- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 13 - เงาสีขาว
บทที่ 13 - เงาสีขาว
บทที่ 13 - เงาสีขาว
บทที่ 13 - เงาสีขาว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
พอเห็นเงาร่างประหลาดตรงหน้ากะทันหัน เซียวหมิงก็รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง กลับเป็นจินเจียเจียที่ตอบสนองไวสุดๆ เธอสาดไฟฉายไปที่ร่างนั้นทันที
แสงไฟทำให้เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนสองหัวอะไรเลย เป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาที่มีแมวส้มเกาะอยู่บนไหล่ต่างหาก
จ้าวเย่าหรี่ตาพลางยกมือบังแสงไฟที่ส่องมาหาตัวเองแล้วถามว่า "พวกคุณเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่"
ช่วงหลายวันมานี้เขาตามรอยข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตไปสำรวจสถานที่ผิดปกติมาแล้วหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่เจอแมวพลังวิเศษเลย คฤหาสน์หลังนี้นับเป็นจุดผิดปกติแห่งที่สี่แล้ว
และคืนพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืนก็จะเป็นเส้นตายของภารกิจแล้วด้วย
ตอนนี้จ้าวเย่าเริ่มรู้สึกร้อนใจนิดๆ แล้ว ถ้าที่นี่ยังจับแมวพลังวิเศษไม่ได้อีกเขาต้องแย่แน่ๆ
มัทฉะนอนหมอบอยู่บนไหล่ของเขาด้วยท่าทางเกียจคร้าน ดูหมดอาลัยตายอยากเหมือนเด็กประถมที่เพิ่งโดนผู้ปกครองลากตัวออกจากร้านเกมไม่มีผิด
มัทฉะใช้โทรจิตสื่อสารกับจ้าวเย่า "จ้าวเย่า เมื่อไหร่จะกลับอะ วันนี้ฉันยังไม่ได้เล่นเกมตีป้อมเลยนะ ภารกิจตอนสามทุ่มก็จะเริ่มแล้วด้วย"
แน่นอนว่าจ้าวเย่าจงใจพามัทฉะมาด้วย ถึงพลังหยุดเวลาจะแข็งแกร่งไร้เทียมทานขนาดไหน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการโดนโจมตีทีเผลอจนใช้พลังไม่ทันนี่แหละ
นอกเหนือจากพลังวิเศษแล้ว ร่างกายของจ้าวเย่าก็ยังเป็นแค่คนธรรมดา เขาเลยพามัทฉะมาเป็นหลักประกันอีกชั้น หากเขาใช้พลังไม่ทันก็ยังมีมัทฉะคอยช่วย
พอได้ยินคำถามของจ้าวเย่า เซียวหมิงก็ชักสีหน้าไม่พอใจและสวนกลับทันที "นายต่างหากที่เป็นใคร นี่มันบ้านของฉัน นายแอบเข้ามาทำไม"
จ้าวเย่าถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าจะมาเจอเจ้าของบ้านที่นี่ เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที แต่จู่ๆ เขาก็นึกอะไรออกเลยแกล้งพูดไปว่า "พวกคุณรีบออกไปก่อนเถอะ ในห้องนี้มีบางอย่างผิดปกติ อาจจะมีสิ่งลี้ลับซ่อนอยู่ ผมสะกดรอยตามมันมาเพื่อจะจับมัน"
"ผิดปกติงั้นเหรอ ฉันว่านายต่างหากที่ผิดปกติ" เซียวหมิงแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน "นี่มันบ้านส่วนบุคคล เชิญนายออกไปเดี๋ยวนี้เลย" ถ้าเป็นผีจริงๆ เขาคงวิ่งหนีไปแล้ว แต่พอต้องมาเผชิญหน้ากับคนธรรมดา เซียวหมิงกลับไม่รู้สึกประหม่าเลยสักนิด
แต่จินเจียเจียกลับมองจ้าวเย่าด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นายแน่ใจเหรอว่าที่นี่มีผี นายรู้ได้ยังไงอะ"
ตอนนี้ยอดคนดูในห้องสตรีมมิงพุ่งทะลุแสนคนไปแล้ว เป็นสถิติที่จินเจียเจียไม่เคยทำได้มาก่อนเลย
"เจียเจีย ถามเขาสิว่าเห็นอะไรบนชั้นสองไหม"
"ถามเรื่องเสียงร้องเมื่อกี้ด้วย"
"หน้าม้าชัวร์ หน้าม้าแน่ๆ"
"ทุกคนคะ ไม่ใช่หน้าม้าจริงๆ นะ ฉันไม่เคยจ้างหน้าม้ามาจัดฉากเลยค่ะ" จินเจียเจียมองข้อความในช่องแชตแล้วรีบหันไปถามจ้าวเย่า "นายได้ยินเสียงกรีดร้องเมื่อกี้ไหม"
จ้าวเย่าพยักหน้า "เสียงของไอ้ตัวนั้นแหละ" เขากำชับอีกครั้ง "พวกคุณรีบหนีไปเถอะ ไอ้ตัวนั้นมันร้ายกาจมาก ถ้ามันโผล่มาผมคงคุ้มครองพวกคุณไม่ไหวหรอกนะ"
เซียวหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นว่าตัวเองโดนเมินก็ขมวดคิ้วมุ่น ผู้ชายตรงหน้าดูหน้าตาบ้านๆ แต่งตัวก็ธรรมดา ดูยังไงก็เหมือนนักศึกษาทั่วไป ไม่มีราศีของนักปราบผีเลยสักนิด
การที่อีกฝ่ายแอบเข้ามาในคฤหาสน์ของเขากลางดึกแบบนี้ น่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรบางอย่างมากกว่า
พอคิดได้ดังนั้น เซียวหมิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา "นายจะไปหรือไม่ไป ถ้านายยังไม่ออกไปจากที่นี่ฉันจะโทรแจ้งตำรวจจริงๆ นะ"
ในแววตาของจินเจียเจียก็แฝงไปด้วยความสงสัยและไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ เพราะลักษณะท่าทางของจ้าวเย่าดูไม่เหมือนผู้มีวิชาอาคมเลยจริงๆ แต่การมาโผล่ที่นี่ตอนกลางดึกมันก็ดูน่าสงสัยมากอยู่ดี
จ้าวเย่าไม่ตอบคำถาม เขาแค่มองโทรศัพท์ในมือจินเจียเจียแล้วถามว่า "เธอไลฟ์สตรีมอยู่เหรอ"
"ใช่" จินเจียเจียพยักหน้า "ฉันได้ยินมาว่าที่นี่ผีดุ ก็เลยพาแฟนคลับมาล่าท้าผีน่ะ"
จังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังชัดเจนราวกับมากระซิบอยู่ข้างหู เสียงร้องที่ฟังดูเศร้าสร้อยราวกับกำลังร้องไห้นั้นแฝงไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาตมาดร้าย ใครได้ฟังก็ต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัว
จินเจียเจียรีบหันกล้องและไฟฉายไปทางต้นเสียงทันที แสงไฟสาดไปกระทบกับร่างของจิ้งจอกสีขาวตัวเบ้อเริ่มที่มีความยาวกว่าสองเมตรกำลังหมอบอยู่ตรงมุมกำแพง ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องเขม็งมาที่พวกเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและกระหายเลือด
พอเห็นจิ้งจอกขาวที่จู่ๆ ก็โผล่มา จินเจียเจียกับเซียวหมิงถึงกับลืมหายใจ ส่วนจ้าวเย่ากลับใช้พลังหยุดเวลาทันที เขาล้วงมีดพับออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าไปหา
แต่เพิ่งก้าวไปได้ก้าวเดียว เขาก็หันกลับมาจับกล้องในมือจินเจียเจียให้หันไปทางอื่นก่อน แล้วค่อยพุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวตัวนั้น
ในสายตาของจินเจียเจียและเซียวหมิง พวกเขาเห็นแค่ร่างของจ้าวเย่ากระพริบวูบเดียวก็ไปโผล่อยู่ตรงหน้าจิ้งจอกขาวแล้ว พร้อมกันนั้นก็มีพลังงานที่มองไม่เห็นระเบิดออกมารอบทิศทาง ฟันร่างจิ้งจอกขาวและข้าวของตรงมุมกำแพงจนแหลกละเอียดในพริบตา
"ปราณกระบี่" จินเจียเจียร้องอุทานออกมา ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ
แน่นอนว่าเธอไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วนั่นคือผลงานการหยุดเวลาของจ้าวเย่า แล้วเอามีดพับไปกระหน่ำฟันจิ้งจอกตัวนั้นต่างหาก แต่ตอนนี้จ้าวเย่าในสายตาของจินเจียเจียได้กลายเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากไปเสียแล้ว
ทางฝั่งเซียวหมิงเองก็ยืนอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้มาเห็นฉากแฟนตาซีอะไรแบบนี้
แต่จิ้งจอกที่โดนมีดพับฟันขาดกระจุยกลับสลายกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตา ก่อนจะไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่มุมห้องฝั่งตรงข้าม
จิ้งจอกตัวนั้นมองจ้าวเย่าด้วยสายตาเย้ยหยัน บนร่างกายของมันไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย
มัทฉะตกใจจนร้องลั่น "ไอ้เจ้านี่มันตัวอะไรกันเนี่ย ปีศาจจิ้งจอกเหรอ"
จ้าวเย่าหรี่ตาลงแล้วพูดว่า "ฉันรู้สึกว่านี่น่าจะเป็นภาพลวงตาอะไรสักอย่างนะ เหมือนตอนอยู่ชั้นล่างเป๊ะเลย ตอนที่มีดฟันโดนตัวมัน ฉันไม่รู้สึกถึงแรงปะทะเลยสักนิด"
ความจริงแล้วจ้าวเย่ามาถึงคฤหาสน์นี้ก่อนพวกจินเจียเจียก้าวหนึ่ง เขาเจอกับจิ้งจอกขาวตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นล่างแล้ว ตอนแรกกะจะใช้เชือกมัดมันไว้ แต่กลับพบว่าเชือกทะลุผ่านร่างมันไปเฉยๆ พอใช้มีดพับฟันก็ไม่ได้ผลเหมือนกัน
มาถึงตอนนี้จ้าวเย่าก็มั่นใจไปแล้วเจ็ดแปดส่วนว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีร่างกายเป็นเนื้อหนังมังสา
ระหว่างที่หนึ่งคนกับหนึ่งจิ้งจอกกำลังประจันหน้ากัน จินเจียเจียที่อยู่ข้างๆ ก็มองดูเหตุการณ์ด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ส่วนเซียวหมิงก็ค่อยๆ เดินตัวสั่นเข้ามาหาจ้าวเย่าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแปลกๆ ประดับอยู่
จ้าวเย่าหันไปมองเขาแวบหนึ่ง ยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายก็รีบพูดขึ้นมาว่า "คุณเข้ามาทำไม ตรงนี้อันตรายมาก รีบหนีไปเร็ว"
แต่สีหน้าของเซียวหมิงกลับดูพิลึกพิลั่น ดวงตากระพริบถี่ๆ เหมือนพยายามจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง
วินาทีต่อมาเขาก็พุ่งพรวดเข้ามา ปล่อยหมัดชกเข้าที่คอของจ้าวเย่าอย่างจัง
ถึงเซียวหมิงจะเป็นลูกเศรษฐี แต่ปกติเขาก็ออกกำลังกายเข้าฟิตเนสอยู่เสมอ หมัดนี้เขาชกสุดแรงเกิดเล็งตรงตำแหน่งลูกกระเดือกของจ้าวเย่าพอดี ขืนโดนเข้าไปเต็มๆ จ้าวเย่าคงเจ็บหนักแน่
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขาปล่อยหมัด มัทฉะก็ใช้พลังวิเศษทันที ท่ามกลางห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง จ้าวเย่ายกเท้าถีบเข้าที่ท้องของเซียวหมิงไปหนึ่งที ตามด้วยทีที่สอง ทีที่สาม...
วินาทีต่อมาเมื่อเวลาเดินตามปกติ ในสายตาของจินเจียเจียกับเซียวหมิงก็เห็นแค่ว่าเซียวหมิงเพิ่งจะปล่อยหมัด ร่างทั้งร่างก็โดนพลังงานไร้รูปทรงอัดกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลหลายเมตร
แต่ในจังหวะที่เขากระเด็นออกไปนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นเหนือหัวของทุกคน
"อยู่ข้างบน"
จ้าวเย่ากับมัทฉะเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน จ้าวเย่ายังมองเห็นไม่ค่อยชัด แต่มัทฉะกลับมองฝ่าความมืดไปเห็นเงาสีขาวกำลังหมอบซุ่มอยู่บนคานไม้ใต้หลังคา
"จ้าวเย่า มันอยู่บนคาน"
จ้าวเย่าสะบัดมือขว้างมีดพับขึ้นไปทันที แต่ด้วยความแม่นยำระดับเขา มีดย่อมลอยละลิ่วพลาดเป้าไปไกลลิบ
แต่การกระทำนั้นก็ทำให้เงาสีขาวบนคานตกใจจนกระโดดหนีลงมาที่พื้น มันเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก พอเท้าแตะพื้นก็พุ่งตัวหนีออกไปทางประตูทันที ทว่าตอนที่มันเพิ่งจะวิ่งลงบันไดไปได้นิดเดียว เวลาก็ถูกหยุดนิ่งลงอีกครั้งเพราะระยะเวลาคูลดาวน์จบลงพอดี
ตอนนี้จ้าวเย่าวิ่งตามออกมาถึงหน้าประตู และในที่สุดเขาก็ได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของเงาสีขาวนั่นเสียที
[จบแล้ว]