- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นเด็กรับใช้พร้อมระบบแต้มอายุขัย
- บทที่ 16 - วิชาตัวเบาช่วยชีวิต
บทที่ 16 - วิชาตัวเบาช่วยชีวิต
บทที่ 16 - วิชาตัวเบาช่วยชีวิต
บทที่ 16 - วิชาตัวเบาช่วยชีวิต
ชายชุดดำที่เนื้อตัวโชกเลือดผู้นั้น นอนสลบไสลอยู่ในกระท่อมของอู๋ฉางเซิงนานถึงห้าวันเต็มกว่าจะฟื้นขึ้นมา
ชายชุดดำเป็นคนพูดน้อย
หลังจากฟื้นขึ้นมา เขาก็ไม่ถามถึงอาการบาดเจ็บของตัวเอง และไม่ถามว่าอู๋ฉางเซิงเป็นใคร ทำเพียงแค่ดื่มยาต้มและข้าวต้มที่อู๋ฉางเซิงยื่นให้เงียบๆ
อู๋ฉางเซิงเองก็ไม่ถามถึงที่มาที่ไปของเขาเช่นกัน
อู๋ฉางเซิงมีหน้าที่แค่เปลี่ยนยาและตรวจดูการสมานตัวของบาดแผลให้ชายชุดดำตรงเวลาทุกวัน
คนสองคนอาศัยอยู่ร่วมกันในกระท่อมหลังเดียวกัน วันหนึ่งๆ พูดคุยกันไม่ถึงสามประโยค ทว่าบรรยากาศกลับมีความกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด
ทว่า กระท่อมของอู๋ฉางเซิงกลับไม่สงบสุขและคึกคักเหมือนวันวานอีกแล้ว
เด็กๆ ในหมู่บ้านยังคงวิ่งเล่นกันใต้ต้นหวยหน้าหมู่บ้าน ทว่าพวกเขามักจะตั้งใจหรือเผลอไผลเดินอ้อมกระท่อมของอู๋ฉางเซิงไปเสมอ
พวกเขารู้สึกหวาดกลัวชายชุดดำที่มีแววตาเย็นชา ซึ่งบางครั้งก็ออกมานั่งอยู่ใต้ชายคาผู้นั้น
ท่าทีที่ชาวบ้านมีต่ออู๋ฉางเซิงก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พวกเขายังคงให้ความเคารพ แต่ความสนิทสนมกลับถูกแทนที่ด้วยความห่างเหินเพราะความเกรงกลัว
ภรรยาของเถี่ยจู้ยังคงนำของกินมาส่งให้ แต่ไม่ยอมเดินเข้าไปในบ้านอีกแล้ว นางเพียงแต่วางของไว้หน้าประตูอย่างเร่งรีบ เอ่ยเสียงเบาว่า "หมออู๋ ของท่านน่ะ" จากนั้นก็รีบหันหลังกลับทันที
ความหวาดกลัวเปรียบเสมือนโรคติดต่อชนิดหนึ่ง มันค่อยๆ ลุกลามไปทั่วหมู่บ้านอันแสนซื่อสัตย์แห่งนี้อย่างเงียบๆ
และในที่สุด เมื่อชายชุดดำพักรักษาตัวล่วงเข้าสู่วันที่เจ็ด ความหวาดกลัวที่ถูกกดทับเอาไว้ก็ปะทุขึ้น
บ่ายวันนั้น พรานป่าเถี่ยจู้พากลุ่มชายหนุ่มฉกรรจ์เจ็ดแปดคนมาดักรออยู่หน้ากระท่อมของอู๋ฉางเซิง
ในมือของพวกเขาทุกคนถือฉมวกและมีดพร้าที่ใช้ล่าสัตว์ในยามปกติ สีหน้าของแต่ละคนดูตึงเครียดและแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับพร้อมจะแลกด้วยชีวิต
"หมออู๋!" เถี่ยจู้ยืนอยู่หน้าสุด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "พวกข้าเคารพท่าน ซาบซึ้งในบุญคุณของท่าน แต่คนในบ้านของท่านน่ะ หมู่บ้านเสี่ยวซางของพวกข้าให้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว!"
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเถี่ยจู้รีบร้องสนับสนุนเสียงดังทันที "ใช่! ให้อยู่ไม่ได้แล้ว! นั่นมันคนที่ค่ายโจรเฮยเฟิงต้องการตัวนะ! ถ้าเกิดพวกเดรัจฉานนั่นรู้ว่าเขาอยู่ที่หมู่บ้านเรา คนทั้งหมู่บ้านตั้งแต่คนแก่ยันเด็กเล็ก ได้ตายกันหมดแน่!"
