- หน้าแรก
- เมื่อฉันทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า แต่ดันได้คุกเทพมารมาครอง
- บทที่ 13 - ผู้กำกับลำบากที่สุด
บทที่ 13 - ผู้กำกับลำบากที่สุด
บทที่ 13 - ผู้กำกับลำบากที่สุด
บทที่ 13 - ผู้กำกับลำบากที่สุด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"สายเลือดพยัคฆ์คำรามชาดในตัวของสัตว์อสูรคลั่งเบาบางขนาดนี้ ไม้มาทาทาบิจะใช้กับมันได้ผลเหรอ"
ฉางเทียนตอบอย่างมั่นใจ "ได้ผลแน่นอน สายเลือดของมันแม้จะเบาบาง แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่ามีมากกว่าสติปัญญา มันจึงยิ่งลุ่มหลงไม้มาทาทาบิมากขึ้นไปอีก"
สำหรับไม้มาทาทาบิแล้ว หนิงเสี่ยวเสียนรู้จักดี คนบนโลกใช้มันเล่นกับแมว ไม่คิดเลยว่าพอมาอยู่ที่นี่ ฤทธิ์ของมันที่มีต่อสัตว์ตระกูลแมวจะถูกขยายให้รุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว ต้องยอมรับเลยว่าโลกเทพเซียนนี่มันบ้าบอจริงๆ
ภายใต้การชี้แนะของฉางเทียน เธอไปเก็บไม้มาทาทาบิมาจากป่าเขาใกล้ๆ หมู่บ้านสายน้ำตื้นได้ไม่น้อย พืชไม้เลื้อยชนิดนี้สังเกตได้ไม่ยาก ต้นของมันสูงใหญ่ ใบเป็นรูปไข่กว้างและมีดอกสีขาว
ขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนหลังจากนั้น ฉางเทียนเป็นคนจัดการทั้งหมด
เขาสกัดและควบแน่นของเหลวหอมระเหยจากกิ่งและใบของไม้มาทาทาบิซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งร้อยกว่าต้นที่เก็บมาถูกใช้ไปจนหมด ฤทธิ์ของน้ำสกัดเข้มข้นจึงเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงร้อยเท่า
จากนั้นเขาก็สร้างลูกบอลน้ำแข็งขึ้นมาอย่างง่ายดาย แล้วเอาน้ำสกัดไม้มาทาทาบิใส่ลงไป
ตามคำขอของหนิงเสี่ยวเสียน อย่างช้าที่สุดก่อนช่วงบ่ายสามโมงของเมื่อวาน เธอต้องไปเดินโฉบผ่านหน้าผู้คนสักรอบแล้วค่อยปลีกตัวออกมา เพื่อสร้างพยานบุคคลยืนยันที่อยู่ของเธอให้แน่นหนา ดังนั้นลูกบอลน้ำแข็งลูกนี้จะต้องทนต่อความร้อนระอุของช่วงกลางฤดูร้อนได้ และต้องปกป้องน้ำสกัดเข้มข้นที่อยู่ตรงกลางไว้ให้ได้นานถึงสองชั่วยาม จนกระทั่งถึงช่วงพลบค่ำราวหนึ่งทุ่มตรงจึงจะค่อยๆ ละลาย
ต้องบอกเลยว่าวิชาอาคมของฉางเทียนนั้นบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วจริงๆ กะเวลาที่ลูกบอลน้ำแข็งจะละลายได้แม่นยำราวกับจับวาง ช่างน่าเหลือเชื่อมาก
ตอนที่เขาทำเรื่องพวกนี้ หนิงเสี่ยวเสียนได้แต่นั่งเท้าคางดูโชว์อยู่ข้างๆ เธอรู้สึกจากใจจริงเลยว่า เมื่อเทียบกับท่วงท่าอันลื่นไหลราวกับสายน้ำของฉางเทียนแล้ว การแสดงทำเทปันยากิสดๆ ของเชฟฝรั่งเศสระดับโลกกลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย
ภารกิจต่อไปก็คือการเอาลูกบอลน้ำแข็งไปใส่ไว้ในชุดกระโปรงสีชมพูลายเมฆาแสนน่าสงสารตัวนั้น ข่าวที่เหมยหว่านถิงสั่งตัดชุดนี้เพื่อต้อนรับนิกายเฉาอวิ๋นลอยมาเข้าหูเธอจากโรงซักล้างตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว อันที่จริงนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของแผนการทั้งหมดของเธอ
เมื่อวานตอนบ่าย หลังจากสาวใช้นำชุดกระโปรงไปแขวนตากไว้ หนิงเสี่ยวเสียนก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีคนแอบเอาลูกบอลน้ำแข็งไปผูกไว้ในกระโปรง ของชิ้นนี้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคุณหนูใหญ่เหมย ถ้าไม่มีธุระอะไรใครจะกล้าไปแตะต้องมัน ลูกบอลน้ำแข็งจึงซ่อนตัวอยู่ในกระโปรงอย่างปลอดภัยมาตลอด จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินถึงได้ค่อยๆ ละลาย
เพราะหนิงเสี่ยวเสียนรู้ดีว่าการทำความสะอาดครั้งสุดท้ายของบรรดาหญิงรับใช้คือช่วงพลบค่ำ ตอนนี้ลูกบอลน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำแล้ว กลิ่นของไม้มาทาทาบิจึงถูกพัดพาให้ลอยกระจายออกไปไกล
ที่เจ๋งที่สุดก็คือมีเพียงสัตว์ตระกูลแมวเท่านั้นที่ได้กลิ่นนี้ ส่วนมนุษย์จะไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ทั้งสำนักเมฆาชาดมีเพียงสัตว์อสูรคลั่งตัวเดียวที่ได้กลิ่นไม้มาทาทาบิ แถมยังเป็นกลิ่นที่เข้มข้นกว่าปกติถึงร้อยเท่าด้วย
มันก็เป็นแค่ปีศาจระดับต่ำตัวหนึ่ง จะไปต้านทานความปรารถนาอันแรงกล้าที่ส่งมาจากสัญชาตญาณในสายเลือดได้ยังไง ก็เหมือนกับคนติดยาที่พ่ายแพ้ต่อความยั่วยวนของฝิ่นนั่นแหละ
ดังนั้นมันจึงดิ้นหลุดจากโซ่ตรวนได้อย่างง่ายดาย อาศัยความมืดลอบเข้าไปหน้าโรงซักล้าง กระชากชุดกระโปรงตัวนี้แล้วพากลับไปนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างหลงใหลในรังของตัวเอง ใครหน้าไหนที่คิดจะมาแย่งไป ก็เท่ากับจะมาพรากแก้วตาดวงใจของมันไปนั่นแหละ ปริมาณไม้มาทาทาบิร้อยเท่าเกือบจะทำให้มันสติแตกอยู่รอมร่อแล้ว
มันกลายเป็นขโมยในกรอบเวลาที่หนิงเสี่ยวเสียนกำหนดไว้พอดี แน่นอนว่าต้องมีพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในเวลาที่กำหนดไว้เช่นกัน
หลังจากนั้นหนิงเสี่ยวเสียนก็กะจังหวะเหมาะๆ เอาดวงตามารไปแขวนไว้บนกิ่งไม้นอกรังของสัตว์อสูรคลั่ง ยังไงซะตอนนี้ในสายตาของเจ้านี่ก็มองไม่เห็นอะไรนอกจากไม้มาทาทาบิ เธอจึงไม่ตกอยู่ในอันตรายเลยแม้แต่น้อย รอจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจากสำนักเมฆาชาดดังแว่วมา เธอก็หลบเข้าไปซ่อนตัวในคุกเทพมารทันที
ฉากต่อไปก็คือการแสดงสดของคนจากสำนักเมฆาชาด หนิงเสี่ยวเสียนกับฉางเทียนแค่รอชมเรื่องสนุกอยู่เงียบๆ ก็พอ
ความจริงแล้วในใจเธอก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างเหมือนกัน อุตส่าห์เค้นสมองคิดบทละครฉากนี้ขึ้นมา แต่ผลสุดท้ายกลับเป็นเพราะตัวเองไม่มีพลังวิเศษ เลยอดดูการแสดงสุดระทึกทั้งในรังของสัตว์อสูรคลั่งและด้านนอกคุกเทพมารซะงั้น
คนเดียวที่ได้ดูการถ่ายทอดสดก็คือฉางเทียน แต่เจ้านี่ดันเป็นคนไม่ชอบพูด เอาแต่ปิดปากเงียบดูรายการ พอให้เขาเล่าบรรยายเหตุการณ์ให้ฟังก็พูดแค่ประโยคสองประโยค ทำเอาเธอร้อนใจจนนั่งไม่ติด เกือบจะด่าทอว่าทำไมดวงตามารถึงไม่มีฟังก์ชันบันทึกวิดีโอย้อนหลังนะ
เธอบอกอย่างหัวเสียว่าหลังจากมีพลังวิเศษแล้ว วิชาแรกที่จะเรียนก็คือวิธีควบคุมดวงตามารนี่แหละ แน่นอนว่าในใจเธอก็มีแผนการร้ายกาจซ่อนอยู่ ก็แหม ฟังก์ชันวิดีโอของดวงตามารมันทำงานแบบสองทางนี่นา อืม... คงจะเข้าใจกันใช่ไหม
ฉางเทียนเองก็รู้สึกอัดอั้นตันใจไม่น้อย รู้สึกว่าใช้ชีวิตมาค่อนชีวิต ตลอดหลายหมื่นปีมานี้ยังพูดไม่เยอะเท่าครึ่งชั่วโมงนี้เลย แต่ในเมื่อมีแค่เขาคนเดียวที่มองเห็นสถานการณ์ภายนอก แถมยัยหนูข้างๆ ก็รู้จักประจบประแจง กลัวเขาจะคอแห้งก็เลยคอยรินน้ำส่งให้ตลอด ท่าทางก้มหัวประหลกๆ พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยแบบนั้น จะให้เขาเอ่ยปากปฏิเสธลงได้ยังไง
อันที่จริงลึกๆ ในใจเขาก็เกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเหมือนกัน ร่างของงูปาเซ่อทรงพลังอำนาจถึงเพียงนั้น ในช่วงหลายหมื่นปีที่ผ่านมา เวลาเขาต่อสู้กับใครก็สู้กันแบบซึ่งหน้า ที่เขาว่ากันว่าพละกำลังอันมหาศาลสยบได้ทุกชั้นเชิง ในเมื่อเขามีความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมต้องมานั่งเค้นสมองวางแผนการให้เหนื่อยเปล่าด้วยล่ะ แต่พอมองดูยัยหนูคนนี้ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทีละก้าว เขากลับรู้สึกว่ามันก็สนุกไปอีกแบบ
หนิงเสี่ยวเสียนที่ทำตามแผนการแก้แค้นสำเร็จ รู้สึกโล่งสบายไปทั้งตัว ความรู้สึกผิดที่กดทับอยู่ในใจ ในที่สุดก็ได้รับการปลดเปลื้องไปได้เปลาะหนึ่ง
เธอรู้จักประมาณตนดี ฮั่วเจิ้งหัวในตอนนี้เธอยังแตะต้องเขาไม่ได้ ให้บทเรียนเขาแค่นี้ก็พอแล้ว เขาก็ไม่ได้ทำผิดถึงขั้นต้องรับโทษตาย เพราะแผลของต้าหู่พักฟื้นสักสามสี่เดือนเดี๋ยวก็หายดี
เขาหักขาของต้าหู่ เธอริบสัตว์เลี้ยงที่มีตบะสองถึงสามร้อยปีของเขามา ยุติธรรมดีแล้ว พูดไปพูดมา เธอยังเป็นฝ่ายกำไรซะด้วยซ้ำ
พอคิดตกเรื่องนี้ เธอก็ยิ่งมีแรงผัดกับข้าวมากขึ้นไปอีก ตอนนี้แขกจากนิกายเฉาอวิ๋นมาถึงยอดเขาหลักแล้ว ข้างนอกเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะรื่นเริง แม้แต่บรรดาคนรับใช้ในครัวก็พากันชะเง้อคอมองออกไปข้างนอกไม่หยุด บังเอิญมีสาวใช้ตัวน้อยสองสามคนที่ได้เห็นหน้าแขกคนสำคัญเข้ามารับน้ำชา ก็พากันบรรยายความหล่อเหลาของหนุ่มหล่อจากนิกายเฉาอวิ๋นซะเว่อร์วังอลังการ มีเพียงเธอที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำอาหารต่อไป ยังไงซะข้างนอกจะครึกครื้นแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ อยู่ที่นี่เธอเป็นแค่แม่ครัวคนหนึ่งเท่านั้น
ใครจะไปรู้ว่าท่าทีแบบนี้เมื่อไปตกอยู่ในสายตาของผู้อาวุโสฝ่ายโรงครัว กลับทำให้เขาแอบชื่นชมเธอไม่หยุด ในใจเอาแต่เอ่ยชมว่าอายุแค่นี้แต่กลับสุขุมเยือกเย็นนัก เก่งกว่าผู้ใหญ่ตั้งหลายคน เด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี พอได้ยินว่าจอมยุทธหนุ่มอนาคตไกลอย่างเฉวียนสือฟางกำลังจะมา จะมีสักกี่คนที่ยังนิ่งเฉยได้ขนาดนี้
น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสฝ่ายโรงครัวไม่รู้ หนิงเสี่ยวเสียนไม่ใช่ว่าไม่ชอบหนุ่มหล่อหรอกนะ แต่ในคุกเทพมารของเธอมีสุดยอดหนุ่มหล่อระดับล่มเมืองนั่งเป็นเกราะคุ้มภัยอยู่แล้วต่างหาก เฉวียนสือฟางคนนั้นจะหล่อจะเท่แค่ไหน จะสู้ความหล่อความเท่ของฉางเทียนได้เหรอ เธอไม่เชื่อหรอก
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องสำคัญที่เธอต้องคิดต่อไปก็คือ หลังจากออกเดินทางจากหมู่บ้านสายน้ำตื้นแล้ว จะรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้ยังไง เส้นทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตกมีภัยอันตรายมากมาย เธอต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ เมื่อเทียบกับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองแล้ว ผู้ชายหล่อๆ ก็เป็นแค่ของนอกกาย จะดูก็ได้ไม่ดูก็ได้
เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าแล้ว เธอก็เร่งมือผัดกับข้าวให้เร็วขึ้นไปอีก
[จบแล้ว]