- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- บทที่ 2 หญิงสาวผู้ล่วงลับ
บทที่ 2 หญิงสาวผู้ล่วงลับ
บทที่ 2 หญิงสาวผู้ล่วงลับ
บทที่ 2 หญิงสาวผู้ล่วงลับ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออกด้วยเสียง
เสียงฝีเท้าจากชั้นบนหยุดลงอย่างกะทันหัน เจียงฝานแค่นหัวเราะ เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายโกหก จึงพูดจาไม่อ้อมค้อม "นี่คุณซ่ง ขยันจังเลยนะ? กลางวันไม่มีเวลาซ้อมเต้นหรือไง ถึงต้องมาทำตัวเป็นขวงเหิงเจาะผนังขโมยแสงอ่านหนังสือตอนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้?"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงหอบหายใจหนักๆ ดังลอดมา น้ำเสียงของหญิงสาวฟังดูสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันนอนอยู่บนเตียงตลอดเลยนะ ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเลย นาย... ได้ยินเสียงฝีเท้าจริงๆ เหรอ?"
"ยังจะมาปากแข็งอีก? อยากให้ฉันโทรเรียกเจ้าของบ้านมาจัดการจริงๆ ใช่ไหม?" เจียงฝานขมวดคิ้ว เขาไม่คิดเลยว่าเด็กสาวหน้าตาซื่อๆ จะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้า "ตึกๆๆ" ก็ดังรัวเร็วมาจากชั้นบน ตามมาด้วยเสียงเปิดประตู
ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
เจียงฝานส่องดูผ่านตาแมว เป็นเด็กสาวจากห้องชั้นบนนั่นเอง เขารู้แค่ว่าเธอแซ่ซ่ง หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปร่างก็ดูดี ยิ่งตอนนี้เธอสวมชุดนอนรัดรูปด้วยแล้ว ถ้าไม่นับเรื่องทำเสียงดังน่ารำคาญ คงยากที่ผู้ชายคนไหนจะโกรธผู้หญิงแบบนี้ลง
"มีอะไร?"
เขาแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย
เด็กสาวเอาแต่ชะเง้อมองไปด้านหลัง ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างซ่อนตัวอยู่ในโถงทางเดินอันมืดมิด
"ขอฉันเข้าไปข้างในก่อนได้ไหม?"
"ไม่ได้ มีอะไรก็พูดมาตรงนี้แหละ สังคมสมัยนี้ ผู้ชายออกไปไหนมาไหนก็ต้องรู้จักระวังตัวนะรู้ไหม"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเด็กสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง เธอหันขวับไปมองด้านหลังอีกสองรอบก่อนจะละล่ำละลักพูดออกมา
"เจียงฝาน หลังจากที่นายกลับลงมา ฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเห็นข่าวผู้หญิงตายในหมู่บ้านแถบเมืองมหาวิทยาลัย เธอเป็นนักศึกษาเอกบัลเล่ต์ และมันเป็นคดีฆาตกรรม แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาประเมินและราคาค่าเช่าของคอนโด ลูกบ้านทุกคนเลยลงขันกันปิดข่าวนี้ให้เงียบที่สุด"
"ตอนนั้นฉันแอบกลัวก็เลยไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ดีๆ แต่พอลองมาคิดดูแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากที่สถานที่เกิดเหตุจะเป็นคอนโดที่เราอยู่นี่แหละ ตอนที่นายมาเช่าห้อง นายไม่สังเกตเหรอว่าที่นี่มีห้องว่างเยอะมาก? ทำเลดีขนาดนี้ ไม่น่าจะร้างคนขนาดนี้ได้หรอก"
ถึงแม้ว่าย่านนี้จะเป็นเขตที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญในเมืองอวี้ แต่ก็อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ปกติแล้วห้องพักในละแวกนี้จะเป็นที่ต้องการสูงมาก
"ขอฉันเข้าไปก่อนได้ไหม? การที่นายได้ยินเสียงฝีเท้า แสดงว่าห้องที่นายเช่าอยู่คือสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมในอดีต บางทีผู้หญิงคนนั้น... อาจจะกลับมาแล้วก็ได้!"
เด็กสาวมีสีหน้าร้อนรน แต่เจียงฝานกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร และไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้เธอเข้ามาในห้องแม้แต่น้อย
เรื่องที่เธอพูดมันพิลึกพิลั่นเกินไป คนตายแล้วจะกลับมาได้ยังไง? นั่นมันผีชัดๆ! บนโลกใบนี้จะมีผีสางนางไม้โผล่มาจากไหนกัน? ดูท่าผู้หญิงคนนี้จะมีปัญหาทางจิตมากกว่า ขืนให้เข้ามาในห้อง เรื่องราวคงจะบานปลายไปกันใหญ่
"ถ้านายไม่เชื่อฉัน เอาอย่างนี้ นายลงไปข้างล่างเป็นเพื่อนฉันหน่อย เราไปแจ้งความหรือ... ไม่สิ"
หญิงสาวหยุดพูดกลางคัน จู่ๆ เธอก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถอยหลังไปสองก้าว
"ทำไมถึงมีแค่นายคนเดียวที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ในขณะที่ฉันไม่เคยได้ยินเลยสักครั้ง? หรือว่าที่จริงแล้วมันไม่ใช่ห้องของฉัน แต่เป็น..."
"ยังไงซะที่นี่ก็อยู่ไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะย้ายออก!"
เด็กสาวตะโกนลั่นพลางวิ่งหน้าตั้งลงบันไดไป พร้อมกับต่อสายหาใครบางคนให้มารับเธอ
เจียงฝานรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เขาปิดประตูแล้วหันกลับมามอง ภายในห้องที่มืดมิดมีเพียงแสงสลัวๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาล้มตัวลงนอนแล้ว แต่กลับถูกเสียงรบกวนจากชั้นบนปลุกให้ตื่น เขาเลยกะว่าจะอยู่ดึกเพื่อวาดฮู้สักหน่อย ก็เลยไม่ได้เปิดไฟ
"หึๆ คิดจะเล่นตุกติกกับฉันงั้นสิ? กะจะหลอกให้ฉันกลัวล่ะสิ? ไปสืบดูก่อนเถอะว่าปู่เจียงของแกทำงานอะไร!"
เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน แต่ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูกก็ยังคงเกาะกินอยู่ในใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ เจียงฝานก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่ระเบียง ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง ด้านนอกเป็นแปลงดอกไม้เก่าๆ กับลานคอนกรีตขนาดเล็ก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ พื้นที่ว่างเปล่าด้านล่างคอนโด
เขายืนรออยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่ยักจะเห็นเงาของผู้เช่าห้องชั้นบน หรือผู้ชายที่รับปากว่าจะมารับเธอทางโทรศัพท์เลย
"ยัยนั่นชิ่งหนีไปเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่น่าจะใช่นะ หรือว่าที่จริงแล้วเธอไม่ได้ลงไปข้างล่างเลย แต่แกล้งพูดขู่ให้ฉันกลัวกันแน่ ผู้หญิงคนนี้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกับเจ้าของบ้านฉันหรือเปล่า ถึงได้พยายามจะหาทางไล่ผู้เช่าห้องชั้นล่างออกไปแบบนี้?"
เจียงฝานพึมพำกับตัวเอง เขาเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือน เหตุผลหลักๆ ก็เพราะใกล้จะถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว และหลังจากที่เขาเริ่มต้นสืบทอดกิจการของบรรพบุรุษในคณะ เขาก็จำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับทำอุปกรณ์ประกอบฉากทางการแพทย์อย่างพวกฮู้ปลอมด้วย
ในฐานะเด็กใหม่ เขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับใครหน้าไหนในละแวกนี้เลย เขาจึงสรุปเอาเองว่าปัญหานี้น่าจะมาจากตัวเจ้าของบ้านนั่นแหละ
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เตรียมจะโทรหาเจ้าของบ้าน แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนวีแชทก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน
เป็นข้อความจากซ่งเมื่อครู่นี้เอง
เขากดรับสาย อีกฝ่ายลดเสียงกระซิบกระซาบ ดูเหมือนจะหวาดกลัวเอามากๆ "เจียงฝาน รีบออกมาเร็วเข้า! อย่าเพิ่งถามอะไรทั้งนั้น รีบลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้!"
เจียงฝานหรี่ตาลง ไม่ยอมปริปากพูดอะไร
"ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ รีบๆ ออกมาจากห้องนั้นเถอะ! เมื่อกี้ตอนที่ฉันอยู่ข้างล่าง นายรู้ไหมว่าฉันเห็นอะไร?"
"ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินเขย่งปลายเท้า จากระเบียงเข้าไปในห้องของนาย ปลายเท้าของเธอจิกพื้น หัวเอียงกระเท่เร่ แถมยังใส่ชุดกระโปรงสีขาว เหมือนกับกำลังเต้นบัลเล่ต์อยู่เลย! หนีเร็ว! ฉันดูไม่ผิดแน่ สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมก็คือห้องที่นายพักอยู่นั่นแหละ!"
ขณะที่พูด เธอก็กำลังวิ่งหนีออกจากหมู่บ้านไปด้วย ปลายสายมีเสียงฝีเท้าวิ่งรัวเร็วเล็ดลอดมาให้ได้ยิน
เจียงฝานยืนนิ่งอึ้ง ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก นับตั้งแต่ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเดินลงบันไดไป เขาก็ยืนดูอยู่ที่ระเบียงตลอดเวลาเลยนี่นา
แต่เขากลับไม่เห็นผู้หญิงที่เดินเขย่งปลายเท้า หรือแม้แต่เงาของซ่งที่วิ่งหนีออกไปจากตึกเลย
มาถึงตอนนี้ โอกาสที่มันจะเป็นแค่การกลั่นแกล้งก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่
เขากดวางสาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยฉับพลัน
"ตึกๆๆ"
เสียงฝีเท้าที่เคยดังมาจากในโทรศัพท์ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกลับไปโผล่อยู่ที่ห้องชั้นบนแทน ประเดี๋ยวก็ดังมาจากทางระเบียง ประเดี๋ยวก็ย้ายไปดังอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องนั่งเล่น คนปกติไม่มีทางเคลื่อนไหวด้วยความเร็วระดับนั้นได้หรอก
"นี่มันรายการแกล้งคน หรือว่ามีคนสองคนร่วมมือกันต้มตุ๋นฉันเนี่ย?"
เสียงฝีเท้าของคนเรา นอกเหนือจากลายนิ้วมือแล้ว ก็ถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งที่ใช้ระบุตัวตนได้ เสียงฝีเท้าของคนเกือบทุกคนจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย และคนที่คุ้นเคยกันดีก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใครเพียงแค่ได้ยิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชถึงขั้นสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยคร่าวๆ จากเสียงฝีเท้าได้เลยทีเดียว
เจียงฝานเคยศึกษาเรื่องพวกนี้มาบ้าง หลังจากตั้งใจฟังอยู่อู่พักใหญ่ เขาก็พบว่าเสียงฝีเท้าทั้งสองชุดนั้นเป็นของคนคนเดียวกันอย่างชัดเจน ซึ่งมันออกจะหลอนๆ อยู่สักหน่อย
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง สภาพจิตใจอันแข็งแกร่งที่เขาอุตส่าห์หล่อหลอมมาตั้งแต่เด็กกำลังถูกท้าทายอย่างหนักในวินาทีนี้ มือที่ถือโทรศัพท์อยู่รู้สึกแข็งเกร็งไปหมด
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์จากการทำคดีร่วมกับปู่มานับไม่ถ้วน เจียงฝานได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาแล้วนับร้อยคดี ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝีมือคนเล่นตุกติก หรือไม่ก็เป็นเพราะสภาพจิตใจของตัวผู้ประสบเหตุเองที่อ่อนแอจนจินตนาการไปเองทั้งนั้นแหละ
เขายังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง ก่อนจะต่อสายหาเจ้าของบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว เขาต้องโทรไปถึงสองสายกว่าอีกฝ่ายจะยอมรับ เสียงตะคอกด้วยความหงุดหงิดของชายวัยกลางคนดังลอดมาตามสาย
"ไอ้เด็กเวร โทรมาหาพ่มึตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ กูจะด่าให้เสี*หมาเลยคอยดู!"
เจียงฝานชักจะหมดความอดทน "หุบปาก!"
