เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37: เจ้าสำนักเก็บตัว นายน้อยเริ่มเคลื่อนไหว

ตอนที่ 37: เจ้าสำนักเก็บตัว นายน้อยเริ่มเคลื่อนไหว

ตอนที่ 37: เจ้าสำนักเก็บตัว นายน้อยเริ่มเคลื่อนไหว


ตอนที่ 37: เจ้าสำนักเก็บตัว นายน้อยเริ่มเคลื่อนไหว

เช้าวันรุ่งขึ้น

ข่าวสารแพร่สะพัดไปทั่วสำนักมังกรอัสนีทรราช

เจ้าสำนักอวี้หยวนเจิ้นประกาศอย่างเป็นทางการว่า ช่วงนี้เขามีความเข้าใจในวรยุทธ์เพิ่มพูนขึ้น จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ห้องลับเพื่อเก็บตัวฝึกฝนในทันที

ในระหว่างที่เขาเก็บตัว ภารกิจประจำวันของสำนักจะถูกส่งมอบให้สภาผู้อาวุโสและนายน้อยอวี้หมิงซีร่วมกันดูแล

หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ห้องลับเพื่อรบกวนเขาเด็ดขาด

กิจวัตรประจำวันของอวี้หมิงซีดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ณ ลานฝึกซ้อม ร่างสองร่างพุ่งทะยานเข้าหากันสลับไปมา

อวี้หมิงซีซัดหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีดำออกไป

อวี้อี้เฉินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเบี่ยงตัวหลบและตะโกนลั่น "หมิงซี เบามือหน่อย! ข้าแค่ประลองกับเจ้านะ ไม่ได้จะสู้กันเอาตาย"

อวี้หมิงซีชักหมัดกลับและยืนนิ่งอยู่กับที่ "พี่เฉิน ความเร็วของท่านตกลงไปนะ ช่วงนี้ท่านละเลยการฝึกฝนหรือเปล่า?"

อวี้อี้เฉินหยุดการเคลื่อนไหวและปลดการสถิตร่างวิญญาณยุทธ์

เขาเดินไปที่ข้างสนาม หยิบกระบอกน้ำขึ้นมาจิบ

"ไม่ใช่ว่าข้าช้าลงหรอก แต่เจ้าต่างหากที่เร็วขึ้น"

อวี้อี้เฉินบ่น "เจ้าเพิ่งกลับมาจากป่าอาทิตย์อัสดงไม่กี่วัน ข้ารู้สึกว่าความแข็งแกร่งของเจ้าเพิ่มขึ้นอีกแล้ว เจ้าไปเจอสัตว์วิญญาณตัวไหนในป่ามากันแน่?"

"ก็แค่พวกสัตว์วิญญาณพันปีทั่วไปน่ะ"

อวี้หมิงซีตอบ "ข้าอยู่แค่บริเวณรอบนอก ไม่ได้เจออันตรายใหญ่อะไร"

"แล้วการออกไปหาประสบการณ์ครั้งนี้ได้อะไรกลับมาบ้างไหม?" อวี้อี้เฉินถาม

"ก็ได้ประสบการณ์การต่อสู้จริงมาบ้าง"

อวี้หมิงซีมองไปที่อวี้อี้เฉิน "พี่เฉิน ตอนนี้ท่านพ่อเก็บตัวอยู่ กิจการในสำนักมีมากมายนัก ในฐานะหลานชายคนโต ท่านเองก็ควรจะรับผิดชอบงานให้มากขึ้นนะ"

"ข้าไม่เอาด้วยหรอก เรื่องหยุมหยิมพวกนั้นให้พวกผู้อาวุโสจัดการไปเถอะ เจ้าแค่คอยดูห่างๆ ก็พอ"

อวี้อี้เฉินโบกมือปฏิเสธ "ข้าไม่อยากเสียเวลากับงานเอกสารน่าเบื่อพวกนั้นหรอก ข้าไปก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยมาฝึกกันใหม่"

อวี้อี้เฉินหันหลังเดินจากลานฝึกไป

อวี้หมิงซีมองตามแผ่นหลังของเขาไปโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม

ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ

เขายังคงไปที่หอคอยคัมภีร์เพื่อตรวจสอบข้อมูล และเข้าประชุมที่โถงสภาเพื่อฟังรายงานจากเหล่าผู้อาวุโสตามกิจวัตร

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขาเคยเข้าไปถึงส่วนลึกของป่าอาทิตย์อัสดง และไม่มีใครรู้ว่าเขาได้พบกับบ่อน้ำสองขั้วน้ำแข็งอัคคีเข้าแล้ว

เขารู้ดีว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ "รอ"

รอให้ท่านพ่ออวี้หยวนเจิ้นสังหารราชินีเมดูซ่าตัวนั้น และรอให้ท่านพ่อกลับมาพร้อมกับข่าวดี

ในขณะเดียวกัน ณ เมืองวิญญาณยุทธ์

ประตูของหอคอยพระสันตะปาปาถูกปิดสนิท

ปี่ปี๋ตงคุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่กลางโถงใหญ่

ชุดคลุมสีเทาของนางถูกแทนที่ด้วยเครื่องแต่งกายประจำตำแหน่งสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์

เชียนสวินจี๋ประทับอยู่บนบัลลังก์พระสันตะปาปาที่อยู่สูงขึ้นไป จ้องมองลงมาที่ปี่ปี๋ตง

"เจ้ากลับมาแล้ว"

เชียนสวินจี๋เอ่ยจากบนบัลลังก์ "กำหนดการสามเดือนยังไม่ทันครบ เจ้าก็จบการฝึกฝนภายนอกก่อนกำหนดเสียแล้ว"

"ค่ะ ท่านอาจารย์" ปี่ปี๋ตงตอบโดยก้มหน้าต่ำ

"การเดินทางไปป่าอาทิตย์อัสดงเป็นอย่างไรบ้าง?" เชียนสวินจี๋ถาม "เจ้าเจออันตรายอะไรไหม?"

สีหน้าของปี่ปี๋ตงสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด

นางปิดบังเรื่องที่ได้พบกับอวี้หมิงซีไว้อย่างมิดชิด

"เรียนท่านอาจารย์ ภูมิประเทศของป่าอาทิตย์อัสดงซับซ้อนและมีสัตว์วิญญาณระดับสูงอยู่มากมาย" ปี่ปี๋ตงตอบ "ข้าพบกับงูหลามอเมทิสต์หมื่นปีที่นั่นค่ะ"

"งูหลามอเมทิสต์หมื่นปีงั้นหรือ?" เชียนสวินจี๋ทวนคำ "การรับมือกับสัตว์วิญญาณหมื่นปีเพียงลำพังคงจะหนักหนาสำหรับเจ้าไม่น้อย"

"แขนซ้ายของข้าได้รับบาดเจ็บจากงูหลามตัวนั้นค่ะ" ปี่ปี๋ตงกล่าว "สถานการณ์ตอนนั้นวิกฤตมาก ข้าจึงใช้พันธนาการใยแมงมุมเพื่อถ่วงเวลา แล้วจึงหาจังหวะหนีรอดมาได้"

"หลังจากนั้น ข้าพักรักษาตัวอยู่ที่ชายป่า เมื่อแผลหายดีแล้วจึงเดินทางกลับมาที่สำนักวิญญาณยุทธ์ค่ะ"

เชียนสวินจี๋เดินลงมาจากบัลลังก์และตรงเข้ามาหาปี่ปี๋ตง

เขายื่นมือขวาออกไปวางบนไหล่ของนาง

กระแสพลังวิญญาณพุ่งเข้าไปตรวจสอบภายในร่างกายของนางครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะถอนมือกลับ

"พลังวิญญาณของเจ้ามั่นคงมาก" เชียนสวินจี๋กล่าว "นอกจากจะไม่ถดถอยแล้ว ยังดูบริสุทธิ์ขึ้นด้วย การฝึกฝนครั้งนี้ทำให้ทักษะการต่อสู้จริงของเจ้าพัฒนาขึ้น"

"ขอบพระคุณสำหรับคำชมค่ะ ท่านอาจารย์" ปี่ปี๋ตงกล่าว

"บาดแผลที่แขนซ้ายของเจ้าหายสนิทแล้ว ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอันตรายอะไรไว้" เชียนสวินจี๋เดินกลับไปที่บัลลังก์ "เป้าหมายของการฝึกฝนครั้งนี้บรรลุผลแล้ว ต่อไปเจ้าต้องตั้งสมาธิให้ดี"

"ท่านอาจารย์มีแผนการอย่างไรคะ?" ปี่ปี๋ตงถาม

"การแข่งขันประลองวิญญาณจารย์ระดับสูงระดับสากลจะจัดขึ้นในอีกสามปีข้างหน้า" เชียนสวินจี๋จ้องมองนาง "นี่คือการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในโลกวิญญาณจารย์ ข้าต้องการให้เจ้าเก็บตัวฝึกฝนตลอดสามปีนี้ เพื่อทุ่มเทให้กับการยกระดับพลังวิญญาณเพียงอย่างเดียว"

"รับทราบค่ะ" ปี่ปี๋ตงตอบ

"เจ้าคือสตรีศักดิ์สิทธิ์ของสำนักวิญญาณยุทธ์ เป็นหน้าเป็นตาของสำนัก" เชียนสวินจี๋กล่าว "ในการแข่งขันอีกสามปีข้างหน้า เจ้าต้องนำทีมสถาบันวิญญาณยุทธ์คว้าชัยชนะมาให้ได้ ห้ามเกิดความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น"

"ค่ะ ท่านอาจารย์" ปี่ปี๋ตงรับคำ

"ไปได้แล้ว พักผ่อนให้เต็มที่หนึ่งวัน แล้วเริ่มเก็บตัวในวันพรุ่งนี้" เชียนสวินจี๋โบกมือ

ปี่ปี๋ตงเดินออกจากหอคอยพระสันตะปาปาและกลับไปยังที่พักของนาง

ห้องพักนั้นว่างเปล่า

นางเดินไปที่หน้าต่างและผลักมันออกไป

ท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดสลัวลง

นางหยิบของชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน

มันคือปิ่นปักผมรูปผีเสื้อสีเงิน

ปิ่นชิ้นนี้เหมือนกับชิ้นที่นางมอบให้อวี้หมิงซีที่ชายป่าอาทิตย์อัสดงทุกประการ

ในตอนนั้น ที่แผงลอยในตลาดตะวันตกของเมืองเทียนโต่ว นางได้ซื้อปิ่นปักผมลายผีเสื้อมาทั้งหมดสองชิ้น

นางให้เขาไปหนึ่งชิ้น และเก็บชิ้นนี้ไว้เอง

ปี่ปี๋ตงชูปิ่นขึ้นระดับสายตา

นางพินิจพิจารณาลวดลายของมันผ่านแสงสว่างที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง

เมื่อมองดูปิ่นปักผม ภาพของเด็กหนุ่มร่างสูงผู้ดูสุขุมในชุดธรรมดาๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจ

นางจำสีหน้าอันเรียบเฉยของอวี้หมิงซีตอนที่แยกทางกันได้

นางจำท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติและดูไม่คิดอะไรตอนที่เขาเก็บปิ่นใส่เสื้อคลุมได้

และนางยังจำตอนที่อวี้หมิงซีพุ่งเข้ามาขวางหน้าเพื่อปกป้องนางจากการโจมตีของหางงูหลามหมื่นปีได้ติดตา

ปี่ปี๋ตงยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง

ในวินาทีนี้ นางเริ่มเข้าใจความรู้สึกในหัวใจของตัวเองแล้ว

นางเข้าใจแล้วว่า ทำไมตลอดสามปีที่ผ่านมา นางถึงไม่เคยลืมความพ่ายแพ้ที่ลานประลองเมืองเทียนโต่วได้เลย

นางมักจะหวนนึกถึงการต่อสู้นั้น ไม่ใช่เพราะนางยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้...

แต่เป็นเพราะอวี้หมิงซี

เพราะอวี้หมิงซีเป็นคนแรกที่มองนางด้วยสายตาปกติ

เพราะอวี้หมิงซีเป็นคนแรกที่ยืนอยู่ข้างหน้านางในวินาทีแห่งความเป็นความตาย

และการกระทำของเขาก็ทำให้นางรู้สึกจริงๆ ว่า นางไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ "ศิษย์สายตรงของสำนักวิญญาณยุทธ์" เท่านั้น

ปี่ปี๋ตงกำมือแน่น โอบรอบปิ่นปักผมในอุ้งมือ

นางวางมันลงในกล่องไม้และเก็บรักษาไว้อย่างดี

นางเดินไปที่เตียง นั่งลง หลับตา และเริ่มโคจรพลังวิญญาณภายในร่าง

ราตรีเบื้องนอกเข้าปกคลุมโดยสมบูรณ์

ยอดโดมอันยิ่งใหญ่และสง่างามของสำนักวิญญาณยุทธ์ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด

ปี่ปี๋ตงเติบโตที่นี่มาหลายปี

แต่ในคืนนี้ เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่า สิ่งก่อสร้างแห่งนี้คือ "กรงขัง"

ห่างออกไปหลายพันลี้

ณ เมืองเทียนโต่ว สำนักมังกรอัสนีทรราช

อวี้หมิงซีลืมตาขึ้นภายใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกัน

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปทางทิศของป่าอาทิตย์อัสดง แววตาของเขาสงบนิ่งและลึกล้ำ

เขารู้ดีว่า อีกไม่นานเขาจะต้องก้าวเท้าเข้าไปในป่าแห่งนั้นอีกครั้ง

เขาจะมุ่งหน้าสู่ดินแดนสมบัติในตำนาน "บ่อน้ำสองขั้วน้ำแข็งอัคคี"

และเขาจะใช้ทรัพยากรที่นั่น เพื่อสร้างเส้นทางที่เป็นของเขาอย่างแท้จริง

จบบทที่ ตอนที่ 37: เจ้าสำนักเก็บตัว นายน้อยเริ่มเคลื่อนไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว