- หน้าแรก
- ตราประทับสองโลก
- บทที่ 967 - มีวัตถุดิบดองเหล้าแล้ว
บทที่ 967 - มีวัตถุดิบดองเหล้าแล้ว
บทที่ 967 - มีวัตถุดิบดองเหล้าแล้ว
ครู่ต่อมา ลู่เจิงก็เก็บรวบรวมปราณเมฆา ตู้หวนเจินและต้วนฉางไจ้ก็พบว่ามีร่างสองร่างนอนหมอบกระแตอยู่ข้างๆ พวกเขา
“ราชันย์ตะขาบทองคำ?”
“คนลึกลับ?”
ชายชราผมสีเทาในชุดสีทอง ใบหน้าแฝงไปด้วยความหม่นหมอง
ชายชุดดำหน้าตาทะมัดทะแมง ดวงตาเล็กๆ สองข้างกลอกกลิ้งไปมา
“นี่คือ จับเป็นได้แล้วหรือ?” ต้วนฉางไจ้มองไปที่ลู่เจิงด้วยความตกตะลึง “ง่ายดายถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
ลู่เจิงโบกมือ “ไม่ง่ายเลย สองคนนี้ร้ายกาจไม่เบา ยุ่งยากกว่าตอนจับปีศาจปลาสองตนนั้นเมื่อคราวก่อนไม่น้อย”
ต้วนฉางไจ้อดไม่ได้ที่จะกะพริบตา แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าปีศาจปลาสองตนที่ลู่เจิงพูดถึงคือใคร แต่รู้สึกว่าคงไม่ใช่ตัวละครธรรมดาแน่ๆ
แต่ทว่า นี่เพิ่งจะผ่านไปกี่ปีกัน?
คฤหัสถ์น้อยแห่งตำหนักเมฆขาวที่เคยต้องร่วมมือกับเขาเพื่อจัดการกับปีศาจแมงป่องในอดีต ตอนนี้กลับกลายเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งเต๋า ที่สามารถจับเป็นมหาอสูรที่มีตบะนับพันปีได้อย่างง่ายดายไปเสียแล้ว
ต้วนฉางไจ้ทอดถอนใจ สบตากับตู้หวนเจิน ก่อนจะหันไปมองทั้งสองคนตรงหน้า โดยเฉพาะชายชุดดำผู้นั้น
ราชันย์ตะขาบทองคำผู้นั้นแม้จะเก่งกาจ แต่ก็เป็นเพียงปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในเขาหลิงซาน ผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง น่าจะเป็นชายชุดดำที่ชื่อหรงตงเหอผู้นี้ต่างหาก
“เจ้าเป็นใคร?” ตู้หวนเจินเอ่ยถาม
“เขาชื่อหรงตงเหอ เป็นปีศาจปลาจากแดนใต้ มาที่ต้าจิ่งเพื่อต้องการโหมกระพือภัยน้ำท่วมให้รุนแรงยิ่งขึ้น” ราชันย์ตะขาบทองคำรีบชิงตอบทันที
ตู้หวนเจินกวาดสายตามองหรงตงเหอ ก่อนจะหันไปถามราชันย์ตะขาบทองคำต่อ “เขาเป็นลูกน้องของใคร?”
การที่หรงตงเหอหลอกล่อให้ปีศาจตัดเส้นทางน้ำเพื่อปล่อยน้ำท่วม และดึงตัวราชันย์ตะขาบทองคำมาวางกับดักซุ่มโจมตีฉู่จิ้น ล้วนเป็นไปเพื่อต้องการโหมกระพือให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติลุกลามใหญ่โตขึ้น
การนี้ เขาต้องสูญเสียยาโอสถไปมากมาย และเชื่อว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยเพื่อให้ราชันย์ตะขาบทองคำยอมลงมือ
แล้ว... ผลประโยชน์ล่ะ?
ด้วยตบะแปดร้อยปีของหรงตงเหอ การสร้างความวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ เกรงว่าจะไม่คุ้มทุน อีกทั้งเขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะตกปลาตัวใหญ่ แม้จะทำให้ต้าจิ่งวุ่นวายได้ แต่ด้วยระดับพลังของเขา ก็คงได้แต่กินเศษเนื้อเศษน้ำแกงเท่านั้น
ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังของเขา จะต้องมีตัวตนบางอย่างคอยหนุนหลังอยู่
ยอดฝีมือที่ยอมทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อสร้างความวุ่นวายให้ต้าจิ่ง และจะได้รับผลตอบแทนมหาศาลหลังจากที่ต้าจิ่งเกิดความโกลาหล
ศัตรูของต้าจิ่งมีมากมาย แล้วคนผู้นี้คือใครกันแน่?
“เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกข้า เพียงแต่เคยให้ข้าดูโอสถพิษพันปีเม็ดหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยให้ข้าทะลวงขีดจำกัด และต่ออายุขัยได้” ราชันย์ตะขาบทองคำกล่าว
เอาล่ะ รู้สาเหตุที่ราชันย์ตะขาบทองคำยอมลงมือแล้ว
ลู่เจิงเหลือบมองราชันย์ตะขาบทองคำ เส้นผมสีทองของเขามีสีขาวแซมอยู่ นี่คือสัญลักษณ์ของความแก่ชรา ราชันย์ตะขาบทองคำแม้จะมีวิชาอาคมสูงส่ง แต่อายุขัยใกล้จะสิ้นสุดเต็มที จนไม่สามารถควบคุมสีผมของตัวเองให้เป็นปกติได้อีกต่อไป
ด้วยพรสวรรค์ของเขา ระดับตบะในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าถึงทางตันแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด คาดว่าอีกไม่กี่ปีอายุขัยก็จะสิ้นสุด และสูญสลายไป
แต่หากได้กินโอสถพิษพันปีสักเม็ด ก็สามารถยกระดับพลังขึ้นไปได้อีกขั้น และต่ออายุขัยได้อีกด้วย
เมื่อราชันย์ตะขาบทองคำพูดจบ สายตาของทุกคนก็หันไปจับจ้องที่หรงตงเหออีกครั้ง
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคน โดยเฉพาะลู่เจิง นักพรตผู้มีวิชาอาคมสูงส่งที่เพิ่งจับเป็นเขาได้อย่างง่ายดาย หรงตงเหอก็กลอกตาเล็กๆ สองข้างไปมา กลืนน้ำลาย แล้วเริ่มยื่นข้อเสนอ “ข้าเป็นแค่ลูกกระจ๊อก หากท่านนักพรตรับปากว่าจะปล่อยข้าไป ข้าก็จะยอมสารภาพ”
ลู่เจิงได้ยินดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขากะพริบตา แล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เฮยหรูตัวนั้นได้วางอาคมผนึกไว้ในจิตวิญญาณของเจ้าหรือไม่?”
“ตู้ม!”
หรงตงเหอรู้สึกเหมือนสมองถูกกระแทกอย่างแรง สติหลุดลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลู่เจิงด้วยความตกตะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
ลู่เจิงเลิกคิ้ว “เป็นเสวียนรั่วเสินจวินจริงๆ หรือนี่?”
ที่จริงเมื่อกี้เขาแค่เดาสุ่ม เพราะพิษในน้ำสีดำที่หรงตงเหอใช้นั้น ไม่เหมือนกับอาคมผนึกในจิตสำนึกของปีศาจปลาดุกดำสองตนนั้นเลย เพียงแต่เห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์ทางน้ำเหมือนกัน และใช้พิษเหมือนกัน ลู่เจิงจึงลองหยั่งเชิงดู
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นความจริง!
“เสวียนรั่วเสินจวิน?” ตู้หวนเจินและต้วนฉางไจ้มองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อบุคคลผู้นี้มาก่อน
“เป็นเฮยหรูแห่งแดนใต้ตนหนึ่ง แข็งแกร่งมาก” ลู่เจิงอธิบาย “อาจจะมีตบะเกือบหมื่นปี”
“ตู้ม!”
คราวนี้เป็นตู้หวนเจินและต้วนฉางไจ้ที่สมองว่างเปล่าไปเลย
ตบะหมื่นปี?
นั่นมันระดับไหนกัน?
นั่นคือตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้อย่างแน่นอน ทั่วทั้งต้าจิ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คน ที่คุ้นหูคุ้นตาก็นับนิ้วได้เลย
ตัวตนระดับนั้น เริ่มลงมือกับต้าจิ่งแล้วหรือ?
“จริงหรือเจ้าคะ?” ตู้หวนเจินอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่เป็นเพราะมันน่าตกใจเกินไป
ลู่เจิงพยักหน้า “พวกท่านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนวารีกุยหลิงเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่? มีปีศาจปลาดำสองตนบุกยึดจวนวารี หมายจะทำร้ายอ๋าวคั่วที่เพิ่งรับตำแหน่ง ตอนนั้นข้าก็บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์พอดี”
“มีบันทึกและรายงานจากเบื้องบนส่งลงมา พวกเราพอจะทราบเรื่องนี้อยู่บ้างขอรับ” ต้วนฉางไจ้พยักหน้า “แต่พวกเราไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังปีศาจปลาสองตนนั้นคือเฮยหรูแห่งแดนใต้”
ตู้หวนเจินกล่าวเสริมด้วยความตกใจ “อาจเป็นเพราะศัตรูแข็งแกร่งเกินไป และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงไม่เหมาะที่จะบันทึกไว้ในรายงานทั่วไป ด้วยระดับของพวกเรา จึงยังไม่สามารถรับรู้เบื้องลึกเบื้องหลังได้กระมัง”
ลู่เจิงกะพริบตา แล้วหันไปมองซื่อหลิงซี
ซื่อหลิงซีก็กะพริบตา แล้วหันมามองลู่เจิง
“ข้าไม่ได้บอกเรื่องนี้กับอ๋าวคั่วหรือกองปราบปรามสิ่งประหลาดใช่หรือไม่?” ลู่เจิงส่งเสียงผ่านจิตถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?” ซื่อหลิงซีปรายตามองลู่เจิง
ลู่เจิง “...”
ซื่อหลิงซี “...”
“อะแฮ่ม!” ลู่เจิงกระแอมแห้งๆ สองที ข้ามหัวข้อนี้ไป แล้วพูดต่อ “อาจจะใช่ รายละเอียดข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่คนผู้นี้น่าจะเป็นลูกน้องของเฮยหรูแห่งแดนใต้ ในจิตวิญญาณของเขาน่าจะมีอาคมผนึกของปีศาจเฒ่าตนนั้นอยู่ หากใช้วิชาลับทางจิตสำนึกตรวจสอบจิตวิญญาณของเขา อาจจะถูกอาคมผนึกของปีศาจเฒ่านั้นสะท้อนกลับเอาได้นะ”
ต้วนฉางไจ้และตู้หวนเจินได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนสะดุ้ง
ล้อเล่นน่า อาคมผนึกจิตวิญญาณที่ปีศาจเฒ่าตบะหมื่นปีเป็นคนวางไว้ หากถูกสะท้อนกลับ เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือตบะพันปีก็คงรับมือไม่ไหว!
โดยเฉพาะตู้หวนเจิน นางถอนหายใจอย่างโล่งอก นางเชี่ยวชาญวิชาลับทางจิตสำนึก หากบุ่มบ่ามใช้วิชาเวทมนตร์กับหรงตงเหอผู้นี้ คงถูกสะท้อนกลับจนวิญญาณแตกซ่านดับสูญไปแล้ว
ลู่เจิงหันไปมองทั้งสองคน แล้วเอ่ยถาม “พวกท่านต้องพาตัวเจ้านี่กลับไปหรือไม่?”
ดวงตาของต้วนฉางไจ้เป็นประกาย “ได้หรือขอรับ?”
“ย่อมได้” ลู่เจิงพยักหน้า ขอเพียงทำลายตบะของคนผู้นี้ แล้วส่งตัวให้กองปราบปรามสิ่งประหลาดไป แม้แสงแห่งวาสนาที่ได้รับจะไม่เท่ากับการสังหารโดยตรง แต่ก็ยังได้มาสักห้าหกส่วน เขามีประสบการณ์มาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ข้างๆ ไม่ใช่ว่ายังมีแบบสมบูรณ์อยู่อีกตัวหรอกหรือ?
“ราชันย์ตะขาบทองคำคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ข้าขอเก็บไว้แล้วกัน ส่วนคนผู้นี้ พวกท่านพาตัวไปเถอะ ตกลงไหม?” ลู่เจิงเอ่ยถาม
“ย่อมได้เจ้าค่ะ!” ตู้หวนเจินรีบตอบตกลงทันที
“ถ้างั้นก็สำเร็จ มีวัตถุดิบดองเหล้าแล้ว” ลู่เจิงพยักหน้า ยกมือขวาขึ้น แล้วสะบัดลงอย่างแรง
วินาทีต่อมา แสงแห่งวาสนากว่าเจ็ดร้อยสาย ก็หลั่งไหลเข้าสู่ตราประทับหยกในสมองทีละสาย
[จบแล้ว]