เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - การเจรจา

บทที่ 60 - การเจรจา

บทที่ 60 - การเจรจา


บทที่ 60 - การเจรจา

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เมื่อมาถึงร้านกาแฟและนั่งลงเรียบร้อยแล้ว จ้าวเย่าก็มองชายหัวโล้นตรงหน้าพลางเอ่ยถาม "ตกลงคุณเป็นใครกันแน่"

"จะเรียกว่าเป็นตำรวจก็ได้ครับ" หัวหน้าเหอยิ้มบางๆ "ผมอยากจะหาโอกาสมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเริ่มคุยยังไงดี สุดท้ายพอลองคิดดูอีกที ผมว่าผมมาเจอคุณด้วยตัวเองคนเดียวน่าจะดีกว่า"

"ตำรวจงั้นเหรอ" จ้าวเย่าชะงักไปเล็กน้อย ในหัวพลันนึกถึงตำรวจนายหนึ่งที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตอนที่เขาปะทะกับแมวฆาตกรเมื่อสิบกว่าวันก่อน สีหน้าของจ้าวเย่าเริ่มจริงจังขึ้นมาทันที "คุณมาหาผม มีธุระอะไรไม่ทราบ"

หัวหน้าเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "ตอนนี้ทางรัฐบาลรับรู้ถึงการมีอยู่ของแมวพลังวิเศษแล้ว และผมก็เป็นผู้รับผิดชอบหลักในคดีที่เกี่ยวกับแมวพลังวิเศษในเขตเจียงไห่ทั้งหมด ส่วนเหตุผลที่ผมมาหาคุณ..." หัวหน้าเหอเว้นจังหวะเล็กน้อย "เป็นเพราะผมคิดว่าคุณจ้าวเย่าน่าจะเป็นสาวกที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเจียงไห่ตอนนี้เลยล่ะครับ พูดตามตรงนะ คุณเป็นผู้ใช้พลังผสมผสานคนเดียวเท่าที่พวกเราเคยพบมาเลย"

"สาวกที่แข็งแกร่งที่สุดงั้นเหรอ" พอได้ยินคำยกยอนี้ จ้าวเย่าก็รู้สึกตัวลอยขึ้นมาทันที ถึงแม้ลึกๆ เขาจะรู้ตัวว่าตัวเองเก่งกาจมากแค่ไหน การมีทั้งพลังหยุดเวลาและพลังสร้างภาพลวงตาของอลิซาเบธก็แทบจะทำให้เขาไร้เทียมทานแล้ว ซึ่งเขาก็เคยคิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน

แต่พอมาได้ยินเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลเรื่องแมวพลังวิเศษโดยตรงเป็นคนพูดออกปากเอง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยืดอกภูมิใจ ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้และมองอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง "คุณ... คุณ..."

อีกฝ่ายรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว

"คุณทิ้งเบาะแสเอาไว้เยอะเกินไปน่ะสิครับ" หัวหน้าเหอยักไหล่แล้วหัวเราะเบาๆ "ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนป๋ายอวิ๋น รอยเท้า เส้นขนที่ร่วงหล่นตอนสู้กับแมวฆาตกร รอยรองเท้า แล้วก็รถปอร์เช่พานาเมร่าที่จอดอยู่หน้าหมู่บ้านของคุณด้วย"

"แถมยังมีคลิปในไลฟ์สตรีมมิงอีก" พูดถึงตรงนี้หัวหน้าเหอก็กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ "และถึงแม้คุณจะพยายามหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดได้ แต่คุณคงไม่ได้นึกถึงดาวเทียมสินะครับ ทางเราก็เลยล็อกเป้าหมายและระบุตัวตนของคุณได้อย่างรวดเร็ว"

จ้าวเย่ายกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองระมัดระวังตัวดีแล้วเชียว นึกไม่ถึงเลยว่าในสายตาของอีกฝ่ายเขาจะทิ้งช่องโหว่เอาไว้เต็มไปหมดแบบนี้

