- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 35 - ตายอนาถผิดคาด
บทที่ 35 - ตายอนาถผิดคาด
บทที่ 35 - ตายอนาถผิดคาด
บทที่ 35 - ตายอนาถผิดคาด
วิ่งรวดเดียวผ่านถนนถึงสี่สาย กลับมาถึงบ้าน ตรวจดูหน้าต่างประตูให้เรียบร้อย เหอจื้อฝานก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เมื่อนึกย้อนไปถึงประสบการณ์น่าสะพรึงกลัวยามที่ตนเองสัมผัสโดนดาบเล่มนั้นเมื่อครู่นี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดี โชคดีเหลือเกินที่เขาสลัดมันหลุดได้อย่างรวดเร็ว
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ ไม่ว่าผู้ใดหากถูกดูดกลืนปราณแท้จริงไปจนหมดในขณะที่ไม่ทันระวังตัว ย่อมต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นเดียวกับเหอจื้อฝานทั้งสิ้น
หากข้าสลัดดาบยาวอันน่าสะพรึงกลัวนั่นไม่หลุดทันเวลา หลังจากมันดูดปราณแท้จริงในร่างข้าไปจนหมด มันก็คงจะฝืนดูดกลืนเลือดเนื้อของข้าไปด้วยเป็นแน่!
นั่นต้องเป็นดาบมารอย่างไม่ต้องสงสัย!
ในทวีปนภาเร้นลับ มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับวิถียุทธ์มากมาย อาวุธที่ฝืนลิขิตฟ้าก็คือหนึ่งในตำนานเหล่านั้น
ดังนั้นหลังจากเหอจื้อฝานตั้งสติได้ เขาก็มั่นใจว่าดาบเล่มนั้นน่าจะเป็นดาบมารที่สามารถดูดกลืนเลือดเนื้อคนได้ตามตำนานอย่างแน่นอน
โชคดีที่ข้าวิ่งหนีมาได้เร็ว!
มิเช่นนั้นคงกลายเป็นศพแห้งกรังไปแล้ว!
เมื่อถูกดาบมารไร้ชื่อเล่มนั้นทำให้ตกใจกลัว เหอจื้อฝานก็เลิกล้มความคิดที่จะออกไปขโมยของอีกรอบ
จุดตันเถียนของเขาว่างเปล่าไปหมดแล้ว หากเผชิญกับอันตราย เกรงว่าคงยากที่จะหนีเอาชีวิตรอดได้
เขากระโดดลงจากเตียง เลื่อนตู้เสื้อผ้าที่มุมห้องออก เปิดฝาที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เผยให้เห็นช่องมืดมิดที่อยู่เบื้องล่าง
นี่คือห้องลับใต้ดินที่เขาเพิ่งขุดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้
เขาหยิบห่อผ้าที่โยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะกระโดดลงไปในช่องนั้นด้วยความเบิกบานใจ
จุดตะเกียงน้ำมัน เขาก็เทของในห่อผ้าลงบนพื้น อาศัยแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเริ่มตรวจนับของที่ได้มาตลอดทั้งคืน
ของที่มีมากที่สุดก็คือเครื่องประดับทองคำและอัญมณี รองลงมาก็มีคัมภีร์ทักษะยุทธ์สามเล่มที่ค้นมาจากศพ ทั้งสามเล่มเป็นทักษะยุทธ์ระดับพื้นฐาน ทว่าเหอจื้อฝานก็ยังคงพอใจมาก เพราะหนึ่งในนั้นคือเพลงดาบระดับพื้นฐานขั้นสูงอันล้ำค่า ซึ่งเขาเองก็ฝึกฝนเพลงดาบมาโดยตลอด
ที่เหลือก็มีดาบยาวสามเล่ม ดาบโค้งสองเล่ม ซึ่งเหอจื้อฝานก็เก็บมาจากข้างๆ ศพเช่นกัน อาวุธทั้งห้าชิ้นนี้ส่องประกายเย็นเยียบ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่อาวุธสังหารธรรมดาทั่วไป ตอนนั้นเพราะกลัวว่าจะเจอไอ้บ้าฟู่หย่วนหมิง ประกอบกับความกังวลเรื่องน้ำหนัก เขาจึงเลือกเก็บมาเฉพาะอาวุธที่ดูร้ายกาจเป็นพิเศษเท่านั้น
พอเอามาตรวจสอบดูใหม่อีกครั้ง เหอจื้อฝานก็ยิ้มแก้มแทบปริ
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสายตาของเขานั้นเฉียบแหลมยิ่งนัก!
อาวุธระดับทั่วไปขั้นสูงสุดหนึ่งชิ้น อาวุธระดับลี้ลับขั้นต่ำสามชิ้น และดาบโค้งอาวุธระดับลี้ลับขั้นกลางอีกหนึ่งชิ้น!
"คราวนี้ได้กำไรมหาศาลจริงๆ ไม่เสียแรงที่ข้ายอมเสี่ยงชีวิตลงมือ!"
สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีสมุนไพรสองสามต้น และหินวิญญาณระดับต่ำอีกสิบกว่าก้อน
สมุนไพรและหินวิญญาณล้วนเป็นสิ่งที่เหอจื้อฝานพบเจอในคฤหาสน์ตระกูลป๋าย เขาค้นเจอจากศพหลังจากที่ไอ้บ้าฟู่หย่วนหมิงสังหารล้างคฤหาสน์ตระกูลป๋ายไปแล้ว
สมุนไพรนั้นเหอจื้อฝานตั้งใจจะเอาไปขาย เขาไม่ใช่นักปรุงโอสถ แค่สมุนไพรเขาก็ยังจำไม่ค่อยจะได้ จึงไม่กล้าเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า หากกินแล้วตายขึ้นมาจะไม่น่าอนาถใจแย่หรือ?
ส่วนหินวิญญาณเขาตั้งใจจะเก็บไว้ใช้เอง ในเมืองศิลาเหล็ก หินวิญญาณถือเป็นทรัพยากรการฝึกฝนที่ล้ำค่ามาก คนธรรมดาทั่วไปชั่วชีวิตหนึ่งอาจจะยังไม่เคยเห็นหินวิญญาณเลยสักก้อนเดียว
เหอจื้อฝานเองก็เคยเห็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นหินวิญญาณที่ถูกดูดซับพลังวิญญาณไปจนหมดแล้วด้วย ดูเหมือนก้อนหินสีขาวธรรมดาๆ ก้อนหนึ่ง เพื่อนร่วมอาชีพคนหนึ่งงัดออกมาโอ้อวดตอนที่เมามาย
เหอจื้อฝานหยิบหินวิญญาณที่ส่องประกายแวววาวขึ้นมาก้อนหนึ่ง เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้นตามวิธีที่เล่าขานกันในตำนาน กำหินวิญญาณไว้ในมือ เดินพลังตามเคล็ดวิชา พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์และเย็นสบายก็ไหลออกจากหินวิญญาณ ถูกเส้นชีพจรของเขาดูดซับเข้าไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นปราณแท้จริง!
วิธีการฝึกฝนแบบธรรมดาคือการเดินพลังเพื่อดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ทว่าเมื่อเทียบกับอากาศแล้ว สัดส่วนของพลังวิญญาณฟ้าดินที่ปะปนอยู่นั้นน้อยนิดมาก การดูดซับจึงเป็นไปอย่างเชื่องช้า
แต่การใช้หินวิญญาณในการฝึกฝนนั้นแตกต่างออกไป หินวิญญาณเต็มไปด้วยพลังวิญญาณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ สามารถดูดซับได้โดยตรง การฝึกฝนด้วยวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการฝึกฝนตามปกติถึงสิบเท่า!
เหอจื้อฝานเพียงแค่ลองทำดูเท่านั้น เขาก็จมดิ่งอยู่กับการยกระดับพลังอย่างบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์
ส่วนเรื่องดาบมารอันน่าสะพรึงกลัวที่ริมลานประหารนั้น เขาไม่กล้านึกถึงชั่วคราว
ต่อให้เขามีความกล้ามากกว่านี้อีกสิบเท่า เขาก็ไม่กล้าไปแตะต้องมันอยู่ดี
ถ้าเกิดโดนดูดจนแห้งไปจริงๆ จะทำอย่างไรเล่า?
เฉินฮ่าวมองดูเจ้านายที่หายตัวไป เขารออยู่นานสองนานเจ้านายก็ไม่กลับมาเสียที
เขาเริ่มหมดความอดทนแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์เช่นนี้ เจ้านายที่เพิ่งยอมรับกลับหายวับไปในชั่วพริบตา
ก็แค่ดูดปราณแท้จริงในจุดตันเถียนของเหอจื้อฝานผู้นั้นไปจนหมดเกลี้ยงเท่านั้นเอง!
จำเป็นต้องขี้เหนียวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
รอต่อไปอีกพักใหญ่ ในที่สุดเฉินฮ่าวก็มั่นใจแล้วว่า เขาถูกทอดทิ้งเสียแล้ว!
เจ้าเหอจื้อฝานนั่นถึงกับกล้าทอดทิ้งอาวุธระดับวิญญาณที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึง!!!
ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ!
เฉินฮ่าวทั้งโกรธทั้งแค้น ศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำอย่างย่อยยับ
อุตส่าห์คิดว่าพอได้เป็นอาวุธระดับวิญญาณแล้ว จะมีผู้ฝึกยุทธ์มากมายมาแย่งชิงเขาจนหัวร้างข้างแตก เลือดนองเป็นสายน้ำ... ทว่าผลสุดท้าย เขากลับถูกรังเกียจเสียนี่!
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากยอมรับเจ้านายแล้ว หากเจ้านายยังไม่ตาย เฉินฮ่าวก็ไม่สามารถไปหาเจ้านายคนอื่นได้
"ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการข้า เช่นนั้นข้าก็จะไปหาเจ้าเอง!"
ด้วยความโมโห เฉินฮ่าวจึงนึกขึ้นได้ว่าในฐานะที่เป็นดาบวิญญาณ เขายังมีปราณแท้จริงกักเก็บไว้มากพอสมควร เขาสามารถบินไปได้ระยะหนึ่งสบายๆ
เมื่อยอมรับเหอจื้อฝานเป็นเจ้านาย เฉินฮ่าวก็สามารถสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของเหอจื้อฝาน จึงไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่พบ
เห็นเพียงดาบโลหิตชาดเริ่มสั่นสะท้าน ก่อนจะพุ่งพรวดขึ้นไปกลางอากาศ บินโซเซมุ่งหน้าไปยังที่พักของเหอจื้อฝาน
ด้วยความที่เพิ่งเคยลองบินเป็นครั้งแรก เฉินฮ่าวจึงยังเป็นเพียงนักบินฝึกหัดเท่านั้น
ต่อให้ท้องฟ้าจะสว่างจ้าแล้ว บนท้องถนนก็ยังไร้ผู้คน การเข่นฆ่าอันโหดเหี้ยมของฟู่หย่วนหมิงเมื่อคืนนี้ทำให้ผู้คนตายไปมากมาย ผู้คนที่รอดชีวิตต่างก็หวาดกลัวจนหัวหด
เมื่อพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาในห้องของเหอจื้อฝาน เฉินฮ่าวก็สัมผัสได้ว่าเจ้านายอยู่ใต้ดิน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และไม่นานก็พบช่องทางลงใต้ดินที่ไม่ได้ปิดบังเอาไว้
อยู่ข้างล่างหรือ?
หรือว่าเขากำลังทำเรื่องชั่วร้ายอันใดอยู่ในห้องลับใต้ดินกัน?
สำหรับเหอจื้อฝานที่ทอดทิ้งตนเองนั้น เฉินฮ่าวไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้เลยแม้แต่น้อย
เขาตั้งใจจะใช้เหอจื้อฝานเป็นหนูทดลอง พอใช้เสร็จก็ทิ้งไปเสีย
เขาเลื่อนสายตาไปยัง "ขอบเขตเจตจำนงแห่งการสังหาร (ขั้นต้น)" บนหน้าต่างสถานะ ทักษะยุทธ์ทั้งหมดที่อยู่ในมรดกสังหารนาย ขอเพียงในดาบมีปราณแท้จริงกักเก็บไว้มากพอ เขาก็สามารถใช้ได้ทั้งสิ้น ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวก็คือไม่อาจใช้พลังเกินระดับของเจ้าของวิชาเดิมได้
เมื่อนึกถึงภาพฟู่หย่วนหมิงใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการสังหารเข่นฆ่าสามตระกูลใหญ่และสองพรรคใหญ่เมื่อคืนนี้ เฉินฮ่าวก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมา
"เปิดใช้งานขอบเขตเจตจำนงแห่งการสังหาร!"
รังสีอำมหิตสีเลือดปะทุออกมาจากดาบโลหิตชาดในพริบตา รังสีอำมหิตนั้นแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็ว
ไปทำให้ไอ้สารเลวนั่นตกใจเล่นดีกว่า ให้มันรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของข้าเสียบ้าง!
ให้มันรู้ว่า ศักดิ์ศรีของดาบวิญญาณนั้นมิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะมาดูแคลนได้ง่ายๆ!
หึหึ!
การที่จิตวิญญาณถูกจองจำอยู่ในดาบยาว ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ ไม่สามารถสื่อสารกับผู้ใดได้ มันเกือบจะทำให้เฉินฮ่าวเป็นบ้าไปแล้ว... หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาเริ่มจะเสียสติไปบ้างแล้วจริงๆ
โลหิตชาดหอบเอารังสีอำมหิตอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานลงไปในห้องลับใต้ดิน เล็งเป้าหมายไปที่เจ้านายที่กำลังหันหลังให้ตนเอง เฉินฮ่าวก็พุ่งทะยานเข้าไปราวกับลูกธนู
ตัวดาบโลหิตชาดปักฉึกลงบนพื้นกระดานตรงหน้าเจ้านาย รังสีอำมหิตเข้าครอบงำเหอจื้อฝานในทันที
เฉินฮ่าวตะโกนใส่เหอจื้อฝานเสียงดัง "ไอ้หนู ประหลาดใจหรือไม่ นึกไม่ถึงล่ะสิ ข้าหาเจ้าพบแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า..."
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินฮ่าวได้พูดคุยกับมนุษย์นับตั้งแต่ถูกหลอมรวมเข้ากับดาบมาร
เป็นประโยคแรกที่มีความหมายแห่งความทรงจำอย่างยิ่งยวด!
เขาอัดอั้นมานานเหลือเกิน คนทั่วไปไม่อาจเข้าใจถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้างเช่นนี้ได้ เขาต้องการหาคนมาพูดคุยด้วยอย่างเร่งด่วน!
เขาจ้องมองเหอจื้อฝานเขม็ง หวังจะชื่นชมสีหน้าตกตะลึงของอีกฝ่าย
อาวุธระดับวิญญาณที่พูดได้เชียวนะ!
"เจ้าเป็นคนแรกที่ได้ยินข้าพูด นี่ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ของเจ้าเลยนะ!"
"เจ้าเบิกตากว้างเชียว ตกใจกลัวข้าล่ะสิ?"
"เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเห็นดาบที่พูดได้งั้นหรือ?"
"เดี๋ยวก่อน เหตุใดเจ้าถึงพ่นเลือดออกมาล่ะ? ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ? ข้าเพิ่งเคยเห็นคนตกใจจนพ่นเลือดเป็นครั้งแรกนะเนี่ย เจ้าจะเปราะบางเกินไปแล้วกระมัง?"
"อย่าพ่นเลือดอีกเลย ขืนพ่นอีกเจ้าตายแน่! ความจริงแล้วข้าก็เป็นแค่ดาบวิญญาณ ดาบวิญญาณล้วนพูดได้เป็นเรื่องปกติ... สูดหายใจลึกๆ ทำใจให้สบาย ข้าไม่มีฟัน ข้าไม่กินคน... หยุดพ่นเลือดได้แล้ว!"
...
เฉินฮ่าวมองดูเหอจื้อฝานที่เส้นชีพจรทั่วร่างขาดสะบั้น ขาดใจตายเพราะกระอักเลือดอยู่ตรงหน้า เขาช่างรู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน
ดูเหมือนว่าเจ้านายคนที่สิบเอ็ดของเขาจะเกิดธาตุไฟแตกซ่านตอนที่กำลังฝึกฝนพอดี
อืม... ช่างตายอนาถผิดคาดเสียจริง!