- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ผมขอลิขิตชะตาเทพด้วยตัวเอง
- บทที่ 19 - เพื่อนร่วมชั้นฮานิโอะ ชิโอะ
บทที่ 19 - เพื่อนร่วมชั้นฮานิโอะ ชิโอะ
บทที่ 19 - เพื่อนร่วมชั้นฮานิโอะ ชิโอะ
บทที่ 19 - เพื่อนร่วมชั้นฮานิโอะ ชิโอะ
มาอีกแล้ว สามคำรวดที่คุ้นเคย...
เฉินอันยิ้มพลางหันไปมองที่ขอบหน้าต่าง
สายฝนข้างนอกหยุดสนิทแล้ว เหลือเพียงหยดน้ำประปรายที่ยังเกาะอยู่ คอยหยดลงมากระทบพื้นจนเกิดน้ำกระเซ็นเป็นระยะ
เป็นฝนที่ตกไม่นานนัก
ไม่รู้ว่าไซส์งานก่อสร้างของพ่อจะหยุดงานเพราะฝนนี้หรือเปล่า
เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น แล้วกระโดดลงจากเตียง
จากนั้นก็ก้าวเดินไปที่หัวเตียงทีละก้าว ฮานิโอะ ชิโอะ ในตอนนี้ไม่ได้มองเขาแล้ว เธอเพียงแค่ก้มหน้าลงตามความเคยชิน
รอยแดงบนใบหูของเด็กสาวจางลงบ้างแล้ว จะเหลือก็เพียงผิวเนื้อตรงส่วนคอและเสื้อตัวบนที่ยังคงเป็นสีชมพูระเรื่อราวกับกุหลาบ
"ให้พี่อุ้มกลับไปส่งไหม?"
เฉินอันเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อน หลังจากใช้ความคิด
ตอนที่เจอเธอครั้งแรก เป็นช่วงที่ฝนตกหนักที่สุด ในหัวเขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก อุ้มเธอตรงดิ่งกลับมาที่ห้องของตัวเองทันที
พอตอนนี้ได้สติกลับมา แล้วเห็นท่าทาง 'ไม่สบายใจ' ของเด็กสาว ดูท่าเธอคงอยากจะกลับแล้วแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก
เฉินอันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ช่างสังเกตและเข้าอกเข้าใจคนอื่นจริงๆ
ส่วนอีกฝ่ายแอบขยำผ้าห่มเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือออก แล้วตอบรับอืมในลำคอ
"งั้นก็เกาะให้แน่นๆ นะ"
เมื่อได้รับคำตอบที่ยืนยันแล้ว เฉินอันก็ไม่รอช้า เขาเปิดผ้าห่มที่เด็กสาวคลุมไว้ออก มือข้างหนึ่งสอดผ่านแผ่นหลัง อีกข้างหนึ่งช้อนเข้าที่ข้อพับขาที่เรียวบาง
สัมผัสแรกที่ได้รับคือ เบามาก
ถึงจะไม่รู้ว่าหนักกี่กิโลกรัม แต่คิดว่าคงไม่ใช่พิกัดน้ำหนักที่เด็กในวัยนี้ควรจะเป็นแน่นอน
ช่วงนี้เฉินอันอุ้มเด็กสาวอีกคนบ่อยๆ เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว ความรู้สึกตอนอุ้มไป๋ฉงตงจะให้ความรู้สึกหนักแน่นเต็มไม้เต็มมือกว่ามาก เห็นได้ชัดว่าปกติคงเลี้ยงมาดี แค่ใส่เสื้อผ้าเลยดูไม่ออกเท่าไหร่
"ไปกันเถอะ เกาะไว้ดีๆ ล่ะ"
เฉินอันย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มก้าวเดินมุ่งหน้าไปทางบันได
ในอ้อมกอดของเขา เด็กสาวเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าได้ยินหรือเปล่า มือน้อยๆ ออกแรงดึงเสื้อตรงใต้ปกของเขาเอาไว้แน่น
ตลอดทางที่ลงบันไดมา ไม่มีการแวะพัก มีเพียงผู้ใหญ่ที่เดินผ่านไปมาบ้างที่อดจะเหลียวมองคู่หูคู่นี้ไม่ได้
นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?
เจ้าตัวเล็ก อุ้มเจ้าตัวเล็กอีกคนเนี่ยนะ?
เฉินอันสามารถเพิกเฉยต่อสายตาเหล่านั้นได้ แต่เด็กสาวในอ้อมกอดเขายังทำไม่ได้ เธอขยับตัวด้วยความประหม่า แทบจะซุกหน้าเข้าไปในอกที่ไม่ได้กว้างขวางนักของเขาจนมิด
โชคดีที่ถึงแม้เฉินอันจะตัวเล็ก แต่เขาก็มีแรงมหาศาล นอกจากจะอุ้มได้นิ่งมั่นคงแล้ว เขายังสามารถลงมาถึงชั้นหนึ่งได้ในรวดเดียว
เขามองหาครู่หนึ่ง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูที่มีป้ายเลขห้อง '107' ติดอยู่
เขาลองผลักดู พบว่าไม่ได้ล็อค เฉินอันจึงใช้ไหล่ดันประตูให้เปิดออกแล้วเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อเทียบกับห้องของเขา สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง 107 นั้นถือว่าเรียบง่ายมาก ที่นี่ไม่มีทั้งโทรทัศน์สี ไม่มีตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่โซฟาตัวเล็กๆ
สิ่งที่มี มีเพียงเตียงผู้ป่วยหนึ่งหลังกับเสาน้ำเกลือสีขาวหนึ่งต้นเท่านั้น
แถมยังคับแคบและอับแสงเป็นอย่างมาก
คนที่สังเกตเห็นเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เฉินอันเพียงคนเดียว แต่รวมถึง ฮานิโอะ ชิโอะ ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย
เธอเม้มริมฝีปาก รวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้น เพื่ออยากจะดูว่าใบหน้าของเด็กชายในตอนนี้จะแสดงปฏิกิริยาอย่างไร
จะเป็นความรังเกียจ หรือความดูแคลน?
หรือว่าจะเป็นความรู้สึกอื่นๆ
หัวใจที่แสนจะเปราะบางของเด็กสาวเต้นเร็วขึ้นในชั่วพริบตา
แต่น่าเสียดาย เธอไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น
เด็กชายเพียงแค่ค่อยๆ วางเธอลงอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบผ้าห่มที่วางอยู่ข้างๆ มาห่มให้เธอ
"จริงด้วย... เธอรอพี่แป๊บนนะ เดี๋ยวพี่จะไปช่วยขนรถเข็นเข้ามาให้"
ทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็หมุนตัวออกจากห้องไปวุ่นวายต่อทันที
หลังจากความวุ่นวายสั้นๆ ผ่านไป ห้อง 107 ก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
เหลือเพียง ฮานิโอะ ชิโอะ อยู่เพียงลำพัง เอนหลังพิงหัวเตียงไว้
เธอมองเหม่อไปทางทิศที่เฉินอันเดินจากไป จนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่ถึงได้ดึงสายตากลับมา
ทันใดนั้น เธอเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าที่ปกติไร้อารมณ์ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว
เดี๋ยวก่อนนะ เขาทำไมถึงรู้ว่าฉันอยู่ห้องนี้ล่ะ?
ทั้งที่เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลย เขาก็ไม่ได้ถาม แต่กลับเดินนำมาส่งที่ห้อง 107 อย่างคล่องแคล่วราวกับรู้จักทางเป็นอย่างดี...
ชิโอะค่อยๆ หยิบหมอนข้างตัวมา แล้วซุกใบหน้าทั้งหมดเข้าไปในนั้น
ความจริงดูเหมือนจะถูกวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ทำยังไงดี ดูเหมือนจะเจอไอ้โรคจิตที่แอบสะกดรอยตามจริงๆ เข้าให้แล้ว...
ต้องบอกแม่ไหมนะ?
เด็กสาวมุดหน้าถูไปมากับหมอน ส่งเสียงอู้อี้ออกมาอย่างบอกไม่ถูก
ใครจะไปคิดว่า คำด่าที่เธอแค่หลุดปากพูดไปส่งเดช กลับกลายเป็นเรื่องจริงในวินาทีนี้
แต่ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ กลับมีความรู้สึกตื่นเต้นบางอย่างที่บรรยายไม่ถูกแฝงอยู่ด้วย...
ชิโอะหน้าแดงพลางส่ายหัวไล่ความคิด รู้สึกว่าถ้าขืนคิดลึกไปกว่านี้ เธอเองนี่แหละที่จะกลายเป็นพวกโรคจิตไปอีกคน
......
......
เฉินอันเดินตามทางในความทรงจำ จนเจอรถเข็นคันที่จอดอยู่อย่างโดดเดี่ยวใต้ต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว
เขาเดินเข้าไป ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ด้ามจับด้านหลัง
มันทำให้เขานึกถึงแม่ของฮานิโอะ ชิโอะ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ผู้หญิงคนนั้นมักจะอยู่ในท่าทางแบบนี้เสมอ ในทุกๆ เช้าเธอจะเข็นลูกสาวมาส่งที่นี่อย่างตรงเวลา
เธอมักจะทักทายเฉินอัน บางครั้งก็ยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่ไกลๆ บางครั้งอาศัยจังหวะที่ลูกสาวไม่ทันสังเกต ก็จะดึงตัวเขาไปที่มุมตึก แล้วล้วงเอาถุงพลาสติกสีแดงที่ห่อไว้หนาแน่นถึงสามสี่ชั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีฟ้าที่ซักจนซีดจาง
ในถุงนั้น คือธนบัตรที่ถูกพับเก็บไว้อย่างดี
มีทั้งแบงก์ย่อยแบงก์เต็ม ใบที่มูลค่ามากที่สุดคือสิบหยวน ส่วนใหญ่จะเป็นเหรียญและแบงก์หนึ่งเหมาห้าเหมา
เธอมักจะหยิบออกมาหนึ่งหรือสองใบ อาจจะเป็นหนึ่งหยวน หรือห้าเหมา แล้วยื่นให้เฉินอันพร้อมรอยยิ้ม บอกว่าจะเลี้ยงขนมเขา
ในความทรงจำของเขา นั่นคือผู้หญิงที่ดูอ่อนโยนและรักการยิ้มมากคนหนึ่ง
เฉินอันหายใจเข้าลึกๆ เร่งความเร็วในการเข็นรถเข็นให้เร็วขึ้น
ล้อรถเข็นบดผ่านถนนดินที่ชุ่มน้ำ เกิดเป็นรอยล้อลากยาว
ความจริงเขาจะแบกรถเข็นเดินไปเลยก็ได้ แต่เมื่อนึกถึงว่าในสถานฟื้นฟูยังมีผู้สูงอายุคนอื่นๆ อีกมาก เขาจึงล้มเลิกความคิดที่ดูจะสะดุดตาเกินเหตุนั้นไป
เขาเข็นรถเข็นมาถึงโถงชั้นหนึ่ง แต่เฉินอันยังไม่รีบเข้าไปส่ง เขาเดินกลับขึ้นไปที่ห้องชั้นห้า เพื่อหยิบกระโปรงและผ้าขนหนูของเด็กสาวติดมือลงมาด้วย
ห้อง 107
หลังจากได้ยินเสียงล้อรถเข็นที่คุ้นเคย ชิโอะก็ดึงสายตาที่จ้องมองประตูอยู่กลับมา แล้วทำเป็น 'เหม่อลอย' มองออกไปนอกหน้าต่างแทน
"พี่กลับมาแล้ว"
เธอได้ยินเสียงเด็กชายตะโกนบอก จากนั้นรถเข็นก็ถูกเข็นเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าเริ่มหนักแน่นและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"จริงด้วย กระโปรงของเธอ จะให้พี่วางไว้ตรงไหนดี?"
เฉินอันมองไปรอบๆ แต่หาที่วางเสื้อผ้าไม่เจอ
เมื่อเทียบกับห้องของเขา ที่นี่ถือว่าคับแคบและอัดแน่นมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องห้องน้ำในตัวแบบห้องเขาเลย
"ตรงนี้ค่ะ"
ชิโอะชี้ไปที่เก้าอี้พลาสติกตัวเล็กข้างเตียง ปกติเวลาแม่ว่างก็จะมานั่งตรงนั้น คุยเป็นเพื่อนเธอ และดูมังงะด้วยกัน
"โอเค"
ชิโอะมองดูเด็กชายที่สูงกว่าเธอไม่เท่าไหร่ขานรับคำหนึ่ง แล้วเขาก็หยิบผ้าขนหนูมา เริ่มเช็ดทำความสะอาดรถเข็นที่เปื้อนน้ำฝนให้อย่างขะมักเขม้น
เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอ ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ทำงานไม่รีบร้อนแต่มีความละเอียดรอบคอบไปเสียทุกเรื่อง
แต่ว่าทำไมล่ะ...
ทำไมถึงต้องมาดีกับฉันขนาดนี้ด้วย?
ชิโอะค่อยๆ ก้มหน้าลง เสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
"นายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ"
"...หือ?"
เฉินอันทำงานเร็วมาก เขาเช็ดเบาะนั่งและพนักพิงจนสะอาดเอี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว เขาปรบมือเข้าหากันพลางยิ้มว่า "วางใจเถอะน่า ยังไงก็เป็นเพราะพี่ผิดนัดก่อน ถึงได้ทำให้เธอต้องไปตากฝนแบบนั้น... อย่างน้อยพี่ก็ต้องรับผิดชอบบ้างสิ จริงไหม?"
"อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่เรื่องเล็กน้อย เอง"
ชิโอะได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่ก้มหน้าพึมพำเสียงค่อย
"ใครอยากให้นายมารับผิดชอบกันล่ะ..."
(จบแล้ว)