หัวหน้าเหอพูดต่อ "คุณไม่ต้องเกร็งไปหรอกครับ ทางเราไม่ได้มีความมุ่งร้ายต่อแมวพลังวิเศษและสาวกเลย ตราบใดที่พวกคุณไม่ไปฆ่าคนหรือวางเพลิงสร้างความเดือดร้อน เราก็จะไม่จับกุมพวกคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้พวกคุณไม่ต้องทำงาน เราก็มีเงินเดือนให้ทุกเดือน หรือจะให้เราฝากฝังงานราชการที่สบายๆ ได้เงินดีๆ แถมยังอยู่ใกล้บ้านให้ก็ได้นะ"

เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ ดวงตาของจ้าวเย่าก็เบิกกว้างทอประกาย "ดีขนาดนี้เลยเหรอ พวกคุณไม่ได้จะบังคับให้ผมไปเป็นหนูทดลองพลังวิเศษ หรือส่งผมไปสู้รบกับใครใช่ไหม"

หัวหน้าเหอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจครับ ถ้าคุณไม่เต็มใจ เราก็ไม่มีทางบังคับคุณได้อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณอยากจะทำเพื่อชาติ เราก็ไม่ขัดข้องหรอกครับ"

"สิ่งสำคัญที่สุดก็คือขอแค่พวกคุณไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวาย ไม่ทำลายความสงบสุขของสังคมก็พอแล้ว"

"ความจริงแล้วถ้าคุณลองคิดดูดีๆ สาวกถึงแม้จะเก่งกว่าคนธรรมดาก็จริง แต่ถ้าต้องไปอยู่ในสนามรบจริงๆ จะไปสู้รถถัง ขีปนาวุธ หรือเครื่องบินรบได้ยังไง แถมพวกคุณก็ยังผลิตจำนวนมากไม่ได้ด้วย"

"ประโยชน์สูงสุดของพวกคุณก็คือการแทรกซึมปฏิบัติการลับ หรือไม่ก็สร้างความวุ่นวายในเขตเมือง หรืออาจจะช่วยให้ความร่วมมือในงานวิจัยอะไรทำนองนั้น การจะรีดเค้นพลังให้พวกคุณไปสู้รบแนวหน้า สำหรับผมแล้วมันดูเป็นการสูญเปล่ามากกว่า"

"เพราะงั้นคุณไม่ต้องกังวลเลยครับว่าเราจะบีบบังคับให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่อยากทำ"

จ้าวเย่าพยักหน้าอย่างใช้ความคิด เขากระจ่างแจ้งถึงท่าทีและจุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้ว

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเชื่อใจใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก แต่จากท่าทีของอีกฝ่ายก็พอจะดูออกว่าทางรัฐบาลเองก็คงจะหวาดหวั่นในพลังของเขาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

เขาจึงเอ่ยถามไปว่า "แล้วข้อมูลของผม มีคนรู้เรื่องนี้เยอะไหม"

หัวหน้าเหอตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "พลังของคุณแข็งแกร่งมาก ข้อมูลของคุณจึงถูกจัดเป็นความลับระดับสุดยอด ในเมืองเจียงไห่ตอนนี้รวมถึงตัวผมด้วย มีคนรู้เรื่องนี้ไม่เกินห้าคนแน่นอน และผมรับประกันได้เลยว่าพวกเขาไม่มีทางแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด"

"อันที่จริงข้อมูลและตัวตนของแมวพลังวิเศษรวมถึงสาวกทุกคนล้วนเป็นความลับสุดยอด มีแค่คนระดับสูงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้"

จ้าวเย่าพยักหน้ารับ เขาเองก็ไม่อยากให้ข้อมูลเรื่องพลังและตัวตนของเขาหลุดรอดออกไปเหมือนกัน อย่างที่ชายผิวโลหะเคยพูดเอาไว้ เรื่องพลังวิเศษเนี่ยการลอบโจมตีมักจะได้เปรียบและอันตรายกว่าการตั้งรับเสมอ

