เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ...

บทที่ 23 - ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ...

บทที่ 23 - ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ...


บทที่ 23 - ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ...

จิงปู้ชวน: สิ่งที่ควรเกิด มันก็ต้องเกิด

แต่เวลาก็เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงชั่วยามเท่านั้นเอง

ทำไมหมึกกระดองพันตาถึงรีบตายกันเร็วขนาดนั้นล่ะ?

ไม่สมเหตุสมผลเลย!

"ท่านอาจารย์ปู่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือขอรับ?" กวงจิ่วหงสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของจิงปู้ชวน

"เสี่ยวหงจื่อ เจ้าตามข้ามา"

"ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายกันกลับไปก่อน"

"ซุน... ซุนกู้ใช่ไหม?"

"เจ้ามาจากไหนก็กลับไปที่นั่น อยู่ให้สงบเสงี่ยมเจียมตัว รอรับคำสั่งจากข้าได้ทุกเมื่อ"

ซุนกู้: ฟังจากน้ำเสียงนี้

ดูจากสีหน้านี้

เหมือนจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแฮะ

ดูท่าคงจะเตรียมมาเอาผิดข้าได้ทุกเมื่อสินะ!

หลังจากจิงปู้ชวนจากไป

บรรดาเจ้ายอดเขาและผู้อาวุโสทั้งหลาย ก็พากันขี่กระบี่เหาะจากไปทีละคน

ซุนกู้รีบเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสฉินแห่งยอดเขาเฟยไหล

เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

"ผู้อาวุโสฉิน ขอบคุณมากนะขอรับที่ท่านยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก่อนหน้านี้"

ผู้อาวุโสฉิน: "แค่เรื่องเล็กน้อย ข้าเพียงแต่ยื่นมือเข้าช่วยตามสัญชาตญาณเท่านั้น"

ในใจ: เจ้าจะแค่ขอบคุณด้วยปากเปล่า โดยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาแสดงน้ำใจหน่อยรึ?

ช่วยไม่ได้นี่นา

สำนักอักษรมันจนเกินไป

ใครๆ ก็อยากจะได้ลาภลอยกันทั้งนั้น

"ผู้อาวุโสฉิน สำหรับท่านมันอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย"

"แต่สำหรับข้าน้อย มันคือบุญคุณช่วยชีวิตที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลยขอรับ"

"โปรดให้เวลาเสี่ยวซุนได้กลับไปไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนสักพักนะขอรับ ว่าควรจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่แบบไหนให้ผู้อาวุโสดี"

"เสี่ยวซุนเอ๋ย เกรงใจกันเกินไปแล้ว"

"ของขวี่งของขวัญอะไรกัน เจ้ามีน้ำใจข้าก็ซาบซึ้งพอแล้วล่ะ"

ผู้อาวุโสฉินลอบยินดีในใจ: ได้ยินซินหรงกับเฉียนหลิวบอกว่าเจ้ารวยมากนี่นา

ของขวัญที่ให้คงจะไม่ธรรมดาแน่ๆ

ซุนกู้: ยังไงซะขอบคุณด้วยปากเปล่ามันก็ไม่ได้เสียเงินอยู่แล้ว

เผลอๆ กว่าข้าจะคิดออกว่าจะให้อะไร ข้าก็คงโดนเตะโด่งออกจากสำนักไปแล้วล่ะมั้ง

ผู้อาวุโสฉินยิ่งมองซุนกู้ ก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา

เขาหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาตัวหนึ่ง

"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สภาพเจ้าตอนนี้ดูเหมือนเพิ่งโดนทั้งฟ้าผ่าทั้งไฟคลอกมาเลยนะ"

จากนั้นก็กวักมือเรียกเจ้ายอดเขาเฉียนให้เข้ามาหา

"เฉียนหลิว ทางกลับเขาไผ่ใหญ่ของเจ้าเป็นทางเดียวกับเสี่ยวซุน เจ้าก็ขี่กระบี่พาเขาไปส่งด้วยแล้วกัน"

เจ้ายอดเขาเฉียน: ข้าขอปฏิเสธได้ไหม?

ยังจะมาเรียกเสี่ยวซุนอีก?

ไอ้เด็กเปรตนรกรกส่งมาเกิดต่างหากล่ะ!

"ได้ขอรับท่านอาจารย์"

ระหว่างทางกลับ

ซุนกู้ก็เอาแต่พูดจาเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก

"เจ้ายอดเขาเฉียน วิชาขี่กระบี่ของท่านยอดเยี่ยมจริงๆ นิ่งกว่าของปู้เสี่ยวฉือตั้งเยอะ"

เจ้ากล้าเอาข้าไปเทียบกับไอ้เด็กเมื่อวานซืนระดับกลั่นลมปราณรึ?

นี่มันหยามเกียรติข้าชัดๆ!

"เจ้ายอดเขาเฉียน ท่านช่างเป็นคนใจกว้างจริงๆ ที่มอบวัตถุดิบทำอาหารให้ข้าตั้งมากมายเมื่อวันก่อน"

ถ้าเจ้ายังกล้าพูดเรื่องนี้อีก วิชาขี่กระบี่ของข้าอาจจะขัดข้องกะทันหันก็ได้นะ

รับรองว่าเจ้าได้ตกลงไปหน้าคะมำจูบดินแน่ๆ

"เจ้ายอดเขาเฉียน ถ้าตอนนี้มีโอกาสให้ท่านรับข้าเป็นศิษย์ ท่านจะรีบคว้ามันไว้แน่นๆ ไหม?"

ขอบใจนะที่ให้โอกาส

แต่ข้ายอมสับมือตัวเองทิ้งดีกว่า

"เจ้ายอดเขาเฉียน..."

"เจ้ายอดเขาเฉียน..."

"เจ้ายอดเขาเฉียน..."

...พูดไปเถอะ

ถ้าข้ายอมปริปากตอบเจ้าแม้แต่คำเดียว ถือว่าข้าแพ้

เจ้ายอดเขาเฉียนเงียบกริบตลอดทาง

เมื่อมาส่งซุนกู้ถึงตีนเขาไผ่น้อย เขาก็หันหลังกลับ ขี่กระบี่เตรียมจะจากไปทันที

ซุนกู้ตะโกนไล่หลัง "เจ้ายอดเขาเฉียน ขอบคุณมากนะขอรับ วันหลังข้าจะไปเล่นกับท่านที่เขาไผ่ใหญ่นะ!"

เจ้ายอดเขาเฉียนสะดุดกึก

เกือบจะร่วงลงมาจากกระบี่

ในที่สุดปากของเขาก็หลุดสบถออกมาสามคำอย่างควบคุมไม่ได้: "ไปเล่นกับมารดาเจ้าเถอะ!"

ซุนกู้: ทำไมต้องด่ากันด้วยเนี่ย?

มารยาทและจรรยาบรรณของสำนักอักษรหายไปไหนหมดแล้ว?

เมื่อกลับมาถึงบนเขา

ผู้อาวุโสเผิงกำลังนั่งรินสุราดื่มอยู่คนเดียว

ดูเหมือน... จะกำลังเศร้าโศกเสียใจอยู่

ประสบการณ์สอนซุนกู้ว่า

เวลานี้อย่าเข้าไปหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า

เขาจึงย่องปลายเท้า ค้อมตัวต่ำ หวังจะแอบเดินอ้อมเข้าไปในห้องหนังสือ

แต่เพิ่งจะก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว

ร่างกายก็สูญเสียการควบคุม ถูกแรงดูดมหาศาลดูดวูบเข้าไปที่โต๊ะน้ำชาทันที

"ไอ้เด็กเหลือขอ ทำลับๆ ล่อๆ ไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงอะไรมาอีกล่ะ?"

ซุนกู้ร้องโอดครวญว่าตนถูกปรักปรำ

"ข้าน้อยแค่เห็นว่านายท่านกำลังอยู่ในห้วงแห่งความเศร้า ก็เลยไม่อยากจะเข้าไปรบกวนเท่านั้นเองขอรับ"

"หืม? เจ้ามองออกด้วยรึ?"

"ทำไมจะมองไม่ออกล่ะขอรับ ก็ท่านเล่นหน้าหงิกเป็นม้าหมากรุกขนาดนั้น!"

"เจ้าพูดว่าอะไรนะ?"

"ข้าบอกว่า คิ้วสองข้างของนายท่านขมวดเข้าหากันแน่น มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังอมทุกข์เรื่องอะไรอยู่"

ผู้อาวุโสเผิงกระดกสุราเข้าปากหนึ่งจอก

"ไอ้หนู เจ้าลองคิดดูสิ ชีวิตคนเรามันช่างสั้นนัก การจะสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ให้ถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญอะไรเช่นนี้"

ซุนกู้: "..."

ที่แท้ก็กำลังนั่งเศร้าเรื่องที่ตัวเองไม่สามารถถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ได้หรอกรึ?

ถ้าอย่างนั้น ตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมานี้

ข้าต้องมานั่งคัดลอกตำราวันละหลายหมื่นตัวอักษร

คัดจนมือหงิกมือขัด

แต่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่การตักน้ำใส่ตะกร้า สูญเปล่าทั้งหมดงั้นรึ?

อีกอย่างนะ

อายุขัยของท่านก็ไม่ได้สั้นเลยสักนิด

ที่ท่านไม่สามารถจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ได้ มันเป็นเพราะฝีมือของท่านไม่ถึงขั้นเองล้วนๆ เลยต่างหาก

พอเห็นสีหน้าสิ้นหวังของผู้อาวุโสเผิง

ซุนกู้ก็ตัดสินใจจะลองปลอบใจเขาดูอีกสักตั้ง

แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด

ผู้อาวุโสเผิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "ไอ้หนู คิดคำพูดให้ดีๆ ก่อนจะพูดนะ ถ้าไม่อยากถูกเตะโด่งขึ้นไปบนฟ้าอีกรอบล่ะก็"

คำเตือนนี้ช่างจำเป็นและมาได้ถูกจังหวะเสียจริงๆ

ซุนกู้รีบเปลี่ยนสคริปต์ในหัวกะทันหัน

"นายท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องเศร้าเสียใจไปเลยนะขอรับ ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ..."

ผู้อาวุโสเผิงหันหน้ากลับไปมองข้างหลัง

"โอ๊ย ข้าไม่ได้หมายถึงให้ท่านหันหน้ากลับไปมองข้างหลังจริงๆ ข้าหมายถึงให้ท่านมองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ต่างหากล่ะ"

ผู้อาวุโสเผิง: "..."

"หากท่านมองย้อนกลับไปดูในประวัติศาสตร์ ท่านก็จะพบว่า"

"ผู้คนมากมายในยุคสมัยของพวกเขา ล้วนเป็นเหมือนหนังสือเล่มหนาเตอะ"

"แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในกระแสน้ำแห่งประวัติศาสตร์ที่ไหลเชี่ยว พวกเขาเหล่านั้นก็จะค่อยๆ หดเล็กลงกลายเป็นแค่บทๆ หนึ่ง เป็นย่อหน้าๆ หนึ่ง เป็นแค่ประโยคๆ หนึ่ง หรืออาจจะเป็นแค่ชื่อที่ถูกกล่าวถึงผ่านๆ ไปเท่านั้น"

"แล้วอย่างไรล่ะ?"

"ก็หมายความว่า หลังจากผ่านการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย และการเปลี่ยนแปลงของโลกมนุษย์แล้ว คนที่ยังคงตั้งตระหง่านเป็นดั่งขุนเขา ให้คนรุ่นหลังได้แหงนหน้ามองและยกย่องชื่นชมได้นั้น มีเพียงคนหยิบมือเดียวเท่านั้นแหละขอรับ"

ผู้อาวุโสเผิงทำหน้าครุ่นคิด

ซุนกู้: มุมมองของข้ามันช่างลึกซึ้งและเฉียบขาดจริงๆ!

พวกเรามันก็แค่คนธรรมดา ยอมรับความจริงเถอะน่า

มารในใจของท่าน น่าจะสลายไปได้แล้วนะ

ผู้อาวุโสเผิงคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง "แต่ทำไม ข้าถึงจะเป็นหนึ่งในคนหยิบมือเดียวนั้นไม่ได้ล่ะ?"

ซุนกู้: "..."

ข้าอยากจะกระโดดเขกหัวท่านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจริงๆ

แต่เมื่อประเมินจากความห่างชั้นของระดับพลังแล้ว

ข้าขอทนไว้ก่อนก็แล้วกัน

"นายท่าน ท่านลองคิดดูสิขอรับ ในช่วงเวลาหนึ่งพันปีที่ท่านลงไปท่องโลกฆราวาส จนถึงทุกวันนี้ ยังมีคนสักกี่คนที่ยังเป็นหนังสือเล่มหนาอยู่?"

"แล้วท่านลองคิดดูอีกที อีกหนึ่งพันปีข้างหน้า จะมีสักกี่คนที่ยังเป็นหนังสืออยู่ได้?"

"ข้าเกรงว่าบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้น เมื่อเวลาผ่านไปร้อยปี ก็คงเหลือเป็นแค่บทๆ หนึ่งเท่านั้นแหละขอรับ"

ผู้อาวุโสเผิงยังคงไม่ยอมแพ้ "ใครบอกว่าการถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ จะต้องเป็นชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่เสมอไปล่ะ?"

"ข้าขอทิ้งแค่ 'ชื่อเล็กๆ' ที่ถูกกล่าวถึงผ่านๆ เอาไว้ไม่ได้หรือไง?"

"แต่ทว่า ต่อให้ท่านอยากจะทิ้ง 'ชื่อเล็กๆ' เอาไว้ ท่านก็ต้องมีผลงานอะไรที่พอจะเอาไปอวดใครเขาได้บ้างสิขอรับ?"

"เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่?"

"ข้ากำลังจะบอกว่า การที่ท่านคิดจะอาศัยการเขียนตำราเพื่อสร้างชื่อเสียงน่ะ ต่อให้เป็นแค่ชื่อเสียงเล็กๆ เท่าเมล็ดงา มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกขอรับ!"

"เจ้ารอนหาที่ตายใช่ไหม?"

"ใจเย็นๆ ก่อนสินายท่าน ข้ามีคำแนะนำที่มีเหตุผลมากกว่านั้นมาเสนอขอรับ"

"ว่ามา!"

"ข้าว่าท่านสู้ลงเขาไปกวาดล้างฮ่องเต้ในโลกมนุษย์ แล้วตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้แทนเสียเลยดีกว่า ทำแบบนี้ยังมีโอกาสถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มากกว่าเยอะเลยนะขอรับ"

"ไอ้เด็กเปรต ข้าจะตบเจ้าให้ตายคามือเลย!"

"อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งลงมือนะขอรับนายท่าน"

"ท่านลองฟังที่ข้าน้อยพูดอีกสักประโยคได้ไหมขอรับ?"

"ถ้าฟังแล้วรู้สึกว่าไม่มีเหตุผล ท่านค่อยลงมือก็ยังไม่สายนะขอรับ!"

"ว่ามา!"

ซุนกู้หยิบกาสุราขึ้นมา

รินสุราไปพลาง พูดไปพลาง "นายท่าน มียอดปราชญ์เคยกล่าวประโยคหนึ่งเอาไว้"

เขายกจอกสุราขึ้นด้วยสองมือ

แล้วยื่นส่งให้อย่างประจบประแจง

"ยอดปราชญ์กล่าวไว้ว่า: 'จงสุขสันต์กับสุราหนึ่งจอกในยามมีชีวิต ไยต้องสนชื่อเสียงพันปีในภายภาคหน้า'"

"นายท่าน เรามาดื่มสุราจอกนี้ให้หมด แล้วเลิกล้มความฝันลมๆ แล้งๆ เรื่องการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์กันเถอะนะขอรับ ตกลงไหม?"

ผู้อาวุโสเผิงรับจอกสุราไป

แล้วกระดกพรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง

"พูดจบแล้วใช่ไหม?"

"ขอรับ!"

"เพียะ!"

"อ๊ากกกกก..."

"ตุ้บ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 23 - ท่านลองมองย้อนกลับไปสิ...

คัดลอกลิงก์แล้ว