เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ท่านเซียนเฒ่าเคราขาว

บทที่ 20 ท่านเซียนเฒ่าเคราขาว

บทที่ 20 ท่านเซียนเฒ่าเคราขาว


บทที่ 20 ท่านเซียนเฒ่าเคราขาว

ครอบครัวสกุลเจียงตัดสินใจพักต่ออีกหนึ่งคืน เพื่อรอให้เจียงหว่านฟื้นขึ้นมาก่อนจึงค่อยวางแผนขั้นต่อไป

หลังจากผ่านเรื่องขวัญผวาเมื่อคืน ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจที่จะอพยพหนีภัยแล้งกันแล้ว

แม้จะไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยคนหมู่บ้านเดียวกันเดินทางไปด้วยกันก็ยังพอช่วยเหลือพึ่งพากันได้ หากรั้งอยู่ในหมู่บ้านต่อไป เกิดมีพวกผู้ลี้ภัยลอบเข้ามาอีกจะทำอย่างไรเล่า?

ส่วนชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่เหลือยังคงลังเล ผู้ใหญ่บ้านจึงไปช่วยเกลี้ยกล่อมทำความเข้าใจ

ไม่มีใครในครอบครัวสกุลเจียงมีกะจิตกะใจไปสนใจว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป คนทั้งบ้านต่างเฝ้ารอให้เจียงหว่านฟื้นขึ้นมาด้วยความร้อนใจ

ทว่าเจียงหว่านกลับไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย

เฉินเยว่จือปรึกษากับเจียงพ่าน และตกลงกันว่าจะพาเจียงหว่านไปเรียกขวัญที่ตีนเขา

คนเฒ่าคนแก่เคยกล่าวไว้ว่า หากเด็กตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อที่ใด ก็ให้ไปเรียกขวัญกลับมาที่นั่น เมื่อขวัญกลับมาแล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง

สองสามีภรรยาอุ้มลูกน้อย อาศัยแสงจันทร์เดินลงไปยังตีนเขา พวกเขานั่งยองๆ ลงตรงจุดที่สองแม่ลูกพลัดตกลงมาเมื่อช่วงเช้า พร้อมกับร้องเรียกซ้ำๆ ว่า "เจียงหว่าน กลับมาเถิด เจียงหว่าน กลับบ้านเรานะลูก"

เจียงหว่านที่กำลังสะลึมสะลือได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด จนแม้แต่สติที่ยังไม่แจ่มใสดีของนางก็ยังสัมผัสได้

เฉินเยว่จือร้องเรียกไปพลางร้องไห้ไปพลาง "พ่อของลูก หากเจียงหว่านไม่ฟื้นขึ้นมาจะทำอย่างไร? ถ้านางไม่ฟื้น ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว"

เจียงพ่านรีบพูดขัดขึ้นมาทันที "ไม่เอาน่า! เจียงหว่านจะต้องไม่เป็นอะไร นางจะต้องฟื้นขึ้นมาอย่างแน่นอน"

"ใช่เจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไร"

จู่ๆ เสียงเล็กๆ ของเด็กก็ดังขึ้นจากระหว่างเขาทั้งสอง ทำเอาสองสามีภรรยาชะงักงันไปชั่วขณะ

เมื่อก้มลงมองก็พบว่าเจียงหว่านลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้

"เจียงหว่าน?!"

เจียงหว่านฉีกยิ้มกว้าง หวังจะส่งยิ้มให้บิดามารดา ทว่าท้องกลับร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาเสียก่อน "ข้าหิวจังเลยเจ้าค่ะ..."

เสียงออดอ้อนขอกินอย่างน่าสงสารของนางทำให้เฉินเยว่จือหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา "เจียงหว่าน เดี๋ยวแม่จะไปหาอะไรมาให้เจ้ากินเดี๋ยวนี้นะ เอ๊ะ จริงสิ ในตัวเจ้ามีตรงไหนอึดอัดบ้างหรือไม่? ปวดหัวไหม? เจ็บท้องหรือเปล่า?"

เจียงหว่านส่ายหน้า "ท่านแม่ ข้าไม่เจ็บเลยเจ้าค่ะ ท่านเซียนเฒ่าบอกว่าจะคุ้มครองข้า ไม่ยอมให้ข้าต้องเจ็บตัว"

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่สองสามีภรรยาได้ยินเจียงหว่านพูดถึงท่านเซียนเฒ่าผู้นี้ "เจียงหว่าน ท่านเซียนเฒ่าอะไรกันหรือลูก?"

