- หน้าแรก
- อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้วงอวกาศ แต่พวกสาวต่างดาวดันบังคับให้ผมกู้โลก
- บทที่ 9 - จุดจบของพันตรี
บทที่ 9 - จุดจบของพันตรี
บทที่ 9 - จุดจบของพันตรี
บทที่ 9 - จุดจบของพันตรี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
อาจเป็นเพราะสถานการณ์คับขัน พันตรีมาร์สจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าคำพูดคำจาของผู้บัญชาการอดัมนั้นฟังดูแปลกทะแม่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
เขาไม่ได้หยุดชะงักและตอบกลับไปด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ
"สายข่าวของผมรายงานมาว่าเขาได้ยินเรื่องนี้มาจากปากของสายลับจักรวรรดิที่แฝงตัวอยู่ในฐานทัพครับ"
"สายลับจักรวรรดิเหรอ"
"ใช่ครับ สายลับคนนั้นก็คือร้อยเอกวัลรา มาร์กาเร็ตในโรงพยาบาลของฐานทัพนั่นเอง พวกเราจับตาดูเป้าหมายคนนี้มานานแล้ว..."
เมื่อได้ยินคำตอบของพันตรีมาร์ส ผู้บัญชาการอดัมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาในทันที
ร่างที่เคยเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้านค่อยๆ ยืดตรงขึ้นมา เขาก้มตัวมาข้างหน้าแล้วเท้าแขนลงบนโต๊ะทำงานพร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างไว้ใต้จมูก
ด้วยมุมที่พอดิบพอดี แสงไฟในห้องจึงส่องกระทบกับเลนส์แว่นตาบนสันจมูกของผู้บัญชาการอดัมจนเกิดแสงสะท้อนขึ้นมา
ในยุคที่เทคโนโลยีการดัดแปลงร่างกายมนุษย์ก้าวหน้าไปไกลถึงขนาดนี้ เอาเข้าจริงมันไม่มีใครที่ยังมีปัญหาสายตาสั้นหรือสายตายาวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
ดังนั้นแว่นตากรอบทองทำมือแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ผู้บัญชาการอดัมสวมอยู่นี้ มันก็เป็นแค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่เอาไว้โอ้อวดความมั่งคั่งของตัวเองก็เท่านั้นแหละ
และในตอนนี้ แสงสะท้อนจากเครื่องประดับชิ้นนั้นก็ช่วยบดบังแววตาของผู้บัญชาการอดัมเอาไว้ได้อย่างมิดชิด
จนทำให้พันตรีมาร์สที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม่อาจสังเกตเห็นสายตาของเขาได้เลย
"ถ้าหากข่าวกรองนี้เป็นความจริงล่ะก็ การกระทำที่ฉีกสนธิสัญญาสันติภาพฝ่ายเดียวแบบนี้ จักรวรรดิคงไม่ได้กะจะมาแค่หยอกเล่นแน่ๆ..."
"พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับการลอบโจมตีครั้งใหญ่ ลำพังแค่กองเรือคุ้มกันดวงดาวไม่มีทางต้านทานการบุกของจักรวรรดิได้หรอก"
"หากอิงตามแผนรับมือฉุกเฉินปกติ พวกเราควรจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นหรือแม้แต่ระบบดาวใกล้เคียงล่วงหน้า และรีบเรียกตัวกองเรือเคลื่อนที่กลับมาเข้าร่วมปฏิบัติการป้องกันภัยในวงโคจรระดับต่ำทันที"
ผู้บัญชาการอดัมอธิบายการวิเคราะห์และแผนการของตัวเองออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
หลังจากฟังจบ พันตรีมาร์สก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย อย่างน้อยไอ้ผู้บัญชาการหมูตอนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่ได้ไร้น้ำยาไปเสียทีเดียว
"เนื่องจากข้อมูลที่นายนำมาให้มาจากสายข่าวเพียงแหล่งเดียว แถมยังเป็นคำพูดที่หลุดมาจากปากของสายลับจักรวรรดิอีกต่างหาก"
"ในสถานการณ์ปกติแล้ว พวกเราควรจะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนี้เสียก่อน..."
คำพูดของผู้บัญชาการอดัมหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง และอาศัยจังหวะนี้เอง พันตรีมาร์สก็รับช่วงต่อและตั้งใจจะพูดสิ่งนี้พอดี
"นั่นก็เป็นเรื่องที่สองที่ผมกำลังจะรายงานพอดีครับ ผมเตรียมจะ..."
แต่เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"ทว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องไปตรวจสอบมันแล้วล่ะ พันตรีมาร์ส"
"ท่านผู้บัญชาการอดัม ท่านหมายความว่ายังไงครับ" พันตรีมาร์สถามด้วยความสับสน
"ก็เพราะข่าวกรองนี้เป็นเรื่องจริงยังไงล่ะ กองเรือรบจู่โจมที่แปดของจักรวรรดิจะเปิดฉากบุกโจมตีในอีกสามวันข้างหน้า เวลาห้าทุ่มตรงตามเวลาท้องถิ่น"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองประจำดาวโรเบิร์ตหมายเลขสี่ก็ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ในทันที
เขาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และในตอนที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง
เขากลับพบว่ามีนิ้วชี้ข้างหนึ่งจิ้มเข้าที่ขมับขวาของตัวเองเสียแล้ว
แถมด้านหลังของเขายังมีเงาร่างของใครบางคนโผล่มาอีกต่างหาก
"เดี๋ยวนะ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
"ผู้ใช้พลังจิตระดับสูงงั้นเหรอ"
นี่คือความคิดสุดท้ายที่แล่นเข้ามาในหัวของพันตรีมาร์ส
วินาทีต่อมา พลังงานที่มองไม่เห็นขุมหนึ่งก็พุ่งเข้าทำลายล้างสมองของเขาโดยตรง
และภายในเวลาเพียงเสี้ยวของเสี้ยววินาที ระบบประสาทส่วนกลางของเขาก็ถูกทำให้โอเวอร์โหลดจนทำงานล้มเหลว
แววตาที่เคยแจ่มใสของพันตรีมาร์สเริ่มเลื่อนลอย ร่างทั้งร่างยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ราวกับหุ่นไม้ที่ไร้จิตวิญญาณ
ที่ด้านหลังของเขา มวลอากาศเกิดการบิดเบี้ยวอย่างผิดธรรมชาติ
เมื่อแสงสีฟ้าอ่อนลักษณะคล้ายรังผึ้งสว่างวาบขึ้น เงาร่างของคนที่สวมชุดปฏิบัติการแบบรัดรูปก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่ด้านหลังของพันตรีมาร์ส
"แผนการเริ่มจะหลุดออกจากเส้นทางเดิมแล้วนะ อดัม"
เสียงที่ผ่านการสังเคราะห์ดังเล็ดลอดออกมาจากหน้ากากของผู้ใช้พลังจิตระดับสูงคนนั้น
เขาละมือขวาที่จิ้มขมับของพันตรีมาร์สออก ขณะที่อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงเหมือนหุ่นเชิด
"เดิมทีพลังควบคุมจิตใจรอบนี้ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ใช้กับดัลลัส แต่ตอนนี้ฉันกลับต้องเอามาใช้ก่อนกำหนดซะได้"
"ฉันเข้าไปใช้ห้องฟื้นฟูพลังจิตของพวกนายไม่ได้นะ ภายในสามวันนี้ฉันคงใช้พลังควบคุมจิตใจไม่ได้อีกแล้ว"
ถึงแม้จะเป็นเสียงสังเคราะห์ แต่ผู้บัญชาการอดัมก็ยังสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของผู้ใช้พลังจิตระดับสูงตรงหน้าอยู่ดี
"อย่าเพิ่งเครียดไปเลย ทุกอย่างยังอยู่ในกำมือของพวกเรา"
เขายกมืออันอวบอ้วนจนดูเทอะทะขึ้นมาทำท่าทางบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นๆ
"การควบคุมจิตใจดัลลัสมันก็เป็นแค่แผนสำรองอยู่แล้ว ในเมื่อตอนนี้แผนนี้ใช้ไม่ได้ งั้นก็ข้ามมันไปเลยก็แล้วกัน"
"พรุ่งนี้ฉันจะยังคงเซ็นอนุมัติคำสั่งเริ่มการซ้อมรบดาวตกตามเดิม กองกำลังเคลื่อนที่หลักบนดาวดวงนี้ทั้งหมดจะถูกเรียกไปรวมตัวกันตามพื้นที่ซ้อมรบที่กำหนดไว้"
ราวกับว่าปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ผู้บัญชาการอดัมจึงปรับท่านั่งเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจอีกครั้ง หัวคิ้วที่เคยขมวดเป็นปมก็คลายออก
"พิกัดพวกนั้นฉันส่งให้พวกนายไปตั้งนานแล้ว ถึงเวลาเมื่อไหร่ก็แค่ให้กองเรือเปิดฉากปูพรมถล่มพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลองก็พอ"
"ต่อให้ดัลลัสจะรอดชีวิตไปได้ในอีกสามวันข้างหน้าแล้วพยายามจัดตั้งแนวป้องกันขึ้นมา แต่มันก็เปลี่ยนภาพรวมอะไรไม่ได้หรอก กำลังรบของสองฝ่ายมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ"
เขายกถ้วยชาฝรั่งที่ยังมีควันลอยกรุ่นขึ้นมาเป่าเบาๆ
"อย่างมากก็แค่มีทหารเลวตายเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง..."
ถึงแม้จะรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีโอหังของไอ้หมูตอนตรงหน้าเต็มประดา แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการพิเศษแทรกซึมเบื้องหลังศัตรู เจ้าของรหัสเหล็กใน ซึ่งสังกัดหน่วยปฏิบัติการพลังจิตเขี้ยวมังกรดาราแห่งจักรวรรดิ ก็ยังคงต้องข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจ
ท้ายที่สุดแล้วอีกฝ่ายก็คือนายทหารระดับสูงของสหพันธ์ที่จักรวรรดิอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจดึงตัวมาเป็นพวกได้สำเร็จ แถมยังเป็นผู้มีอำนาจเบอร์หนึ่งของฐานทัพแห่งนี้อีกด้วย
ปฏิบัติการลอบโจมตีที่จักรวรรดิเตรียมการมาอย่างยาวนานในครั้งนี้ยังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากเขาอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องบนยังมีคำสั่งลงมาว่าในช่วงที่เขาแฝงตัวอยู่ในฐานทัพ เขาจะต้องให้ความช่วยเหลืออีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง
"ถ้าอย่างนั้น... เจ้านกน้อยที่ทรยศคนนั้น นายตั้งใจจะให้ฉันจัดการยังไงดี"
เหล็กในเอียงคอขยับกล้ามเนื้อเล็กน้อย ในหัวของเขาได้ร่างแผนการลอบสังหารเอาไว้หลายรูปแบบแล้ว
"ปล่อยมันไปเถอะ มันสร้างคลื่นลมอะไรไม่ได้หรอก"
น้ำเสียงของผู้บัญชาการอดัมฟังดูสบายๆ ราวกับไม่ใส่ใจการแปรพักตร์ของสายลับรหัสลูกนกอย่างแอมเบอร์เลยสักนิด
"อีกอย่าง ศูนย์สื่อสารก็เป็นพื้นที่ดูแลของลูกน้องดัลลัส พอถึงเวลานั้นฉันคงย้ายพวกมันออกไปไม่ได้ง่ายๆ หรอก เพราะงั้นตอนที่มาร์กาเร็ตต้องบุกทะลวงศูนย์สื่อสาร ไอ้นกน้อยตัวนี้มันยังมีประโยชน์อยู่"
"นายบ้าไปแล้วหรือไงวะ"
คำพูดของผู้บัญชาการอดัมทำเอาเหล็กในถึงกับหัวเราะประชดออกมาด้วยความโมโห
"สายลับจักรวรรดิที่แปรพักตร์ไปแล้วเนี่ยนะ นายเอาอะไรมามั่นใจว่ามันจะยอมช่วยพวกเราบุกศูนย์สื่อสาร"
"โอ้ อย่าเพิ่งหัวเสียไปเลยคุณเหล็กใน ฉันรู้ดีว่าคุณเป็นมืออาชีพในเรื่องปฏิบัติการพิเศษ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าคุณยังไม่ค่อยเข้าใจจิตใจคนสักเท่าไหร่"
ผู้บัญชาการอดัมส่งยิ้มให้โดยไม่สนความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ในน้ำเสียงของอีกฝ่ายเลย
"ตอนนี้พวกเรายังพอมีเวลา ฉันจะลองเล่าข้อสันนิษฐานของฉันให้คุณฟังดู บางทีพอคุณฟังจบแล้วคุณอาจจะเห็นด้วยกับความคิดของฉันก็ได้นะ"
[จบแล้ว]