- หน้าแรก
- ระบบปั้นแมวเทพ แมวส้มของผมหยุดเวลาได้แถมยังติดเกมตีป้อม
- บทที่ 12 - ภารกิจใหม่กับบ้านผีสิง
บทที่ 12 - ภารกิจใหม่กับบ้านผีสิง
บทที่ 12 - ภารกิจใหม่กับบ้านผีสิง
บทที่ 12 - ภารกิจใหม่กับบ้านผีสิง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลังจากภารกิจเสร็จสมบูรณ์ ข้อมูลในสมุดระบบที่อยู่ในหัวของจ้าวเย่าก็เปลี่ยนเป็น
สมุดระบบ เลเวล 1 (20/100)
สัตว์เลี้ยง (1/1) มัทฉะ
เลเวล 2 (9/100)
ค่าความภักดี 100
พลังวิเศษ หยุดเวลา ระยะเวลาแสดงผล 6 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 6 วินาที
สมุดระบบได้รับแต้มประสบการณ์เพิ่มมา 20 แต้มจากภารกิจ ส่วนมัทฉะก็ได้แต้มประสบการณ์เพิ่มเป็น 9 แต้มจากการกินอาหารแมวแบรนด์โอริเจนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
แต่ในขณะที่เขาทำภารกิจย้ายบ้านเสร็จสิ้น ภารกิจใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างระบบทันที
ภารกิจ แมวพลังวิเศษตัวใหม่
เป้าหมาย สภาพแวดล้อมที่ดีและอาหารแมวเกรดพรีเมียมเป็นเพียงก้าวแรกของการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น บนโลกใบนี้ยังมีแมวพลังวิเศษอีกนับไม่ถ้วนรอให้คุณไปจับกุม จงจับแมวพลังวิเศษให้ได้หนึ่งตัวก่อนเที่ยงคืนในอีกเจ็ดวันข้างหน้า (0/1)
รางวัลภารกิจ แต้มประสบการณ์ 30 แต้ม
บทลงโทษภารกิจ หักแต้มประสบการณ์ 20 แต้ม และจะไม่สามารถรับแต้มประสบการณ์ได้เป็นเวลาครึ่งปี
มองดูภารกิจตรงหน้า จ้าวเย่าก็รู้ทันทีว่านี่คืออีกหนึ่งภารกิจที่เขาปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดก็คือข้อมูลที่แฝงอยู่ในเป้าหมายของภารกิจ
"บนโลกนี้ไม่ได้มีมัทฉะเป็นแมวพลังวิเศษแค่ตัวเดียวงั้นเหรอ" จ้าวเย่ามีสีหน้าตื่นตะลึง เขาคิดมาตลอดว่าบนโลกนี้คงมีแค่มัทฉะที่พิเศษกว่าใคร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างนั้นเลย
จ้าวเย่าฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที "ถ้าอย่างนั้นคนอื่นๆ จะมีใครที่มีสมุดระบบและสามารถใช้พลังวิเศษร่วมกับแมวแบบฉันบ้างไหม"
แน่นอนว่าตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าคนที่ได้รับและใช้ประโยชน์จากพลังวิเศษของแมวนั้นอาจจะมีอยู่มากมาย ทว่าคนที่มีพลังของสมุดระบบกลับมีเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้น
จ้าวเย่านั่งลงบนโซฟาเพื่อรวบรวมความคิดอย่างจริงจัง
"ถึงจะมีแมวพลังวิเศษตัวอื่นอยู่ด้วยก็เถอะ แต่จากประสบการณ์การเล่นเกมและดูอนิเมะมาหลายปีของฉัน พลังหยุดเวลาน่าจะจัดเป็นพลังระดับบอสในบรรดาพลังวิเศษทั้งหมดได้สบายๆ เลย"
"ถ้าคิดแบบนี้ เวลาที่ต้องรับมือกับแมวพลังวิเศษส่วนใหญ่ ฉันน่าจะได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดแน่ๆ"
พอคิดได้ดังนี้ จิตใจของจ้าวเย่าก็สงบลงเล็กน้อย
"แต่ให้เวลาแค่เจ็ดวันไปจับแมวพลังวิเศษเนี่ย เวลาแค่นี้มันสั้นเกินไป เมืองเจียงไห่ออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ แล้วจะไปหาเจอได้ยังไง"
หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวของจ้าวเย่าก็มีไอเดียบางอย่างโผล่ขึ้นมา
"การตื่นรู้ทางสติปัญญาของแมวพลังวิเศษในช่วงแรกๆ คงทำให้พวกมันมีความคิดความอ่านใสซื่อเหมือนเด็กๆ ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นได้"
เมื่อคิดถึงจุดนี้ จ้าวเย่าก็เข้าใจแล้วว่าเขาจะต้องหาพวกมันเจอยังไง
"ต้องไปลองค้นหาตามเว็บบอร์ดท้องถิ่นดูว่ามีเรื่องราวลี้ลับอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม"
"แล้วก็การจะไปจับแมวพลังวิเศษ ถ้าเกิดต้องปะทะกันขึ้นมา ฉันก็คงต้องพกอาวุธติดตัวไปด้วยใช่ไหม"
ลองคิดถึงอาวุธที่พอจะใช้ได้ ในประเทศจีนแบบนี้ จ้าวเย่าย่อมไม่มีทางพกปืนได้แน่นอน คิดไปคิดมาก็คงมีแค่มีดพกหรือมีดสั้นอะไรเทือกนั้น เพราะซ่อนง่ายและหยิบใช้สะดวก
ยังไงซะขอแค่เขาใช้พลังหยุดเวลา ไม่ว่าจะใช้อาวุธแบบไหนก็สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้อยู่ดี ดังนั้นเรื่องพกพาง่ายและซ่อนได้มิดชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
จากนั้นจ้าวเย่าก็เลยกดเข้าแอปช้อปปิ้งออนไลน์ เขาเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาตลาดของพวกนี้เท่าไหร่ เลยตัดสินใจเลือกซื้อมีดพับสำหรับเดินป่าราคาหลักพันมาสองเล่มโดยเรียงลำดับจากราคาแพงๆ ไว้ก่อน
คิดไปคิดมาจ้าวเย่าก็ลองค้นหาเชือกปีนเขาดูอีกอย่าง
ถึงยังไงอาวุธอย่างมีดก็มีพลังทำลายล้างต่อทั้งคนและแมวสูงเกินไป ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ อาจจะเผลอทำอีกฝ่ายตายเอาได้ง่ายๆ จ้าวเย่าเลยลองชั่งน้ำหนักดูแล้วก็ตั้งใจว่าจะซื้อเชือกมาสักม้วน จะได้เอาไว้มัดตัวอีกฝ่ายตอนหยุดเวลา
ลองสอบถามคนขายในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ดูแล้ว เขาบอกว่าเชือกนี้รับแรงดึงได้ตั้งหลายตัน ถึงจะไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก แต่ในสายตาจ้าวเย่า แค่เอามามัดคนก็น่าจะเหลือเฟือแล้ว
ต่อมาเพื่อป้องกันการโจมตีจากแมวพลังวิเศษ อย่างพวกรอยขีดข่วนหรือรอยกัดที่อาจจะเกิดขึ้น จ้าวเย่าจึงซื้อเสื้อเกราะกันแทงมาอีกหนึ่งชุด ถึงจะไม่รู้ว่ามันจะป้องกันการโจมตีจากแมวพลังวิเศษได้แค่ไหน แต่เขาก็คิดว่าใส่ไว้ยังไงก็น่าจะดีกว่าใส่เสื้อผ้าธรรมดาแล้วโดนข่วนโดนกัดละนะ
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จสรรพ จ้าวเย่าก็นึกไม่ออกแล้วว่ายังตกหล่นอะไรไปอีก เขาจึงเริ่มค้นหาข่าวคราวเรื่องลี้ลับต่างๆ ในเมืองเจียงไห่บนอินเทอร์เน็ต
...
ห้าวันต่อมา บริเวณหน้าบ้านเก่าหลังหนึ่งในตัวเมืองเจียงไห่ กลุ่มชายหญิงรวมสี่คนกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกของบ้านเก่าหลังนี้
หนึ่งในนั้นมีหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยโดดเด่น ถึงแม้เธอจะใส่แค่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ แต่ก็ไม่อาจบดบังใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของเธอได้เลย โดยเฉพาะทรวดทรงองค์เอวที่โค้งเว้านั่นยิ่งดึงดูดสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี
หญิงสาวคนนี้ชื่อจินเจียเจีย เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของสถาบันการละครเมืองเจียงไห่ ปกติเธอมักจะรับจ้างสตรีมมิงบนแพลตฟอร์มชื่อดัง ถือเป็นการสะสมความนิยมและหารายได้พิเศษไปในตัว
ก็อย่างว่าแหละ การเรียนอยู่ในสถาบันการละคร สภาพแวดล้อมรอบตัวย่อมเต็มไปด้วยเสื้อผ้าหรูหรา สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง และสกินแคร์ราคาแพง
ถึงจินเจียเจียจะไม่อยากรับเงินสนับสนุนจากคนแปลกหน้า แต่เธอก็อยากได้ของพวกนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเหมือนกัน
และวันนี้เธอก็มากับแฟนคลับในช่องอีกสามคน เพื่อร่วมกันพิสูจน์ความลี้ลับของสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านผีสิงกลางใจเมือง
จินเจียเจียหันไปพูดกับหน้าจอโทรศัพท์ว่า "ทุกคนคะ คฤหาสน์ร้างที่เรามากันในวันนี้ ว่ากันว่าเป็นคฤหาสน์ที่พ่อค้าชาวฝรั่งเศสสร้างขึ้นในเขตเช่าฝรั่งเศสเมืองเจียงไห่สมัยก่อนนู้นเลยนะคะ อายุอานามก็ปาเข้าไปกว่าแปดสิบปีแล้วค่ะ"
พูดจบจินเจียเจียก็ค่อยๆ หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา เผยให้เห็นกำแพงสีเทาที่มีเงาสีขาวจางๆ ลอยผ่านไปอย่างช้าๆ
"และเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านแถวนี้ก็บังเอิญถ่ายรูปนี้ได้ตอนกลางคืน จุดประสงค์ของเราในวันนี้ก็คือการมาค้นหาความจริงว่าเงาสีขาวนี่มันคืออะไรกันแน่"
หลังจากการเกริ่นนำอันยาวเหยียดจบลง ยอดคนดูในห้องสตรีมมิงก็ค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้จินเจียเจียจะมีรูปร่างหน้าตาที่จัดว่าดูดีมาก แต่เธอก็เพิ่งเริ่มสตรีมได้ไม่นาน ปกติจึงมียอดคนดูแค่ราวๆ หมื่นกว่าคนเท่านั้น
ตอนนี้เมื่อเห็นยอดผู้ชมที่หลั่งไหลเข้ามาเพราะชื่อคลิปที่จั่วหัวไว้ว่า 'ตะลุยบ้านผีสิงเมืองเจียงไห่' ค่อยๆ ไต่ระดับไปแตะสองหมื่นคน บวกกับจำนวนข้อความที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของจินเจียเจีย
ด้วยรูปถ่ายและเรื่องเล่าของจินเจียเจีย รวมถึงภาพพื้นหลังของสตรีมมิงที่เป็นคฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและดูสยองขวัญ ยอดผู้ชมในห้องสตรีมมิงจึงพุ่งทะยานไม่หยุด
เมื่อเห็นว่ายอดคนดูทะลุสองหมื่นคนแล้ว และรู้สึกว่ากระแสเริ่มจุดติด จินเจียเจียก็แนะนำแฟนคลับในช่องทั้งสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งมีผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่เป็นแฟนคลับหน้าเก่าของเธอ ทั้งคู่ดูเป็นคนธรรมดาหน้าตาทั่วไป
ส่วนผู้ชายอีกคนกลับมีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ เสื้อผ้าลำลองที่สวมใส่ก็เป็นของแบรนด์เนมทั้งหมด เขาคือเซียวหมิง เจ้าของบ้านหลังนี้นั่นเอง
เมื่อเห็นกล้องหันมาทางตัวเอง เซียวหมิงก็ส่งยิ้มแล้วโบกมือทักทาย "สวัสดีครับทุกคน ผมเซียวหมิง เจ้าของบ้านหลังนี้ครับ"
"ว้าว เศรษฐีต้องการคนรับใช้ไหมคะ"
"ชาบูท่านเศรษฐี"
"นัดกินข้าวกับนายกเทศมนตรีไว้ เลยต้องให้ลูกชายพาทุกคนมาดูบ้านแทน"
"พระเจ้า คฤหาสน์แถวนี้อย่างต่ำๆ ก็ต้องร้อยล้านละมั้ง"
มองดูข้อความที่ไหลเป็นสายน้ำตกลงมา มุมปากของเซียวหมิงก็กระตุกยิ้มบางๆ ในฐานะลูกเศรษฐีรุ่นที่สอง แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องการออกกล้องสตรีมมิงอะไรนี่เลย
ที่วันนี้เขายอมให้จินเจียเจียยืมบ้านมาทำภารกิจล่าท้าผี ก็มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นคือการตามจีบจินเจียเจียนั่นเอง
สำหรับนักศึกษาสาวที่มีหน้าตาใสซื่อแต่หุ่นเซ็กซี่บาดใจคนนี้ แค่เห็นแวบแรกเขาก็เกิดความต้องการอยากได้เธอมาครอบครองอย่างแรงกล้าแล้ว
แต่หลังจากที่ได้คุยกัน เขาก็รู้ว่าเธอไม่เหมือนนักศึกษาสาวคนอื่นๆ ที่เขาเคยจีบติดมา แค่ใช้เงินฟาดก็ยอมขึ้นเตียงด้วยง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกที่ได้ค่อยๆ จีบแบบนี้ มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นท้าทายดีเหมือนกัน
หลังจากการแนะนำตัวเสร็จสิ้น กลุ่มคนก็พากันเดินเข้าไปในคฤหาสน์
เนื่องจากปัญหาการก่อสร้างที่หยุดชะงักกลางคัน ตอนนี้ภายในคฤหาสน์จึงเต็มไปด้วยเศษปูน โครงเหล็กที่โผล่ออกมา กระเบื้องผนังที่หลุดร่อน รวมถึงกองทรายและเศษอิฐที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นเต็มไปหมด
อีกทั้งยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ บรรยากาศภายในคฤหาสน์จึงมืดมิดไร้แสงสว่าง ให้ความรู้สึกวังเวงชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
แฟนคลับสองคนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ส่วนจินเจียเจียที่อยู่ข้างๆ ก็เปิดไฟฉายที่เตรียมมาแล้วส่องแสงนำทางเข้าไปสำรวจภายในคฤหาสน์
พวกเขากลุ่มนี้เริ่มสำรวจจากสวนหย่อมก่อน ถึงแม้จะดูรกร้างว่างเปล่า แถมยังเจอหนูสองสามตัว แต่ก็ไม่ยักกะเห็นเงาผีสางแต่อย่างใด
ดังนั้นเมื่อไม่พบอะไรผิดปกติ พวกเขาก็เลยพากันเดินเข้าไปข้างในตัวคฤหาสน์
ทว่าพอเดินเข้ามาที่ชั้นหนึ่งของคฤหาสน์ ก็มีเงาสีขาวสว่างวาบผ่านหน้าพวกเขากลุ่มนี้ไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง แฟนคลับผู้หญิงก็วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปแล้ว
อีกสามคนที่เหลือยังไม่ทันตั้งตัว ลำแสงไฟฉายของจินเจียเจียก็สาดไปกระทบกับเงามืดสายหนึ่ง
จินเจียเจียสะดุ้งโหยงอย่างเห็นได้ชัด เธอตะโกนถามเสียงหลง "นายเป็นใคร"
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ทันทีที่แสงไฟฉายสาดส่องไปกระทบร่างของชายคนนั้น วินาทีต่อมาเขาก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนเสียแล้ว
แฟนคลับผู้ชายกับเซียวหมิงเหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง จู่ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังมาจากชั้นสอง ข้อความในช่องสตรีมมิงระเบิดรัวๆ มีแต่เสียงอุทานตกใจดังขึ้นไม่ขาดสาย
ส่วนแฟนคลับผู้ชายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขากรีดร้องและวิ่งหนีไปอีกคน
เซียวหมิงก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปเหมือนกัน เขาเพิ่งจะหันไปถามไถ่อาการจินเจียเจียที่อยู่ข้างๆ แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองขึ้นไปชั้นบนด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"ไปๆๆ รีบขึ้นไปเถอะ อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้"
เมื่อเห็นท่าทางของจินเจียเจีย เซียวหมิงก็มีสีหน้าอึดอัดใจสุดๆ คำพูดที่อยากจะชวนถอยทัพก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมด เขาจำต้องจำใจเดินตามหลังจินเจียเจียไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
จินเจียเจียกับเซียวหมิงค่อยๆ ย่องขึ้นบันไดไปอย่างระมัดระวัง ใครจะรู้ว่าพอเดินขึ้นบันไดไปได้แค่นิดเดียว ก็เห็นเงามืดเลือนลางปรากฏขึ้นในระยะไม่ไกลนัก เงานั้นมีลักษณะคล้ายรูปร่างคน แต่เหนือไหล่ขึ้นไปกลับมีเงาของหัวสองหัว ราวกับว่าเป็นคนสองหัวอย่างไรอย่างนั้น
[จบแล้ว]