เจียงหว่านปั้นหน้าจริงจังแล้วเริ่มพูดเป็นตุเป็นตะ "ก็ท่านเซียนเฒ่าเคราขาวผู้นั้นอย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านแม่ ที่เราตกลงมาจากเขาแล้วไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ก็เป็นเพราะท่านเซียนเฒ่าคอยคุ้มครองพวกเราไว้นะเจ้าคะ"

เมื่อนางทักขึ้นมา เฉินเยว่จือก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า นอกจากอาการปวดเมื่อยเล็กน้อยจากการตกเขาแล้ว บนร่างกายนางไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ซ้ำร้ายความเจ็บปวดเหล่านั้นก็แทบจะไม่รู้สึกแล้วด้วย

เจียงหว่านเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน

พวกนางตกลงมาจากหน้าผาที่มีความสูงถึงยี่สิบสามสิบฉื่อ อย่าว่าแต่คนเลย ต่อให้เป็นก้อนหินตกลงมาจากความสูงระดับนั้นก็ยังแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่สองแม่ลูกกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน

ก่อนหน้านี้พวกเขามัวแต่เป็นห่วงเจียงหว่านจนไม่มีกะจิตกะใจมาสังเกตถึงจุดนี้ พอเจียงหว่านพูดขึ้นมา พวกเขาถึงเพิ่งนึกถึงรายละเอียดข้อนี้ได้

เจียงหว่านยกนิ้วชี้ขึ้นมาจดริมฝีปากแล้วเป่าลมเบาๆ เอ่ยด้วยท่าทีลึกลับ "ท่านพ่อ ท่านแม่ การที่ข้าฉลาดขึ้นรวมถึงของกินพวกนั้น ล้วนเป็นฝีมือของท่านเซียนเฒ่าทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ท่านเซียนเฒ่าบอกว่านี่คือความเมตตาที่มอบให้ครอบครัวเรา ห้ามนำไปบอกใครเด็ดขาด มิเช่นนั้นท่านจะไม่สนใจพวกเราอีก"

นางคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว หากนางยังคงใช้พลังพิเศษทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่อไป นานวันเข้าก็ย่อมต้องถูกจับได้ สู้ถือโอกาสนี้ปัดเรื่องทั้งหมดไปให้ 'ท่านเซียนเฒ่า' เสียเลย เรื่องราวปาฏิหาริย์ที่อธิบายไม่ได้จะได้มีข้ออ้างที่ 'ฟังขึ้น' สักที

สองสามีภรรยามองหน้ากัน ลังเลอยู่บ้างว่าสิ่งที่เจียงหว่านพูดเป็นความจริงหรือไม่ ทว่าหากเป็นเรื่องโกหก แล้วจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้อย่างไร? ไหนจะข้าวของก่อนหน้านี้อีกล่ะ ทั้งไก่ป่า มันเทศ และโสม? หากจะบอกว่าเป็นเพราะโชคดีก็พออธิบายได้อยู่ เพราะของเหล่านั้นไม่ได้พบเจอกันง่ายๆ แต่ลูกเกาลัดพวกนั้นล่ะจะอธิบายอย่างไร?

เรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจคิดให้ลึกซึ้งจนเกินไป หากคิดมากไปก็รังแต่จะทำให้สับสนวุ่นวายใจเปล่าๆ

สองสามีภรรยาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวา "เจียงหว่าน ท่านเซียนเฒ่าอยู่ที่นี่หรือไม่?"

หากท่านอยู่ที่นี่ พวกเขาจะได้รีบโขกศีรษะคำนับ ในเมื่อครอบครัวพวกเขาได้รับความเมตตามากมายถึงเพียงนี้ จะรับไว้เฉยๆ ได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องแสดงความขอบคุณให้ประจักษ์

เจียงหว่านเห็นท่าทีตื่นเต้นระคนประหม่าของพวกเขาแล้วก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่นางก็รีบหยิกตัวเองเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะที่กำลังจะหลุดรอดออกมา

ใครจะไปรู้ว่านางลงน้ำหนักมือแรงเกินไปจนน้ำตาแทบเล็ด "ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านเซียนเฒ่าไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเจ้าค่ะ แล้วตอนนี้ข้าก็หิวมากๆ เลยด้วย"

เฉินเยว่จือรีบอุ้มเจียงหว่านขึ้นมาแล้วหยัดกายลุกขึ้น "มาเถอะ กลับกันได้แล้ว เดี๋ยวแม่จะไปหาอะไรมาให้เจ้ากิน"

สองสามีภรรยาอุ้มเจียงหว่านกลับมายังจุดพัก ต้าหลางและน้องๆ รวมถึงสะใภ้ซู เมื่อเห็นเจียงหว่านนั่งอยู่บนท่อนแขนของเจียงพ่านก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้นดีใจ "เจียงหว่าน เจ้าฟื้นแล้วหรือ? มีตรงไหนอึดอัดบ้างหรือไม่? เจ็บตัวตรงไหนหรือเปล่า?"

เมื่อมองดูครอบครัวที่รายล้อมอยู่รอบกาย เจียงหว่านก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ "พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่รอง พี่สาม ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่เจ็บเลยสักนิดเจ้าค่ะ"

"จริงหรือ?"

พวกเขายังคงแคลงใจอยู่บ้าง ก็ในเมื่อนางตกลงมาจากที่สูงลิบถึงเพียงนั้น ซ้ำยังสลบไศลไปเป็นวันๆ จิตใจของพวกเขายังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เจียงหว่านรู้ดีว่าพวกเขากำลังเป็นห่วง นางจึงพยักหน้าหงึกๆ อย่างหนักแน่น "จริงเจ้าค่ะ ไม่เจ็บเลยสักนิด!"

เจียงพ่านรู้สึกว่าเจ้าพวกเบาปัญญาพวกนี้จะทำให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาต้องทนหิวต่อไป เขาจึงถลึงตาใส่ "เอาล่ะๆ จะมัวถามอะไรไร้สาระอยู่ได้? หลีกทางไปเลย!"

เฉินเยว่จือเรียกสะใภ้ซูให้หลบมาด้านข้าง "เจียงหว่านบ่นว่าหิวแล้ว คนอื่นๆ ก็ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย รีบไปเอามันเทศมาเผาเร็วเข้า"

แม่สามีลูกสะใภ้รีบไปหามันเทศจากในรถเข็น แล้วก่อกองไฟขึ้นตรงนั้นเพื่อเตรียมทำอาหาร

ซานหลางชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เจียงหว่านแล้วกระซิบ "เจียงหว่าน พี่สามแก้แค้นแทนเจ้าแล้วนะ ข้าอัดนังเด็กเหม็นเจียงอวี่นั่นจนหน้าบวมปูดเป็นหัวหมูเลย เจ้าอยากจะไปทุบนางซ้ำให้หายแค้นหรือไม่?"

พูดจบ ซานหลางก็หันขวับเตรียมจะไปลากตัวเจียงอวี่มา

ทว่าเมื่อหันกลับไป เจียงอวี่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

ซานหลางกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ "นังเด็กบ้าหนีไปเสียแล้ว! เจียงหว่านเจ้ารอเดี๋ยวนะ พี่สามจะไปลากตัวนางมาให้ได้!"

ขาดคำ เขาก็ทำท่าจะพุ่งตัวตรงไปยังบ้านเดิมของสกุลเจียง

เจียงหว่านรีบร้องห้าม "พี่สาม อย่าไปเลย ข้าไม่อยากตีนางแล้ว"

ตีแค่นี้มันน่าเบื่อเกินไป เอาไว้ค่อยๆ จัดการกับเจียงอวี่ทีหลัง ทำให้นางแค่ได้ยินชื่อก็กลัวจนฉี่ราดกางเกงเลยดีกว่า!

เจียงอวี่ฉวยโอกาสตอนที่ซานหลางและคนอื่นๆ แห่กันไปดูเจียงหว่าน แอบวิ่งหนีกลับไปที่บ้านสกุลเจียง

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน นางก็ถูกนางโจวคว้าตัวไว้หมับ

"นังเด็กตัวดี เจ้ายังกล้ากลับมาอีกหรือ! ดูสิว่าวันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตายหรือไม่! แกก่อเรื่องหาเหาใส่หัวแล้วยังทำให้ข้าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ข้าไปติดค้างอะไรแกนักหนาหา?"

ทันทีที่นางโจวนึกถึงการถูกตบตีในวันนี้ ซึ่งทั้งเจ็บปวดและน่าอัปยศอดสู นางก็ถอดรองเท้าออกแล้วฟาดลงบนหัวและลำตัวของเจียงอวี่อย่างไม่ยั้งมือ

เจียงอวี่ถูกตีจนร้องไห้จ้า อยากจะวิ่งหนีแต่ก็สลัดหลุดไม่ได้

ในช่วงเวลาเข้าตาจน จู่ๆ เจียงอวี่ก็โพล่งขึ้นมา "ท่านแม่ เลิกตีข้าเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะบอกอะไรให้... ครอบครัวบ้านใหญ่แอบซ่อนเสบียงเอาไว้!"

จบบทที่ บทที่ 20 ท่านเซียนเฒ่าเคราขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว