เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"

บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"

บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"


บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"

[แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! โฮสต์กำลังเข้าใกล้สิ่งวิปริตระดับ 4 คุณลักษณะไม่ลืม ค่าสถานะในปัจจุบันของโฮสต์ไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน โปรดรีบถอยห่างจากพื้นที่นี้โดยด่วน อย่าเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ!]

ตรงกลางห้องลับหลังกระจกกันกระสุนมีแท่นทรงกระบอกสูงหนึ่งเมตรตั้งอยู่ ด้านบนของแท่นที่ดูคล้ายกับแท่นจัดแสดงมีถาดสีเงินวางอยู่ใบหนึ่ง

ในถาดเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ที่ซึมล้นออกมาจนไหลนองเต็มพื้น ก่อนจะไหลไปรวมกันที่ช่องระบายน้ำตรงมุมห้อง แล้วไหลลงสู่ภาชนะจัดเก็บที่ผ่านการเตรียมการมาเป็นพิเศษ

ส่วนตรงกลางถาดนั้นคือ... สมองหมูก้อนหนึ่ง?

สมองก้อนนี้ดูเหมือนยังมีชีวิตอยู่ มันเต้นเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายกับหัวใจ ดูแล้วชวนให้รู้สึกขนลุกขนพอง

แต่ว่า

ก็แค่สมองหมูก้อนเดียวเนี่ยนะ ไม่ใช่คู่ต่อสู้งั้นเหรอ?

เสิ่นเกอรู้สึกเหมือนระบบกำลังดูถูกตัวเอง เขาจึงถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะบุกเข้าไปเดี่ยวๆ กับสมองหมูก้อนนั้นในห้องกักกัน แต่น่าเสียดายที่ถ้าไม่มีรหัสผ่านก็ไม่สามารถเข้าไปได้

เติ้งอวี้ฉีเห็นเสิ่นเกอกำลังพิจารณาสมองก้อนนั้นอยู่จึงพูดขึ้น "ถ้าคุณติดตามข่าวสารบ้าง เมื่อปี 2019 เคยเกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานดอกไม้ไฟแถบชานเมืองทางใต้จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน แต่ความจริงแล้วมันเป็นฝีมือของสิ่งวิปริตระดับ 2 ที่กลายพันธุ์แล้วบุกเข้าไปในโรงงานต่างหาก ร่างต้นแบบของสิ่งวิปริตตัวนั้นคือหมูป่า"

"นักรบที่ถูกมันดึงเข้าไปในมิติวิปริต สุดท้ายล้วนมีจุดจบที่ภาวะสมองตาย เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ฉันจึงยื่นเรื่องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่เพื่อใช้ขีปนาวุธหนึ่งลูกถล่มโรงงานนั้นจนราบเป็นหน้ากลอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบพบว่าสมองของมันคือต้นกำเนิดของการกลายพันธุ์ จึงได้นำออกมาและปิดผนึกไว้ที่นี่มาตลอด"

สมองหมูของแท้เลยนี่หว่า!

เสิ่นเกอชะโงกหน้าไปมองผ่านหน้าต่างกระจกด้วยความสนใจพลางเอ่ยถามขึ้นลอยๆ "แล้ววิจัยผลลัพธ์ของพลังงานวิปริตมันออกมาหรือยังครับ?"

เติ้งอวี้ฉีตอบ "ตามรายงานการทดลองกับสัตว์ของฝ่ายตรวจสอบระบุว่า มันเป็นพลังงานวิปริตที่ไปกระตุ้นการทำงานของสมอง ก่อนที่พลังงานวิปริตจะสลายไป สัตว์ทดลองจะจดจำท่าทางและคำสั่งที่นักวิจัยสอนได้อย่างแม่นยำ แต่พอพลังงานวิปริตสลายไปเมื่อไหร่ สัตว์ทดลองก็จะเข้าสู่ภาวะสมองตายในเวลาอันรวดเร็ว"

"ถ้าเอาไปทำเป็นสมองหมูย่าง รสชาติน่าจะอร่อยใช้ได้เลยนะ" เสิ่นเกอวิจารณ์

เติ้งอวี้ฉีชินกับการที่ตามความคิดของเสิ่นเกอไม่ทันเสียแล้ว เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอโทษทีนะ ตับผัดเซี่ยงจี๊คือขีดจำกัดของอาหารท้องถิ่นที่ฉันพอจะรับได้แล้ว ฉันจินตนาการรสชาติของไอ้เจ้านี่ตอนเข้าปากไม่ออกจริงๆ แล้วก็อีกอย่าง นี่คือสิ่งวิปริตนะ ไม่ใช่สมองหมูธรรมดา กินเข้าไปไม่กลัวตายคาที่หรือไง อีกอย่างสมองที่กลายพันธุ์นี่ก็ดูคล้ายกับสมองคนมาก คุณกินลงจริงๆ เหรอ?"

"อย่างมากก่อนกินก็ท่องคำว่า ฮาคูนามาทาทา สักรอบไง พูดแล้วผมก็ชักอยากกินสมองหมูย่างขึ้นมาแล้วสิ ยกเจ้านี่ให้ผมได้ไหม เอ๊ะ คุณจะไปไหนน่ะ?" เสิ่นเกอท้วง

เติ้งอวี้ฉีพูดโดยไม่หันกลับมามอง "ไปจัดการหาจิตแพทย์ให้คุณสักสองคนไง"

เสิ่นเกอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมว่าไม่จำเป็นมั้ง ในฐานะว่าที่จิตแพทย์ที่เกือบจะไปสอบใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว ผมมักจะทำจิตบำบัดให้ตัวเองหน้ากระจกที่บ้านบ่อยๆ วางใจเถอะ ผมสติดีเยี่ยมเลยล่ะ"

"..."

เติ้งอวี้ฉีแอบจดแผนการหาจิตแพทย์ให้เสิ่นเกอลงในสมุดพกเล่มเล็กเงียบๆ และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติอันดับแรกในแผนการฝึกซ้อม

เสิ่นเกอถามต่อ "ว่าแต่ถ้าผมเข้าไปอยู่ในฝ่ายวิจัย ผมก็จะยื่นเรื่องขอเอาไอ้เจ้านี่มาวิจัยได้ใช่ไหมครับ?"

"ไม่ใช่แค่นักวิจัยนะ ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ชั้นยอดของหน่วยรับมือเหตุพิเศษทุกคน ล้วนมีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอครอบครองศพสิ่งวิปริตเพื่อนำไปสร้างอุปกรณ์พลังงานวิปริต หรือสกัดพลังงานวิปริตได้ทั้งนั้น แต่มีข้อแม้ว่าฝ่ายตรวจสอบจะต้องมีวิธีการจัดการสิ่งวิปริตตัวนั้นอย่างสมเหตุสมผลแล้ว และพลังงานวิปริตนั้นจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ด้วย"

"ที่สมองก้อนนี้ยังถูกตั้งทิ้งไว้ตรงนี้ ก็เป็นเพราะจนถึงตอนนี้สัตว์ทดลองทุกตัวล้วนมีอาการสมองตายกันหมด คุณว่าในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะกล้าอนุมัติให้นำมันไปสร้างเป็นอุปกรณ์พลังงานวิปริตงั้นเหรอ?"

เติ้งอวี้ฉีหันมามองเสิ่นเกอแล้วพูดต่อ "ตามกฎของหน่วยรับมือเหตุพิเศษ ขอแค่เจ้าหน้าที่ชั้นยอดนำศพสิ่งวิปริตกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจได้สองร่าง ก็จะมีสิทธิ์จัดการศพสิ่งวิปริตได้เองหนึ่งร่าง และเพราะผลงานของคุณ หน่วยรับมือเหตุพิเศษจึงกักกันสิ่งวิปริตได้ถึงสามตัว ดังนั้นคุณมีสิทธิ์จัดการสิ่งวิปริตได้เองหนึ่งร่างมาตั้งนานแล้วล่ะ"

"งั้นเหรอ?" เสิ่นเกอตาเป็นประกาย

เติ้งอวี้ฉีพูดด้วยสีหน้าปกติ "แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าคุณจะไม่เอามันไปทำสมองหมูย่างกิน แล้วตื่นมาตายคาบ้านในวันรุ่งขึ้น ฉันจะไม่อนุมัติคำร้องขอจัดการ วิจัย หรือดัดแปลงศพสิ่งวิปริตใดๆ ของคุณทั้งสิ้น"

"คุณกำลังเลือกปฏิบัตินี่นา!"

ถึงแม้เสิ่นเกอจะอยากกินมันจริงๆ แต่ก็ไม่ได้กะจะกินเองสักหน่อย เขาแค่จะให้ระบบกลืนกินมันเข้าไปต่างหาก แบบนี้ก็จะได้หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงเรื่องสมองตายได้แล้ว

เติ้งอวี้ฉีบอก "แต่คุณสามารถยื่นเรื่องขอเบิกอุปกรณ์พลังงานวิปริตที่สร้างเสร็จแล้วได้นะ"

"จริงเหรอครับ?"

"จริงสิ"

"งั้นผมขออุปกรณ์แช่แข็งหนึ่งชิ้น กับถุงมือพลังงานวิปริตหนึ่งคู่"

"ได้สิ"

"ใจป้ำจัง หัวหน้าคงไม่ได้แอบปิ๊งผมหรอกใช่ไหม ถึงผมจะเข้าร่วมหน่วยรับมือเหตุพิเศษ แต่คุณก็ได้แค่ตัวผมเท่านั้นแหละ ไม่มีทางได้หัวใจผมไปหรอก"

"เลือกได้แค่ชิ้นเดียวนะ"

"ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว!" เสิ่นเกอโค้งคำนับเก้าสิบองศาด้วยท่าทีจริงใจ ทำนองว่าขอแค่ขอโทษได้เร็วพอ บทลงโทษก็ตามฉันไม่ทันหรอก

"...อุปกรณ์แช่แข็งบรรจุพลังงานวิปริตไว้เป็นจำนวนมาก ในเวลาที่ไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจปราบสิ่งวิปริต คุณไม่สามารถนำมันออกจากฝ่ายตรวจสอบได้ตามใจชอบ ส่วนถุงมือพลังงานวิปริต เดี๋ยวฉันจะให้ฝ่ายสรรพาวุธส่งไปให้คุณโดยตรงเลยแล้วกัน" เติ้งอวี้ฉีบอก

ถึงแม้ถุงมือพลังงานวิปริตจะเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของเติ้งอวี้ฉี แต่เธอก็เชื่อว่าของชิ้นนี้จะสามารถแสดงประสิทธิภาพได้มากกว่าเมื่ออยู่ในมือของเสิ่นเกอ

ยังไงซะจินตนาการของหมอนี่ ต่อให้เธอขับรถเบนซ์ตามก็คงตามไม่ทันอยู่ดี ไม่แน่ว่าอาจจะคิดค้นวิธีการใช้งานถุงมือพลังงานวิปริตแบบใหม่ๆ ออกมาก็ได้

ทั้งสองคนคุยกันไปพลางเดินลึกเข้าไปในเขตปิดล้อมใต้ดิน ห้องที่สองขังอีกาที่มีไอหมอกสีดำแผ่ซ่านออกมาทั่วตัว พอถูกดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมอง ก็พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบและเหงื่อแตกพลั่กขึ้นมาทันที

ตามที่ระบบแจ้งเตือน เจ้านี่คือสิ่งวิปริตระดับ 1

"สี่ปีที่แล้วเป็นระดับ 1 ผ่านมาสี่ปีก็ยังเป็นระดับ 1... จิ๊ กากว่ะ" เสิ่นเกอละสายตาแล้วหันไปมองห้องที่สามแทน

คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น รถวิปริตที่ถูกเผาจนเหลือแต่โครง

ส่วนห้องที่สี่กลับเป็นหนูวิปริตที่มีขนาดยาวถึงหนึ่งเมตรหากไม่รวมหาง ขนปุกปุย และแผ่ไอหมอกสีดำออกมา

"เดี๋ยวนะ นี่มันหนูวิปริตนี่นา มันถูกหลี่เสียงชำแหละไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถูกแยกชิ้นส่วนไปแล้วยังรอดมาได้อีกเหรอ?" เสิ่นเกอถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

เติ้งอวี้ฉีตอบ "หลี่เสียงนึกอุตริขึ้นมาหลังจากสกัดพลังงานวิปริตออกไปแล้วว่า ถ้าเอาชิ้นส่วนมาประกอบกัน มันจะฟื้นคืนชีพด้วยพลังการสมานแผลหรือเปล่า... ผลก็คือ มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริงๆ"

"สิ่งวิปริตนี่มหัศจรรย์จริงๆ แฮะ" เสิ่นเกอพึมพำ

ส่วนห้องที่ห้าก็คือห้องที่เก็บศพของแมววิปริตเอาไว้

"ตอนนี้แผนกของเราเหลือศพสิ่งวิปริตแค่ห้าตัวนี้เองเหรอครับ?" เสิ่นเกอถาม

เติ้งอวี้ฉีถามกลับ "นี่ยังคิดว่าน้อยไปอีกเหรอ?"

"เปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่าต้องเก็บสมองก้อนนั้นไว้ให้ผมด้วยนะ" เสิ่นเกอพูดย้ำอย่างจริงจัง

เติ้งอวี้ฉี -_-

ไม่อยากจะพูดด้วยแล้ว

"เฮ้ๆๆ อย่าเพิ่งไปสิ" เสิ่นเกอเดินตามเติ้งอวี้ฉีออกจากเขตปิดล้อมใต้ดิน ตามแผนการในหัวของเขา เขาจะแฝงตัวเข้าไปในฝ่ายตรวจสอบก่อน จากนั้นก็ยื่นเรื่องขอวิจัยสิ่งวิปริตสมองหมู แล้วหาโอกาสให้ระบบกลืนกินมันเข้าไป จากนั้นก็อ้างว่าการทดลองล้มเหลวจนมันถูกเผาทำลายไปแล้ว

แต่ข้อแม้คือต้องไม่มีใครชิงตัดหน้าเขาไปก่อน

พอออกมาจากฝ่ายตรวจสอบ เดิมทีเติ้งอวี้ฉีตั้งใจจะติดต่อให้เสี่ยวจางผู้ช่วยของเธอพาเสิ่นเกอไปเบิกเครื่องแบบกับบัตรประจำตัวที่ฝ่ายพลาธิการ แต่เห็นว่าเป็นทางผ่านพอดีก็เลยพาเสิ่นเกอไปเองเลย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลาธิการเพิ่งเคยเห็นเติ้งอวี้ฉีพาคนมาเบิกของด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก พอได้ยินชื่อ เสิ่นเกอ ถึงได้รู้ว่าหนุ่มหล่อตรงหน้าก็คือยอดฝีมือที่จัดการเหตุการณ์สิ่งวิปริตได้ด้วยตัวเองถึงสามครั้งทั้งที่ยังไม่ได้เข้าร่วมหน่วยรับมือเหตุพิเศษ เล่นเอาสาวน้อยในฝ่ายพลาธิการหลายคนถึงกับเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน

"พี่เสิ่นพักอยู่หอพักเหรอคะ?"

"ปกติพี่เสิ่นชอบทำอะไรเหรอคะ?"

"พี่เสิ่นเล่นเกมไหมคะ?"

"พี่เสิ่น..."

"..." เติ้งอวี้ฉีมองสาวน้อยสามคนที่กำลังรุมล้อมเสิ่นเกอ เธอแกล้งกระแอมไอกระแอมไอสองสามครั้ง ตัดสินใจจะช่วยชีวิตเด็กสาวที่ยังอ่อนต่อโลกทั้งสามคนนี้สักหน่อย

พวกเธอจะโดนรูปลักษณ์ภายนอกหลอกเอาไม่ได้นะ!

"หัวหน้าเจ็บคอเหรอคะ?"

"หัวหน้าดื่มน้ำอุ่นหน่อยนะคะ"

"หัวหน้าเชิญนั่งพักก่อนค่ะ"

เด็กสาวทั้งสามคนต่างพากันรินน้ำและยกเก้าอี้มาให้

"หัวหน้ายังอยู่อีกเหรอครับเนี่ย" คนที่พูดประโยคนี้คือเสิ่นเกอ

เติ้งอวี้ฉี ...ไสหัวไป!

หลังจากเสิ่นเกอพูดแซวไปประโยคหนึ่ง เขาก็หยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาดู รูปถ่ายบนบัตรคือรูปที่เขาถ่ายเมื่อเช้าก่อนจะเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจ ดูสดใสมีชีวิตชีวามาก

แผนกจัดการเหตุการณ์พิเศษและมาตรการความปลอดภัย

รหัสเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9320

เจ้าหน้าที่ชั้นยอดประจำสาขาย่อยเมืองหรง เสิ่นเกอ

เสิ่นเกอโบกบัตรประจำตัวในมือไปมาให้เติ้งอวี้ฉีดูพลางถามว่า "คุณว่าถ้าคราวหน้าผมเจอพวกตาไม่ถึง ผมจะเอาบัตรนี้ตบหน้าพวกมันตรงๆ เหมือนในนิยายได้ไหม?"

เติ้งอวี้ฉีตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ตามทฤษฎีแล้วก็ทำได้นะ ตำแหน่งของคุณในระบบเทียบเท่ากับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเลยล่ะ"

"ผมเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ?" เสิ่นเกอเลิกคิ้ว

เติ้งอวี้ฉีทำหน้าตายตอบกลับ "เปล่าหรอก ชื่อหน่วยรับมือเหตุพิเศษต่างหากที่เจ๋ง"

"ตกลงครับ คุณเป็นลูกพี่ คุณว่าไงก็ว่าตามนั้น"

"..."

น่าตบชะมัด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"

คัดลอกลิงก์แล้ว