เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ข้าไม่เอาค่าเสียหายก็ได้

บทที่ 22 - ข้าไม่เอาค่าเสียหายก็ได้

บทที่ 22 - ข้าไม่เอาค่าเสียหายก็ได้


บทที่ 22 - ข้าไม่เอาค่าเสียหายก็ได้

ผู้คนบนท้องฟ้า กลายเป็นเส้นแสงสีรุ้งหลายสิบสาย พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังหอคุมกฎแห่งสำนักอักษร

จิงปู้ชวนนั่งเป็นประธานอยู่บนแท่นสูง

กวงจิ่วหงยืนสำรวมอยู่ข้างกายเขา

ส่วนคนอื่นๆ ยืนเรียงแถวอยู่ด้านล่างทั้งสองฝั่ง

ซุนกู้นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางโถง

กวงจิ่วหง: ฉากแบบนี้ ดูคุ้นๆ แฮะ

จิงปู้ชวน: "จงบอกมา! สรุปแล้วมันเกิดเรื่องอันใดขึ้น?"

ซุนกู้: "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น?"

"เจ้าเป็นศิษย์ของยอดเขาไหน?"

"ตอนนี้ยังไม่ได้สังกัดยอดเขาไหน แต่ในอนาคตก็เป็นไปได้ทุกยอดเขาแหละขอรับ"

"หมายความว่าอย่างไร?"

"เรียนท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าน้อยมีนามว่าซุนกู้ ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักอักษรหรอกขอรับ"

"ครั้งนี้ข้าน้อยได้รับคำเชิญให้มาเยี่ยมชมสำนักอักษรขอรับ"

"ได้รับคำเชิญ? ไอ้บัดซบหน้าไหนมันเป็นคนเชิญเจ้ามา?"

กวงจิ่วหง: "..."

ด่าข้าว่าเป็นไอ้บัดซบงั้นรึ? ท่านเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าหรอกนะ

วีรกรรมอันเจิดจรัสของท่านในอดีตน่ะ ข้าแค่ขี้เกียจจะรื้อฟื้นเท่านั้นเอง

แล้วก็ซุนกู้ ไอ้เด็กบัดซบ

ข้าไปเชิญเจ้ามาตอนไหน? เจ้าหน้าด้านหน้าทนขอตามมาเองต่างหากไม่ใช่รึ?

"ท่านอาจารย์ปู่ เขามาพร้อมกับข้าเองขอรับ"

จิงปู้ชวน: เมื่อกี้ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

"สำนักอักษรของเราเป็นสำนักที่ยึดมั่นในธรรมเนียมปฏิบัติ ผู้มาเยือนย่อมถือเป็นแขก พวกเราย่อมต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี"

"แต่ในฐานะแขก เจ้าก็ควรจะเคารพกฎระเบียบของเจ้าบ้านด้วย เหตุใดจึงบังอาจบุกรุกเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเราได้?"

ซุนกู้: "ข้าน้อยถูกใส่ความนะขอรับท่านผู้อาวุโสสูงสุด"

"ข้าน้อยโดนลูกหลงจากประตูเมืองนะขอรับ ข้าน้อย..."

"อะแฮ่มๆ เขาเรียกว่าโดนลูกหลงแบบปลาในบ่อต่างหากล่ะ" กวงจิ่วหงอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมาแก้ไขให้ถูกต้อง

ในใจนึกด่า: ช่างเป็นเด็กที่ไม่เอาถ่านเสียจริงๆ สอนไปตั้งหลายรอบแล้วก็ยังจำไม่ได้อีก

ซุนกู้: "ข้าน้อยก็คือปลาในบ่อที่โดนลูกหลงนั่นแหละขอรับ"

"เจ้าไม่ใช่ปลาในบ่อหรอก"

"หมึกกระดองพันตาในทะเลสาบจ่านหลานของข้าต่างหาก ที่เป็นปลาในบ่อ"

"ต้องมารับเคราะห์เพราะคนนอกอย่างเจ้า"

กวงจิ่วหงใจเต้นรัว "ท่านอาจารย์ปู่ หมึกกระดองพันตาเป็นอะไรไปหรือขอรับ?"

ในฐานะเจ้าสำนัก เขาย่อมรู้ซึ้งถึงความสำคัญของปลาหมึกทั้งทะเลสาบนี้เป็นอย่างดี

"ซุนกู้ผู้นี้ หลังจากตกลงไปในทะเลสาบจ่านหลาน ก็ไม่รู้ว่าไปใช้ลูกไม้ชั่วร้ายอะไร ทำให้พลังวิญญาณในทะเลสาบเหือดแห้งไปจนหมด"

"อะไรนะ!"

บรรดาผู้อาวุโสและเจ้ายอดเขานับสิบที่ยืนฟังอยู่ต่างร้องอุทานออกมาพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ดูท่าว่าเสียงนั่นคงจะเกิดจาก 'ลูกไม้ชั่วร้าย' ที่ว่าสินะ

กวงจิ่วหง: ว่าแล้วเชียว

นี่มันตัวซวยที่ดวงซวยสุดๆ ไปเลยจริงๆ!

ต่อให้หนีมาถึงสำนักอักษรแล้ว ก็ยังถูกตามฆ่าอยู่อีก

แถมยังพาลทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของสำนักอักษรเกิดอาเพศไปด้วย

ที่ข้าไม่รับเจ้าเป็นศิษย์น่ะถูกต้องแล้ว

การตัดสินใจของเจ้ามิงค์เขี้ยวทองก็ถูกต้องเช่นกัน

จิงปู้ชวนไม่อยากให้ทุกคนรู้เรื่องสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์

จึงแกล้งถามต่อ "เจ้าจงเล่ามาให้ข้าฟังหน่อยสิ ก่อนที่เจ้าจะตกลงไปในทะเลสาบจ่านหลาน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?"

ซุนกู้: "ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าน้อยก็กำลังจะฟ้องท่านอยู่พอดีเลยขอรับ"

"ระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักอักษรเรามันห่วยแตกเกินไปแล้ว!"

"ไม่มีความรัดกุมในการป้องกันเหตุร้ายเลยแม้แต่นิดเดียว!"

"ท่านต้องรีบจัดระเบียบครั้งใหญ่เลยนะขอรับ!"

จิงปู้ชวน: "ที่พูดมาหมายความว่าอย่างไร?"

"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ท่านคงไม่รู้อะไร"

"เมื่อครู่นี้เอง ขณะที่ข้าน้อยกำลังขับเรือเหาะ ตั้งใจจะชื่นชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตาของภูเขาและแม่น้ำในสำนักอักษร จู่ๆ ก็มีคนโผล่มาไล่ฆ่าข้าน้อยเสียอย่างนั้น"

"นี่มันในเขตสำนักอักษรของเราเลยนะขอรับ!"

"อดีตสำนักอันดับหนึ่งแห่งโลกผู้บำเพ็ญเพียร สำนักอักษรเลยนะ!"

"แต่คนร้ายกลับกล้าบุกเข้ามาลงมืออย่างอุกอาจ เหมือนเดินเข้าบ้านร้างอย่างไรอย่างนั้น!"

"และคนในสำนักกลับไม่มีใครระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย"

"นี่มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักอักษรเรามีปัญหาใหญ่หลวง?"

"หากเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีท่านผู้อาวุโสผู้เปี่ยมไปด้วยความองอาจห้าวหาญและสง่างามไม่ธรรมดายื่นมือเข้ามาช่วยเอาไว้"

"ต่อให้ข้าน้อยจะไหวพริบดีแค่ไหน เกรงว่าคงต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะไปแล้วขอรับ"

ผู้อาวุโสฉินที่ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง: องอาจห้าวหาญ สง่างามไม่ธรรมดา

อืม... เด็กคนนี้เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาตามความจริงดีแฮะ

"ตอนนั้นข้าน้อยมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือท่านนั้นเพียงแวบเดียวเท่านั้น"

"ยังไม่ทันได้เห็นหน้าตาของเขาชัดๆ เลยขอรับ"

"รบกวนท่านผู้อาวุโสสูงสุดช่วยเป็นธุระสืบหาตัวให้ข้าน้อยทีนะขอรับ ข้าน้อยอยากจะขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตไว้ด้วยตัวเอง"

ผู้อาวุโสฉิน: หึหึ อยากรู้จังว่าไอ้หนู่นี่จะตอบแทนข้าด้วยอะไร

ซุนกู้: ข้าดูออกตั้งนานแล้วว่าเป็นท่าน ผู้อาวุโสฉิน

ได้ฟังคำอวยของข้าไป รู้สึกปลาบปลื้มใจล่ะสิ?

จิงปู้ชวนที่เพิ่งได้ยินเรื่องการลอบสังหารเป็นครั้งแรก

ก็ถึงกับตกใจไม่น้อย

กวงจิ่วหงจึงรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างรวดเร็ว

เมื่อทุกคนได้ฟัง

ก็พากันคาดเดาว่าเสียงระเบิดดังสนั่นที่ได้ยินนั้น น่าจะมาจากคลื่นเสียงโจมตีในฉากลอบสังหารนั่นเอง

จิงปู้ชวน: "แล้วเจ้าผ่านค่ายกลลงไปในทะเลสาบจ่านหลานได้อย่างไร?"

เพื่อรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรีของตัวเอง มังกรกลืนสมุทรจึงไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

ซุนกู้: "ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ค่ายกลนั่นนอกจากคนในสำนักแล้ว คนนอกก็เข้าไปไม่ได้ใช่ไหมขอรับ?"

"ถูกต้อง!"

"นอกจากข้าและสัตว์เทวะผู้เฝ้าภูเขาแล้ว"

"คนทั้งสำนัก ต่อให้เป็นกวงประมุขก็ยังเข้าไม่ได้"

"นั่นแหละขอรับ!"

"ตอนที่ข้าน้อยร่วงจากฟ้าลงมาบนค่ายกล ข้าน้อยก็ถูกเด้งขึ้นเด้งลง เด้งขึ้นเด้งลงอยู่แบบนั้นตลอด"

"จนกระทั่งสลบเหมือดไปนั่นแหละขอรับ"

"ดังนั้น ข้าน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าร่วงตกลงไปข้างในได้อย่างไร"

จิงปู้ชวน: หรือว่าสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จะเป็นคนผ่าค่ายกลจนเปิดออก?

"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด เรื่องพลังวิญญาณในทะเลสาบหายไป ไม่เกี่ยวข้องกับข้าน้อยจริงๆ นะขอรับ"

"ข้าน้อยคือผู้เสียหายนะขอรับ"

กวงจิ่วหงใจเต้นรัวอีกครั้ง: คำพูดประโยคนี้ ฟังดูคุ้นหูแปลกๆ แฮะ

อย่าบอกนะว่ามันคิดจะเรียกร้องค่าเสียหายอีก?

"ข้าน้อยดั้นด้นมาเยือนสำนักอักษรด้วยความเลื่อมใสศรัทธา"

"ผลคือยังไม่ได้ชมอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย กลับต้องมาถูกคนร้ายที่แฝงตัวเข้ามาตามล่าสังหาร เพราะความหละหลวมของสำนักอักษร"

"เรื่องนี้สร้างบาดแผลทางจิตใจและร่างกายให้กับข้าน้อยอย่างสาหัสเลยนะขอรับ"

"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ท่านดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีเหตุมีผล"

"ท่านว่าเรื่องนี้ ข้าน้อยถือเป็นผู้เสียหายหรือไม่ขอรับ?"

จิงปู้ชวนโพล่งออกไปโดยไม่ได้คิด "เรื่องนี้ เจ้าถือเป็นผู้เสียหายจริงๆ"

กวงจิ่วหง: ซวยแล้ว ซวยแล้ว

ตกหลุมพรางวาทศิลป์ของไอ้เด็กนี่เข้าให้แล้ว

ซุนกู้: "อันที่จริง บาดแผลทางจิตใจและร่างกาย ข้าน้อยยังพออดทนกล้ำกลืนฝืนทนได้"

"แต่ประเด็นสำคัญคือความเสียหายทางทรัพย์สิน ข้าน้อยแบกรับไม่ไหวจริงๆ ขอรับ!"

กวงจิ่วหง: ดูสิ ดูสิ

หางจิ้งจอกโผล่ออกมาแล้ว

และสเต็ปต่อไปก็คือการเรียกร้องค่าเสียหาย

ข้ากวงจิ่วหงไม่ใช่สวี่ลี่ซงนะเฟ้ย

คิดจะมารีดไถเงินจากข้างั้นรึ? ฝันกลางวันไปเถอะ

"ซุนกู้ การที่เจ้าถูกตามล่าสังหาร เกรงว่าคงเป็นเพราะไปผูกใจเจ็บกับศัตรูที่ไหนมามากกว่ากระมัง"

"สำนักอักษรของเราไม่เพียงแต่ไม่มีความผิด แต่ยังช่วยชีวิตเจ้าไว้อีกด้วย"

"เจ้าควรจะขอบคุณพวกเราถึงจะถูก"

ซุนกู้: "ประมุขกวง ข้าน้อยอายุยังน้อยแค่นี้ จะไปมีศัตรูที่ไหนได้ล่ะขอรับ?"

กวงจิ่วหง: "..."

ข้าก็เอาเรื่องของผู้อาวุโสเสิ่นมาประกาศให้ชาวบ้านรู้ไม่ได้เสียด้วยสิ!

โมโหยิ่งนัก!

จิงปู้ชวน: "เจ้าสูญเสียสิ่งใดไปบ้าง?"

"เรือเหาะส่วนตัวที่เจ้าสำนักหูแห่งสำนักดับกระบี่ ให้ข้ากับประมุขกวงยืมใช้ แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้วขอรับ..."

กวงจิ่วหง: นั่นเขาให้เจ้ายืมคนเดียวต่างหาก ไม่เกี่ยวกับข้าเลยนะ

"แล้วก็ยังมีวัตถุดิบทำอาหารกองพะเนินที่เจ้ายอดเขาเฉียนแห่งเขาไผ่ใหญ่ชดใช้ให้ข้า ก็ถูกสัตว์วิเศษของคนร้ายแย่งชิงไปจนหมดเกลี้ยงเลยขอรับ"

เจ้ายอดเขาเฉียนที่มีสถานะต่ำต้อยที่สุดในที่นั้น: ข้าชดใช้ให้เจ้างั้นรึ? เจ้าเป็นคนข่มขู่รีดไถข้าไปต่างหากโว้ย!

"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ความเจ็บปวดที่ข้าน้อยได้รับเป็นการส่วนตัว ช่างมันเถอะขอรับ"

"ข้าน้อยขอเพียงท่านช่วยให้ความเป็นธรรม"

"ชดใช้เรือเหาะและวัตถุดิบทำอาหารคืนให้ข้าน้อยก็พอแล้วขอรับ"

จิงปู้ชวน: "เสี่ยวหงจื่อ เจ้าเห็นควรว่าอย่างไร?"

กวงจิ่วหง: ...ท่านอาจารย์ปู่ขอรับ ท่านอาจารย์ปู่

ท่านช่วยใช้ความคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองให้มากกว่านี้หน่อยจะได้ไหม?

"ท่านอาจารย์ปู่ สำนักเราขาดแคลนทั้งเงินทองและเสบียง ไม่มีปัญญาชดใช้หรอกขอรับ"

"ท่านประมุข ข้าน้อยไม่เอาค่าเสียหายก็ได้นะขอรับ ขอเพียงท่านยอมรับข้าเป็น..."

"ชดใช้!"

"ชดใช้ให้เดี๋ยวนี้เลย!"

กวงจิ่วหงรีบเปลี่ยนท่าทีแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือทันที

ตลกน่า!

ตัวซวยอย่างเจ้า ข้าจะรับมาเป็นศิษย์ได้อย่างไร?

ขอเพียงเจ้าไม่สามารถช่วยผู้อาวุโสเผิงกำจัดมารในใจได้

ข้าก็สามารถส่งเจ้าไสหัวไปได้อย่างชอบธรรมแล้ว

ก็แค่ทนไปอีกไม่กี่วันเท่านั้นเอง

ข้าทนได้!

ซุนกู้: ...เอาจริงดิประมุขกวง?

ท่านมีอคติกับข้าฝังรากลึกขนาดนี้ เพียงเพราะหนูยักษ์ตัวเดียวเนี่ยนะ?

จิงปู้ชวนไม่เข้าใจเรื่องลับลมคมในพวกนี้

ในใจเขาเอาแต่พะวงถึงเรื่องรากปราณอัสนีทองคำ

ขณะที่กำลังจะสั่งเลิกประชุม เพื่อไปทดสอบซุนกู้ตามลำพัง

เขาก็ได้รับกระแสเสียงจากมังกรกลืนสมุทร: "เสี่ยวชวนจื่อ พลังวิญญาณยังไม่กลับมาเลย ศพปลาหมึกกระดองพันตาลอยเกลื่อนเต็มทะเลสาบแล้ว"

"โฮๆๆ ข้าขอโทษเจ้านาย..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 22 - ข้าไม่เอาค่าเสียหายก็ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว