เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 การท้าทายอีกครั้งของธอร์ (ตอนจบ)

บทที่ 20 การท้าทายอีกครั้งของธอร์ (ตอนจบ)

บทที่ 20 การท้าทายอีกครั้งของธอร์ (ตอนจบ)


บทที่ 20 การท้าทายอีกครั้งของธอร์ (ตอนจบ)

"ธอร์ นี่หรือคือความเข้าใจในการต่อสู้ของเจ้า? ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่จดจำบทเรียนจากการประมือครั้งก่อนเลยสินะ! จงจำไว้ว่าเจ้าต้องระวังมากกว่าสิ่งที่ตามองเห็น เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในสิ่งที่มองไม่เห็น"

เสินมู่กล่าวกับธอร์ผู้ซึ่งร่างกายฝังจมลึกเข้าไปในกำแพงจนขยับเขยื้อนไม่ได้ เพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาถูกเสินมู่หวดกระเด็นด้วยหาง!

ชั่วขณะนั้น ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้นจากการโจมตีเมื่อครู่ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มถึงขีดสุด!

พวกเขาไม่ได้แสดงความกังวลเลยแม้แต่น้อยที่เจ้าชายของตนพ่ายแพ้ เพราะในสายตาของชาวแอสการ์ด เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ลานประลอง ยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหมดล้วนไร้ความหมาย! ในสนามแห่งนี้มีเพียงนักรบสองคนเท่านั้น

"ธอร์ ลุกขึ้นมา! หากเจ้าล้มลงง่ายดายเพียงนี้ มันช่างน่าสมเพชยิ่งนัก!"

หลังจากฝุ่นควันจางลง กลุ่มสามนักรบที่อยู่ข้างเวทีต่างตะโกนเรียกเขาจนเสียงแหบแห้ง พวกเขาคือสหายสนิทที่สุดของธอร์ และไม่เชื่อว่าธอร์จะพ่ายแพ้หมดรูปเช่นนี้

"เสิน เจ้ายังไม่ได้เอาจริงใช่หรือไม่?"

ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ ธอร์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีเมื่อครู่ เขาเรียกค้อนคู่ใจให้ช่วยดึงร่างลงมาจากกำแพง จากนั้นจึงปัดฝุ่นตามตัวและตะโกนถามเสินมู่

น้ำเสียงของเขาแฝงความไม่พอใจ เพราะการที่เสินมู่ไม่ออกแรงเต็มที่ ทำให้เขารู้สึกเหมือนศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำ

"ธอร์ นี่ไม่ใช่การต่อสู้เสี่ยงตาย หากผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าไม่ใช่ข้า แต่เป็นโวลสแต็กหรือซิฟ เจ้าจะสู้กับพวกเขาด้วยกำลังทั้งหมดที่มีหรือไม่?"

ต้องยอมรับว่าธอร์ในตอนนี้ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!

ความไร้เดียงสานี้ไม่ได้สะท้อนผ่านอายุขัย แต่แสดงออกผ่านความคิดและการกระทำ การศึกษาภาคบังคับของแอสการ์ดอาจเน้นเพียงการถ่ายทอดความรู้และทักษะการต่อสู้ แต่กลับบกพร่องเรื่องการขัดเกลาจิตใจ

เวลาเกือบ 1,500 ปีทำให้ธอร์เติบโตขึ้นเป็นเพียงคนบ้าพลังที่มีกล้ามเนื้ออัดแน่นอยู่ในสมองเท่านั้น

ในทางกลับกัน ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่เขาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ กลับช่วยให้เขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลยกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

"เสิน เจ้าไม่เหมือนโวลสแต็กและคนอื่นๆ และข้าก็ไม่ใช่ซิฟ ข้าหวังว่าการต่อสู้ของเราจะดุเดือดกว่านี้ ไม่ใช่อ่อนปวกเปียกราวกับสตรี"

ทันทีที่ธอร์พูดจบ ซิฟที่อยู่นอกสนามประลองก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งใส่เขาทันที

"สู้เข้า! สู้เข้า!"

เสียงเชียร์ของชาวแอสการ์ดจุดประกายความคึกคักขึ้นอีกครั้ง

"เสิน ได้ยินไหม? นี่คือแอสการ์ด" ธอร์จ้องมองเสินมู่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน

"หากเจ้ายืนกรานเช่นนั้น ข้าก็จะเอาจริง หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจภายหลังก็แล้วกัน"

เสินมู่จะทำอะไรได้กับคนที่เรียกร้องหาความเจ็บปวด? แน่นอน ก็ต้องสนองความต้องการให้สาสม!

ในขณะเดียวกัน โลกิซึ่งได้ข่าวว่าพี่ชายกำลังจะท้าดวลเสินมู่อีกครั้ง ก็เดินมาถึงขอบสนามประลอง เขาได้ยินคำพูดของเสินมู่พอดี ดวงตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ รู้ได้ทันทีว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกให้ชม!

เขาเคยเห็นสภาพสะบักสะบอมของธอร์ตอนพ่ายแพ้กลับมา เรียกได้ว่าตลอดพันกว่าปีที่เป็นพี่น้องกันมา เขาไม่เคยเห็นธอร์บาดเจ็บหนักขนาดนั้นมาก่อน

และเสินมู่ผู้ที่สามารถสร้างบาดแผลให้ธอร์ได้ ย่อมไม่ใช่ใครที่จะมาล้อเล่นด้วยได้ง่ายๆ

"ต้องอย่างนี้สิ! การสู้สุดกำลังคือการให้เกียรตินักรบอย่างสูงสุด"

สิ้นคำ ธอร์ก็เหวี่ยงค้อนแล้วกระโจนลอยตัวพุ่งเข้าหาเสินมู่ หมายจะฟาดฟันลงมาจากกลางอากาศ

เพื่อรักษาวาจาที่ลั่นไว้ ธอร์ไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย กล่าวได้ว่าการโจมตีครั้งนี้ ในแอสการ์ดปัจจุบัน ไม่มีใครต้านทานได้นอกจากโอดิน

ทว่าเสินมู่ไม่ได้หลบหนีเลยแม้แต่น้อย ถึงเวลาแล้วที่จะทำให้ธอร์ตื่นจากความฝันมาเผชิญความจริง!

เสินมู่กางกรงเล็บที่กำแน่นออกและพุ่งเข้ารับการปะทะซึ่งหน้า

เหล่าผู้ชมเมื่อเห็นเสินมู่กล้ารับการโจมตีนี้ตรงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดเสียวแทน! เพราะชื่อเสียงอันเกรียงไกรของค้อนมโยลเนียร์นั้นโด่งดังสะท้านฟ้ายิ่งกว่าตัวธอร์เสียอีก

ตูม!

พริบตาถัดมา เสียงปะทะกัมปนาทก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานประลอง คลื่นอากาศมหาศาลพัดพาฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เศษซากกำแพงที่ธอร์เพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ปลิวว่อนไปทั่ว

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ชมตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นป้องหน้า และยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้มองเห็นผลลัพธ์ของการปะทะ เงาร่างหนึ่งก็ปลิวลอยละลิ่วออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันอีกครั้ง

ร่างนั้นตีลังกาหลายตลบกลางอากาศ ก่อนจะลงสู่พื้นด้วยสองเท้า ครูดไถลไปกับพื้นจนเกิดเป็นร่องลึกเพื่อสลายแรงกระแทก

เมื่อฝุ่นควันค่อยๆ จางลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง!

"โอดินทรงโปรด ข้าเห็นอะไรกันเนี่ย?"

"มังกรยักษ์ตนนั้นถือค้อนมโยลเนียร์อยู่"

"เป็นไปได้ยังไง? ข้าฝันไปหรือเปล่า?"

เป็นที่รู้กันทั่วในแอสการ์ดว่าค้อนมโยลเนียร์ถูกลงอาคมโดยโอดิน ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงฉลอง ธอร์เคยวางค้อนไว้กลางลานและประกาศท้าให้ทุกคนลองยกมันขึ้นมา

ในเวลานั้น ด้วยฤทธิ์สุรา ผู้คนกว่าครึ่งงานต่างดาหน้าเข้ามาลองของ แต่โชคร้าย จวบจนงานเลี้ยงเลิกรา ก็ไม่มีใครสามารถขยับมันได้แม้แต่นิดเดียว

"เป็นไปไม่ได้!"

แฟนดรัลและคนอื่นๆ อุทานออกมาทันที นั่นคือมโยลเนียร์เชียวนะ!

อย่างไรก็ตาม หากจะถามว่าใครในที่นั้นตกใจที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นโลกิ!

เขาเคยแฝงตัวปะปนกับฝูงชนเพื่อลองยกมโยลเนียร์มาก่อน เพียงแต่เขาทำไม่สำเร็จ

เขาคิดเสมอว่าการครอบครองมโยลเนียร์ได้ เท่ากับมีสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์ แต่หารู้ไม่ว่าชะตากรรมของเขาและธอร์ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ต้น

ในฐานะทายาทแห่งยักษ์น้ำแข็ง เขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบัลลังก์มาตั้งแต่กำเนิด

โศกนาฏกรรมของเขาอาจเริ่มจากการที่โอดินส่งสัญญาณผิดๆ ตั้งแต่วันที่รับเขามาเลี้ยง ทำให้เขาหลงเชื่อว่าตนเองไม่ได้แตกต่างไปจากธอร์ และฟริกกาก็ดูแลเขาประดุจบุตรในอุทร

ดังนั้นไม่ว่าโลกิจะพยายามพิสูจน์ตัวเองมากเพียงใด พยายามแสดงให้เห็นแทบตายว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นราชาแห่งแอสการ์ดมากกว่าธอร์ ทุกอย่างก็ล้วนสูญเปล่า

ราชาเทพแห่งแอสการ์ดถูกลิขิตไว้แล้วว่าจะต้องไม่ใช่ยักษ์น้ำแข็ง

"เป็นไปไม่ได้!"

ธอร์มองเห็นสถานการณ์กลางลานประลอง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

แววตาของเขาฉายอารมณ์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งความสูญเสีย ความโกรธเกรี้ยว ความโศกเศร้า และความริษยา... ความรู้สึกราวกับเห็นคนรักสุดดวงใจกำลังโอบกอดชายอื่นต่อหน้าต่อตา ราวกับถูกสวมเขาเข้าอย่างจัง

ส่วนสาเหตุที่เสินมู่สามารถยกมโยลเนียร์ขึ้นมาได้นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกเล่น เขาไม่ได้ยกมันขึ้นมาจริงๆ!

เพราะศาสตราวุธเทพชิ้นนี้ไม่สามารถยกขึ้นได้ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว

เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีพลังระดับเดียวกับโอดิน จนสามารถทำลายอาคมที่ลงไว้ด้วยกำลัง หรือมีพละกำลังมหาศาลขนาดที่สามารถแบกดาวเคราะห์ทั้งดวงได้ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ

ซึ่งเสินมู่ในตอนนี้ยังทำไม่ได้ทั้งสองเงื่อนไข

ส่วนเหตุผลที่เขาดูเหมือนจะยกมโยลเนียร์ขึ้นมาได้นั้น เป็นเพราะเขาใช้สนามพลังชีวภาพห่อหุ้มและแยกตนเองออกจากตัวค้อน โดยไม่ได้สัมผัสมันโดยตรง

ทว่าภาพที่ปรากฏออกมากลับตบตาผู้คนได้อย่างแนบเนียน อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ธอร์ก็ถูกหลอกเข้าเต็มเปา!

จบบทที่ บทที่ 20 การท้าทายอีกครั้งของธอร์ (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว