- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 27 - สิ้นไร้หนทาง
บทที่ 27 - สิ้นไร้หนทาง
บทที่ 27 - สิ้นไร้หนทาง
บทที่ 27 - สิ้นไร้หนทาง
แล้วฟู่หย่วนหมิงจะเลือกทางไหนดีเล่า
เมืองศิลาเหล็กก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทหารรักษาเมืองบวกกับสองพรรคใหญ่ และอาจจะรวมถึงสามตระกูลใหญ่ด้วย ทั้งกองกำลังในที่สว่างและในที่มืดต่างก็ร่วมมือกันค้นหา ฟู่หย่วนหมิงแทบจะไม่มีที่ให้หลบซ่อนตัวเลย การจะถูกหาตัวพบนั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
เขาถูกบีบให้จนตรอกเสียแล้ว
จะต้องตายเยี่ยงมดปลวกกระนั้นหรือ
เหมือนกับผู้ถือครองดาบคนก่อนๆ ของเขากระนั้นหรือ
จะว่าไปแล้ว เดิมทีเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาตัวเล็กๆ ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีภรรยาและลูกให้ดูแล ตั้งใจทำมาหากินกับร้านขายเนื้อหมูของตัวเอง... ต่อให้จะรับจ๊อบเสริมเป็นเพชฌฆาต แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็นเพียงเพชฌฆาตคนหนึ่งเท่านั้น
ฟู่หย่วนหมิงก้มหน้าลง ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต
ดวงตาของเขาค่อยๆ แดงก่ำขึ้น แม้กระทั่งบนร่างกายก็เริ่มมีประกายแสงสีแดงจางๆ แผ่ซ่านออกมา
เมื่อใดก็ตามที่ฟู่หย่วนหมิงเกิดจิตสังหาร ทักษะ "อาณาเขตจิตสังหาร" ภายในดาบมารก็จะถูกกระตุ้น รังสีอำมหิตที่สะสมอยู่ในตัวเขาจะกระจายออกไปอย่างไม่มีปิดบัง
เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว บัดนี้เขาไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป
กระต่ายเมื่อจวนตัวก็ยังแว้งกัด นับประสาอะไรกับคนเล่า
แม้ป๋ายฟู่จะห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกไปถึงกระดูก!
ฟู่หย่วนหมิงเงยหน้าขึ้น จ้องมองป๋ายฟู่ด้วยดวงตาสีแดงก่ำ
ป๋ายฟู่ไม่ใช่เพิ่งเคยเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความคลุ้มคลั่งไร้ที่สิ้นสุดเช่นนี้เป็นครั้งแรก เมื่อก่อนเคยมีคนเป็นพ่อมาขอร้องให้เขาช่วยเชื่อข้าวสารให้หน่อย เพื่อนำไปช่วยชีวิตลูกสาว แต่เขากลับปฏิเสธไปอย่างไม่ไยดี เพราะเขาเป็นพ่อค้าทำธุรกิจ ไม่ได้เปิดโรงทาน
ตอนนั้นชายผู้เป็นพ่อก็มีแววตาเช่นนี้แหละ แต่สุดท้ายก็ถูกลูกน้องของป๋ายฟู่ซ้อมจนตาย!
ทว่า แววตาของฟู่หย่วนหมิงนั้นไม่เหมือนกัน
เขากล้าสาบานเลยว่า ในแววตาของฟู่หย่วนหมิง เขาได้เห็นถึงความตายและสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้!
เพราะเจ้าของดวงตาคู่นี้ กุมพลังอำนาจที่สามารถปลิดชีพเขาได้เอาไว้ในมือ!
"ท่านฟู่ ขอล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่อยากตาย เรื่องของท่านข้าจะไม่เอาไปพูดมั่วซั่วเด็ดขาด ข้ายังสามารถหาข่าวมาให้ท่านได้อีกด้วย..."
"ได้สิ!"
ป๋ายฟู่สาบานได้เลยว่า นี่คือคำพูดที่ทำให้เขาดีใจที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในชีวิตนี้
"เอาไว้ชาติหน้าก็แล้วกัน!"
"อึก..."
ใครก็ตามที่เคยดูฟู่หย่วนหมิงลานประหาร ล้วนรู้ดีว่าดาบของฟู่หย่วนหมิงนั้นมั่นคงยิ่งนัก ไม่เคยมีเลือดกระเด็นมาโดนตัวเขาแม้แต่หยดเดียว
ใครก็ตามที่เคยถูกฟู่หย่วนหมิงตัดหัว ล้วนรู้ดีว่าดาบของฟู่หย่วนหมิงนั้นรวดเร็วยิ่งนัก ขอเพียงเขาต้องการ เจ้าจะไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ เลย
ตอนที่หัวหลุดร่วงลงพื้น สีหน้าของป๋ายฟู่ไม่ได้ดูบิดเบี้ยวเจ็บปวดแต่อย่างใด มีเพียงความงุนงงสับสนเท่านั้น
เหล่าผู้คุ้มกันบ้านตระกูลป๋ายต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ทว่าพวกเขาก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับธรรมดาสามัญ เหมือนกับฟู่หย่วนหมิงตอนที่ยังไม่ได้ครอบครองดาบมาร ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น พวกเขาล้วนถูกสังหารอย่างเงียบเชียบจนหมดสิ้น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการลอบสังหารของยอดฝีมือระดับทะเลปราณขั้นสูงสุด พวกเขาช่างไร้เรี่ยวแรงต้านทานราวกับทารกแรกเกิด
เมื่อฆ่าล้างตระกูลป๋ายจนหมดสิ้น บาดแผลบนร่างกายของฟู่หย่วนหมิงก็ฟื้นฟูจนเกือบจะหายดีแล้ว
เขาพิงร่างกับกำแพง ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดดาบยาวอย่างเบามือพลางพึมพำว่า "ดาบวิเศษเอ๋ย ตอนนี้ก็เหลือแค่เจ้ากับข้าแล้วสินะ!"
"เสี่ยวอวิ๋นตายไปแล้ว ชิงหรงก็ตายไปแล้ว บางครั้งข้าก็อยากจะตายตามพวกเขากลับไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!"
"แต่พอนึกถึงว่าหมาป่าโลหิต และหลิวหย่งหมิงยังคงมีชีวิตอยู่ดีมีสุข ข้าก็กลืนความแค้นนี้ลงคอไม่ลงจริงๆ!"
"ข้ารู้ดีว่าหมาป่าโลหิตจะต้องมีผู้หนุนหลังและมีเบื้องหลังอยู่ในเมืองศิลาเหล็กอย่างแน่นอน แต่ข้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร!"
"หลิวหย่งหมิงคงอยากจะรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ ถึงได้โยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้า ดีไม่ดีเขาอาจจะลักลอบติดต่อกับหมาป่าโลหิตอยู่ก็เป็นได้!"
"ผู้นำตระกูลป๋ายผู้นั้นก็น่าสงสัยไม่แพ้กัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่ายอดคนผู้ฉลาดหลักแหลมแห่งเมืองศิลาเหล็กถึงสองคนจะถูกหมาป่าโลหิตหลอกตบตาเอาได้ง่ายๆ..."
"แต่ข้าก็ไม่มีเวลาไปตามสืบพิสูจน์ความจริงทีละเรื่อง และพวกเขาก็คงไม่ยอมให้โอกาสข้าได้ทำเช่นนั้น"
"ข้าไม่อยากไปจากเมืองศิลาเหล็ก ข้าเกิดและเติบโตที่นี่ บรรพบุรุษหลายชั่วอายุคนก็ล้วนอาศัยอยู่ที่นี่ ข้ารู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ขอตายที่นี่"
"ข้าไม่ชอบถูกหลอกใช้เป็นหมาก และยิ่งไม่ชอบถูกมองว่าเป็นมดปลวกที่ไร้ค่า!"