"ตอนนี้ ฉันถามคำ นายก็ตอบมาคำ ถ้าไม่งั้นล่ะก็ ฉันเอาแกตายแน่ ฉันรู้ว่าบ้านแกอยู่ที่ไหน"
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยความอำมหิตเยือกเย็นที่ถูกหล่อหลอมมาจากประสบการณ์โชกโชน เจ้าของบ้านที่อยู่ปลายสายถึงกับสะดุ้งโหยง อาการง่วงเหงาหาวนอนปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาข่มขู่เอาได้ง่ายๆ
"ไอ้หนุ่ม นี่มันสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายนะเว้ย เอะอะก็จะฆ่าจะแกงกันง่ายๆ แบบนี้ คิดจะใช้กำลังหรือไง? เห็นว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดหรอกนะ จะสอนให้เอาบุญ ตบหน้าทีนึงก็โดนปรับเป็นแสนแล้ว ขายบ้านที่บ้านนอกแกทั้งหมู่บ้านยังไม่พอจ่ายค่าทำขวัญเลยมั้ง"
เมื่อเทียบกับอีกฝ่ายแล้ว เจียงฝานดูเหมือนจะผ่านโลกมามากกว่า เขาเมินเฉยต่อการปะทะฝีปากที่ไร้สาระแบบนี้ แล้วถามเข้าประเด็นทันที "ห้องที่นายปล่อยให้ฉันเช่า มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
อีกฝ่ายฉุนกึกขึ้นมาทันที "ห้องของฉันจะมีปัญหาอะไรวะ? อุตส่าห์เห็นว่าเป็นนักศึกษาเลยให้เช่าในราคาถูกๆ นี่ยังจะมาแบล็กเมล์กันอีกเหรอ? อายุแค่นี้อย่าริอ่านทำตัวเป็นโจรเลยวะ!"
"มีผู้หญิงตายในห้องของนาย เป็นคดีฆาตกรรม"
คราวนี้เจ้าของบ้านชักจะลุกลี้ลุกลน "อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะเว้ย คนที่ตายไม่ได้อยู่ในห้องของฉัน..." เขาชะงักคำพูดกลางคัน เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไปมากเกินไปเสียแล้ว
เจียงฝานขมวดคิ้ว มีคนตายในตึกนี้จริงๆ ด้วย
แถมเจ้าของบ้านยังมีท่าทีปิดบังซ่อนเร้นแบบนี้ แสดงว่าต่อให้ไม่ใช่ห้อง 304 ก็ต้องเป็นห้องที่อยู่ชั้นบน ชั้นล่าง หรือไม่ก็ห้องข้างๆ นี่แหละ
"ฉันขอถามหน่อย ห้องที่มีคนตาย หลังจากนั้นมีคนมาเช่าต่อไหม? ผู้หญิงคนที่ตายชื่ออะไร? มีรูปถ่ายไหม? ส่งมาให้ฉันดูหน่อยสิ!"
"นี่แกหมายความว่ายังไง?" เจ้าของบ้านยังคงทำเป็นไขสือ ไม่ยอมรับความจริง
"ฉันไม่ได้มาพูดเล่นกับนายนะ ถ้านายไม่ยอมบอก ฉันจะบุกไปหานายเดี๋ยวนี้แหละ แล้วจะเค้นคอถามให้รู้เรื่องเลย" เจียงฝานไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมทายใจกับอีกฝ่ายหรอกนะ
เจ้าของบ้านเงียบไปพักใหญ่ "แกเจอเรื่องอะไรเข้าล่ะสิ? คนที่ตายอยู่ห้องชั้นบนเหนือห้องฉันขึ้นไป เจ้าของห้องคนนั้นก็ดันมาเกิดอุบัติเหตุตามไปด้วย หลังจากนั้นห้องนั้นก็ไม่เคยมีใครมาเช่าอีกเลย รูปถ่ายฉันไม่มีหรอก เด็กสาวคนนั้นหน้าตาสะสวยมาก เป็นนักศึกษาบัลเล่ต์ หุ่นดีสุดๆ อ้อ แล้วเธอก็แซ่ซ่งด้วยนะ"
เมื่อได้ยินคำสุดท้าย สมองของเจียงฝานก็อื้ออึงไปหมด
ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่การแกล้งกันของเด็กสาว เจ้าของบ้านของเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาร่วมมือเล่นละครตบตากับเธอเลยนี่นา
แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี บนโลกใบนี้มันมีผีจริงๆ งั้นเหรอ?
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง
"ตึกๆๆ"
เสียงฝีเท้าชุดหนึ่งดังไล่ลงมาจากบันได ฟังดูแปลกประหลาดราวกับว่ามีใครบางคนกำลังกระโดดอยู่ และในวินาทีต่อมา ประตูห้องของเจียงฝานก็ถูกเคาะอย่างแรง
"เจียงฝาน รีบตามฉันมาเร็วเข้า! ฉันจะพานายไปซ่อนในที่ปลอดภัยเอง!"