เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ภารกิจต่อเนื่อง

บทที่ 23 - ภารกิจต่อเนื่อง

บทที่ 23 - ภารกิจต่อเนื่อง


บทที่ 23 - ภารกิจต่อเนื่อง

ยังไม่ทันที่ลู่อันจะหายตกใจ สติของเขาก็ถูกดึงเข้าสู่สนามรบจำลองเสียแล้ว

บนลานประลอง เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

นี่มันยัยเด็กที่เคยประกาศว่าจะเลี้ยงดูเขาอย่าง หลินเสี่ยวลู่ ไม่ใช่หรือไง

คนทั้งโรงเรียนเก้ารู้ดีว่าหลินเสี่ยวลู่มีใจให้ลู่อัน ซึ่งตัวเขาเองก็รู้ดีเช่นกัน

ไม่ใช่แค่หลินเสี่ยวลู่เท่านั้น นักเรียนหญิงคนอื่นๆ ก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

ก็แหงล่ะ ใบหน้าหล่อเหลากับบุคลิกที่ดูเงียบขรึมของเขามันดึงดูดใจสาวๆ ได้ชะงัดนัก ราวกับพวกหนุ่มหล่อบ้านรวยที่ดูดีมีชาติตระกูล!

[3... 2... 1... เริ่มได้!]

เสียงประกาศเริ่มการประลองดังขึ้น หลินเสี่ยวลู่ที่ถือคทาไม้สีน้ำตาลก็วาดคทาไปในอากาศ

"ครืน~"

มีเสียงบางอย่างดังขึ้นใต้เท้าของลู่อัน เถาวัลย์หลายเส้นงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และรัดข้อเท้าของเขาเอาไว้แน่น

"เชี่ย ยัยนี่ไปหัดใช้เคล็ดวิชาวิญญาณมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"

ลู่อันทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ท่าโจมตีของหลินเสี่ยวลู่คือเคล็ดวิชาวิญญาณของจริง เป็นสายควบคุมธาตุไม้

"ขาดไปซะ!"

ลู่อันกำมีดอีโต้แน่น ร่ายเพลงกระบี่ชาวนาสามท่า · ท่าที่สอง · ตัดหญ้า ฟันเถาวัลย์ที่รัดเท้าขาดกระจุย ก่อนจะรีบกระโดดหนีออกจากจุดนั้นทันที

"ขอดูข้อมูลคู่ต่อสู้หน่อย"

เมื่อกระโดดพ้นระยะการควบคุมแล้ว ลู่อันก็เปิดดูหน้าต่างข้อมูลของหลินเสี่ยวลู่

[หลินเสี่ยวลู่]

[ระดับหมิง ขั้น 1]

[พละกำลัง: 4.32]

[ความเร็ว: 5.7]

[พลังชีวิต: 4.8]

[พลังป้องกัน: 4.5]

[พลังวิญญาณ: 7.8]

[เคล็ดวิชาวิญญาณ: ระดับหมิง · เถาวัลย์พันธนาการ (ขั้นรู้เบื้องต้น)]

"เมจตัวบางนี่หว่า?"

หลังจากดูข้อมูลของหลินเสี่ยวลู่จบ ลู่อันก็เบิกตาโพลง

เธอไม่น่าจะใช่ผู้หญิงบ้าพลังหรอกเหรอ ถึงได้ตีเจ็บขนาดนั้น...

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า พรสวรรค์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ แค่เริ่มต้นก็มีค่าสถานะสูงปรี๊ดขนาดนี้แล้ว

เอ๊ะ?

มีบางอย่างผิดปกติ... หรือว่ายัยนี่จะแอบไปกินยาโด๊ปมา?

ลู่อันรู้เรื่องการปลุกกายวิญญาณดี ต่อให้มีพรสวรรค์ระดับหมิง แต่ค่าสถานะเริ่มต้นก็ไม่น่าจะสูงเวอร์ขนาดนี้นี่นา

โดยเฉพาะค่าพลังวิญญาณ ที่แทบจะไปแตะเกณฑ์ของพรสวรรค์ระดับหลิงอยู่แล้ว

ถ้าอย่างนั้น ความจริงก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

นั่นก็คือ อีกฝ่ายต้องกินพวกโอสถเพิ่มค่าสถานะ หรือผลไม้เพิ่มค่าสถานะเข้าไปแน่ๆ ถึงได้ดันค่าสถานะเริ่มต้นให้สูงขึ้นได้ขนาดนี้

แต่ก็มีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง

ยัยเด็กนี่อาจจะมีความพิเศษจริงๆ มีศักยภาพพอที่จะปลุกพรสวรรค์ระดับหลิงได้ ค่าสถานะเริ่มต้นก็เลยสูงตามไปด้วย

บนสนามรบจำลอง หลังจากหลินเสี่ยวลู่ใช้สกิลควบคุมพลาด พลังวิญญาณที่เหลืออยู่ก็ไม่พอให้ร่ายเคล็ดวิชาได้อีก เธอจึงจำใจต้องพุ่งเข้ามาสู้ระยะประชิดกับลู่อัน

"ฮี่ฮี่... กระบวนท่าของเธอ ฉันรู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว แต่กระบวนท่าของฉัน เธอไม่รู้เลยสักนิด"

"ลอยไปซะเถอะ!"

ลู่อันสวมบทคนใจหินไร้ความปรานี โยกหลบการโจมตีของหลินเสี่ยวลู่ไปสองสามท่า ก่อนจะใช้จอบงัดร่างของเธอจนล้มหงายหลังไป

[การประลองจบลง ขอแสดงความยินดีที่คุณได้รับชัยชนะ...]

เมื่อการประลองสิ้นสุดลง สติของเขาก็กลับคืนสู่ร่างจริง

ลู่อันไม่ได้กดสู้ต่อ ตอนนี้เขามีคำถามหนึ่งอยู่ในใจ

ทำไมถึงจับคู่ไปเจอคนที่มีตัวตนอยู่จริงได้?

"ระบบ แกไม่อธิบายอะไรหน่อยเหรอ?"

[ไม่มีอะไรต้องอธิบาย ในเมื่อมันก็อปปี้ข้อมูลของคนจริงมาจำลองการต่อสู้ได้ การที่แกจะสุ่มไปเจอคนที่รู้จักมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร]

[คำแนะนำเล็กๆ: คู่ต่อสู้ที่เคยสู้ด้วยแล้ว สามารถเพิ่มเป็นเพื่อนได้ โดยระบบจะอัปเดตข้อมูลของเป้าหมายแบบเรียลไทม์ และแกสามารถกดที่รูปโปรไฟล์เพื่อขอประลองกระชับมิตรได้ รวมถึงสามารถเลือกระดับของอีกฝ่ายในแต่ละช่วงการเติบโตมาสู้ด้วยได้ ซึ่งการประลองกระชับมิตรนี้จะไม่มีผลกับแรงก์]

"เอ่อ..."

ลู่อันอยากจะถามเหลือเกินว่า แกไปก็อปปี้ระบบพวกนี้มาจากเกมไหนหรือเปล่า

แต่เขาก็ไม่ได้ถามออกไป และระบบก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ลู่อันเปิดดูประวัติการต่อสู้ แล้วกดแอดหลินเสี่ยวลู่เป็นเพื่อน จากนั้นก็กะจะแอดคู่ต่อสู้คนก่อนๆ ด้วย แต่กลับพบว่าแอดไม่ได้

ระบบแจ้งเตือนว่าพวกเขาเป็นแค่ข้อมูลจำลอง ไม่มีตัวตนอยู่จริง

เมื่อดูค่าสถานะของตัวเอง ลู่อันก็ล้มเลิกความคิดที่จะกดจับคู่ต่อ

ค่าสถานะของเขาในตอนนี้ยังไม่สูงพอ เขาไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะแมตช์ต่อไปได้

ช่วงเที่ยง ก็มีคนมาเชิญเขาไปกินข้าวที่บ้านอีก และมื้อเย็นก็เช่นกัน

หลังมื้อเย็น ลู่อันก็เปิดหนังให้ชาวบ้านดูเหมือนเดิม ซึ่งก็ดึงดูดชาวบ้านทั้งหมู่บ้านให้มานั่งดูกันพร้อมหน้าพร้อมตา

"ลู่อัน พี่มีเรื่องอยากจะขอร้องหน่อยน่ะจ๊ะ"

แม่ม่ายหลิวเดินเข้ามาหาลู่อัน ส่งสายตาหวานหยดย้อยมาให้

ลู่อันรีบถอยกรูดไปสองก้าว รักษาระยะห่างไว้สามฟุตทันที

ผู้หญิงคนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ รู้สึกเหมือนจ้องจะจับเขากินตลอดเวลา

"คิกคิกคิก... จะกลัวอะไรนักหนา พี่ไม่กินคนหรอกน่า"

เมื่อเห็นท่าทีของลู่อัน แม่ม่ายหลิวก็หัวเราะร่วน ไอ้หนุ่มวัยรุ่นนี่มันช่างน่าแกล้งจริงๆ

"พี่สาว มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ"

ลู่อันไม่เชื่อคำพูดของเธอหรอก ความคิดที่อยากจะกลืนกินเขามันแทบจะแปะหราอยู่บนหน้าเธออยู่แล้ว

แม่ม่ายหลิวทำตาโตค้อนใส่ "เรียกพี่สาวอะไรกันเล่า เรียกเจ๊สิจ๊ะ"

"คืออย่างนี้นะ พี่เห็นเธอเปิดหนังให้คนดูทุกวันเลย พี่ก็เลยกะว่าจะมาตั้งซุ้มขายพวกขนมขบเคี้ยวอยู่ข้างๆ บ้านเธอสักหน่อย พี่ไม่ได้มาใช้พื้นที่ฟรีๆ หรอกนะ พี่จะจ่ายค่าเช่าให้"

พูดจบ เธอก็หัวเราะคิกคักด้วยท่าทีเย้ายวน ก่อนจะดัดเสียงหวานหยดย้อย "หรือจะให้จ่ายเป็นตัวพี่ก็ได้นะ..."

"..."

ลู่อันเริ่มจะรับมือไม่ไหวแล้ว ดาเมจของเจ๊แกช่างรุนแรงเหลือเกิน รุนแรงกว่าพวกเด็กสาววัยรุ่นในโรงเรียนเก้าตั้งไม่รู้กี่เท่า

สมกับคำกล่าวที่ว่า ความน่ารักน่ะไร้ค่าเมื่อเจอความมีเสน่ห์ของผู้ใหญ่...

"พี่อยากจะตั้งก็ตั้งเถอะครับ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าหรอก"

ลู่อันรีบเผ่นหนีทันที ขืนอยู่นานกว่านี้ เขาคงต้องเสียท่าให้เจ๊แกแน่ๆ...

"คิกคิก..."

แม่ม่ายหลิวยืนหัวเราะคิกคักอยู่ข้างหลัง หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่น

วันรุ่งขึ้น

[เรื่องซุบซิบชาวบ้าน · ข่าวสารประจำวัน: เมื่อบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกเห็นว่าแม่ทัพใหญ่กองกำลังพิทักษ์กำแพงเมืองไม่ยอมปรากฏตัวเสียที จึงเริ่มสงสัยว่าเขาอาจจะสิ้นชีพไปแล้ว ทำให้กองกำลังกลุ่มกบฏของมนุษย์บางกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหวทดสอบท่าทีของกองกำลังพิทักษ์กำแพงเมือง]

[ภารกิจใช้แรงงานประจำวัน: คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี 500 เมล็ด รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ: เลือกรับค่าประสบการณ์ หรือ ค่าสถานะ อย่างใดอย่างหนึ่ง! (หมายเหตุ: นี่คือภารกิจต่อเนื่อง สามารถทำได้วันละครั้ง เป็นเวลา 45 วันติดต่อกัน!)]

หลังจากอ่านข่าวสารประจำวันจบ ลู่อันก็รู้สึกปลงตกอย่างบอกไม่ถูก

เผ่าพันธุ์มนุษย์ตกต่ำมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะมามัวแต่ตีกันเองอยู่อีก ทำไมไม่เอาแรงไปสู้กับพวกสัตว์อสูรเล่า?

สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่ภารกิจ ลองคำนวณเวลาดู อีก 45 วันก็ใกล้จะถึงช่วงเพาะกล้าพอดี

"แล้วจะไปหาเมล็ดพันธุ์ข้าวจากไหนล่ะเนี่ย?"

ลู่อันเกาหัวแกรกๆ ที่บ้านเขาไม่มีข้าวเปลือก แล้วมันจะมีเมล็ดพันธุ์ไว้ทำพันธุ์ได้ยังไงกัน

"ไปขอจากผู้ใหญ่บ้านดีไหมนะ?"

"ไม่เอาดีกว่า ขืนไปคัดเอาแต่เมล็ดพันธุ์ดีๆ มา แล้วปีนี้เขาจะเอาอะไรปลูกล่ะ เดี๋ยวค่อยเข้าอำเภอไปหาดูดีกว่า"

ลู่อันลุกจากเตียง จัดการอาบน้ำล้างหน้า ล้างหม้อ ทำกับข้าวเช้าตามปกติ

พอกินข้าวเช้าเสร็จ เขาก็เห็นแม่ม่ายหลิวแบกท่อนไม้ขนาดเล็กหลายท่อนเดินตรงมาทางเขา

"เป็นไปได้เหรอเนี่ย ขยันขนาดนี้เลยเรอะ?"

เมื่อนึกถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อคืน ลู่อันก็อดชื่นชมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้

มีหัวการค้านิดหน่อย แถมยังขยันขันแข็งสุดๆ

ก็อย่างว่าแหละ ยุคนี้ถ้าไม่ขยันก็คงอดตายไปนานแล้ว

"ตุบ~"

มัดไม้ถูกโยนลงบนพื้น แม่ม่ายหลิวเดินเข้ามาหาลู่อันด้วยรอยยิ้ม แล้วชี้มือไปที่ลานว่างห่างจากหน้าบ้านไปร้อยเมตร "ลู่อันจ๊ะ พี่ตั้งซุ้มตรงนั้นได้ไหม?"

"ไม่ตั้งใต้ชายคาบ้านผมล่ะ?"

ลู่อันแปลกใจนิดหน่อย เมื่อคืนยังบอกว่าจะตั้งซุ้มข้างๆ บ้านเขาอยู่เลย

"พี่เป็นม่าย มาอยู่ใกล้เธอเกินไปมันจะดูไม่งาม เดี๋ยวจะทำให้เธอเสียชื่อเสียงเอาได้"

นานๆ ทีแม่ม่ายหลิวจะพูดจาเป็นงานเป็นการ ไม่มาหยอกล้อลู่อันเล่น

"เอ่อ... ก็ได้ครับ"

ลู่อันไม่ขัดข้อง ตามใจอีกฝ่ายเลย ไม่ว่าจะตั้งใต้ชายคาหรือหน้าบ้านก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้นแหละ

"เจ๊ครับ เดี๋ยวผมช่วย"

พูดจบ ลู่อันก็คว้ามีดอีโต้เดินไปที่กองไม้นั้น

แม่ม่ายหลิวเอามือป้องปากหัวเราะ "คิกคิก... ลู่อันนี่น่ารักจริงๆ ไม่เหมือนพวกผู้ชายเหม็นสาบในหมู่บ้านเลย ดีแต่จะมาฉวยโอกาส แต่พอให้ช่วยทำงานกลับเงียบกริบ..."

พอเห็นท่าทางแบบนั้นของเธอ ลู่อันก็รีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิด

เจ๊คนนี้นี่มัน...

เมื่อมีลู่อันมาช่วย งานตอกเสาไม้ที่เดิมทีต้องใช้เวลาเป็นครึ่งค่อนวัน ก็เสร็จสิ้นภายในเวลาแค่สิบกว่านาที

ลู่อันเหลาปลายไม้ให้แหลม แล้วจับกระแทกลงดิน เสาไม้ก็ปักลึกลงไปถึงสามฟุต แถมยังลึกเท่ากันเป๊ะทุกต้น ทำเอาแม่ม่ายหลิวถึงกับตาโตเป็นประกาย

"คิกคิก... ลู่อันเสียบเก่งจังเลยนะจ๊ะ..."

ลู่อัน: ...

เขาไม่น่ามาแส่หาเรื่องช่วยเลยจริงๆ

"เรียบร้อยแล้วครับเจ๊ ผมขอตัวเข้าอำเภอก่อนนะ"

ลู่อันปัดมือเตรียมจะชิ่งหนี

พอแม่ม่ายหลิวได้ยินว่าเขาจะเข้าอำเภอ ดวงตาของเธอก็ยิ่งเป็นประกาย รีบพูดสวนขึ้นมาทันทีว่า "พี่ไปด้วย"

เธอยังรีบเสริมต่อว่า "จะไปซื้อของเข้าร้านน่ะ"

ลู่อันเข้าใจเหตุผล จึงสตาร์ทรถขับไปที่หน้าหมู่บ้าน แล้วตะโกนบอกชาวบ้านว่าจะเข้าอำเภอ

ไม่นานนัก รถบรรทุกสีแดงก็บรรทุกชาวบ้านเต็มกระบะท้าย แล้วมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอ...

จบบทที่ บทที่ 23 - ภารกิจต่อเนื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว