เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 พลังอำนาจแทบจะครอบจักรวาล

บทที่ 10 พลังอำนาจแทบจะครอบจักรวาล

บทที่ 10 พลังอำนาจแทบจะครอบจักรวาล


บทที่ 10 พลังอำนาจแทบจะครอบจักรวาล

"กริ๊ก..." สิ้นเสียงแผ่วเบา กลไกเบื้องล่างก็เริ่มหมุนทำงาน

ความเงียบเข้าปกคลุมนานนับนาทีกว่าสรรพเสียงจะสงบลง

"ข้างล่างมีกับดัก!"

"ถ้าพรวดพราดเข้าไป มีหวังโดนยิงพรุนเป็นรังแตนแน่ๆ!"

ระบบตัวสั่นเทา

'แกเดาถูกแล้ว'

ลู่เหราเอ่ยยืนยันในใจ

สมบัติของตระกูลลู่จะตกไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร?

ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ในภายหลังเฉียวซูซินบังเอิญค้นพบสมบัติตระกูลลู่ และในตอนนั้นก็มีหลายคนต้องสังเวยชีวิตเพื่อหล่อน

น่าเสียดายที่ในหนังสือเขียนไว้ค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงตำแหน่งที่ตั้งหรือขั้นตอนการตามหาสมบัติ

"โฮสต์คะ คุณกลัวไหม? ฉันชักจะกลัวขึ้นมานิดๆ แล้วสิ"

เจ้าระบบตัวไร้ประโยชน์แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ลู่เหราปลอบประโลมมันในใจ

'ถึงฉันจะวิ่งสะเปะสะปะไปทั่วอุโมงค์ แต่ถ้าเป็นเรื่องตามหาสมบัติตระกูลลู่ ฉันต้องมองหากับดักก่อนเป็นอันดับแรกแน่นอน คุณปู่กับคุณพ่อเคยสอนฉันไว้'

ถึงพวกผู้ใหญ่จะไม่เคยสอน เธอก็ต้องมองหากับดักก่อนอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?

กฎข้อแรกของคำสอนบรรพชนตระกูลลู่คือ จงอย่าพาตัวเองไปตกอยู่ในอันตราย

เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่เหราก็พลิกเปิดแผ่นกระเบื้องรูปพยัคฆ์ขึ้นมา

เจ้าระบบตัวไร้ประโยชน์ไม่ส่งเสียงรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ มันไม่เคยทำเสียเรื่องเลย

ลู่เหราเอ่ยชมมันในใจ จากนั้นก็ก้มมองลงไปเบื้องล่าง

เบื้องล่างคือเส้นทางอันมืดมิด ลึกลงไปประมาณสิบเมตร โดยไม่มีแม้แต่บันไดให้ปีนลงไป

'นี่มันสร้างมาเพื่อฉันโดยเฉพาะอย่างที่คุณปู่กับคุณพ่อบอกไว้จริงๆ ด้วย'

ลู่เหราหยิบไฟฉายออกมา เดินไปที่ปากทางเข้าของช่องกระเบื้องพยัคฆ์ แล้วกระโดดลงไปโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา

ความลึกสิบเมตร ใช้เวลาดิ่งลงไปไม่ถึงหนึ่งอึดใจ

ลู่เหราย่อตัวลดแรงกระแทกอย่างคล่องแคล่วและลงจอดบนพื้นได้อย่างมั่นคง

ระบบกลั้นหายใจมาตลอดทาง และเมื่อลู่เหราลงพื้นอย่างปลอดภัย มันถึงได้เริ่มกรีดร้องในหัวของเธอ

"ฉันกลัวแทบแย่ กลัวไปหมดแล้ว ฮือๆ"

ลู่เหราชินกับความขี้ขลาดของมันเสียแล้ว เธอปลอบมันเบาๆ ก่อนจะตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า

แม้คุณหนูลู่จะเป็นคนกว้างขวาง ผ่านโลกมามาก และมีความรู้แตกฉานเพียงใด แต่หัวใจของเธอก็ยังอดสั่นสะท้านไม่ได้เมื่อเห็นบานประตูสัมฤทธิ์ยักษ์ที่ถูกพันธนาการด้วยรากไม้

นี่คือความน่าเกรงขามที่มักจะทำให้เธอตกตะลึงทุกครั้งที่ได้ประจักษ์แก่สายตา ราวกับเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา

ในเวลานี้

ลู่เหรายืนอยู่เบื้องหน้ารากไม้โบราณที่สูงตระหง่านนับสิบเมตร รากของมันชูชันเสียดฟ้าและหยั่งลึกลงไปในผืนดิน งดงามดุจดั่งเซียนเหินฟ้า พวกมันพันเกี่ยวกันอย่างสลับซับซ้อน คอยพิทักษ์บานประตูสัมฤทธิ์บานใหญ่ที่มีสีเดียวกับรากไม้ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง

ประตูสัมฤทธิ์สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ทุกเส้นสายดูราวกับแฝงความหมายอันลึกซึ้ง แผ่กลิ่นอายโบราณภายใต้แสงจากไฟฉาย

'ตอนนั้นคุณปู่ไปลักพาตัวช่างสร้างสุสานมาสร้างห้องลับนี้ทั้งหมดเลยหรือเปล่าเนี่ย?'