ต่อให้เขามีพลังสุดยอดอย่างการหยุดเวลา แต่ถ้าต้องมาคอยระแวดระวังการลอบกัด การลอบสังหาร หรือการตามล้างแค้นสารพัดรูปแบบอยู่ตลอดเวลา นานวันเข้าเขาก็คงจะรับมือไม่ไหวเหมือนกัน เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีเวลามากพอที่จะพัฒนาตัวเองจนสมุดระบบและพลังวิเศษแข็งแกร่งพอที่จะไม่เกรงกลัวการโจมตีใดๆ อีกต่อไป

แต่อย่างน้อยๆ ในตอนนี้ เขาก็ยังต้องเก็บซ่อนตัวตนเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด

จ้าวเย่านึกถึงภารกิจกวาดล้างแก๊งขโมยแมวที่เพิ่งได้รับมา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า "ช่วงนี้ในเมืองเจียงไห่ มีสาวกบางกลุ่มกำลังตามล่าขโมยแมวพลังวิเศษอยู่ใช่ไหม"

หัวหน้าเหอมองหน้าจ้าวเย่าแล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ "เรื่องนี้เป็นความลับทางราชการครับ ผมคงบอกคุณไม่ได้"

จ้าวเย่าเดาเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบแบบนี้ เขาจึงถามต่อว่า "พูดแบบนี้ก็แสดงว่า... ในมือพวกคุณเองก็มีแมวพลังวิเศษกับสาวกอยู่เยอะเหมือนกันสิ"

"ก็มีอยู่บ้างครับ" หัวหน้าเหอยิ้มและอธิบายแบบกว้างๆ "แต่พลังที่สามารถเอามาใช้ในการต่อสู้ได้จริงๆ มันมีไม่ค่อยเยอะหรอกครับ แถมของพวกนี้ก็ใช่ว่าจะเอามาใช้งานได้ง่ายๆ หลายๆ ครั้งการเลือกใช้กองกำลังทหารที่เพียบพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยยังจะสะดวกและได้ผลดีกว่าด้วยซ้ำ"

"แต่ในบางสถานการณ์พิเศษ พวกเขาก็สามารถทำประโยชน์ได้มากทีเดียวครับ"

หัวหน้าเหอมองจ้าวเย่าแล้วพูดต่อ "พูดตามตรงนะ ผมเชื่อมาตลอดว่า ต่อให้เป็นสาวกหรือแมวพลังวิเศษ ท้ายที่สุดแล้วสักวันหนึ่งพวกคุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ 'โลกปกติ' อยู่ดี"

"เพราะความเหนือธรรมชาติของพวกคุณในตอนนี้ มันก็แค่การฉีกกรอบความรู้ความเข้าใจเดิมๆ ของมนุษย์เราก็เท่านั้นเอง เหมือนกับถ้าคนเมื่อพันปีก่อนมาเห็นเทคโนโลยีในยุคของพวกเรา พวกเขาก็คงจะมองว่าพวกเราเป็นเทพเจ้าเหมือนกันนั่นแหละ"

"และเมื่อไหร่ก็ตามที่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับพลังจิตได้ เมื่อคนธรรมดาสามารถเดินทางผ่านประตูมิติเพื่อเคลื่อนย้ายพริบตาได้ หรือเมื่อการดัดแปลงพันธุกรรมสามารถเสริมสร้างร่างกายมนุษย์ให้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับพลังวิเศษได้... เมื่อวิทยาศาสตร์พัฒนาไปจนถึงจุดนั้นและมีกฎหมายมารองรับอย่างสมบูรณ์ ความเหนือธรรมชาติเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติไปเอง"

เขาชี้นิ้วไปที่ขมับของตัวเอง "มีเพียงแก่นแท้และจิตวิญญาณของเราเท่านั้นที่ยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นเป้าหมายของพวกเราก็คือ การหวังให้พวกคุณให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อช่วยประคับประคองให้ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด"

จ้าวเย่ากะพริบตาปริบๆ แล้วถามสวนกลับไปตรงๆ "แล้วผมจะได้รับเงินเดือนเท่าไหร่ล่ะ"

หัวหน้าเหอชะงักไปชั่วครู่ นึกไม่ถึงเลยว่าจ้าวเย่าจะถามออกมาตรงประเด็นขนาดนี้

จ้าวเย่าอธิบายต่อ "พูดตามตรงนะ ช่วงนี้รายจ่ายที่บ้านผมมันเยอะมาก แมวตั้งยี่สิบกว่าตัว ต้องกินอาหารเม็ดนำเข้าเกรดพรีเมียมทุกวัน ไหนจะข้าวแมว วิตามินเสริม อาหารบำรุงอีก วันหนึ่งๆ ค่ากินอย่างเดียวก็ปาเข้าไปหลายร้อยแล้วนะ"

หัวหน้าเหอยกมือปาดเหงื่อที่ซึมชื้นบนหน้าผาก "ทางผมสามารถยื่นเรื่องขอเบิกเงินอุดหนุนให้คุณได้ครับ น่าจะได้ตกปีละประมาณสามแสนหยวน"

"แค่สามแสนเองเหรอ" จ้าวเย่าเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ "ผมเป็นสาวกที่แข็งแกร่งที่สุดในเจียงไห่เชียวนะ สามแสนนี่มันไม่ถูกไปหน่อยเหรอ" ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่เขายังไม่ได้พลังวิเศษ เงินสามแสนก็ถือว่ามหาศาลสำหรับเขาแล้ว

แต่ตอนนี้เขาหูตากว้างไกลขึ้น แถมในมือก็มีเงินทุนหมุนเวียนหลักสิบล้านแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ค่ากินค่าอยู่ของแมวในบ้านแต่ละเดือนก็ปาเข้าไปหมื่นสองหมื่นหยวนแล้ว เงินสามแสนต่อปีจึงไม่ได้ดึงดูดใจเขาเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

"เรื่องนี้... ทางเบื้องบนเขาก็มีงบประมาณจำกัดน่ะครับ" หัวหน้าเหออธิบายด้วยความลำบากใจ "หน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ งบประมาณก็เลยยังมีไม่มากนัก แถมในเมืองเจียงไห่ยังมีสาวกคนอื่นๆ ที่ต้องรอรับเงินอุดหนุนอีกหลายคน ตัวเลขสามแสนนี่คือตัวเลขสูงสุดที่ผมจะเบิกให้คุณได้แล้วครับ"

"อย่างนี้นี่เอง" จ้าวเย่ามองไปรอบๆ ร้านกาแฟแล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า "งั้นถ้าผมอยากจะเปิดร้านล่ะ พวกคุณพอจะช่วยเดินเรื่องทำเอกสารหรือเปิดช่องทางพิเศษให้ผมได้ไหม แบบที่ว่าตลอดหลายสิบปีนี้ไม่ต้องมาคอยต่อใบอนุญาตหรือมีใครมาวุ่นวายตรวจค้นร้านผมน่ะ"

"เอ่อ..." หัวหน้าเหออึ้งไปเลย เขากลืนตัวเลขห้าแสนหรืออาจจะถึงหนึ่งล้านที่เตรียมจะเสนอให้กลับลงคอไปทันที แน่นอนว่าเขาไม่ได้เสนอราคาที่ดีที่สุดไปตั้งแต่แรก เขาตั้งใจจะแกล้งบ่นความยากลำบาก แกล้งทำเป็นว่าต้องรีดเค้นงบประมาณมาให้อย่างสุดความสามารถ เพื่อซื้อใจให้จ้าวเย่าหาเวลามาช่วยงานเขาในอนาคต

แต่นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะยื่นข้อเสนอด้วยวิธีอื่น ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามบทที่เขาเขียนเอาไว้เลยสักนิด

เขาถามอย่างระมัดระวัง "คุณอยากจะเปิดร้านอะไรครับ"

หัวหน้าเหอแอบคิดในใจ 'คงไม่ใช่พวกสถานบันเทิง ร้านนวด อาบอบนวด ผับบาร์ หรือซาวน่าหรอกนะ ถ้าเป็นพวกนั้นคงจัดการให้ยากน่าดู ผมออกใบอนุญาตให้ไม่ได้หรอกนะ...'

จ้าวเย่ายิ้มกว้าง "ก็ร้านกาแฟไง" เขามองดูบรรยากาศของร้านกาแฟตรงหน้า พยักหน้าเบาๆ แล้วพูดต่อ "คาเฟ่แมวยังไงล่ะ"

ช่วงที่ผ่านมานี้เขาเอาแต่ครุ่นคิดหาวิธีทำภารกิจแนะนำแนวทางของระบบมาตลอด ภารกิจระบุให้เขาเปิดร้านเพื่อหาเงินจากแมว ตอนแรกเขาก็คิดว่าจะเปิดคลินิกรักษาสัตว์หรือร้านขายของสัตว์เลี้ยง

แต่เรื่องพวกนั้นเขาไม่มีความรู้เลยสักนิด แถมดูเหมือนขั้นตอนจะยุ่งยากและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงมาก เขาจึงยังไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำ

แต่พอได้มานั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้ จู่ๆ เขาก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดคาเฟ่แมวนี่แหละ

'เรามีอาณาเขตไร้เสียงอยู่นี่นา ถึงตอนนั้นก็แค่เปิดใช้งานอาณาเขตครอบคลุมร้านเอาไว้ ลูกค้าก็ต้องแห่กันมาไม่ขาดสายแน่ๆ' จ้าวเย่ามั่นใจในพลังอาณาเขตไร้เสียงของอลิซาเบธมาก เขาเชื่อว่าคงไม่มีใครปฏิเสธความรู้สึกสบายและผ่อนคลายแบบนั้นได้ลงหรอก

หัวหน้าเหอทวนคำถามด้วยความงุนงง "คาเฟ่แมวงั้นเหรอ"

"ใช่ คาเฟ่แมว คุณช่วยจัดการเรื่องใบอนุญาตให้ผมทีนะ แล้วก็ช่วยหาทำเลดีๆ ให้ผมด้วย" จ้าวเย่ายิ้มเขินๆ "ขอทำเลทอง คนพลุกพล่าน ใกล้รถไฟฟ้า อยู่ใกล้ๆ แถวนี้ได้ยิ่งดี แล้วก็... ขอค่าเช่าถูกๆ ด้วยนะ"

หัวหน้าเหอแอบมองบนในใจ ทำเลดีเลิศขนาดนั้นใครเขาจะหาให้ได้ง่ายๆ กันล่ะ

แต่ภายนอกเขาก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มและตอบอย่างประนีประนอม "ได้สิครับ การที่พวกคุณมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดอยู่แล้วล่ะ แต่เรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการกับใบรับรองสุขอนามัย มันคงออกทีเดียวให้ครอบคลุมหลายสิบปีไม่ได้หรอกนะ แต่ผมสามารถส่งคนมาช่วยวิ่งเต้นเดินเรื่องต่ออายุให้คุณทุกปีได้แน่นอนครับ"

"งั้นก็ขอบคุณมากเลยนะ" จ้าวเย่าจับมือกับหัวหน้าเหออย่างอารมณ์ดี "ว่าแต่ ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร"

"ผมแซ่เหอครับ คุณเรียกผมว่าลุงเหอก็ได้"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 60 - การเจรจา

คัดลอกลิงก์แล้ว