- หน้าแรก
- ทลายกรงขังจักรวาล: ปรมาจารย์ยุคสิ้นธรรมฝืนลิขิตฟ้า
- บทที่ 19: ก้าวเก้ามังกรขึ้นครองราชย์ จะมีคำว่าครึ่งก้าวได้ยังไง!
บทที่ 19: ก้าวเก้ามังกรขึ้นครองราชย์ จะมีคำว่าครึ่งก้าวได้ยังไง!
บทที่ 19: ก้าวเก้ามังกรขึ้นครองราชย์ จะมีคำว่าครึ่งก้าวได้ยังไง!
ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักใหญ่ทั้งเก้ามาเยือนด้วยตัวเอง ใช้กำลังรบอันเด็ดขาดแสดงให้เห็นถึงอำนาจปกครองอย่างเบ็ดเสร็จต่อโอกาสเหนือธรรมดาแห่งสระสวรรค์ในครั้งนี้ จนทำให้ผู้คนพากันหวาดกลัวและถอยร่นไป
ใครจะไปคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ จะยังมีคนกล้าสอดมือเข้ามา แถมยังโอหังถึงขีดสุด แสดงท่าทีไม่เห็นทั้งเก้าคนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็หันขวับไปยังทิศทางของเสียง พลันเห็นร่างของชายคนหนึ่งที่หน้าตาไม่ได้หล่อเหลาอะไรนัก แต่กลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ไม่อาจละสายตาได้กำลังก้าวเดินเข้ามา
“ไอ้หนุ่มนี่โคตรห้าวเลย!”
“ลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ ฉันเข้าใจคำนี้อย่างถ่องแท้ก็วันนี้แหละ!”
อายุเท่ากับระดับการบ่มเพาะ
นี่คือความเข้าใจตรงกันของคนส่วนใหญ่
ก็เหมือนกับแพทย์แผนจีน ที่คนเรามักจะคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่ายิ่งอายุมาก วิชาแพทย์ก็ยิ่งเก่งกาจ
บางทีบนโลกนี้อาจจะมีผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่น แต่พรสวรรค์แบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองทะลุปรุโปร่งได้ตั้งแต่แรกเห็น จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงมาเป็นหลักฐาน ถึงจะเปลี่ยนแนวคิดเดิมๆ ได้
ดังนั้น เมื่อทุกคนเห็นใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของหยวนเทียนจง ความผิดหวังก็ผุดขึ้นมาในใจทันที
พวกเขายังนึกว่าคนที่กล้าพูดจาโอหังขนาดนี้ น่าจะเป็นเฒ่าปีศาจที่โด่งดังมานานของหัวเซี่ยสักคน ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแค่ไอ้หนุ่มหน้าละอ่อนแบบนี้
จงว่านหลีมีสีหน้าเรียบเฉย “ไอ้หนู โผล่มาจากไหนกัน ถึงได้กำแหงขนาดนี้”
บางทีอีกฝ่ายอาจจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา มาจากนิกายใหญ่
การคาดเดาเช่นนี้ เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกจงว่านหลีทั้งเก้าคนยังไม่ลงมือจัดการเขาด้วยความเด็ดขาด
หยวนเทียนจงที่มาถึงหน้าสระสวรรค์แล้วไม่เห็นใครอยู่ในสายตา สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในแววตาของเขา ก็คือบัวทองคำสิบสองกลีบที่ส่องประกายเจิดจรัสผิดปกติดอกนั้น เขารู้ดีว่าคำพูดของจงว่านหลีหมายความว่ายังไง จึงเอ่ยปากตอบไปว่า
“ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรตามป่าเขา”
“แค่ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรตามป่าเขาก็กล้ามากำแหงต่อหน้าพวกเรา รนหาที่ตาย!”
“เดี๋ยวก่อน เขาคือฆาตกรที่ฆ่าหลิ่วเม่ยกับผู้อาวุโสเซี่ยนี่!”
“ใช่แล้ว เขาแน่ๆ!”
ในที่สุดก็มีคนจำได้ว่าหยวนเทียนจงคือคนที่เพิ่งจะสังหารคนของภูเขาอินซวีไปเมื่อไม่นานมานี้
พอคำพูดนี้หลุดออกมา จงว่านหลีก็ลงมือทันที
หนึ่งคือ อีกฝ่ายมีความแค้นกับตัวเอง
สองคือ เขาได้หยั่งเชิงประวัติของอีกฝ่ายมาแล้ว มั่นใจว่าไม่ใช่ศิษย์ของนิกายใหญ่
“ดีล่ะไอ้ฆาตกรคลั่ง สวรรค์มีทางนายไม่เดิน นรกไร้ประตูแต่กลับบุกเข้ามา!”
สิ้นเสียงแค่นเย็นชา กระบี่บินภายใต้ 《วิชากระบี่อสนีเหิน》 เล่มหนึ่งก็พุ่งทะยานออกไปตามการควบคุมของจงว่านหลี ทิ้งร่องรอยสายฟ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไว้กลางอากาศ และปรากฏขึ้นตรงหน้าหยวนเทียนจงในชั่วพริบตา!
ความเร็วของมันเร็วกว่าตอนที่ใช้สังหารราชาหมูป่าก่อนหน้านี้ซะอีก ทำเอาคนรอบข้างถึงกับสั่นสะท้าน
“แย่แล้ว!”
“ญาติเธอเหรอ?”
“ไม่ใช่”
“แล้วเธอจะกังวลทำไม?”
“ก็เขาหล่อมากเลยนี่! ดูดีมีออร่าสุดๆ!”
“...”
ปัง!
ในตอนที่ทุกคนคิดว่าหยวนเทียนจงกำลังจะถูกฟันจนแหลกสลาย เรื่องราวก็กลับตาลปัตร!
หมัดเดียว!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 《วิชากระบี่อสนีเหิน》 ที่มีพลังสังหารรุนแรง เขาก็ซัดหมัดออกไปตรงๆ ใช้เลือดเนื้อปะทะอย่างดุดัน จนกระแทกกระบี่สายฟ้านั้นถอยกลับไป!
อะไรนะ?!
ผู้ชมรอบด้านล้วนมีสีหน้าตกตะลึง
พวกจงว่านหลีทั้งเก้าคนยิ่งเหม่อลอยไปชั่วขณะ นึกว่าตัวเองตาฝาด
ถึงกับใช้หมัดเดียวซัด 《วิชากระบี่อสนีเหิน》 จนถอยกลับไปได้เนี่ยนะ?
บางคนหวาดผวา บางคนไม่เชื่อ บางคนก็ไม่เข้าใจ
“นายเป็นใครกันแน่!”
จงว่านหลีจะไปเชื่อได้ยังไงว่าไอ้หนุ่มอายุน้อยๆ จะมีระดับการบ่มเพาะและฝีมือพอที่จะมาต่อกรกับตัวเองได้ นอกซะจากว่าอีกฝ่ายจะมาจากนิกายใหญ่ แถมยังต้องเป็นศิษย์ที่โดดเด่นสุดๆ ในนั้นด้วย
“ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรตามป่าเขา”
จงว่านหลีหนังตากระตุกรัว รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งใบหน้า
‘หึ ความหมายของนายก็คือ ฉันที่เป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดแห่งภูเขาอินซวี เป็นยอดฝีมือระดับท็อปของขอบเขตเบิกมังกร ทุ่มเทเงินทองมหาศาลเพื่อฝึกฝนวิชากระบี่อสนีเหิน... แต่กลับสู้ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรตามป่าเขาอย่างนายไม่ได้งั้นเหรอ?’
‘ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายแบบนี้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?’
‘แล้วศักดิ์ศรีของภูเขาอินซวีล่ะจะเอาไปไว้ไหน?!’
“ดี! มีต้นทุนให้กำแหงจริงๆ ด้วย! แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้นายก็ต้องไปเดินเล่นบนเส้นทางน้ำพุเหลืองสักรอบแล้วล่ะ!”
สิ้นเสียงตวาดลั่น จงว่านหลีก็ไม่กล้าออมมืออีกต่อไป กระบี่สามเล่มบนหลังถูกชักออกจากฝักในชั่วพริบตา พุ่งไปรวมกับกระบี่เล่มแรก พลังปราณแท้จริงอันเดือดพล่านพุ่งทะลักออกจากร่างของเขา เจือปนไปด้วยเส้นสายฟ้าบางๆ!
《วิชากระบี่อสนีเหิน》!
《มังกรอสนีพิโรธ》!
กระบี่ทั้งสี่พุ่งทะยาน สายฟ้าสว่างวาบขึ้นฉับพลัน!
พุ่งทะลวงอากาศเข้ามา กลายร่างเป็นมังกรอสนีบาต!
ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างอกสั่นขวัญแขวน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นคนที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของจงว่านหลีโดยตรงก็ตาม
“นั่นมันกระบวนท่าที่ใช้ฆ่าราชาหมูป่านี่!”
“ขอบเขตเบิกมังกร บวกกับกระบี่บินเทคโนโลยี... พลังรบของเขาพุ่งปรี๊ดไปถึงระดับครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์แล้ว!”
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
จงว่านหลีที่ทุ่มสุดตัวมีออร่าพุ่งสูงขึ้น เขาจ้องมองหยวนเทียนจงเขม็งพลางตวาดว่า “ถ้ารับกระบวนท่านี้ของฉันได้ ความแค้นในอดีตถือว่าเลิกรากันไป!”
“ฮ่าๆ นายคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยมั้ง!”
ตู้ม!
พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เป็นหยวนเทียนจงที่ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว แผ่ซ่านความน่าเกรงขามออกมา
ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พวกเขาพบว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะก้าวเดินไปกลางอากาศ เง้ามังกรหลายสายลอยวนอยู่ใต้เท้าของเขา ขับเน้นออร่าให้ดูราวกับจักรพรรดิที่เสด็จออกศึกด้วยองค์เองเพื่อปกครองใต้หล้า ทรงอำนาจจนไม่อาจบรรยาย ดุดันจนไม่อาจต้านทาน!
《ก้าวเก้ามังกรขึ้นครองราชย์》!
ออร่าหยางบริสุทธิ์ดั่งเปลวเพลิงทวีความรุนแรงขึ้นตามทุกย่างก้าวของหยวนเทียนจง
ก้าวที่หนึ่ง!
กระบี่ทั้งสี่ส่งเสียงร้องโหยหวน สั่นสะเทือนหึ่งๆ ไม่อาจคืบหน้าไปในอากาศได้อีกแม้แต่น้อย!
ก้าวที่สอง หยวนเทียนจงมาปรากฏตัวห่างจากจงว่านหลีสิบเมตร แรงกดดันดั่งจักรพรรดิผู้กุมกฎหมายทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดคนนี้สั่นสะท้านไปทั้งตัว เสื้อผ้าของเขาปริแตกออกก่อนเป็นอันดับแรกภายใต้พลังปราณที่พุ่งชน!
เขาตกใจสุดขีด ตระหนักได้ว่าตัวเองทนรับการโจมตีของอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!
‘คนคนนี้เป็นใครกันแน่!’
‘อายุยังน้อยขนาดนี้ แต่กลับมีออร่าที่เหนือกว่ายอดอัจฉริยะของนิกายใหญ่ซะอีก!’
‘ไม่สิ แม้แต่ยอดฝีมือรุ่นเก่าในนิกายใหญ่ เขาก็ยังสามารถต่อกรและปราบปรามได้!’
“พวกนาย ยังไม่ลงมืออีก จะรอถึงเมื่อไหร่!” เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่แทรกซึมเข้าสู่ปอด จงว่านหลีก็ยอมทิ้งหน้าตาในที่สุด หันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าที่เหลือ
“ยั้งมือด้วย!”
“อย่าให้มันเกินไปนักนะ!”
“น้องชาย บอกชื่อสำนักของนายมาสิ บางทีพวกเราอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันก็ได้!”
เสียงคำรามดังสนั่น หลงเซี่ยวเทียนใช้พลังรบทั้งหมดของตัวเอง กระตุ้นขาจรวด พุ่งทะยานเข้ามาสังหาร ยืนอยู่ข้างกายจงว่านหลี ขาทั้งสองข้างที่พร่ามัวกวาดเงาขาออกไปเต็มท้องฟ้า ผสานกับพลังของจรวด สั่นสะเทือนอากาศ อานุภาพน่าตื่นตะลึง!
ในเวลาเดียวกัน เฉินเต้าเฟิงแห่งหุบเขากุยจาง สวีเชียนเทาแห่งภูเขากู่เต้า และกวนเฟยเยี่ยนแห่งท่าเรือเหลียนฮวา บุคคลระดับครึ่งก้าวสู่ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามคนก็พากันพุ่งเข้ามาและลงมือพร้อมกัน
มิตรภาพหลายปี รวมถึงผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันอยู่เบื้องหลัง ทำให้ทั้งสามคนไม่อาจทนดูจงว่านหลีได้รับบาดเจ็บได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของพวกเขาก็มีความคิดหนึ่งอยู่ นั่นคือ ครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์ห้าคนร่วมมือกัน นายยังจะรับไหวอีกเหรอ? ถ้ารู้จักประเมินสถานการณ์ล่ะก็ ต่างคนต่างถอยคนละก้าวดีกว่า ไม่งั้นผลแพ้ชนะก็ยากจะคาดเดาจริงๆ!
ผู้ชมต่างฮือฮา
“ครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์ห้าคนร่วมมือกันเนี่ยนะ?!”
“พลังปราณแท้จริงน่าทึ่งมาก! ทั้งห้าคนฝึกฝนวิชาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำไมถึงยังส่งเสริมออร่าให้กันและกันได้อีกล่ะ!”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการร่วมมือของทั้งห้าคน หยวนเทียนจงก็ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ก้าวที่สองของ 《ก้าวเก้ามังกรขึ้นครองราชย์》 ยังคงก้าวออกไปอย่างมั่นคง!
รอยเท้าสีทองที่ควบแน่นจากพลังปราณแท้จริงแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามของจักรพรรดิที่เสด็จออกศึก กดทับลงมาอย่างดุร้าย!
‘ครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์?’
‘เบิกมังกรก็คือเบิกมังกร ปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์ จะมีคำว่าครึ่งก้าวได้ยังไง? หึๆ’
ปัง ปัง ปัง!
รอยเท้าสีทองอันน่าสะพรึงกลัวบดขยี้การโจมตีของทั้งห้าคนด้วยพลังทำลายล้าง จากนั้นก็เหยียบลงพื้นอย่างเลือดเย็น ท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิตของพวกเขาทั้งหลาย
ตู้ม—!
แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแผ่กระจายไปทั่ว ฝุ่นหิมะฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า
เมื่อฝุ่นควันจางลง กองเนื้อเละๆ ห้ากองก็ทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบสงัด
ผู้อาวุโสสูงสุดอีกไม่กี่คนที่เหลือต่างเหงื่อแตกพลั่ก แอบดีใจที่เมื่อกี้ตัวเองไม่ได้พุ่งเข้าไปรับมือ
ความแข็งแกร่งของคนคนนี้ เหนือความคาดหมายครั้งแล้วครั้งเล่า แข็งแกร่งซะจนเหมือนกับ... ปรมาจารย์!
‘ไม่มีทาง ไม่มีทางหรอก’
‘ควันเทวะเข้าสู่วิถีเป็นโอกาสเดียวที่จะทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์ได้ ตอนนี้ควันเทวะเข้าสู่วิถียังไม่ปรากฏ แล้วเขาจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้ยังไง?’
ทุกคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปมา ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ
แม้แต่พรรคพวกของคนในสำนักที่ตายไป ตอนนี้ก็ยังคงเงียบกริบราวกับป่าช้า
‘เหยียบครึ่งก้าวสู่ปรมาจารย์ห้าคนตายด้วยเท้าเดียวเนี่ยนะ?’
ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ ใครยังกล้าพุ่งเข้าไปหาเรื่องอีก ก็ถือว่ารนหาที่ตายจริงๆ ไม่นับว่าเป็นฮีโร่อะไรหรอก
“ราชันย์บัวทองคำเป็นของฉัน ใครมีความเห็นอะไรอีกไหม?”
สายตาของหยวนเทียนจงกวาดมองผู้อาวุโสสูงสุดที่เหลืออยู่ พวกเขาต่างพากันส่ายหน้า ใครจะไปกล้ามีความเห็นอะไรอีกล่ะ!
จากนั้น หยวนเทียนจงก็หันหลังกระโดดทะยานข้ามระยะทางหลายร้อยเมตร ไปร่อนลงบนราชันย์บัวทองคำที่ส่องประกายเจิดจรัสอย่างมั่นคง!