"ข้าไม่อยากตาย อย่างน้อยก็ต้องไม่ตายอย่างอนาถเยี่ยงมดปลวก!"
"ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะต้องทำให้ศัตรูต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม!"
"ดาบวิเศษเอ๋ย ข้ารู้ว่าเจ้าชื่นชอบเลือดสดๆ ข้าขอรับปากว่า ข้าจะทำให้เจ้าพึงพอใจอย่างแน่นอน ขอเพียงเจ้าช่วยข้าด้วยเถิด!"
ค่ำคืนนี้ ดาบมารได้ดื่มด่ำกับเลือดสดๆ อย่างเต็มอิ่ม
วันรุ่งขึ้น ร้านรวงบนถนนฉางซิงไม่มีร้านไหนเปิดประตูเลยแม้แต่ร้านเดียว
มีคนไปเคาะประตูร้านขายข้าวสารของป๋ายฟู่ ประตูถูกแง้มเอาไว้ พอผลักประตูเข้าไปก็พบกับศพไร้หัวนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ทำเอาคนตกใจแทบสิ้นสติรีบไปแจ้งทหารรักษาเมืองทันที
ทหารรักษาเมืองรุดมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจสอบศพในร้านขายข้าวสารแล้ว พวกเขาก็สันนิษฐานเบื้องต้นว่าฆาตกรน่าจะเป็นฟู่หย่วนหมิง เพชฌฆาตที่กำลังถูกประกาศจับอยู่ในขณะนี้ จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในบ้านของตระกูลป๋ายที่อยู่ด้านหลังร้านขายข้าวสาร และพบว่าคนในครอบครัวของป๋ายฟู่ล้วนถูกตัดหัวจนหมดสิ้น รวมไปถึงผู้คุ้มกันที่ป๋ายฟู่จ้างมาด้วย
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หลังจากที่พวกเขาตรวจสอบศพทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ตั้งใจว่าจะไปสอบถามสถานการณ์เมื่อคืนจากเพื่อนบ้านของป๋ายฟู่ ในไม่ช้าพวกเขาก็พบความผิดปกติ เพื่อนบ้านของป๋ายฟู่ก็ถูกฆ่ายกครัวไปแล้วเช่นกัน
เรื่องการฆ่าล้างครัว ทหารรักษาเมืองก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
แต่การที่เพื่อนบ้านต้องพลอยถูกฆ่าล้างครัวไปด้วยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากยิ่ง!
เมื่อถึงตอนนั้น ทหารรักษาเมืองถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า นี่ก็สายป่านนี้แล้ว ทว่าทั่วทั้งถนนฉางซิงกลับไม่มีร้านไหนเปิดประตูเลยสักร้าน เมื่อก่อนสองข้างทางของถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย นับว่าเป็นย่านที่คึกคักมากทีเดียว!
ต่อให้บ้านของป๋ายฟู่จะถูกฆ่าล้างครัว ร้านอื่นๆ ก็ไม่น่าจะปิดประตูเงียบกันหมดเช่นนี้สิ!
เหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นเต็มหน้าผากของหัวหน้าหน่วยทหารรักษาเมือง
"ค้น ค้นดูให้หมดทุกบ้าน!"
ในไม่ช้า ดวงตาของทหารรักษาเมืองแทบทุกคนก็ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่แทบจะระงับไว้ไม่อยู่!
ทั่วทั้งถนนฉางซิง คนทั้งถนนตายเรียบไม่มีเหลือ!
และศพทั้งหมดล้วนถูกตัดหัวอย่างไร้ข้อยกเว้น!
ส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายขณะนอนหลับอยู่บนเตียง มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พอจะต่อสู้ขัดขืนได้บ้าง
"เร็วเข้า รีบไปตามผู้บัญชาการหลิวมาเดี๋ยวนี้!"
ตอนที่หลิวหย่งหมิงมาถึง ใบหน้าของเขามืดมนทะมึนราวกับมีน้ำหยดลงมาได้
ตัวตนของฆาตกรนั้นชัดเจนอยู่แล้ว!
เขากัดฟันกรอด คำรามต่ำในลำคอ "ฟู่หย่วนหมิง!"
นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง เขาก็เจอแต่เรื่องซวยๆ ไม่หยุดหย่อน ปัญหาที่ไอ้โง่หมาป่าโลหิตก่อเอาไว้เขายังสะสางไม่เสร็จ ฟู่หย่วนหมิงก็โผล่มาฆ่าคนไม่เลือกหน้าอีก คดีสะเทือนขวัญติดต่อกันถึงสองคดี นี่มันจับเขาไปย่างไฟชัดๆ!
เมื่อวานนี้ ท่านเจ้าเมืองเพิ่งจะเรียกเขาไปด่าเปิงมาหมาดๆ หากเขาจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีล่ะก็ ตำแหน่งผู้บัญชาการที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจแย่งชิงมาได้ คงต้องหลุดลอยไปเป็นแน่!
"รีบจัดการเก็บศพให้เรียบร้อย ปิดข่าวให้มิดชิด สั่งปิดประตูเมืองห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาด ระดมกำลังทหารรักษาเมืองทั้งหมด ค้นหาให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!"
ทว่า ต่อให้หลิวหย่งหมิงจะพยายามปิดบังข่าวสักเพียงใด ข่าวก็ยังคงรั่วไหลออกไปอยู่ดี
เดิมทีกองทหารรักษาเมืองก็ไม่ใช่หน่วยงานที่มีระเบียบวินัยเคร่งครัดอะไรอยู่แล้ว ล้วนแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ร่างใหญ่สมองกลวง ในนั้นยังมีพวกอันธพาลข้างถนนปะปนอยู่ไม่ใช่น้อย หรือแม้กระทั่งสายลับจากขั้วอำนาจอื่นก็มีอยู่
เพียงแค่วันเดียว ข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองศิลาเหล็กแล้ว
ถนนฉางซิงถูกไอ้คนถนัดซ้ายนั่นฆ่าล้างบางจนหมดสิ้น
แถมยังมีข่าวลืออีกว่า คนบ้าผู้นั้นยังไม่ถูกจับตัวได้ และเขาจะยังคงลงมือต่อไป
ณ เวลานี้ ไม่มีชาวบ้านคนไหนเข้าข้างฟู่หย่วนหมิงอีกแล้ว
เพราะฟู่หย่วนหมิงได้กลายเป็นคนบ้าที่ฆ่าคนตาไม่กะพริบไปเสียแล้ว
ตลอดทั้งวัน ทหารรักษาเมืองค้นหาตัวเขาไม่พบเลยแม้แต่เงา
ตกกลางคืน ฟู่คนเสียสติก็บุกเข้าไปในย่านที่อยู่อาศัยของพวกคหบดีเศรษฐีในเขตเมืองฝั่งตะวันตกของเมืองศิลาเหล็ก เขาไล่ฆ่าคนอย่างไร้จุดหมาย เจอใครก็ฆ่าคนนั้น แม้กระทั่งทหารรักษาเมืองที่รีบรุดมาหลังได้รับแจ้งเหตุก็ถูกเขาฆ่าตายไปถึงยี่สิบกว่าคน จนกระทั่งหลิวหย่งหมิงพาอดีตรองผู้บัญชาการสองคนมาถึง ฟู่หย่วนหมิงถึงได้ตกใจล่าถอยไป
หลิวหย่งหมิงมองดูภาพอันน่าสยดสยองรอบตัวแล้ว เขาก็แทบจะเป็นบ้าไปแล้วเหมือนกัน!
[จบแล้ว]