- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ ทั้งจักรวรรดิต้องเรียกข้าบรรพชน
- บทที่ 19 อย่าได้ขี้ขลาด ลุยกันสักตั้ง!
บทที่ 19 อย่าได้ขี้ขลาด ลุยกันสักตั้ง!
บทที่ 19 อย่าได้ขี้ขลาด ลุยกันสักตั้ง!
บทที่ 19 อย่าได้ขี้ขลาด ลุยกันสักตั้ง!
"เจ้าว่ากระไรนะ?" ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง "เรื่องจริงรึ?"
ใบหน้าของเจียงฮูหยินพลันซีดเผือด "น้องสะใภ้สาม เจ้าจะพูดจาซี้ซั้วเช่นนี้ไม่ได้นะ"
นางยังคงขบคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ แล้วเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วกั๋วจื่อเจี้ยนได้อย่างไรกัน?
"ท่านแม่ เรื่องใหญ่ปานนี้ข้าจะกล้าโป้ปดได้อย่างไรเจ้าคะ? หากท่านไม่เชื่อก็ลองถามพี่สะใภ้รองดูสิเจ้าคะ"
ฮูหยินรองพยักหน้ารับ
น้องสาวของฮูหยินรองเป็นถึงฮูหยินของท่านจี้จิ่วแห่งกั๋วจื่อเจี้ยน ดังนั้นข่าวลือนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเท็จอย่างแน่นอน
"ท่านแม่ แล้วยามนี้พวกเราควรทำเช่นไรดีเจ้าคะ?" เจียงฮูหยินร้อนใจขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว ท้ายที่สุดการแต่งงานกับจวนเว่ยกั๋วกงนี้นางก็เป็นคนตกลงกับเว่ยกั๋วกงฮูหยินไว้ตั้งแต่แรก ทว่าบุตรสาวของนางกลับมาก่อเรื่องวุ่นวายเสียเอง
หากการเกี่ยวดองไม่อาจเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องแปรเปลี่ยนเป็นความบาดหมางอย่างแท้จริง
สถานการณ์พลิกผันรวดเร็วเกินไป ฮูหยินผู้เฒ่านึกถึงผลการหารือกับสามีเมื่อวานนี้ นางมองเจียงฮูหยินและลูกสะใภ้อีกสองคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "เรื่องราวบานปลายถึงเพียงนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของจวนติ้งหยวนปั๋วเราอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เกาจ้านกับไป๋จื่อเวยลอบพบกันเป็นการส่วนตัวก่อน ดังนั้นจวนเว่ยกั๋วกงต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด"
เมื่อเจียงฮูหยินได้ยินเช่นนี้ ก็รู้ทันทีว่าตระกูลคิดจะล้มเลิกการแต่งงานครั้งนี้ สีหน้าของนางเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวหมองคล้ำ พลางกล่าวว่า "จวนเว่ยกั๋วกงกับจวนเจิ้นกั๋วกงไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร การแต่งงานของพวกเขาก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้นะเจ้าคะ"
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจียงฮูหยินที่ดูเหมือนยังคงอาลัยอาวรณ์งานแต่งนี้อยู่ ฮูหยินสามกับฮูหยินรองก็สบตากันและอดไม่ได้ที่จะลอบเบ้ปาก
ฮูหยินสามรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงแค่นเสียงเยาะเย้ยทันที "หมิงซีล่วงเกินสกุลเกาไปแล้ว ข้าเกรงว่าสกุลเกาคงจะรังเกียจหมิงซีเข้าไส้ ในเมื่อพี่สะใภ้ใหญ่ยังต้องการการแต่งงานครั้งนี้ ข้าว่าท่านก็ยกต้วนเว่ยโหรวให้แต่งเข้าไปสิเจ้าคะ บางทีสกุลเกาอาจจะยินยอมก็ได้"
"จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?" เจียงฮูหยินขมวดคิ้วค้านทันควัน ทว่าเมื่อสบเข้ากับแววตากึ่งยิ้มกึ่งเย้ยหยันของฮูหยินสาม นางก็อดรู้สึกกินแหนงแคลงใจไม่ได้ "เรื่องแบบนี้ต้องมีลำดับก่อนหลังสิ น้องสาวจะหมั้นหมายก่อนที่พี่สาวจะแต่งงานออกไปได้อย่างไร?"
