- หน้าแรก
- หนูน้อยทะลุมิติพลิกชะตา พาครอบครัวรอดวิกฤตอดอยาก
- บทที่ 10 กล้าแตะต้องเส้นผมของน้องสาวข้าสิ
บทที่ 10 กล้าแตะต้องเส้นผมของน้องสาวข้าสิ
บทที่ 10 กล้าแตะต้องเส้นผมของน้องสาวข้าสิ
บทที่ 10 กล้าแตะต้องเส้นผมของน้องสาวข้าสิ
ระหว่างทางลงเขา เอ้อร์หลางและซานหลางเดินตัวปลิวด้วยความเบิกบานใจ
พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการขึ้นเขาครั้งนี้จะเก็บเกาลัดมาได้กว่าสี่สิบชั่ง!
แม้จะสะพายเกาลัดอยู่บนหลัง พวกเขาก็ยังรู้สึกราวกับฝันไป ต้นเกาลัดนั่นอยู่ห่างจากริมถนนพียงไม่ไกล หรือว่าเมื่อก่อนพวกเขาจะตาบอดกันไปหมด? ไม่อย่างนั้นทำไมถึงไม่เคยเห็นต้นไม้ใหญ่ที่ออกผลดกเต็มต้นขนาดนี้มาก่อน?
เกาลัดมากมายขนาดนี้ มากพอที่จะให้ครอบครัวเจียงกินไปได้อีกหลายวัน
ทั้งสองปรึกษากันและตัดสินใจให้เอ้อร์หลางนำเกาลัดส่วนใหญ่ไปซ่อนไว้ก่อน จากนั้นก็พาเจียงหว่านไปคั่วเกาลัดกินกันในป่า
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหว่านได้ลิ้มรสเกาลัด และด้วยความไม่ประสีประสา นางจึงเกือบจะสำลัก ทำเอาพี่ชายทั้งสองตกใจจนต้องรีบลูบหลังให้จ้าละหวั่น
แต่พอตั้งตัวได้ นางก็ถูกรสชาติหอมหวานของเกาลัดตกเข้าอย่างจัง กินรวดเดียวไปสิบกว่าเม็ด เอ้อร์หลางกลัวว่านางจะกินเยอะเกินไปจนจุก จึงไม่ยอมให้นางกินเพิ่มอีก
สามพี่น้องช่วยกันเก็บเกาลัดคั่วที่เหลือ แล้วพากันเดินออกจากป่ามุ่งหน้ากลับบ้านตระกูลเจียง
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในลานบ้าน เจียงหว่านก็ได้ยินเสียงเจียงอวี่ร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาดังมาจากข้างใน
"อย่าตีข้าเลย เป็นเจียงหว่านต่างหากที่ทำให้ซื่อหลางกลิ้งตกเขา ไม่ใช่ข้านะ..."
เอ้อร์หลางและซานหลางหันขวับมามองเจียงหว่าน ซึ่งนางก็เอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า "พวกเขาต่างหากที่อยากจะตีข้า ซื่อหลางยืนไม่อยู่เองก็เลยกลิ้งตกเขาไป"
ซื่อหลางตกลงไปค่อนข้างหนัก ศีรษะกระแทกเข้ากับโขดหินบนเขาจนแตกเป็นแผลลึก เลือดไหลออกไม่หยุด
เจียงอวี่กลัวว่าเขาจะตายอยู่บนเขา จึงใช้แรงทั้งหมดที่มีพยุงเขาลงมา ทว่าเมื่อมารดาของนางเห็นสภาพของซื่อหลาง ก็คว้าไม้กวาดมาฟาดนางโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เจียงหว่านยืนฟังเสียงร้องโหยหวนจากการถูกทุบตีของเจียงอวี่อยู่ครู่หนึ่งด้วยความสะใจ ก่อนจะปล่อยให้เอ้อร์หลางอุ้มนางเดินเข้าไปในลานบ้าน
ทันทีที่เจียงอวี่เห็นนาง ก็แผดเสียงร้องลั่น "เจียงหว่านกลับมาแล้ว! นางนั่นแหละที่เป็นคนทำให้ซื่อหลางตกเขา!"
นางโจวรีบพุ่งปรี่เข้ามาพร้อมไม้กวาดทันที "นังเด็กเหลือขอ เอ็งเป็นคนทำซื่อหลางของข้าตกเขาใช่ไหม? นังตัวซวย นังตัวกาลกิณี ลงมาเดี๋ยวนี้นะ! วันนี้ข้าจะตีเอ็งให้ตาย!"
เอ้อร์หลางคว้าไม้กวาดที่นางฟาดลงมาไว้แน่นพลางถลึงตาใส่ "ลองกล้าแตะต้องเส้นผมของน้องสาวข้าแม้แต่เส้นเดียวสิ! เห็นอยู่ชัดๆ ว่าลูกชายสันดานเสียของท่านพยายามจะรังแกเจียงหว่าน แล้วก็ก้าวพลาดตกเขาไปเอง ตอนนี้ยังจะมาใส่ร้ายนางอีกหรือ? หน้าไม่อายจริงๆ! ทำไมไอ้ตัวป่วนอย่างซื่อหลางถึงไม่ตกลงไปตายๆ ซะให้รู้แล้วรู้รอด!"
ต้าหลางเดินออกจากห้องมาขวางหน้านางโจวไว้ ในขณะที่พี่สะใภ้ซูก็ก้าวออกมาทำทีเป็นเกลี้ยกล่อมนางโจว ทว่าแท้จริงแล้วกลับกำลังดึงตัวนางออกไปให้พ้นทาง
นางโจวตัวคนเดียว ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝั่งต้าหลางที่มีกันถึงสามคน นางได้แต่มองซานหลางอุ้มเจียงหว่านวิ่งผลุบเข้าไปในห้องปีกตะวันออกอย่างหมดปัญญา ทำเอาโกรธจนกรีดร้องลั่น
หลังจากต้าหลางและคนอื่นๆ ถอยกลับเข้าห้องไป นางโจวก็นั่งลงกับพื้น เริ่มตบต้นขา ทุบตีพื้นดิน และด่าทอสาปแช่ง
เอ้อร์หลางกับคนอื่นๆ ปิดประตูหน้าต่างลงกลอนแน่นหนา ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจ
เมื่อเจียงพ่านกลับมาจากบ้านแม่สามีของลูกสาว นางโจวเห็นเข้าก็วิ่งถลันเข้าไปดึงรั้งเขาเพื่อเอาเรื่อง
เจียงพ่านสะบัดนางออกอย่างรำคาญใจ "ถ้าอยากโดนตีก็บอกมาตรงๆ!"
นางโจวถูกสะบัดจนเสียหลักล้มลง นางจึงนั่งแหมะลงกับพื้นแล้วเริ่มร้องห่มร้องไห้เสียงหลงอีกครั้ง
แม่เฒ่าเจียงพุ่งพรวดออกจากห้อง ถลึงตาใส่เจียงพ่าน "พวกเอ็งต้องการจะทำอะไรกันแน่? รังแกเด็กยังไม่พอ นี่กะจะมารังแกคนแก่อีกงั้นรึ?!"
เฒ่าเจียงเดินตามหลังมาด้วยใบหน้าถมึงทึง "พวกบ้านใหญ่ วันๆ ไม่สร้างเรื่องจะได้ไหม?! ถ้ายังจะทำตัววุ่นวายกันอยู่อีก ครอบครัวแกก็ไสหัวออกไปซะ!"
เจียงพ่านแค่นเสียงเย็นชา "ย้ายออกงั้นรึ? พวกท่านคงอยู่ที่นี่นานเกินไปจนลืมไปแล้วกระมังว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร! นี่มันบ้านที่ตระกูลฝั่งตาของข้าทิ้งไว้ให้ ไม่ได้ใช้แซ่เจียงเสียหน่อย! ถ้าจะมีใครต้องย้ายออก ก็พวกท่านนั่นแหละ!"
เฒ่าเจียงโกรธจนจุกอก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาอีก