- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- บทที่ 5 เนื้อวิญญาณ
บทที่ 5 เนื้อวิญญาณ
บทที่ 5 เนื้อวิญญาณ
บทที่ 5 เนื้อวิญญาณ
อาคาร 5 ห้อง 304
เจียงฟานเดินเข้าไป ชายสองคนที่แต่งตัวเหมือนบุรุษไปรษณีย์ไม่ได้ตามเข้ามา คนหนึ่งยืนอยู่ตรงโถงทางเดิน ส่วนอีกคนเดินไปที่มุมบันไดเพื่อคอยระแวดระวังภัยโดยรอบ
เขาเงยหน้าขึ้น
ชายวัยกลางคนในชุดโค้ทสีดำยืนอยู่หน้าห้องน้ำของเขา ชายคนนี้มีใบหน้าซูบตอบ ไว้เคราดกหนา และดูเหมือนจะหลังค่อมเพราะแผ่นหลังของเขานูนปูดออกมา
หลังจากจ้องมองอีกสองสามครั้ง ดวงตาของเจียงฟานก็หรี่แคบลง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วแผ่นหลังของชายวัยกลางคนนั้นตั้งตรง ไม่ได้ค่อมเลยแม้แต่น้อย รอยนูนบนเสื้อโค้ทนั้นเป็นเพราะมีบางสิ่งเกาะติดอยู่บนหลังของเขาต่างหาก
ชายวัยกลางคนถือโทรศัพท์สีดำซึ่งดูคล้ายกับของบุรุษไปรษณีย์ที่อยู่ชั้นล่าง เขากดปุ่มสองสามปุ่มแล้วพูดใส่โทรศัพท์ ราวกับกำลังบันทึกเสียง
"บันทึกภารกิจ: เหตุการณ์ระดับ 1 ขจัดอันตรายเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายคือวิญญาณอาฆาตที่กำลังจะกลายเป็นผีร้าย มีผู้รอดชีวิตหนึ่งคน ยืนยันแล้วว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ"
"ปิดคดีโดย: เจิ้งไห่ เจ้าหน้าที่สืบสวนระดับสอง ผู้รับผิดชอบพื้นที่ถนนเซี่ยงหยาง เขตฉางอัน"
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปมองที่ประตูแล้วพยักหน้าให้เจียงฟานเล็กน้อย "เจียงฟาน นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยอวี้ไห่ งานอดิเรกคือจิตวิทยาและอภิปรัชญา เคยถูกอาจารย์ที่ปรึกษาตักเตือนมาแล้วสี่ครั้งข้อหาลักลอบดูดวงในมหาวิทยาลัย"
"ครั้งที่สี่ เขารับปากว่าจะช่วยเสริมดวงความรักให้อาจารย์ที่ปรึกษา และแนะนำให้เธอรู้จักกับรองศาสตราจารย์หนุ่มโสดสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรคนหนึ่ง โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสามพันหกร้อยหยวน"
"เขามักจะท่องเว็บไซต์ผิดกฎหมายอยู่หลายเว็บ เว็บไซต์ที่เข้าบ่อยที่สุดคือ..."
เจียงฟานที่เอาแต่สงบนิ่งมาตลอด ในที่สุดก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาปิดพับประตูดัง 'ปัง' สาวเท้าก้าวไปข้างหน้า ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วควักบุหรี่ชั้นดีออกมาส่งให้
"ลูกพี่ พอแค่นี้เถอะครับ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เมื่อกี้ข้างนอกคนเยอะแยะ ผมขอให้การตรงนี้เลยก็แล้วกัน คุณอยากรู้อะไรผมจะบอกให้หมด ไม่มีปิดบังแน่นอน"
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเจิ้งไห่หลุดรอยยิ้มขบขันออกมา เขาส่ายหน้า "มิน่าล่ะนายถึงรอดชีวิตจากเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาได้ สภาพจิตใจของนายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมากจริงๆ ถ้าเป็นคนปกติคงไม่มีสติพอจะมาพูดจาลื่นไหลในสถานการณ์แบบนี้หรอก"
"เดี๋ยวตามฉันไปที่โรงพยาบาลสาขาประจำเขตเพื่อทำการทดสอบสภาพจิตใจและลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัวง่ายๆ เราแค่ต้องเก็บประวัติไว้ในสำนักงานน่ะ"
อีกฝ่ายพูดคุยด้วยง่ายกว่าที่เจียงฟานคิดไว้มาก แต่เขาก็ไม่กล้าลดการป้องกันลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้นไปอีก
พ่อเฒ่าของเขาเคยสอนไว้ว่า 'หากต้องการจะจับสิ่งใด ต้องรู้จักปล่อยมันไปเสียก่อน' การจะจับไก่ในสุ่ม ก็ต้องทำทีเป็นเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงค่อยจู่โจมอย่างฉับพลัน
ท่าทีของคนพวกนี้ดูเป็นมิตรจนเกินไป มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
ทว่าชายที่ชื่อเจิ้งไห่คนนี้แผ่กลิ่นอายกดดันออกมาอย่างมหาศาล เขาจึงทำได้เพียงเดินตามคนเหล่านี้ไปขึ้นรถตู้สีดำที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษซึ่งจอดอยู่ด้านนอก ในระหว่างนั้น เจียงฟานสังเกตเห็นว่ามีคนในชุดบุรุษไปรษณีย์คอยติดตามมาด้วยทั้งหมดสี่คน
พวกเขายังเข้าไปตรวจค้นห้อง 404 และยึดสิ่งของบางอย่างกลับไปด้วย
คนสามคนพร้อมสิ่งของที่ยึดมาได้นั่งรถไปอีกคัน ส่วนบุรุษไปรษณีย์อีกคนเป็นคนขับรถคันหน้าซึ่งมีเจียงฟานและเจิ้งไห่นั่งอยู่ด้วย
ระบบเก็บเสียงและฟิล์มกรองแสงของรถคันนี้ดีจนน่าตกใจ ไม่มีใครปริปากพูดอะไร บรรยากาศภายในรถตึงเครียดอย่างหนัก แม้ภายนอกจะเป็นเวลากลางวันแสกๆ แต่เจียงฟานกลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังนั่งรถแท็กซี่ผีสิงในยามวิกาล
เขาลอบมองซ้ายทีขวาที พยายามจดจำเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน
"ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นหรอก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ สังคมจะยึดหลักการเพียงข้อเดียว นั่นคือการเอาชีวิตมนุษย์เป็นที่ตั้ง ยิ่งภัยพิบัติรุนแรงมากเท่าไหร่ ปรากฏการณ์นี้ก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น"
"และบังเอิญว่า ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด"
"นายกับฉันต่างก็เคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ กันมาแล้ว ได้เห็นความสยดสยองเหนือธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ใต้ฉากหน้าของเมือง ซึ่งคนธรรมดาไม่มีวันได้สัมผัส เพื่อที่จะรอดชีวิต คนอย่างพวกเราจึงกลายเป็นกำลังสำคัญที่สุดในการรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้"
"เชื่อฉันเถอะ ไม่มีใครคิดจะทำร้ายนายหรอก ฉันอยากให้นายมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมากกว่าใครเพื่อนด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่านายจะตกลงเข้าร่วมกับสำนักงาน 44 หรือไม่ และไม่ว่านายจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม พวกเราก็คือสหายร่วมรบกันโดยธรรมชาติ"
คำพูดของเจิ้งไห่ช่างฟังดูลื่นไหลและน่าเชื่อถือ แต่เจียงฟานก็ไม่ได้ปักใจเชื่อเขาทั้งหมด ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะแล้วลองหยั่งเชิงถาม "สำนักงาน 44 คือองค์กรแบบไหนกันแน่ครับ? ทำไมเมื่อคืนตอนที่ผมตกอยู่ในอันตรายพวกคุณถึงไม่มาล่ะ? แล้วไอ้ของสกปรกพวกนั้นมันมีเยอะแค่ไหน? มันเพ่นพ่านไปทั่วเมืองเลยงั้นเหรอ?"
เจิ้งไห่ปรายตามองเขา ก่อนจะหันกลับไปมองตรงไปข้างหน้า "ฉันบอกนายได้แค่ว่า สำนักงาน 44 คือองค์กรเดียวในจิ่วโจวที่ยินดีจะออกหน้าจัดการกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอย่างเปิดเผย"
"หากนายต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่อาจรับมือได้ นายสามารถลองโทรไปที่เบอร์สี่สี่ตัวดู ถ้าโชคดี ก็อาจจะมีเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ว่างอยู่ถูกส่งไปช่วยเหลือ"
"แต่โดยทั่วไปแล้ว เราไม่มีกำลังพลมากพอที่จะไปจัดการกับเหตุการณ์ระดับเล็กๆ แบบที่นายเจอหรอกนะ หน้าที่หลักของเราคือการรักษาความปลอดภัยของคนทั้งเมือง"
"ตั้งแต่เมื่อ 19 ปีก่อน เหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนถึงตอนนี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นบนโลกนี้มากน้อยแค่ไหนแล้ว ฉันรู้แค่ว่าพอตกกลางคืนเมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่สืบสวนในสาขาของเราจะต้องถูกส่งตัวออกไปปฏิบัติภารกิจกันจนแทบหมดเกลี้ยง"
สีหน้าของเจียงฟานเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีขณะที่เขากำลังประมวลผลข้อมูลเหล่านี้
เขากำลังจะอ้าปากถามอะไรบางอย่างต่อ แต่รถตู้พิเศษก็ขับลงไปในลานจอดรถใต้ดินเสียก่อน ป้ายที่อยู่ใกล้ๆ เขียนเอาไว้ว่า 'โรงพยาบาลเขตหลงเจียง' คนกลุ่มนี้เดินผ่านอาคารหลายหลัง จนกระทั่งมาถึงอาคารการแพทย์ส่วนตัวที่แยกตัวออกไปต่างหาก
เจียงฟานถูกพาตัวไปยังห้องตรวจเดี่ยว เขาต้องทำแบบทดสอบบุคลิกภาพเบื้องต้น แบบประเมินแนวโน้มการก่ออาชญากรรม แบบประเมินสภาวะบอบช้ำทางจิตใจจากความเครียด และสุดท้ายคือการวัดอุณหภูมิร่างกาย
กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยไปถึงหกชั่วโมงแล้ว
ภายในห้องรับรอง เจิ้งไห่พยักหน้าให้เจียงฟานขณะที่เดินเข้ามา "สภาพจิตใจของนายไม่มีปัญหาอะไร ฉันกรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของนายให้แล้ว ถ้านายไม่มีข้อโต้แย้งอะไรก็เซ็นชื่อซะ อุณหภูมิร่างกายของนายคือ 34.6 องศา การกินเนื้อวิญญาณสักหกเหลียงน่าจะช่วยให้นายฟื้นตัวได้"
ขณะที่พูด เขาก็หยิบขวดใสขนาดเล็กเท่ากำปั้นซึ่งดูคล้ายแก้วออกมา ภายในบรรจุสสารสีดำบางอย่างเอาไว้
"วิญญาณของคนเรามีน้ำหนัก เมื่อผีตาย มันจะทิ้งวิญญาณเอาไว้ พวกเรามักจะเรียกมันว่าเนื้อวิญญาณ ของพรรค์นี้จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ในภาชนะพิเศษ ฉันชั่งน้ำหนักส่วนของนายดูแล้ว ได้หนึ่งจินกับอีกสองเหลียง น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้มันน่าจะสลายตัวไปบ้างแล้วเพราะเก็บรักษาไม่ถูกวิธี"
เจียงฟานตระหนักได้ทันทีว่า นี่คือก้อนมวลสารที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่เขาสังหารผีสาวตนนนั้นไป
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เด็กระแวงจัดอย่างนายคงไม่ยอมตกลงเข้าร่วมสำนักงานง่ายๆ หรอก อีกอย่าง เราก็ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้ารับใครเข้ามาง่ายๆ ด้วย เพราะงั้นฉันจะไม่ก้าวก่ายก็แล้วกัน นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว ฉันยังมีเรื่องอื่นต้องไปจัดการต่อ นายเรียกแท็กซี่กลับเองได้เลยนะ"
"แต่จำเอาไว้อย่างนึงนะ นับตั้งแต่วินาทีที่นายมองเห็นผีตนนั้น ชีวิตของนายจะไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป เมื่อใดที่นายได้สัมผัสกับพลังเหนือธรรมชาติ นายก็จะมีโอกาสพบเจอพวกมันได้ง่ายขึ้น ถ้านายไม่หาทางปกป้องตัวเอง สักวันนายอาจจะหายสาบสูญไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอยก็ได้"