ลู่เหราทำได้เพียงทอดถอนใจด้วยความชื่นชม

ใครจะไปคิดว่ามีสิ่งก่อสร้างมหึมาซ่อนอยู่ใต้คฤหาสน์ตระกูลลู่และคฤหาสน์เฉาหยาง?

เธอก้าวเดินไปข้างหน้า

ขณะที่ไล้นิ้วไปตามลวดลายบนประตูสัมฤทธิ์ เธอก็สังเกตป้ายพยัคฆ์สัมฤทธิ์ในมือไปด้วย

ป้ายพยัคฆ์ชิ้นนี้ไม่ได้แตกต่างจากตราอาญาสิทธิ์ที่ใช้ในกองทัพสมัยโบราณมากนัก

เพียงแต่ชิ้นที่อยู่ในมือของเธอนั้น มีการสลักลวดลายโทเทมขนาดต่างๆ ไว้บนหลังเสือแทนที่จะเป็นตัวอักษร

ฐานของป้ายพยัคฆ์มีโครงสร้างแบบสลักเดือย ต้องนำสองชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกันจึงจะสมบูรณ์

ลู่เหรานึกถึงคู่หมั้นวัยเยาว์ผู้โชคร้ายที่เธอไม่เคยแม้แต่จะพบหน้า

'คุณปู่กับคุณพ่อเคยบอกว่าอีกชิ้นอยู่กับครอบครัวของเขาสินะ?'

ความคิดของเธอเริ่มสับสน

ชิ้นของเธอคือกุญแจไขห้องสมบัติ แล้วชิ้นของคู่หมั้นคนนั้นล่ะ?

ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง "กริ๊ก"

นิ้วของลู่เหรากดลงไปบนจุดที่บุ๋มลงพอดี

วินาทีต่อมา รอยบุ๋มนั้นก็ยุบตัวลง เผยให้เห็นแท่นขนาดเท่ากำปั้นที่สลักรอยประทับรูปเสือเว้าลึกลงไปด้านใน พร้อมกับร่องบางอย่าง

เพียงปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่าร่องนี้เข้ากันได้พอดีกับสลักเดือยที่ฐานของป้ายพยัคฆ์

ลู่เหราวางป้ายพยัคฆ์ในมือลงไปทันที

ในพริบตา ป้ายพยัคฆ์ก็สอดรับเข้ากับร่อง จมลึกลงไปในแท่น ก่อนที่แท่นนั้นจะหดตัวกลับเข้าไปด้านในพร้อมกับป้าย

ลู่เหราแว่วเสียงกลไกขนาดมหึมากำลังทำงาน มันฟังดูทึบตัน เชื่องช้า ทว่าทรงพลัง

"ครืน... ครืน... ครืน..."

ประตูสัมฤทธิ์ขยับแล้ว!

ลู่เหราเงยหน้าขึ้นมอง

วัตถุมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่เบื้องหน้านั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจเหลือเกิน

จากนั้นเธอก็พุ่งตัวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

เบื้องหลังของเธอ ประตูสัมฤทธิ์ปิดลงอีกครั้งเสียงดัง "ตึง"

หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เธอคงถูกบดขยี้จนแหลกเหลว

'สมกับเป็นตระกูลลู่ของฉันจริงๆ'

ลู่เหรายอมรับเรื่องนี้อย่างเยือกเย็น

ขณะที่ประตูสัมฤทธิ์ค่อยๆ ปิดลง ลู่เหราหันกลับไปก็พบว่าป้ายพยัคฆ์ถูกดีดออกมาจากร่องด้านหลังประตูเรียบร้อยแล้ว

เธอคว้าป้ายพยัคฆ์ไว้แล้วเก็บมันกลับเข้าไปในกระท่อมไม้ในมิติ

เมื่อหันกลับมา เธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง

"ว้าว!"

"ว้าวๆๆ!"

"สมบัติเยอะแยะไปหมดเลย!"

เจ้าระบบตัวไร้ประโยชน์อุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึงราวกับไม่เคยเห็นโลกมาก่อน

ลู่เหราเองก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบๆ

'ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณปู่กับคุณพ่อถึงสร้างสถานที่แห่งนี้ไว้ซะมิดชิด เหมือนกำลังป้องกันพวกโจรขุดสุสานยังไงยังงั้น'

หลังประตูสัมฤทธิ์คือห้องลับที่มีขนาดประมาณห้าร้อยตารางเมตร

นี่คือห้องโถงหลัก และมีห้องด้านข้างอีกสองห้องขนาบอยู่

ในเวลานี้ ห้องลับทั้งสามห้องเต็มไปด้วยหีบสัมภาระ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของเก่าหลากหลายชนิด

สมบัติล้ำค่าและหีบไม้จันทน์หอมนานาชนิดถูกวางอัดแน่น ซ้อนกันเป็นชั้นๆ สูงตระหง่าน แผ่ซ่านกลิ่นอายความสูงส่งออกมาแต่ไกล

เธอดีใจจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

เธอรู้ดีว่าสมบัติตระกูลลู่นั้นมีมากมายมหาศาล

แต่พวกเขาไม่เคยบอกเลยว่ามันจะมากมายขนาดนี้

'ตอนฉันยังเด็ก คุณปู่กับคุณพ่อเคยบอกว่าในช่วงสงครามกู้ชาติ ตระกูลลู่ได้บริจาคทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะยังเหลือเยอะขนาดนี้'

เมื่อนึกถึงว่าของทั้งหมดนี้จะกลายเป็นผลประโยชน์ของเฉียวซูซินในภายหลัง ลู่เหราก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา

โดยเฉพาะเมื่อในหนังสือระบุไว้ว่า ภายหลังเฉียวซูซินถึงขนาดยกของเก่าล้ำค่ามากมายให้กับชาวต่างชาติเพื่อแลกกับการร่วมมือกับใครบางคน

แววตาของลู่เหราฉายแววเย็นเยียบ

ครั้งนี้ เธอจะทำให้แน่ใจว่าเฉียวซูซินจะไม่ได้อะไรไปเลยแม้แต่ปลายเส้นขน

นี่คือทรัพย์สมบัติของตระกูลลู่

มันคือหลักประกันที่คุณปู่ คุณพ่อ และคุณแม่มอบให้กับเธอ

หน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมาฮุบไปได้

ลู่เหรากางมือออก และทุกสิ่งที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนก็ถูกเก็บเข้าไปในมิติของเธอทั้งหมด

"โฮสต์คะ ให้ฉันช่วยนับให้นะคะ! ส่งมาให้ฉันเลย ส่งมาเลยค่ะ!"

"ทองคำแท่ง 1,088 หีบ เงินแท่ง 450 หีบ เหรียญทองแดงและเหรียญเงินหยวนจากราชวงศ์ต่างๆ อย่างละ 500 หีบ"

"ภาพวาดและม้วนคัมภีร์เลื่องชื่อ 100 หีบ เครื่องลายครามโบราณ 500 หีบใหญ่"

"ผ้าไหม ผ้าแพร และขนสัตว์ล้ำค่า 565 หีบ ตำราโบราณ 338 หีบ เครื่องประดับนานาชนิด 518 หีบ!"

"อาวุธปืน 100 หีบ กระสุนปืน 300 หีบ"

"ยารักษาโรคและสมุนไพร 100 หีบ"

"โฉนดที่ดิน 3 หีบ"

"เครื่องเทศชั้นดี 10 หีบ รวมไปถึงไม้ล้ำค่า เครื่องเรือนโบราณ และของแปลกตาจากต่างประเทศอีกมากมาย"

"โฮสต์คะ ครอบครัวเรารวยสุดๆ ไปเลยค่ะ! ไม่ต้องพูดถึงทองคำแท่งหรอกนะ แค่ของเก่าส่วนใหญ่ก็เป็นสมบัติประจำตระกูลทั้งนั้น แถมโฉนดที่ดินก็เป็นของทำเลทอง ซึ่งจะมีมูลค่ามหาศาลในอนาคตแน่ๆ!"

"แบบนี้พวกเรานอนกินนอนใช้ไปตลอดชีวิตเลยได้ไหมคะ?"

'ยิ่งกว่านอนกินนอนใช้อีก'

เธอแทบจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเลยล่ะ

ทว่า...

กลับไม่มีคูปองปันส่วนเลยสักใบ

และไม่มีธัญพืชหรือเสบียงอาหารเลย

ในยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้คูปองในการซื้อหา จะกินจะใช้อะไรก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ และใช้อย่างประหยัด

ในเซี่ยงไฮ้ พวกหญิงสาวถึงขนาดยอมตบตีจิกหัวกันที่สหกรณ์ร้านค้า เพียงเพื่อแย่งชุดกระโปรงตัวเดียว หรือนาฬิกาข้อมือยี่ห้อดอกเหมยสักเรือน

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ตระกูลลู่ถูกกวาดล้างและเธอถูกส่งตัวไปชนบท การหาซื้อของใช้ของกินไม่ได้ก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 10 พลังอำนาจแทบจะครอบจักรวาล

คัดลอกลิงก์แล้ว