- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 59 - องค์กร
บทที่ 59 - องค์กร
บทที่ 59 - องค์กร
บทที่ 59 - องค์กร
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ในขณะที่จ้าวเย่ากำลังง่วนอยู่กับการจัดการแมวพลังวิเศษตัวใหม่อย่างก้อนถ่าน ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองเจียงไห่ ภายในคฤหาสน์หรูหราโอ่อ่าที่แค่ห้องโถงเพียงห้องเดียวก็มีขนาดกว้างขวางกว่าบ้านของจ้าวเย่าทั้งหลังเสียอีก
ข้างโต๊ะอาหารสไตล์ฝรั่งเศสตัวยาว มีเก้าอี้จัดวางไว้ทั้งหมดหกตัว บนเก้าอี้แต่ละตัวมีที่นั่งลักษณะคล้ายเบาะรองนั่งสำหรับเด็กวางอยู่ และมีแมวนั่งประจำที่อยู่บนนั้นตัวละหนึ่งที่
บรรดาแมวเหมียวใช้ฝ่าเท้าอันอ่อนนุ่มกดกระดิ่งที่วางอยู่ข้างเก้าอี้เบาๆ จากนั้นบริกรที่ยืนรออยู่ข้างๆ ก็จะเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นพวกมันใช้เท้าชี้ไปที่เมนูอาหารจานไหน บริกรก็จะยกอาหารจานนั้นมาป้อนให้พวกมันกินทีละคำอย่างเอาใจใส่
อาหารแมวบนโต๊ะนั้นมีหลากหลายชนิดและถูกจัดแต่งอย่างสวยงามไร้ที่ติ หากจะเปรียบเทียบว่าข้าวแมวของจ้าวเย่าเป็นเหมือนลูกชิ้นเนื้อที่คนทั่วไปกิน อาหารแมวที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะนี้ก็คงเปรียบได้กับเมนูอาหารฝรั่งเศสระดับไฟน์ไดนิ่งเลยทีเดียว
จานใบใหญ่แต่ละใบมีอาหารจัดวางไว้อย่างประณีตในปริมาณเพียงหยิบมือ พวกมันถูกรังสรรค์ให้เป็นรูปทรงต่างๆ ทั้งทรงกระบอก ดอกไม้ และสี่เหลี่ยมลูกบาศก์
แน่นอนว่าอาหารเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาสวยงามเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมันผ่านการคำนวณสัดส่วนและโภชนาการมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแมวแต่ละตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
และแมวทั้งหกตัวที่นั่งอยู่ตรงนี้ นอกจากลูกแมวลายสลิดส้มแซมขาวแล้ว ตัวอื่นๆ ล้วนแต่เป็นแมวสายพันธุ์แท้ราคาแพงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแมวเปอร์เซีย แมวเอ็กโซติกชอร์ตแฮร์ หรือแมวอเมริกันชอร์ตแฮร์
เสียงกดกระดิ่งจากอุ้งเท้าหน้า สลับกับเสียงร้องเหมียวๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ประกอบกันเป็นภาพที่ดูอบอุ่นและกลมกลืนอย่างประหลาด
บนโซฟาที่อยู่ห่างจากโต๊ะอาหารออกไปไม่ไกลนัก ชายหนุ่มผมยาวกำลังนั่งมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
"การที่ได้เฝ้ามองเหล่านางฟ้าตัวน้อยของฉันกินอิ่มนอนหลับ และได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขบนใบหน้าของพวกมัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มีความสุขที่สุดในโลกหรอกเหรอ"
ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้วครับนายน้อย" แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาก็รับสายโทรศัพท์สายหนึ่ง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปรายงานชายหนุ่มผมยาว "นายน้อยครับ ไอ้หัวโตกับไอ้มังกรอ้วนเกิดเรื่องซะแล้ว ตอนนี้พวกมันถูกตำรวจจับตัวไปแล้วครับ"
"หือ ฉันจำได้ว่าพวกมันถูกส่งไปจับแมวพลังวิเศษที่ห้างสรรพสินค้านี่นา มีข่าวอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม"
"ผมให้คนไปสืบข่าวจากพวกมันที่โรงพักแล้วครับ" ชายวัยกลางคนอธิบาย "พวกมันบอกว่าถูกลอบโจมตี แล้วก็โดนแย่งแมวไปครับ"
เมื่อได้ยินแบบนั้น เส้นเลือดบนขมับของชายหนุ่มก็ปูดโปนขึ้นมาทันที "นายกำลังจะบอกว่ามีคนกล้ามาแย่งแมวของฉันไปงั้นเหรอ"
"ไม่ได้มีแค่นั้นครับ จากคำให้การของไอ้หัวโต" ชายวัยกลางคนพูดต่อ "ดูเหมือนอีกฝ่ายจะใช้พลังวิเศษได้อย่างน้อยสามรูปแบบ ทั้งวิชาเคลื่อนย้ายพริบตา พลังจิต แล้วก็พลังควบคุมร่างกาย..."
"พลังหลากหลายรูปแบบงั้นเหรอ หมายความว่าคนคนเดียวสามารถรับภาระจากพลังวิเศษหลายๆ อย่างได้พร้อมกันน่ะสิ" สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มเคร่งเครียด "ถ้ารวมกับแมวที่ห้างสรรพสินค้าด้วย ตอนนี้เขาก็มีแมวพลังวิเศษอย่างน้อยสี่ตัว หรือก็คือมีพลังวิเศษสี่รูปแบบแล้ว"
"เท่าที่ฉันรู้มา ยังไม่เคยมีสาวกคนไหนที่มีพลังวิเศษหลายรูปแบบมาก่อนเลยนะ พลังหลายรูปแบบ..." แววตาของชายหนุ่มทอประกายล้ำลึก "คนแบบนี้อันตรายเกินไป เราต้องรีบไปช่วยแมวพลังวิเศษพวกนั้นออกมาให้เร็วที่สุด"
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมาในห้องโถงด้วยความร้อนใจ "แมวพลังวิเศษตั้งสี่ตัว พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าไอ้หมอนั่นจะทำอะไรกับพวกมันบ้าง แมวพลังวิเศษมักจะตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนได้ง่าย สาวกพวกนั้นไม่เคยเห็นหัวแมวพลังวิเศษในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เท่าเทียมกันเลย พวกมันเอาแต่สูบพลังของแมวไปใช้อย่างหน้าไม่อาย"
"แมวตั้งสี่ตัวตกอยู่ในกำมือของมัน... แล้วถ้าเกิดมันทารุณกรรมพวกเด็กๆ ขึ้นมาล่ะ มันบังคับให้แมวพวกนั้นส่งมอบพลังให้ตั้งหลายตัว ดีไม่ดีอาจจะทรมานหรือข่มขู่พวกเด็กๆ ด้วยซ้ำ"
"แถมยังรับภาระจากพลังวิเศษได้ตั้งมากมาย ไม่รู้ว่ามันใช้วิธีบัดซบอะไรกันแน่"
ภาพคลิปวิดีโอทารุณกรรมแมวบนอินเทอร์เน็ตผุดขึ้นมาในหัวของเขาเป็นฉากๆ พอคิดถึงภาพเหล่านั้น ชายหนุ่มผมยาวก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา "รีบไปตามหาตัวมันให้เจอ แล้วไปช่วยแมวของฉันออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่สิ... เดี๋ยวก่อน บางทีเรื่องราวอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ฉันคิดก็ได้ เอาเป็นว่า..."
ชายหนุ่มผมยาวลูบคางพลางพยายามสงบสติอารมณ์ "ถ้ามันดูแลแมวพวกนั้นเป็นอย่างดี ก็เสนอเงินก้อนโตเพื่อขอซื้อแมวพวกนั้นมาซะ"
"แต่ถ้ามันทารุณกรรมแมวล่ะก็..." พอพูดถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็มีจิตสังหารอันเย็นเยียบพาดผ่าน "ทำให้มันพิการ แล้วชิงแมวกลับมาให้หมด"
"รับทราบครับนายน้อย" ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะถอยออกไป
"อ้อ แล้วก็เค้นถามมันให้ได้ด้วยว่ามันใช้วิธีอะไรถึงรับภาระพลังวิเศษจากแมวหลายตัวพร้อมกันได้"
บนโต๊ะอาหาร ลูกแมวลายสลิดส้มแซมขาวส่งเสียงร้องเหมียวๆ ลูกแมวตัวนี้ก็คือแมวจรจัดที่เซียวซืออวี่เคยให้อาหารในหมู่บ้าน และเป็นตัวเดียวกับที่เคยมอบพลังฟื้นฟูความเร็วสูงให้กับแมวฆาตกรและเซียวซืออวี่นั่นเอง
เมื่อเห็นท่าทางของลูกแมวตัวนี้ บริกรที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบนำสมาร์ตโฟนไปวางไว้ตรงหน้ามันทันที
ลูกแมวน้อยใช้เท้าพิมพ์ข้อความบนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว เพียงครู่เดียวก็มีเสียงสังเคราะห์ดังออกมาจากสมาร์ตโฟน เสียงนั้นอ่านข้อความที่มันเพิ่งพิมพ์ลงไปว่า "เหอฮ่าวชาง เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกสาวกงั้นเหรอ"
เมื่อเห็นภาพความน่ารักน่าชังของลูกแมวลายสลิดส้มที่กำลังพิมพ์ข้อความ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเหอฮ่าวชางก็คลี่ยิ้มออกมา "ไม่ต้องห่วงหรอกลูซิเฟอร์ ก็แค่ปัญหาจุกจิกกวนใจนิดหน่อยน่ะ อีกเดี๋ยวก็จัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ"
แมวทั้งหกตัวหันมาสบตากัน ราวกับกำลังสื่อสารกันเงียบๆ ผ่านทางสายตา
ตัดภาพมาที่บ้านของจ้าวเย่า ตอนนี้พื้นที่ทั้งห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ก้อนถ่านสำรอกออกมาจนดูรกรุงรังไปหมด
ทว่าจ้าวเย่ากลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดเลยสักนิด ตรงกันข้าม ใบหน้าของเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นดีใจ
ในตอนนี้เขากับมัทฉะกำลังช่วยกันรื้อค้นของมีค่าจากกองขยะเหล่านั้น สร้อยคอทองคำ แหวนเพชร เครื่องเพชรพลอย และเครื่องประดับเงินถูกจ้าวเย่าหยิบขึ้นมาใส่กล่องที่วางอยู่ข้างๆ ทีละชิ้นๆ
ส่วนมัทฉะก็กำลังประคองไอโฟน 7 พร้อมกับหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี มันเริ่มตั้งค่าและเล่นสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่อย่างสนุกสนาน
ทว่ายังไม่ทันที่ไอโฟนจะอุ่นมือ จ้าวเย่าก็ฉกมันไปต่อหน้าต่อตา "ไอโฟน 7 เครื่องนี้ฉันขอใช้ก็แล้วกัน ส่วนแกก็เอาเครื่องเก่าของฉันไปใช้ละกันนะ"
มัทฉะโวยวายด้วยความไม่พอใจทันที "ทำไมล่ะ พ่อเป็นคนเห็นก่อนนะเว้ย"
จ้าวเย่าลูบหัวปุกปุยของมันแล้วพูดว่า "เด็กๆ ไม่ควรใช้ไอโฟนหรอกนะ" พูดจบเขาก็จัดการเปลี่ยนซิมการ์ดใส่ไอโฟน 7 อย่างอารมณ์ดี
มัทฉะทำหน้ามุ่ยด้วยความหงุดหงิด ทว่าในใจกลับคิดว่า 'เยี่ยมไปเลย ดูเหมือนจ้าวเย่าจะลืมเรื่องที่พ่อแอบซื้อสกินไปแล้วแฮะ อืม... ก่อนที่หมอนั่นจะนึกขึ้นได้ พ่อต้องรีบผลาญเงินที่ฝากไว้กับไอ้อ้วนหยวนหยวนให้เกลี้ยงซะแล้วสิ'
อีกด้านหนึ่ง ก้อนถ่านนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น อาการวิงเวียนศีรษะยังคงเล่นงานจนมันรู้สึกเหมือนบ้านหมุนติ้ว ร่างกายของลูกแมวสั่นกระตุกเป็นระยะๆ ราวกับคนหมดสภาพ
หยวนหยวนค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้มันอย่างระมัดระวังแล้วถามด้วยความเป็นห่วง "ลูกพี่ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย"
"ฉันจะ... ฉันจะ..."
"อะไรนะ" หยวนหยวนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
ก้อนถ่านเค้นเสียงรอดไรฟัน "ฉันจะกัดพวกมันให้ตาย ฉันต้องกัดพวกมันให้ตายให้ได้"
"อย่าเลยน่า เธอสู้พวกมันไม่ได้หรอก" หยวนหยวนรีบห้ามปรามทันที "เธอมีพลังดูดกลืนสิ่งของไม่ใช่เหรอ เราเอาพลังนี้มาหาทางหนีกันเถอะ"
"ไม่ได้" ก้อนถ่านกัดฟันกรอด "ฉันต้องแก้แค้นให้ได้"
หยวนหยวนโอดครวญผ่านกระแสจิต "อย่าทำแบบนั้นเลยนะ เธอสู้พวกมันไม่ได้จริงๆ นะ นั่นมันเศษเดนมนุษย์ ปีศาจร้าย แถมยังเป็นตาแก่ตัณหากลับจอมหื่นด้วยนะ"
หลังจากคัดแยกของมีค่าที่ก้อนถ่านคายออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวเย่าก็เริ่มลงมือเก็บกวาดเศษซากความเสียหาย เขาหอบเอาขยะที่ก้อนถ่านสำรอกออกมาลงไปทิ้งชั้นล่างถุงแล้วถุงเล่า
ทว่าในจังหวะที่เขาลงมาทิ้งขยะเป็นรอบที่ห้า ชายวัยกลางคนหัวโล้นในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะก็มายืนดักรออยู่ที่ประตูทางเข้าตึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นจ้าวเย่าเดินลงมา เขาก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ "คุณคือจ้าวเย่าใช่ไหมครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณสักหน่อย"
"คุณเป็นใคร" จ้าวเย่าขมวดคิ้ว ลอบประเมินอีกฝ่ายในใจ "นายหน้าขายบ้านเหรอ พนักงานขายของ คนขายประกัน หรือว่าพวกแก๊งลูกโซ่เนี่ย"
ชายหัวโล้นวัยกลางคนเอ่ยว่า "ก็แค่เรื่องที่เกี่ยวกับแมวน่ะครับ" เมื่อเห็นว่าสายตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นระแวดระวังและดุดันขึ้นมาทันที เขาก็รีบพูดต่อว่า "คุยตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ผมเห็นหน้าหมู่บ้านมีร้านกาแฟอยู่ เราไปคุยกันที่นั่นดีไหมครับ"
[จบแล้ว]