เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ของฟรีไม่มีในโลก

บทที่ 2 ของฟรีไม่มีในโลก

บทที่ 2 ของฟรีไม่มีในโลก


บทที่ 2 ของฟรีไม่มีในโลก

"คุณหนู ฮูหยินพาคุณหนูรองไปจุดธูปไหว้พระที่วัดต้าเจาแล้วเจ้าค่ะ" เจียงเซียงเอ่ยขึ้น ไม่อาจเก็บซ่อนสีหน้าโกรธเคืองไว้ได้

ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนนับตั้งแต่ที่คุณหนูได้รับการยอมรับจากจวนปั๋ว นางก็ตระหนักได้ว่าฮูหยินนั้นรักใคร่เอ็นดูเพียงแค่คุณหนูรองต้วนเว่ยโหรวและซื่อจื่อเท่านั้น

คุณหนูใหญ่เพิ่งจะกลับมายังจวนแห่งนี้ และต้องการการเอาใจใส่จากมารดาผู้ให้กำเนิด ทว่าทันทีที่คุณหนูรองออดอ้อน ฮูหยินกลับทอดทิ้งคุณหนูใหญ่ที่กำลังป่วยไข้ แล้วพานางไปวัดต้าเจาเสียอย่างนั้น

เชี่ยนเฉ่าเองก็เอ่ยอย่างขัดเคืองใจไม่แพ้กัน "คุณหนูยังป่วยอยู่นะเจ้าคะ! ทำไมถึงไม่ไปวัดต้าเจาวันอื่นเล่า? ทำไมต้องเจาะจงไปตอนที่คุณหนูป่วยด้วย? ข้าว่าคุณหนูรองจงใจทำแบบนี้แน่ๆ"

ต้วนหมิงซีไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา ในชาติก่อน นางรู้สึกเศร้าใจกับเรื่องนี้อยู่บ้างจริงๆ โดยคิดไปว่าตนเองทำสิ่งใดผิดไปหรือเปล่า เจียงฮูหยิน ฮูหยินใหญ่แห่งจวนติ้งหยวนปั๋วถึงได้ไม่ค่อยใส่ใจดูแลนาง

มาบัดนี้นางรู้แล้วว่า ใจที่ลำเอียงก็คือความลำเอียงอยู่วันยังค่ำ

คนหนึ่งเติบโตมาข้างกาย ส่วนอีกคนระหกระเหินอยู่นอกจวนมานานกว่าสิบปี... ย่อมเป็นธรรมดาที่คนที่อยู่ใกล้ชิดจะสนิทสนมมากกว่า

นางมองไปที่สาวใช้ทั้งสองแล้วเอ่ยถาม "เมื่อวานอี๋เหนียงหยางมาเยี่ยมข้าหรือ?"

"เจ้าค่ะ อี๋เหนียงหยางเห็นว่าคุณหนูใหญ่ยังหลับอยู่ ก็เลยทิ้งรังนกไว้กล่องหนึ่งแล้วก็กลับไป ไม่ยอมให้บ่าวปลุกท่านเจ้าค่ะ" เชี่ยนเฉ่ารีบตอบ

ในยามนี้ เชี่ยนเฉ่าอดคิดไม่ได้ว่าอี๋เหนียงหยางยังใส่ใจดูแลคุณหนูใหญ่มากกว่าฮูหยินเสียอีก

"ไปเชิญอี๋เหนียงหยางมาที" ต้วนหมิงซีแค่นยิ้มในใจ วันนี้ตอนที่ฮูหยินไปวัดต้าเจา นางจะได้พบกับมารดาของเกาจ้าน ทั้งสองจะพูดคุยกันอย่างถูกคอและหยิบยกเรื่องการแต่งงานขึ้นมาหารือ

ตระกูลเกาหมายตาต้วนเว่ยโหรวเอาไว้ แต่ต้วนเว่ยโหรวจะยอมแต่งงานกับเกาจ้านที่มีสตรีในดวงใจอยู่แล้วได้อย่างไร? ดังนั้น นางจึงรีบเสนอแนะเจียงฮูหยินให้ส่งตัวนางไปแต่งงานแทน

ตระกูลเกาเป็นถึงจวนเว่ยกั๋วกง ในขณะที่ตระกูลต้วนเป็นเพียงจวนปั๋ว เจียงฮูหยินจะตัดใจปฏิเสธการเกี่ยวดองเช่นนี้ลงได้อย่างไร?

ในเมื่อต้วนเว่ยโหรวปฏิเสธที่จะแต่งงาน ภาระหน้าที่นี้ย่อมตกมาอยู่ที่นางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนต้วนชิงอิน บุตรสาวที่เกิดจากอี๋เหนียงหยาง ด้วยฐานะลูกอนุ แม้ว่านางอยากจะแต่ง ตระกูลเกาก็ไม่มีทางรับนางไปเป็นสะใภ้ นั่นจะไม่ใช่การผูกมิตร แต่เป็นการสร้างศัตรูเสียมากกว่า

ในชาตินี้ ต้วนเว่ยโหรวอย่าหวังว่าจะได้ผลักไสนางลงไปในกองเพลิงอีกเลย

อี๋เหนียงหยางมาถึงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตัวจะก้าวพ้นประตู เสียงของนางก็ลอยมาก่อนแล้ว "อนุผู้นี้มาสายไปเสียหน่อย คุณหนูใหญ่โปรดอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ"

กลิ่นหอมระรวยลอยแตะจมูก จากนั้นอี๋เหนียงหยางที่สวมเสื้อกั๊กสีแดงกุหลาบและกระโปรงยาวสีขาวนวลก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาอย่างแช่มช้อย

ความงามของอี๋เหนียงหยางอาจไม่หมดจดงดงามเท่าเจียงฮูหยิน ทว่าเสน่ห์เย้ายวนที่แผ่ซ่านออกมานั้นช่วยให้นางยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในจวนปั๋วแห่งนี้

นางเป็นคนฉลาดหลักแหลมและพลิกแพลงเก่ง รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมจนแม้แต่คนเก่งกาจอย่างเจียงฮูหยินก็ยังหาข้อติไม่ได้

ในชาติก่อน นางเชื่อว่าตนควรยืนอยู่เคียงข้างมารดาผู้ให้กำเนิด จึงได้เพิกเฉยต่อความปรารถนาดีของอี๋เหนียงหยาง

ทว่าชาตินี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

"อี๋เหนียงหยาง เมื่อวานท่านมาหา แต่ข้าดันหลับอยู่พอดี ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเสียเที่ยว วันนี้ข้ารู้สึกเบาสบายตัวขึ้นมาก ก็เลยเชิญอี๋เหนียงหยางมาพูดคุยกันเสียหน่อย ขอบคุณสำหรับรังนกนะเจ้าคะ อี๋เหนียง" ต้วนหมิงซีกล่าวด้วยรอยยิ้มละมุนละไม แสดงออกถึงความเป็นมิตร "อี๋เหนียงรีบนั่งลงเถิด เชี่ยนเฉ่า ยกน้ำชามา"

ดวงตาคู่สวยของอี๋เหนียงหยางกวาดมองไปรอบๆ นางแย้มยิ้มพลางเม้มริมฝีปาก "คุณหนูใหญ่อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนโตของท่านปั๋ว สูงส่งยิ่งนัก รังนกแค่กล่องเดียวไม่ได้สลักสำคัญอันใดหรอกเจ้าค่ะ"

บุตรสาวคนโตผู้สูงส่งที่สุดอย่างนั้นหรือ?

อี๋เหนียงหยางช่างเก่งกาจในเรื่องการปั่นหัวคนเสียจริง รู้จักพูดจาแทงใจดำคนนัก

เชี่ยนเฉ่ายกน้ำชาเข้ามา ต้วนหมิงซีโบกมือไล่ทุกคนในห้องออกไป และสั่งให้เชี่ยนเฉ่ากับเจียงเซียงเฝ้าอยู่หน้าประตู

"รังนกกล่องเดียวอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่รังนกที่อี๋เหนียงหยางส่งมาให้เป็นของชั้นดี ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของท่านมาก"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อี๋เหนียงหยางก็พินิจพิเคราะห์ต้วนหมิงซีอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางรู้สึกว่าหลังจากล้มป่วยคราวนี้ คุณหนูใหญ่ดูจะเฉลียวฉลาดขึ้นมาก

การที่นางถูกเรียกตัวมาเป็นการเฉพาะในวันนี้ คงไม่ได้เป็นเพราะเรื่องรังนกเพียงอย่างเดียวแน่

ประสบการณ์การรับมือกับฮูหยินมานานกว่าสิบปีทำให้นางไม่ใช่คนไร้หัวคิด ข้อสงสัยบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ... หรือว่าคุณหนูใหญ่จะน้อยใจที่วันนี้ฮูหยินพาคุณหนูรองไปจุดธูปไหว้พระ?

ต้วนหมิงซีจับจ้องแววตาวอกแวกของอี๋เหนียงหยางและล่วงรู้ความคิดในใจของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของอี๋เหนียงหยางและรู้วิธีที่จะชักใยคนผู้นี้ นางจึงเอ่ยขึ้นว่า "จะว่าไปแล้ว คุณชายรองก็ใกล้จะหมั้นหมายแล้วใช่หรือไม่?"

เมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งงานของบุตรชาย สีหน้าของอี๋เหนียงหยางก็ดูขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย

แม้ว่านางจะเป็นที่โปรดปราน แต่บุตรชายของนางก็เป็นเพียงลูกอนุ การจะให้เขาแต่งงานกับบุตรสาวคนโตสายตรงของตระกูลใหญ่โตนั้นเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

แต่นางไม่ยอมแพ้หรอก พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นบุตรชายของท่านปั๋วเหมือนกัน เหตุใดจึงต้องแบ่งแยกชนชั้นด้วยเล่า?

"สำหรับเรื่องสำคัญอย่างการแต่งงาน ข้าที่เป็นเพียงอนุจะไปมีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้ คงต้องแล้วแต่ท่านปั๋วกับฮูหยินจะเห็นสมควรเจ้าค่ะ" อี๋เหนียงหยางถอนหายใจแผ่วเบา เผยให้เห็นสีหน้าจนใจและน้อยเนื้อต่ำใจ

ต้วนหมิงซีคล้อยตามน้ำไป "ข้าได้ยินมาว่าคุณชายรองมีพรสวรรค์ด้านการศึกษามาก สอบผ่านจวี่เหรินตั้งแต่ยังหนุ่ม อี๋เหนียงไม่เคยคิดจะให้คุณชายรองเข้าสอบขุนนางในปีหน้าบ้างหรือ? หากเขาสอบผ่านจิ้นซื่อ โอกาสในการแต่งงานของคุณชายรองก็ย่อมจะแตกต่างออกไปอย่างแน่นอน"

อี๋เหนียงหยางมองคุณหนูใหญ่ด้วยความคลางแคลงใจ นางเติบโตมาในตระกูลพ่อค้า จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?

"คุณหนูใหญ่ ข้าจะไม่อยากให้คุณชายรองเข้าสอบได้อย่างไรกันเจ้าคะ? เพียงแต่ฮูหยินบอกว่าให้สร้างครอบครัวก่อนค่อยสร้างเนื้อสร้างตัว ข้าจะทำอะไรได้เล่า? ก็ต้องฟังคำสั่งฮูหยินเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ"

แม้อี๋เหนียงหยางจะตัดพ้อ แต่นางตั้งปณิธานไว้ในใจแน่วแน่ว่าจะไม่มีวันยอมให้ฮูหยินมากดขี่บุตรชายของตนได้เป็นอันขาด

ที่ฮูหยินกระตือรือร้นอยากให้บุตรชายของนางแต่งงาน ก็เป็นเพราะไม่อยากให้เขาสอบได้ตำแหน่งสูงๆ ไม่ใช่หรือ?

ตอนที่คุณชายรองเข้าสอบและสอบผ่านจวี่เหรินเป็นครั้งแรก นางยังจำได้ดีว่าสีหน้าของฮูหยินดูไม่ได้เพียงใด

ต่อเมื่อบุตรชายของนางสอบผ่านจิ้นซื่อและได้เป็นขุนนางเท่านั้น นางถึงจะเชิดหน้าชูตาในจวนแห่งนี้ได้อย่างแท้จริง

ต้วนหมิงซีไม่เชื่อคำพูดของอี๋เหนียงหยางแม้แต่ครึ่งคำ นางมองอี๋เหนียงหยางพร้อมกับเอ่ยด้วยความเสียดาย "หากเป็นเช่นนั้น ก็น่าเสียดายแย่"

"คุณหนูใหญ่หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ?"

"เดิมทีข้าคิดว่า หากคุณชายรองยังคงศึกษาเล่าเรียนต่อไป ข้าอยากจะแนะนำปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งให้เขารู้จัก แต่ในเมื่ออี๋เหนียงมีแผนอื่นแล้ว ก็ช่างมันเถิด"

อี๋เหนียงหยางปัดตกความคิดนั้นทิ้งไป นางคิดว่าคนที่เติบโตมาในตระกูลพ่อค้าจะไปรู้จักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ "ขออนุญาตถามได้หรือไม่เจ้าคะว่าคุณหนูใหญ่ตั้งใจจะแนะนำผู้ใด?"

"ท่านราชบัณฑิตเฉิน เฉินฉีถิง อาจารย์ใหญ่แห่งสถานศึกษาซงซาน"

"อะไรนะ?!" อี๋เหนียงหยางผุดลุกขึ้นด้วยความตกตะลึง สีหน้าเปลี่ยนไปมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ต้วนหมิงซี "คุณหนูใหญ่ ท่านไม่ได้กำลังล้ออนุผู้นี้เล่นใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

เฉินฉีถิงผู้นั้นเป็นใครกัน? เขาเป็นผู้ควบคุมการชำระ 'สารานุกรมต้าฉู่' แม้จะไม่ได้เป็นขุนนางในราชสำนัก แต่ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังระบือไกลไปทั่วหล้า และมีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทุกหนทุกแห่ง

อย่าว่าแต่คุณชายรองเลย แม้แต่ซื่อจื่อเองก็อาจจะไม่มีบุญได้ร่ำเรียนกับท่าน

หากบุตรชายของนางได้เป็นลูกศิษย์ของท่านราชบัณฑิตเฉินจริงๆ... หัวใจของอี๋เหนียงหยางก็เริ่มเต้นระส่ำ นางจ้องมองต้วนหมิงซีเขม็ง ลมหายใจเริ่มติดขัด นัยน์ตาทอประกายวาววับ "คุณหนูใหญ่ สิ่งที่ท่านพูดมาเป็นความจริงหรือเจ้าคะ?"

"ข้าไม่เคยพูดปด"

อี๋เหนียงหยางสูดหายใจเข้าลึก "ท่านจะพิสูจน์ได้อย่างไร?"

ต้วนหมิงซีเปล่งเสียงเรียก "เจียงเซียง ยกหนังสือเข้ามา"

ไม่นานนัก เจียงเซียงก็ประคองกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรหุ้มมุมทองคำขนาดยาวประมาณหนึ่งฟุตและหนาเท่าฝ่ามือเข้ามาอย่างระมัดระวัง แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

เมื่อเปิดกล่องออก อี๋เหนียงหยางก็ชะโงกหน้าเข้าไปดู และอดไม่ได้ที่จะสูดปากด้วยความตื่นตะลึง

"นี่มัน... นี่มัน..." อี๋เหนียงหยางอุทาน กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป

ต้วนหมิงซียิ้มบางๆ "อี๋เหนียงหยางตาแหลมคมยิ่งนัก มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือ 'สารานุกรมต้าฉู่' ที่ท่านราชบัณฑิตเฉินเป็นผู้จารึกอักษรด้วยตนเอง"

อี๋เหนียงหยางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง เมื่อหนังสือเล่มนี้รวบรวมเสร็จสมบูรณ์ องค์ฮ่องเต้ก็มีพระราชโองการให้เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ท่านปั๋วพยายามอย่างหนักที่จะทุ่มเงินซื้อ 'สารานุกรมต้าฉู่' ชุดที่มีตราประทับของท่านราชบัณฑิตเฉินมาในราคาสูงลิ่ว และนางก็เคยอ้อนวอนขอท่านปั๋วดูมันสักครั้ง

ชุดนี้กับชุดนั้นมีตราประทับและลายมือที่เหมือนกันทุกประการ

"คุณหนูใหญ่ โปรดบอกมาตามตรงเถิด ท่านต้องการให้อนุผู้นี้ทำสิ่งใด?"

ของฟรีไม่มีในโลก คุณหนูใหญ่อุตส่าห์หย่อนเหยื่อชิ้นโตมาให้ขนาดนี้ ย่อมไม่มีทางที่นางจะยอมเสียเปรียบเปล่าๆ เป็นแน่

จบบทที่ บทที่ 2 ของฟรีไม่มีในโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว