- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกซุส แต่ขอตั้งตนเป็นศัตรูกับโอลิมปัสแล้วกัน
- บทที่ 14 - แอรีส ผมจะไปสวมเขาให้คุณแล้วนะ!
บทที่ 14 - แอรีส ผมจะไปสวมเขาให้คุณแล้วนะ!
บทที่ 14 - แอรีส ผมจะไปสวมเขาให้คุณแล้วนะ!
บทที่ 14 - แอรีส ผมจะไปสวมเขาให้คุณแล้วนะ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ลอว์นลูบเส้นผมบนหัวที่ดกดำจนโปรแกรมเมอร์ยังต้องอิจฉาพลางคิดรำพึงในใจ
ตามช่องโหว่ที่เขาจงใจเหลือทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถจ่ายของเดิมพันที่เป็นนามธรรมในแง่ลบอย่าง ความโชคร้าย ความหดหู่ ความเจ็บปวด หรือ คำสาป ได้ แต่ของเดิมพันที่ไม่สามารถชั่งตวงวัดหรือกำหนดขอบเขตได้ชัดเจนแบบนี้ ยิ่งมีโอกาสถูกตลบหลังและกลายเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำร้ายตัวเองในท้ายที่สุด
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เขาจึงยินดีที่จะเสียสละทางกายภาพเพียงเล็กน้อยมากกว่า
เมื่อเทียบกับการร่วงหล่นของเส้นผมเพียงไม่กี่เส้น การได้มาซึ่งวิธีเลื่อนสถานะเป็นกึ่งเทพอย่างรวดเร็วนั้น ถือว่ากำไรมหาศาล
หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลอว์นก็บิดขี้เกียจก่อนจะขยับตัวหมากรุกอย่างสบายอารมณ์ เริ่มต้นการลองผิดลองถูกและการห้ำหั่นกันบนกระดานหมากรุกรอบแล้วรอบเล่า
พูดตามตรง ยุทธวิธีแลกหมากและการกดดันขั้นสุดยอดของเฮคาทีเมื่อนำมาผสมผสานกันแล้ว รับมือได้ยากมากจริงๆ
แต่สำหรับเกมกระดานชนิดนี้ อย่างไรเสียนางก็ยังเป็นแค่มือใหม่ รูปแบบและวิธีการรุกก็วนเวียนอยู่แค่ไม่กี่กระบวนท่า
ในขณะที่สมองของลอว์นนั้นเต็มไปด้วยประสบการณ์และสูตรสำเร็จของเกมกระดานที่มนุษยชาติสั่งสมมานับพันปี ทันทีที่เขาสามารถจับทางของเฮคาทีได้และตั้งหลักได้อย่างมั่นคง เขาก็สามารถวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อเปิดฉากตอบโต้กลับไป
ในที่สุด หลังจากยอมสังเวยเส้นผมไปประมาณสามสิบเส้น ลอว์นก็ใช้สูตรสำเร็จอย่าง เบี้ยเลื่อนขั้น และ เบี้ยรุกฆาตราชา ต้อนเฮคาทีจนมุมไร้ทางหนี
"รุกฆาต!"
เมื่อลอว์นผลักตัวหมากรุกรูปหัวสัตว์ประหลาดที่เปรียบเสมือนเรือรบไปข้างหน้า ผสานกับการเลื่อนขั้นของเบี้ย ปิดตายทางถอยเส้นสุดท้ายของราชาฝั่งศัตรู เฮคาทีที่ไม่อาจพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีกต่อไปก็ทำได้เพียงล้มตัวหมากรุกด้วยความขัดใจและยอมรับความพ่ายแพ้ในตานี้อย่างจำนน
"เอาล่ะ ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้ท่านควรจะบอกวิธีเลื่อนสถานะเป็นกึ่งเทพที่เร็วที่สุดให้ผมได้แล้วใช่ไหม ท่านเทพี"
"ง่ายนิดเดียว หยดเลือดของเจ้าลงบนลูกเต๋าลูกนั้น จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานถึงสิ่งที่เจ้าปรารถนาแล้วทอยลูกเต๋า แต้มที่ออกมาจะให้คำใบ้แก่เจ้าเอง"
แม้นางจะเป็นผีพนัน แต่ในฐานะเทพีผู้สง่างาม เฮคาทีก็ยังมีจรรยาบรรณพื้นฐานของนักพนันที่กล้าได้กล้าเสีย นางบอกวิธีออกมาอย่างตรงไปตรงมา
ใช้เจ้านี่เนี่ยนะ
ลอว์นมองตามสายตาของเฮคาทีไปยังลูกเต๋าสิบสองหน้าหินเซอร์เพนทีนที่อยู่ตรงหน้า แววตาของเขาเป็นประกายเล็กน้อย
ของสิ่งนี้คือรางวัลพิเศษที่เขาได้มาจากการเอาชนะในเกมกู้หน้าเมื่อครู่ เดิมทีมันเป็นของเฮคาทีและมาเป็นคู่
"บนลูกเต๋าทั้งสิบสองหน้าไม่ได้สลักแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่สัญลักษณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเลขยังสอดคล้องกับมหาเทพทั้งสิบสององค์ที่ปกครองกรีก หรือก็คือตัวแทนระเบียบของโลกในปัจจุบัน ในเมื่อเจ้าต้องการยกระดับสายเลือดของตัวเองให้เป็นกึ่งเทพ เจ้าก็ต้องแสวงหาโอกาสในโลกใบนี้ และมันจะให้คำตอบแก่เจ้าเอง"
เฮคาทีโยนลูกเต๋าหินเซอร์เพนทีนสิบสองหน้าอีกลูกในมือเล่นไปมาและอธิบายด้วยรอยยิ้ม
"นี่ไม่ใช่ของขวัญธรรมดาทั่วไป แต่เป็นของขวัญจากโชคชะตา"
"จริงเหรอ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาเนี่ย มันดูจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่เลยล่ะ"
ลอว์นมองลูกเต๋าสิบสองหน้าบนโต๊ะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแคลงใจ
เฮคาทีไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ นางเพียงยิ้มบางๆ แล้วยื่นมือขาวผ่องออกมา
"ตามที่ตกลงกันไว้ ข้าได้บอกในสิ่งที่ควรบอกไปแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า ถ้าเจ้าไม่ต้องการมัน งั้นก็คืนข้ามา"
ลอว์นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ยังไงตอนนี้เขาก็อยู่จุดต่ำสุดแล้ว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนมันก็ต้องเป็นขาขึ้นอยู่ดีล่ะน่า!
จะกลัวอะไรเล่า แบบนี้มันต้องเทหมดหน้าตักแล้ว!
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ หนทางก็เปิดกว้างทันที
ลอว์นยกมือขึ้นมากัดนิ้วชี้จนเลือดออก ภายใต้สายตาที่เปื้อนยิ้มของเฮคาที เขาบีบเลือดสีแดงอมทองหยดหนึ่งลงบนลูกเต๋าสิบสองหน้า จากนั้นก็หลับตานับเลขในใจสองสามวินาที แล้วโยนลูกเต๋าลงบนโต๊ะอย่างเด็ดขาด
ลูกเต๋าเปื้อนเลือดกลิ้งไปมาบนโต๊ะสองสามรอบ ก่อนจะหยุดนิ่งที่รูปหอกสีเลือดแปดเล่มไขว้กัน
"แปดงั้นหรือ เทพเจ้าแห่งสงครามสินะ ถ้าเช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้าได้รับพรจากแอรีส"
เฮคาทีปรายตามองหน้าลูกเต๋าแล้วดีดนิ้วพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ในเวลาเดียวกัน ลูกเต๋าสิบสองหน้าบนโต๊ะก็สั่นพ้องและกลายสภาพเป็นลำแสงสีเลือดพุ่งเข้าชนหน้าอกของลอว์นด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันซึมลึกเข้าไปในตราประทับคำสาปสีดำมืดที่เฮคาทีเคยสลักไว้บนตัวเขาและหายวับไปในพริบตา
ตราสัญลักษณ์นี้เป็นรูปวงกลม ตรงกลางมีเขาวงกตทรงกลมล้อมรอบเส้นเกลียวเอาไว้
เขาวงกตสื่อถึงการเกิดใหม่ ส่วนเส้นเกลียวตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ของความคิดและจิตวิญญาณ
นามของมันคือ วงล้อแห่งเฮคาที
ในเวลานี้ภายในห้วงมหาสมุทรแห่งจิตสำนึกของลอว์น มีเสียงเสียดสีคล้ายกับฟันเฟืองและกลไกกำลังทำงานดังขึ้น เขาวงกตที่เกิดจากวงล้อแห่งเฮคาทีได้หมุนวนและก่อตัวขึ้นใหม่ กลายเป็นแท่นบูชาสำริดโบราณที่มีรอยด่างพร้อย
และเมื่อลูกเต๋าสิบสองหน้าที่เปื้อนเลือดตกลงมาตรงกลางแท่นบูชา สีเลือดอันเข้มข้นก็แผ่ซ่านออกมา ถักทอรวมกันกลายเป็นเทวโองการสีเลือด
สังหารสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลระดับทองคำหนึ่งร้อยตัว เพื่อทำพิธีบูชายัญแด่ทวยเทพให้ลุล่วง
ลอว์นไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาพูดข้อความในหัวออกมาและขมวดคิ้วถามเฮคาทีที่อยู่ตรงหน้า
"หมายความว่ายังไง"
"ถ้าข้าเดาไม่ผิด ในตัวเจ้าคงจะมีสายเลือดของแอรีสเทพแห่งสงครามไหลเวียนอยู่สินะ"
เฮคาทีใช้นิ้วเขี่ยลูกเต๋าสิบสองหน้าอีกลูกพลางยิ้มและถามกลับ
ลอว์นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
แคดมัสผู้สร้างเมืองธีบส์เคยสังหารมังกรยักษ์ของแอรีส จึงถูกบังคับให้ต้องรับใช้แอรีสเทพแห่งสงครามเป็นเวลาแปดปี
จากนั้นด้วยการไกล่เกลี่ยของเหล่าทวยเทพ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงปรองดองกัน ซุสได้ยกฮาร์โมเนียเทพีแห่งความสามัคคีปรองดองซึ่งเป็นลูกสาวของแอรีสและอะโฟรไดต์ให้แต่งงานเป็นภรรยาของแคดมัส เพื่อเป็นการชดเชยการทำงานหนักแปดปีของเขา
และตามลำดับวงศ์ตระกูล เซเมลีแม่ผู้ล่วงลับของเขาก็เป็นหนึ่งในลูกทั้งสี่คนของแคดมัสและฮาร์โมเนียนั่นเอง
นั่นก็หมายความว่า นอกจากสายเลือดของซุสแล้ว ในตัวของลอว์นยังมีเลือดของแอรีสเทพแห่งสงครามและอะโฟรไดต์เทพีแห่งความงามผสมอยู่อีกด้วย
เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน เฮคาทีก็ยิ้มและอธิบายเพิ่มเติม
"คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก หากเป็นวีรบุรุษลูกครึ่งทั่วไปที่ต้องการเป็นกึ่งเทพ พวกเขาจะต้องผ่านการชำระล้างตัวเองอย่างเนิ่นนาน ค่อยๆ ปลุกความเป็นเทพในร่างกายให้ตื่นขึ้นทีละก้าว ถึงจะสามารถจุดไฟเทพและทำการเลื่อนสถานะให้สมบูรณ์ได้"
"แต่ตอนนี้ลูกเต๋าได้มอบทางลัดที่เจ้าต้องการให้แล้ว"
"เพียงแค่ทำตามเงื่อนไขการบูชายัญต่อแอรีสให้สำเร็จ มันก็จะช่วยให้เจ้าสามารถขโมยพรจากอำนาจแห่งสงครามมาได้ชั่วคราว เมื่อถึงเวลานั้น สายเลือดเทพที่มีต้นกำเนิดเดียวกันในตัวเจ้า ก็จะสามารถรวบรวมความเป็นเทพได้มากพอจากทั้งภายในและภายนอกผ่านงานเลี้ยงแห่งการสังหารและการต่อสู้ครั้งนี้ เพื่อนำไปจุดไฟเทพในตัวให้ลุกโชน"
ซี๊ด!
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเฮคาที ลอว์นก็สูดลมหายใจเข้าลึก
การเดิมพันครั้งนี้ดูเหมือนจะเล่นใหญ่ไปหน่อย
ในแง่หนึ่ง การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการข้ามหัวแอรีสซึ่งเป็นเทพแห่งสงครามตัวจริง และแย่งชิงสวมเขาเอาอำนาจแห่งสงครามมาใช้เองชั่วระยะเวลาหนึ่ง
แม้ว่าในตำนานและมหากาพย์หลายๆ เวอร์ชัน แอรีสมักจะเป็นเป้าหมายที่ถูกปั่นหัวเล่นและไม่ค่อยมีหน้ามีตาในหมู่มหาเทพทั้งสิบสองเท่าไหร่นัก
แต่นั่นมันก็ต้องดูด้วยว่าคนที่กระตุกสายจูงเป็นใคร!
การให้เด็กอายุสิบหกที่เพิ่งอยู่แค่ระดับทองคำไปล้วงคองูเห่าแย่งอำนาจของเทพเจ้าแห่งโอลิมปัสตัวจริงแบบนี้ มันไม่ใช่แค่การเล่นกับไฟแล้ว แต่มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ!
"ท่านกลัวว่าผมจะตายช้าไปใช่ไหม"
ลอว์นบ่นอุบด้วยใบหน้าดำทะมึน เขาเปิดโปงเจตนาร้ายของเจ้าหนี้ไร้คุณธรรมตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
"วางใจเถอะ โอลิมปัสไม่มีทางรู้หรอกว่าเจ้าทำอะไรลงไป"
เฮคาทีหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ นางยกมือขึ้นหมุนลูกเต๋าบนโต๊ะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกล้ำแฝงความนัย
"เพราะโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ ไม่อาจทำนายผลลัพธ์จากลูกเต๋าแห่งความบังเอิญได้หรอกนะ..."
แววตาของลอว์นเปล่งประกาย ใบหน้าของเขาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ค่อยๆ สงบลงเล็กน้อย
ในฐานะนักพนันตัวยง นางคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างการทำลายชิปเดิมพันทิ้งไปง่ายๆ หรอก
อย่างน้อยก็ต้องรอให้เขาสร้างมูลค่าได้มากพอ หรือสร้างความสนุกสนานที่คู่ควรเสียก่อน ถึงจะค่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ถ้าอย่างนั้น...
ลอว์นหลับตาลงและใช้ความคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลืมตาสีม่วงขึ้นอย่างฉับพลัน เขากำหมัดแน่น มุมปากที่ยกขึ้นแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง
ความเสี่ยงสูงย่อมมาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูง ถึงเวลาแสดงโชว์แล้ว!
แอรีส เตรียมตัวพร้อมหรือยัง ผมจะไปสวมเขาให้คุณแล้วนะ!
[จบแล้ว]