"พี่สะใภ้ใหญ่ ใช่ว่านางจะต้องแต่งออกไปทันทีเสียหน่อย ก็แค่หมั้นหมายเอาไว้ก่อน แล้วค่อยให้ต้วนเว่ยโหรวแต่งออกไปหลังจากหมิงซีแต่งงานแล้วก็ย่อมได้ เช่นนี้พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ต้องกังวลว่าสกุลเกาจะโกรธเคืองแล้ว ต้วนเว่ยโหรวเติบโตมาข้างกายท่าน พวกเขาย่อมต้องพอใจเป็นแน่" ฮูหยินรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังเป็นพิเศษ
สีหน้าของเจียงฮูหยินตึงเครียดขึ้นมา นางมองฮูหยินรองและฮูหยินสามแล้วเอ่ยว่า "น้องสะใภ้ทั้งสองไม่ต้องลำบากวุ่นวายกับเรื่องนี้หรอก ข้าจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับท่านปั๋วเอง"
หึ พอถูกจับได้ว่ากินปูนร้อนท้อง ก็ยกเอาท่านปั๋วขึ้นมากดดันพวกนางทันที
ฮูหยินรองคร้านจะใส่ใจเจียงฮูหยินอีก นางหันไปหาฮูหยินผู้เฒ่าแล้วกล่าวว่า "ท่านแม่ การแต่งงานครั้งนี้เป็นความคิดของพี่สะใภ้ใหญ่แต่เพียงผู้เดียว นางถึงขั้นพาหมิงซีไปดูตัวอย่างลับๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ หากพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ทำอะไรหละหลวม นางจะถูกเข้าใจผิดได้อย่างไรเจ้าคะ?"
"ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ตามความเห็นของข้า พี่สะใภ้ใหญ่ควรเป็นคนไปอธิบายเรื่องนี้กับเว่ยกั๋วกงฮูหยินให้กระจ่าง ในเมื่อเกาจ้านกับไป๋จื่อเวยลอบพบกันเป็นการส่วนตัว ก็แปลว่าพวกเขาไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ ในเมื่อไม่มีความจริงใจต่อกัน ก็สมควรยกเลิกการแต่งงานเสีย พวกเราเป็นฝ่ายถูก แล้วเหตุใดจะต้องกลัวด้วยเล่าเจ้าคะ?"
ฮูหยินสามรู้ดีว่าพวกนางจะถอยไม่ได้ ด้วยพฤติกรรมของสกุลเกา หากพวกนางแสดงความรู้สึกผิดออกมาแม้แต่น้อย ย่อมต้องถูกเอาเปรียบเป็นแน่
ยามนี้ พวกนางทำได้เพียงแสร้งทำเป็นโกรธเคืองและเดือดดาลยิ่งกว่าสกุลเกา บางทีอาจจะยังพอกู้หน้ากลับคืนมาได้บ้าง
และหมากรุกตัวสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือเจียงฮูหยิน
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าเล็กน้อย มองไปทางเจียงฮูหยินแล้วกล่าวว่า "น้องสะใภ้ทั้งสองของเจ้าพูดมีเหตุผล เจ้าจงไปที่จวนเว่ยกั๋วกงและอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างเสียเถิด"
เจียงฮูหยิน : ...
แรกเริ่มเดิมที การแต่งงานครั้งนี้ก็ได้รับความเห็นชอบจากฮูหยินผู้เฒ่า แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับได้สวมบทบาทเป็นคนดี แล้วปล่อยให้ความผิดทั้งหมดตกมาอยู่ที่เจียงฮูหยินแต่เพียงผู้เดียว
ฮูหยินรองและฮูหยินสามต่างช่วยกันสุมไฟและซ้ำเติม เจียงฮูหยินเดือดดาลจนแทบคลั่ง ทว่าเมื่อนางสงบสติอารมณ์ลงได้ ความคิดก็เริ่มแจ่มชัดขึ้น
"ท่านแม่ ข้าจะไปที่สกุลเกาเองเจ้าค่ะ อย่างไรเสียหมิงซีก็เป็นบุตรสาวของข้า ข้าย่อมต้องรักและเอ็นดูนางอยู่แล้ว ข้าเพียงแต่คิดว่าในเมื่อสกุลเกาคือจวนเว่ยกั๋วกง การได้เป็นถึงฮูหยินน้อยของซื่อจื่อ การแต่งงานครั้งนี้ย่อมเป็นหน้าเป็นตาและเจริญรุ่งเรืองที่สุด"
เจียงฮูหยินไม่อาจยอมให้ฮูหยินรองและฮูหยินสามมายัดเยียดข้อกล่าวหาให้นางได้ "ข้าจะยอมเอาชื่อเสียงของตัวเองเข้าแลกเพื่ออธิบายเรื่องนี้กับเว่ยกั๋วกงฮูหยินให้ชัดเจน แต่แล้วจวนเจิ้นกั๋วกงเล่าจะทำเช่นไรเจ้าคะ?
ไป๋จื่อเวยเป็นแก้วตาดวงใจของเจิ้นกั๋วกงฮูหยิน ซ้ำยังมีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวงมาโดยตลอด บัดนี้ชื่อเสียงของนางต้องมาป่นปี้เพราะหมิงซี เกรงว่านางคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่เจ้าค่ะ"
เมื่อฮูหยินรองได้ยินเจียงฮูหยินกล่าวเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย "บุตรสาวของตัวเองทำเรื่องไร้ยางอายถึงเพียงนั้น ยังจะมีหน้ามาโทษผู้อื่นอีกหรือ?"
"พวกเราก็แค่วิตกกังวลหน้าพะวงหลังไปเอง ตามความเห็นของข้า ความวุ่นวายนี้ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องมาเยือนอยู่ดี สู้พวกเราปล่อยข่าวออกไปโดยตรง เอาความจริงมาแฉให้หมด แล้วคอยดูซิว่าจวนเจิ้นกั๋วกงจะกล้าเล่นตุกติกอะไรอีกหรือไม่?" ฮูหยินสามกล่าวอย่างฉุนเฉียว
เจียงฮูหยินสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ "อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นถึงจวนปั๋ว ไม่ใช่ครอบครัวอันธพาลไร้สกุลรุนชาตินะ"
"หากพี่สะใภ้ใหญ่ยินยอมที่จะทนรับความสูญเสียครั้งใหญ่เพื่อเห็นแก่หน้าตา ก็เชิญท่านลงมือทำไปคนเดียวเถิด บ้านสามของเราไม่ขอยอมรับเคราะห์ด้วยหรอกนะ" ฮูหยินสามสวนกลับ
สามีของนางยังคงต้องหาทางกลับเข้ารับราชการ หากจวนเจิ้นกั๋วกงใช้เรื่องนี้มากุมชะตาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ พวกเขาคงไม่มีวันได้พบกับความสงบสุขอีกเลย
แทนที่จะต้องถูกผู้อื่นบีบบังคับอยู่ร่ำไป สู้ฉีกหน้ากากจอมปลอมนี้ทิ้งเสียเลยดีกว่า
ด้วยวิธีนี้ จวนเจิ้นกั๋วกงย่อมต้องหวาดระแวง และจะต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนลงมือทำสิ่งใดแน่
"พวกเจ้าจะมามัวเถียงอะไรกันนักหนา!" ฮูหยินผู้เฒ่าตบโต๊ะเสียงดังและตวาดลั่น
ทั้งสามคนหุบปากเงียบกริบทันที สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเจียงฮูหยิน "เจ้าต้องไปที่สกุลเกาด้วยตัวเอง และอธิบายเรื่องนี้กับเว่ยกั๋วกงฮูหยินให้กระจ่าง จำเอาไว้ให้ดี ว่าทั้งสองตระกูลไม่เคยหารือเรื่องการแต่งงาน ซ้ำยังไม่เคยนัดพบดูตัวกันมาก่อน"
เจียงฮูหยินเดือดดาลแทบพ่นไฟ ท้ายที่สุดนางก็ต้องกลายเป็นคนกลางที่ถูกบีบอัด ไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด ซ้ำยังต้องมารับเคราะห์เสียชื่อเสียงอีก
"เจ้าค่ะ ข้าจะไปวันนี้เลย" เจียงฮูหยินรับคำด้วยน้ำเสียงบึ้งตึง
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใส่ใจสีหน้าของเจียงฮูหยิน นางหันไปหาฮูหยินรองแล้วกล่าวว่า "หญิงชราอย่างข้ายังพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง วันนี้เจ้าจงตามข้าไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อพบกับไป๋ฮูหยินผู้เฒ่า"
"ท่านแม่ ให้ข้าไปจะดูไม่เหมาะสมหรือไม่เจ้าคะ?" ฮูหยินรองลังเล
"อยู่บ้านเจ้าช่างฉอดๆ เถียงเก่งนัก เก็บคำพูดของเจ้าไว้ไปรับมือกับเจิ้นกั๋วกงฮูหยินเถิด"
ฮูหยินรอง : ...
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวจบก็หันกลับมามองทั้งสามคนอีกครั้ง "ข้าจะพูดตามตรงเลยก็แล้วกัน สกุลเกาส่งข้อความมา ข่มขู่พวกเราด้วยเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานของเจ้าลูกรอง เพื่อบีบให้หมิงซีออกมายอมรับผิด"
ฮูหยินรองไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลกำลังวิ่งเต้นหาตำแหน่งขุนนางให้นายท่านรอง ทว่าคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้นางเปลี่ยนจากความยินดีเป็นความโกรธเกรี้ยวจนไม่อาจปั้นสีหน้าให้เป็นปกติได้
ฮูหยินรองอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตาของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไปอย่างยากลำบาก
ฮูหยินผู้เฒ่าปรายตามองพวกนางแล้วกล่าวต่อ "หากยอมครั้งที่หนึ่ง ก็ย่อมต้องมีครั้งที่สอง ครานี้พวกเราจะถอยไม่ได้เด็ดขาด"
สีหน้าของฮูหยินรองแปรเปลี่ยนไปมาหลากหลายอารมณ์ มือที่กำผ้าเช็ดหน้าเอาไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ฮูหยินสามรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง อะไรคือ 'หากยอมครั้งที่หนึ่ง ก็ย่อมต้องมีครั้งที่สอง' กันเล่า? แท้จริงแล้วเป็นเพราะนายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าหมิงซีมีอารมณ์ร้ายกาจเกินไป เกรงว่าหากบีบคั้นนางมากไปจะทำให้นางเตลิดเปิดเปิง ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องสูญเสียเงินทองที่พวกตนหมายปองไปต่างหาก พวกเขาถึงได้ยอมถอยให้ก้าวหนึ่งเช่นนี้
เจียงฮูหยินมองดูสีหน้ามืดครึ้มของฮูหยินรอง อารมณ์ที่ขุ่นมัวก็พลันคลี่คลายลงบ้าง พวกนางล้วนเป็นสะใภ้เหมือนกัน เหตุใดนางถึงต้องเป็นคนโชคร้ายอยู่เพียงฝ่ายเดียวเล่า?
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเข้าไปในดวงตาของฮูหยินสามที่ฉายแววเย้ยหยันจางๆ ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งระเบิดอีกลูกลงมา "แต่เดิมตำแหน่งขุนนางของเจ้าลูกสามก็ดูเหมือนจะไปได้สวย แต่ดูทรงแล้วคราวนี้คงจะไม่สำเร็จเหมือนกัน"
ฮูหยินสาม : ...
ลมหายใจที่ฮูหยินรองกลั้นเอาไว้ในลำคอในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อยออกมา ส่วนสีหน้าของเจียงฮูหยินก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้ก็ดีแล้ว ทุกคนล้วนลงเรือลำเดียวกัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปหัวเราะเยาะใครได้อีก
"หากทุกคนอยากจะอยู่ดีมีสุข คราวนี้พวกเราพ่ายแพ้ไม่ได้ พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถาม
ฮูหยินสามรีบตอบกลับทันที "ท่านแม่ ข้าจะไปเป็นเพื่อนท่านที่จวนเจิ้นกั๋วกงด้วยเจ้าค่ะ ข้าเองก็ฝีปากกล้าไม่เบาเหมือนกัน"
ไม่มีการถอยหลังกลับไปอีกแล้ว ลุยกันสักตั้งเถิด
เพื่อสามีของตนแล้ว ต่อให้ต้องถลกแขนเสื้อลุย ฮูหยินสามก็ยอม