- หน้าแรก
- ระบบตื่นก่อนสี่ปี แต่สิ่งลี้ลับยังเป็นแค่ตัวอ่อน
- บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"
บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"
บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"
บทที่ 44 - สิ่งวิปริตระดับ 4: คุณลักษณะ "ไม่ลืม"
[แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! โฮสต์กำลังเข้าใกล้สิ่งวิปริตระดับ 4 คุณลักษณะไม่ลืม ค่าสถานะในปัจจุบันของโฮสต์ไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน โปรดรีบถอยห่างจากพื้นที่นี้โดยด่วน อย่าเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ!]
ตรงกลางห้องลับหลังกระจกกันกระสุนมีแท่นทรงกระบอกสูงหนึ่งเมตรตั้งอยู่ ด้านบนของแท่นที่ดูคล้ายกับแท่นจัดแสดงมีถาดสีเงินวางอยู่ใบหนึ่ง
ในถาดเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ที่ซึมล้นออกมาจนไหลนองเต็มพื้น ก่อนจะไหลไปรวมกันที่ช่องระบายน้ำตรงมุมห้อง แล้วไหลลงสู่ภาชนะจัดเก็บที่ผ่านการเตรียมการมาเป็นพิเศษ
ส่วนตรงกลางถาดนั้นคือ... สมองหมูก้อนหนึ่ง?
สมองก้อนนี้ดูเหมือนยังมีชีวิตอยู่ มันเต้นเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายกับหัวใจ ดูแล้วชวนให้รู้สึกขนลุกขนพอง
แต่ว่า
ก็แค่สมองหมูก้อนเดียวเนี่ยนะ ไม่ใช่คู่ต่อสู้งั้นเหรอ?
เสิ่นเกอรู้สึกเหมือนระบบกำลังดูถูกตัวเอง เขาจึงถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะบุกเข้าไปเดี่ยวๆ กับสมองหมูก้อนนั้นในห้องกักกัน แต่น่าเสียดายที่ถ้าไม่มีรหัสผ่านก็ไม่สามารถเข้าไปได้
เติ้งอวี้ฉีเห็นเสิ่นเกอกำลังพิจารณาสมองก้อนนั้นอยู่จึงพูดขึ้น "ถ้าคุณติดตามข่าวสารบ้าง เมื่อปี 2019 เคยเกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานดอกไม้ไฟแถบชานเมืองทางใต้จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน แต่ความจริงแล้วมันเป็นฝีมือของสิ่งวิปริตระดับ 2 ที่กลายพันธุ์แล้วบุกเข้าไปในโรงงานต่างหาก ร่างต้นแบบของสิ่งวิปริตตัวนั้นคือหมูป่า"
"นักรบที่ถูกมันดึงเข้าไปในมิติวิปริต สุดท้ายล้วนมีจุดจบที่ภาวะสมองตาย เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ฉันจึงยื่นเรื่องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่เพื่อใช้ขีปนาวุธหนึ่งลูกถล่มโรงงานนั้นจนราบเป็นหน้ากลอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบพบว่าสมองของมันคือต้นกำเนิดของการกลายพันธุ์ จึงได้นำออกมาและปิดผนึกไว้ที่นี่มาตลอด"
สมองหมูของแท้เลยนี่หว่า!
เสิ่นเกอชะโงกหน้าไปมองผ่านหน้าต่างกระจกด้วยความสนใจพลางเอ่ยถามขึ้นลอยๆ "แล้ววิจัยผลลัพธ์ของพลังงานวิปริตมันออกมาหรือยังครับ?"
เติ้งอวี้ฉีตอบ "ตามรายงานการทดลองกับสัตว์ของฝ่ายตรวจสอบระบุว่า มันเป็นพลังงานวิปริตที่ไปกระตุ้นการทำงานของสมอง ก่อนที่พลังงานวิปริตจะสลายไป สัตว์ทดลองจะจดจำท่าทางและคำสั่งที่นักวิจัยสอนได้อย่างแม่นยำ แต่พอพลังงานวิปริตสลายไปเมื่อไหร่ สัตว์ทดลองก็จะเข้าสู่ภาวะสมองตายในเวลาอันรวดเร็ว"
"ถ้าเอาไปทำเป็นสมองหมูย่าง รสชาติน่าจะอร่อยใช้ได้เลยนะ" เสิ่นเกอวิจารณ์
เติ้งอวี้ฉีชินกับการที่ตามความคิดของเสิ่นเกอไม่ทันเสียแล้ว เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอโทษทีนะ ตับผัดเซี่ยงจี๊คือขีดจำกัดของอาหารท้องถิ่นที่ฉันพอจะรับได้แล้ว ฉันจินตนาการรสชาติของไอ้เจ้านี่ตอนเข้าปากไม่ออกจริงๆ แล้วก็อีกอย่าง นี่คือสิ่งวิปริตนะ ไม่ใช่สมองหมูธรรมดา กินเข้าไปไม่กลัวตายคาที่หรือไง อีกอย่างสมองที่กลายพันธุ์นี่ก็ดูคล้ายกับสมองคนมาก คุณกินลงจริงๆ เหรอ?"
"อย่างมากก่อนกินก็ท่องคำว่า ฮาคูนามาทาทา สักรอบไง พูดแล้วผมก็ชักอยากกินสมองหมูย่างขึ้นมาแล้วสิ ยกเจ้านี่ให้ผมได้ไหม เอ๊ะ คุณจะไปไหนน่ะ?" เสิ่นเกอท้วง
เติ้งอวี้ฉีพูดโดยไม่หันกลับมามอง "ไปจัดการหาจิตแพทย์ให้คุณสักสองคนไง"
เสิ่นเกอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมว่าไม่จำเป็นมั้ง ในฐานะว่าที่จิตแพทย์ที่เกือบจะไปสอบใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว ผมมักจะทำจิตบำบัดให้ตัวเองหน้ากระจกที่บ้านบ่อยๆ วางใจเถอะ ผมสติดีเยี่ยมเลยล่ะ"
"..."
เติ้งอวี้ฉีแอบจดแผนการหาจิตแพทย์ให้เสิ่นเกอลงในสมุดพกเล่มเล็กเงียบๆ และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติอันดับแรกในแผนการฝึกซ้อม
เสิ่นเกอถามต่อ "ว่าแต่ถ้าผมเข้าไปอยู่ในฝ่ายวิจัย ผมก็จะยื่นเรื่องขอเอาไอ้เจ้านี่มาวิจัยได้ใช่ไหมครับ?"
"ไม่ใช่แค่นักวิจัยนะ ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ชั้นยอดของหน่วยรับมือเหตุพิเศษทุกคน ล้วนมีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอครอบครองศพสิ่งวิปริตเพื่อนำไปสร้างอุปกรณ์พลังงานวิปริต หรือสกัดพลังงานวิปริตได้ทั้งนั้น แต่มีข้อแม้ว่าฝ่ายตรวจสอบจะต้องมีวิธีการจัดการสิ่งวิปริตตัวนั้นอย่างสมเหตุสมผลแล้ว และพลังงานวิปริตนั้นจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ด้วย"
"ที่สมองก้อนนี้ยังถูกตั้งทิ้งไว้ตรงนี้ ก็เป็นเพราะจนถึงตอนนี้สัตว์ทดลองทุกตัวล้วนมีอาการสมองตายกันหมด คุณว่าในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะกล้าอนุมัติให้นำมันไปสร้างเป็นอุปกรณ์พลังงานวิปริตงั้นเหรอ?"
เติ้งอวี้ฉีหันมามองเสิ่นเกอแล้วพูดต่อ "ตามกฎของหน่วยรับมือเหตุพิเศษ ขอแค่เจ้าหน้าที่ชั้นยอดนำศพสิ่งวิปริตกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจได้สองร่าง ก็จะมีสิทธิ์จัดการศพสิ่งวิปริตได้เองหนึ่งร่าง และเพราะผลงานของคุณ หน่วยรับมือเหตุพิเศษจึงกักกันสิ่งวิปริตได้ถึงสามตัว ดังนั้นคุณมีสิทธิ์จัดการสิ่งวิปริตได้เองหนึ่งร่างมาตั้งนานแล้วล่ะ"
"งั้นเหรอ?" เสิ่นเกอตาเป็นประกาย
เติ้งอวี้ฉีพูดด้วยสีหน้าปกติ "แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าคุณจะไม่เอามันไปทำสมองหมูย่างกิน แล้วตื่นมาตายคาบ้านในวันรุ่งขึ้น ฉันจะไม่อนุมัติคำร้องขอจัดการ วิจัย หรือดัดแปลงศพสิ่งวิปริตใดๆ ของคุณทั้งสิ้น"
"คุณกำลังเลือกปฏิบัตินี่นา!"
ถึงแม้เสิ่นเกอจะอยากกินมันจริงๆ แต่ก็ไม่ได้กะจะกินเองสักหน่อย เขาแค่จะให้ระบบกลืนกินมันเข้าไปต่างหาก แบบนี้ก็จะได้หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงเรื่องสมองตายได้แล้ว
เติ้งอวี้ฉีบอก "แต่คุณสามารถยื่นเรื่องขอเบิกอุปกรณ์พลังงานวิปริตที่สร้างเสร็จแล้วได้นะ"
"จริงเหรอครับ?"
"จริงสิ"
"งั้นผมขออุปกรณ์แช่แข็งหนึ่งชิ้น กับถุงมือพลังงานวิปริตหนึ่งคู่"
"ได้สิ"
"ใจป้ำจัง หัวหน้าคงไม่ได้แอบปิ๊งผมหรอกใช่ไหม ถึงผมจะเข้าร่วมหน่วยรับมือเหตุพิเศษ แต่คุณก็ได้แค่ตัวผมเท่านั้นแหละ ไม่มีทางได้หัวใจผมไปหรอก"
"เลือกได้แค่ชิ้นเดียวนะ"
"ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว!" เสิ่นเกอโค้งคำนับเก้าสิบองศาด้วยท่าทีจริงใจ ทำนองว่าขอแค่ขอโทษได้เร็วพอ บทลงโทษก็ตามฉันไม่ทันหรอก
"...อุปกรณ์แช่แข็งบรรจุพลังงานวิปริตไว้เป็นจำนวนมาก ในเวลาที่ไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจปราบสิ่งวิปริต คุณไม่สามารถนำมันออกจากฝ่ายตรวจสอบได้ตามใจชอบ ส่วนถุงมือพลังงานวิปริต เดี๋ยวฉันจะให้ฝ่ายสรรพาวุธส่งไปให้คุณโดยตรงเลยแล้วกัน" เติ้งอวี้ฉีบอก
ถึงแม้ถุงมือพลังงานวิปริตจะเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของเติ้งอวี้ฉี แต่เธอก็เชื่อว่าของชิ้นนี้จะสามารถแสดงประสิทธิภาพได้มากกว่าเมื่ออยู่ในมือของเสิ่นเกอ
ยังไงซะจินตนาการของหมอนี่ ต่อให้เธอขับรถเบนซ์ตามก็คงตามไม่ทันอยู่ดี ไม่แน่ว่าอาจจะคิดค้นวิธีการใช้งานถุงมือพลังงานวิปริตแบบใหม่ๆ ออกมาก็ได้
ทั้งสองคนคุยกันไปพลางเดินลึกเข้าไปในเขตปิดล้อมใต้ดิน ห้องที่สองขังอีกาที่มีไอหมอกสีดำแผ่ซ่านออกมาทั่วตัว พอถูกดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมอง ก็พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบและเหงื่อแตกพลั่กขึ้นมาทันที
ตามที่ระบบแจ้งเตือน เจ้านี่คือสิ่งวิปริตระดับ 1
"สี่ปีที่แล้วเป็นระดับ 1 ผ่านมาสี่ปีก็ยังเป็นระดับ 1... จิ๊ กากว่ะ" เสิ่นเกอละสายตาแล้วหันไปมองห้องที่สามแทน
คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น รถวิปริตที่ถูกเผาจนเหลือแต่โครง
ส่วนห้องที่สี่กลับเป็นหนูวิปริตที่มีขนาดยาวถึงหนึ่งเมตรหากไม่รวมหาง ขนปุกปุย และแผ่ไอหมอกสีดำออกมา
"เดี๋ยวนะ นี่มันหนูวิปริตนี่นา มันถูกหลี่เสียงชำแหละไปแล้วไม่ใช่เหรอ ถูกแยกชิ้นส่วนไปแล้วยังรอดมาได้อีกเหรอ?" เสิ่นเกอถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เติ้งอวี้ฉีตอบ "หลี่เสียงนึกอุตริขึ้นมาหลังจากสกัดพลังงานวิปริตออกไปแล้วว่า ถ้าเอาชิ้นส่วนมาประกอบกัน มันจะฟื้นคืนชีพด้วยพลังการสมานแผลหรือเปล่า... ผลก็คือ มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริงๆ"
"สิ่งวิปริตนี่มหัศจรรย์จริงๆ แฮะ" เสิ่นเกอพึมพำ
ส่วนห้องที่ห้าก็คือห้องที่เก็บศพของแมววิปริตเอาไว้
"ตอนนี้แผนกของเราเหลือศพสิ่งวิปริตแค่ห้าตัวนี้เองเหรอครับ?" เสิ่นเกอถาม
เติ้งอวี้ฉีถามกลับ "นี่ยังคิดว่าน้อยไปอีกเหรอ?"
"เปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่าต้องเก็บสมองก้อนนั้นไว้ให้ผมด้วยนะ" เสิ่นเกอพูดย้ำอย่างจริงจัง
เติ้งอวี้ฉี -_-
ไม่อยากจะพูดด้วยแล้ว
"เฮ้ๆๆ อย่าเพิ่งไปสิ" เสิ่นเกอเดินตามเติ้งอวี้ฉีออกจากเขตปิดล้อมใต้ดิน ตามแผนการในหัวของเขา เขาจะแฝงตัวเข้าไปในฝ่ายตรวจสอบก่อน จากนั้นก็ยื่นเรื่องขอวิจัยสิ่งวิปริตสมองหมู แล้วหาโอกาสให้ระบบกลืนกินมันเข้าไป จากนั้นก็อ้างว่าการทดลองล้มเหลวจนมันถูกเผาทำลายไปแล้ว
แต่ข้อแม้คือต้องไม่มีใครชิงตัดหน้าเขาไปก่อน
พอออกมาจากฝ่ายตรวจสอบ เดิมทีเติ้งอวี้ฉีตั้งใจจะติดต่อให้เสี่ยวจางผู้ช่วยของเธอพาเสิ่นเกอไปเบิกเครื่องแบบกับบัตรประจำตัวที่ฝ่ายพลาธิการ แต่เห็นว่าเป็นทางผ่านพอดีก็เลยพาเสิ่นเกอไปเองเลย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลาธิการเพิ่งเคยเห็นเติ้งอวี้ฉีพาคนมาเบิกของด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก พอได้ยินชื่อ เสิ่นเกอ ถึงได้รู้ว่าหนุ่มหล่อตรงหน้าก็คือยอดฝีมือที่จัดการเหตุการณ์สิ่งวิปริตได้ด้วยตัวเองถึงสามครั้งทั้งที่ยังไม่ได้เข้าร่วมหน่วยรับมือเหตุพิเศษ เล่นเอาสาวน้อยในฝ่ายพลาธิการหลายคนถึงกับเคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน
"พี่เสิ่นพักอยู่หอพักเหรอคะ?"
"ปกติพี่เสิ่นชอบทำอะไรเหรอคะ?"
"พี่เสิ่นเล่นเกมไหมคะ?"
"พี่เสิ่น..."
"..." เติ้งอวี้ฉีมองสาวน้อยสามคนที่กำลังรุมล้อมเสิ่นเกอ เธอแกล้งกระแอมไอกระแอมไอสองสามครั้ง ตัดสินใจจะช่วยชีวิตเด็กสาวที่ยังอ่อนต่อโลกทั้งสามคนนี้สักหน่อย
พวกเธอจะโดนรูปลักษณ์ภายนอกหลอกเอาไม่ได้นะ!
"หัวหน้าเจ็บคอเหรอคะ?"
"หัวหน้าดื่มน้ำอุ่นหน่อยนะคะ"
"หัวหน้าเชิญนั่งพักก่อนค่ะ"
เด็กสาวทั้งสามคนต่างพากันรินน้ำและยกเก้าอี้มาให้
"หัวหน้ายังอยู่อีกเหรอครับเนี่ย" คนที่พูดประโยคนี้คือเสิ่นเกอ
เติ้งอวี้ฉี ...ไสหัวไป!
หลังจากเสิ่นเกอพูดแซวไปประโยคหนึ่ง เขาก็หยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาดู รูปถ่ายบนบัตรคือรูปที่เขาถ่ายเมื่อเช้าก่อนจะเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจ ดูสดใสมีชีวิตชีวามาก
แผนกจัดการเหตุการณ์พิเศษและมาตรการความปลอดภัย
รหัสเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9320
เจ้าหน้าที่ชั้นยอดประจำสาขาย่อยเมืองหรง เสิ่นเกอ
เสิ่นเกอโบกบัตรประจำตัวในมือไปมาให้เติ้งอวี้ฉีดูพลางถามว่า "คุณว่าถ้าคราวหน้าผมเจอพวกตาไม่ถึง ผมจะเอาบัตรนี้ตบหน้าพวกมันตรงๆ เหมือนในนิยายได้ไหม?"
เติ้งอวี้ฉีตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ตามทฤษฎีแล้วก็ทำได้นะ ตำแหน่งของคุณในระบบเทียบเท่ากับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเลยล่ะ"
"ผมเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ?" เสิ่นเกอเลิกคิ้ว
เติ้งอวี้ฉีทำหน้าตายตอบกลับ "เปล่าหรอก ชื่อหน่วยรับมือเหตุพิเศษต่างหากที่เจ๋ง"
"ตกลงครับ คุณเป็นลูกพี่ คุณว่าไงก็ว่าตามนั้น"
"..."
น่าตบชะมัด
[จบแล้ว]