เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: หัวหน้าแก๊ง

บทที่ 23: หัวหน้าแก๊ง

บทที่ 23: หัวหน้าแก๊ง


วันต่อมา ยามที่ขอบฟ้าอันห่างไกลเพิ่งจะทอแสงสีขาวจางๆ หยวนเทียนจงก็เรียกกู่โถว บอกว่าตัวเองจะออกไปข้างนอกสักพัก ให้เขารออยู่แถวๆ บ้าน อย่าวิ่งเพ่นพ่านไปไหน

กู่โถวพยักหน้ารัวๆ ท่าทีขลาดเขลาประหนึ่งหนูของเขา ช่างดูขัดแย้งกับกะโหลกงูหลามอันน่าเกรงขามบนหัวอย่างสิ้นเชิง

หยวนเทียนจงอดขำไม่ได้ ในใจรู้ดีว่าต่อให้เขาไม่กำชับ เจ้านี่ก็คงมุดไปซ่อนตัวในที่ที่มิดชิดที่สุด ไม่กล้าเดินเพ่นพ่านไปไหนอยู่ดี

หากจะถามว่าทำไมที่นี่ถึงค่อนข้างปลอดภัย ก็เป็นเพราะช่วงนี้เขาสังหารสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไปไม่น้อย และจัดการซากศพทั้งหมดไว้ริมสระน้ำ กลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่หลงเหลืออยู่ มากพอที่จะข่มขวัญพวกสัตว์ประหลาดส่วนใหญ่ ทำให้พวกมันเข้าใจผิดคิดว่ามีราชันย์อสูรยึดครองที่นี่อยู่

สาเหตุที่หยวนเทียนจงออกไป ก็เพื่อไปหาโทรศัพท์มือถือของยุคปัจจุบันมาสักเครื่อง

เขาตระหนักได้แล้วว่า แหล่งข้อมูลของตัวเองในตอนนี้แทบจะเป็นศูนย์ ความรู้สึกที่ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอกได้เลยนั้นมันแย่มากๆ

ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรที่ “ลักลอบ” ข้ามเวลาจากยุคสิ้นธรรมมาจนถึงปัจจุบัน เขาย่อมไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนของยุคนี้ แต่หยวนเทียนจงก็ไม่ใช่คนที่ใส่ใจเรื่องหยุมหยิมอยู่แล้ว เขาไม่สนใจเรื่องนี้เลยสักนิด มุ่งตรงไปหาขุมกำลังมืดของผู้ฝึกยุทธ์ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมือง หลังจากสั่งสอนหัวหน้าแก๊งไปชุดใหญ่ ก็สั่งให้อีกฝ่ายเอาโทรศัพท์มือถือมาให้สองเครื่องทันที

หัวหน้าแก๊งที่ถูกซ้อมจนหน้าบวมปูดเป็นหัวหมูถึงกับน้ำตาตกใน เอามือกุมหน้าพลางโอดครวญ “ลูกพี่! ก็แค่โทรศัพท์สองเครื่องเอง คุณบอกกันดีๆ ก็ได้นี่ครับ! ทำไมเปิดฉากมาก็ลงไม้ลงมือกันเลยล่ะ...”

“มีเงินไหม?” หยวนเทียนจงเอ่ยถามเสียงเรียบ

หัวหน้าแก๊งรีบพยักหน้า ประจบประแจงว่า “มีครับๆ ลูกพี่ต้องการเท่าไหร่ครับ?”

“สักสามร้อยแล้วกัน”

หัวหน้าแก๊งหน้าเจื่อนลง ก่อนจะกัดฟันพูด “ลูกพี่ครับ ถ้าสามล้านเนี่ย คงต้องรอสักสองสามชั่วโมง คุณกินข้าวมาหรือยังครับ? ทานอะไรที่นี่รองท้องไปก่อนไหม เดี๋ยวผมรีบให้คนไปเบิกเงินมาให้”

หยวนเทียนจงอดขำไม่ได้ เขาโบกมือปัด “นายเข้าใจผิดแล้ว สามร้อยเฉยๆ ไม่มีคำว่า ‘ล้าน’”

หัวหน้าแก๊งนึกว่าตัวเองหูฝาด แคะหูด้วยใบหน้าเหลอหลา ถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ลูกพี่ คุณว่าไงนะ? สามร้อย ไม่มีล้าน? ก็คือสามร้อยบาทเหรอครับ?”

“ใช่ สามร้อยบาท” หยวนเทียนจงตอบเสียงเรียบ

หัวหน้าแก๊งจ้องมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ ถึงกับตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ

“ทำไม? มีปัญหาเหรอ?” หยวนเทียนจงเลิกคิ้วถาม

ปัญหาบ้าอะไรล่ะ!

ก็แค่โทรศัพท์สองเครื่องกับเงินอีกสามร้อยบาทเนี่ยนะ?!

ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ! ระดับคุณเอ่ยปาก ผมจะไม่ให้ได้ยังไง!

โดนซ้อมฟรีชัดๆ แค่ค่าหมอก็เกินสามร้อยบาทแล้ว!

ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

ท้ายที่สุด หัวหน้าแก๊งก็รีบล้วงเงินสดสามร้อยบาทออกมาจากกระเป๋าของลูกน้อง ยื่นให้หยวนเทียนจงอย่างนอบน้อม ประจบประแจงว่า “ลูกพี่ครับ วันหลังถ้ามีอะไรให้รับใช้ มาหาผมได้เลยนะครับ~”

มิน่าล่ะเขาถึงนั่งเก้าอี้หัวหน้าแก๊งได้อย่างมั่นคง โดนซ้อมจนหน้าบวมปูดขนาดนี้ยังอดทนและนอบน้อมได้ วิสัยทัศน์แบบนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

“ค่อยว่ากัน” หยวนเทียนจงรับเงินกับโทรศัพท์มา แล้วหันหลังเดินจากไป

หลังจากหยวนเทียนจงจากไป ลูกน้องคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหา พูดอย่างเคียดแค้นว่า “ลูกพี่ จะให้เรียกคนไปจัดการมันไหมครับ! ไอ้นี่มันรีดไถกันชัดๆ กล้ามารีดไถถึงถิ่นเรา ทำเกินไปแล้ว!”

หัวหน้าแก๊งหันขวับไปตวัดสายตามองลูกน้อง ยกมือขึ้นตบหน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่

“เกินไปบ้าอะไร! ตาบอดหรือไง! ดูไม่ออกเหรอว่าเขาเป็นยอดฝีมือระดับท็อปน่ะ! แค่ดีดนิ้วทีเดียวก็ซัดฉันปลิวไปตั้งสามสี่เมตร แกจะหาคนไปจัดการเขาเหรอ? แกกว้างขวางนักหรือไง? รู้จักยอดฝีมือเยอะนักเหรอวะ?”

“เขาก็แค่ขอโทรศัพท์สองเครื่องกับเงินสามร้อยบาท ถือซะว่าผูกมิตรกันไว้ ไม่ได้หรือไง!”

ลูกน้องที่โดนตบกุมหน้าพลางร้องขอความเมตตารัวๆ “ได้ครับๆ ลูกพี่ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่กล้าแล้วครับ”

“บ้าเอ๊ย ไสหัวไปเลย!” หัวหน้าแก๊งตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

“เดี๋ยว กลับมาก่อน!”

ลูกน้องที่กุมหน้าอยู่รีบหยุดเดิน หันกลับมาค้อมตัวลงพูดว่า “ลูกพี่ มีอะไรให้รับใช้ครับ”

“สั่งการลงไป วันหลังถ้ายอดฝีมือท่านนั้นมาอีก ต้องต้อนรับขับสู้ให้ดี ห้ามละเลยเด็ดขาด!”

“ลูกพี่ เขาจะมาอีกเหรอครับ?” ลูกน้องทำหน้าไม่เข้าใจ

หัวหน้าแก๊งที่มีอาการเกลียดคนโง่ถึงกับปรี๊ดแตก “ฉันจะไปรู้เหรอ! ฉันล่ะอยากให้เขามาอีกจะตาย! แล้วก็ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกไปรับรถที่เคทีวีถนนสายเหนือเลยนะ!”

“อ้าว พี่เขย จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลูกน้องหงายการ์ดความสัมพันธ์ เตือนสติอีกฝ่ายถึงสถานะของตัวเอง

“อยู่ข้างนอกให้เรียกลูกพี่โว้ย!”

“...”

ตัดภาพมาอีกด้าน หยวนเทียนจงที่ถือเงินสดสามร้อยบาทกับโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง แวะไปซื้อเครื่องปรุงรสที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน จากนั้นก็บอกลาเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน หันหลังมุ่งหน้ากลับไปยังภูเขาหวังอู

ความวุ่นวายและความเจริญรุ่งเรืองของโลกโลกีย์ หมดความน่าสนใจสำหรับเขาไปนานแล้ว

ตอนนี้ ในใจเขามีเพียงเรื่องการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น เป็นความปรารถนาที่บริสุทธิ์และมีเพียงหนึ่งเดียว

เมื่อกลับมาถึงกระท่อมไม้ ก็ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะพลบค่ำ

หยวนเทียนจงแวะล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์มาหนึ่งตัว หลังจากจัดการชำแหละเรียบร้อยแล้ว เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาท่องอินเทอร์เน็ต

เขาเข้าไปในแอปพลิเคชันหนึ่งที่มียอดผู้ใช้งานต่อวันสูงลิ่ว แล้วค้นหาคำว่า “สระสวรรค์คุนหลุน” พริบตาเดียว วิดีโอและข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็เด้งขึ้นมานับไม่ถ้วน

“ที่แท้บัวทองคำสระสวรรค์ ก็เป็นของวิเศษที่ช่วยยกระดับความเข้าใจและพรสวรรค์ได้นี่เอง!”

วิดีโอหลายคลิปพูดตรงกันว่า บัวทองคำสระสวรรค์ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่เดินทางไปยังคุนหลุนได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล ไม่เพียงแต่ความเข้าใจจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ศักยภาพและพรสวรรค์ในตัวก็ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นไปอีกขั้น

นิกายใหญ่และตระกูลต่างๆ พากันยื่นข้อเสนอ โดยประกาศชัดเจนว่ายินดีรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ได้รับประโยชน์เหล่านี้เข้าเป็นศิษย์

ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งโลกผู้บำเพ็ญเพียรในชั่วพริบตา ภายในวันนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่เพิ่งกลับมาจากสระสวรรค์คุนหลุน ก็พากันมุ่งหน้าไปยังนิกายและตระกูลต่างๆ เพื่อแสวงหาทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรที่ดีกว่า

แม้แต่ศิษย์ที่เดิมทีสังกัดอยู่ในขุมกำลังสำนักใหญ่ทั้งเก้าแห่งหัวเซี่ย ก็ยังมีหลายคนที่พากันลงจากเขา เพื่อไปสวามิภักดิ์ต่อขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ที่มีรากฐานลึกซึ้งกว่า

หยวนเทียนจงเลื่อนดูข้อมูลเหล่านี้ไปเรื่อยๆ สีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

สรรพคุณของบัวทองคำ เขาได้ประจักษ์ด้วยตัวเองมานานแล้ว

เรื่องของความเข้าใจนั้น เป็นสิ่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด หากคิดจะเปลี่ยนแปลง มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ

ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่ไม่ได้ไปเยือนสระสวรรค์คุนหลุนด้วยตัวเอง หลังจากได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ต่างก็รู้สึกเสียดายและเจ็บใจกันถ้วนหน้า

หยวนเทียนจงขยับจิตเล็กน้อย เปลวเพลิงมายาสีขาวสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันพลิ้วไหวแผ่วเบาท่ามกลางยามพลบค่ำที่กำลังจะมาเยือน แผ่กลิ่นอายลึกลับที่ยากจะอธิบายออกมา

ความเข้าใจของเขาก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ที่ได้บัวทองคำไป เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับผลพลอยได้พิเศษเพิ่มมาอีกอย่างหนึ่ง

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงบนร่างของหยวนเทียนจง เขาจ้องมองเปลวเพลิงมายาสีขาวในฝ่ามือเขม็ง พลางครุ่นคิดในใจ

จากประสบการณ์การค้นหาตำราโบราณและสืบเสาะความลับในยุคสิ้นธรรมของเขา สำนักเต๋าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและตระกูลบางแห่งที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ อาจจะซ่อนข้อมูลลับของยุคสมัยที่เก่าแก่ที่สุดเอาไว้

และหากเขาต้องการสืบหาที่มาของเปลวเพลิงมายาสีขาวสายนี้ เกรงว่าคงต้องเริ่มจากสถานที่เหล่านี้ เพื่อลองเสี่ยงดวงดู

ภายในภูเขาหวังอูก็มีนิกายเต๋าอยู่แห่งหนึ่งพอดี

คืนนั้น หยวนเทียนจงก็ออกจากกระท่อมไม้อีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งภายในภูเขา

จบบทที่ บทที่ 23: หัวหน้าแก๊ง

คัดลอกลิงก์แล้ว