "เอาเถิดๆ ดูเหมือนเจิ้นจะเข้าใจเจ้าผิดไป"
"สมุดแผนที่อาณาเขตเจินกวนเล่มนี้ เจิ้นขอยึดกลับไปก็แล้วกัน ส่วนเจ้า... อยากจะไปทำสิ่งใดก็ไปเถิด..."