ท่ามกลางฝูงชนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ขึ้นมาทันที
หวังเอ้อร์เสิ่นแทรกตัวแหวกฝูงชนออกมาจากด้านหลัง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความร้อนรน นางดึงแขนเถี่ยจู้พลางเอ่ยเสียงเบา "เถี่ยจู้ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! หมออู๋เป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านเรา คนที่เขาช่วยไว้จะเป็นคนเลวได้อย่างไร?"
"ท่านอาสะใภ้รอง! นี่มันไม่ใช่เรื่องของคนดีคนเลว!" เถี่ยจู้ตาแดงก่ำ "คนของค่ายโจรเฮยเฟิงมันไม่ฟังเหตุผลหรอก! ถ้าพวกมันมา ไม่สนหรอกว่าคนดีหรือคนเลว ก็โดนฟันตายในดาบเดียวทั้งนั้นแหละ!"
"นั่นสิ หมออู๋" ชาวบ้านอีกคนใจกล้าพูดขึ้นมา "พวกข้าไม่ได้อยากจะทำให้ท่านลำบากใจ แต่ที่บ้านพวกข้าก็มีทั้งคนแก่ทั้งเด็กนะ! ถือเสียว่าสงสารพวกข้าเถอะ..."
อู๋ฉางเซิงที่กำลังตากสมุนไพรอยู่ในลานบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะ เขาก็ค่อยๆ ยืนขึ้น เดินไปขวางที่หน้าประตูบ้าน
สายตากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าของเถี่ยจู้ หวังเอ้อร์เสิ่น และใบหน้าที่คุ้นเคยของคนอื่นๆ ในฝูงชนที่เขาเคยรักษา
บนใบหน้าของชาวบ้านมีความหวาดกลัว ความลำบากใจ ความรู้สึกผิด แต่กลับไม่มีความสนิทสนมคุ้นเคยเหมือนวันวานอีกต่อไป
หัวใจของอู๋ฉางเซิงเย็นวาบไปครึ่งดวง
"เขาเป็นคนไข้ของข้า" อู๋ฉางเซิงเอ่ยปาก น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่กลับชัดเจนแจ่มแจ้ง
"หมออู๋ พวกข้ารู้ว่าเขาเป็นคนไข้ของท่าน! แต่เขาก็เป็นตัวซวยด้วย!" เถี่ยจู้ร้อนรน ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับกระแทกฉมวกในมือลงกับพื้นเสียงดัง 'ปึก' "เพื่อเขาคนเดียว ต้องเอาชีวิตคนทั้งหมู่บ้านไปเสี่ยง มันไม่คุ้มกันเลยนะ!"
อู๋ฉางเซิงไม่ได้หลีกทาง เพียงแค่มองคนเหล่านี้ตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เขาส่ายหน้าแล้วทวนคำพูดเดิมอีกครั้ง "เขาเป็นคนไข้ของข้า ตราบใดที่เขายังอยู่ในกระท่อมหลังนี้ ข้าก็ต้องปกป้องความปลอดภัยให้เขา"
นี่คือหลักการในฐานะแพทย์ของอู๋ฉางเซิง และเป็นคำสัญญาที่เขามีต่อเหล้าชามนั้นของสือเว่ยซานด้วย
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา ราวกับลูกธนูที่ถูกง้างจนสุดสาย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้เก่าๆ ของกระท่อมก็ดัง "เอี๊ยด" และถูกผลักเปิดออกจาดด้านใน
ชายชุดดำผู้นั้นยังมีสีหน้าซีดเซียว แต่เรือนร่างกลับยืนหยัดตรงตระหง่านพิงกรอบประตู
ดวงตาอันแสนเย็นชาคู่นั้นค่อยๆ กวาดมองใบหน้าของพวกเถี่ยจู้ทีละคน
ใครก็ตามที่ถูกสายตาของเขากวาดผ่าน ล้วนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
นั่นเป็นสายตาแบบที่... มีเพียงคนที่เคยเลียเลือดบนคมดาบและตะเกียกตะกายขึ้นมาจากกองศพเท่านั้นที่จะมีได้
"เรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับเขา" ชายชุดดำเอ่ยปาก น้ำเสียงแหบพร่า แต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ภายในสามวัน ข้าจะไปเอง"
พูดจบ ชายชุดดำก็ไม่มองฝูงชนอีก เขาหันหลังเดินกลับเข้าบ้านแล้วปิดประตู
พวกเถี่ยจู้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ท้ายที่สุด ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของชาวบ้านผู้มีอายุคนหนึ่ง พวกเขาก็ยอมแยกย้ายกันไปอย่างเงียบๆ
คืนนั้น สือเว่ยซานสูบยาสูบเดินมาที่หน้ากระท่อมของอู๋ฉางเซิง
เขาไม่ได้เข้าไปด้านใน ทำเพียงแค่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วเอ่ยกับอู๋ฉางเซิงหนึ่งประโยค "ฉางเซิง เจ้าทำถูกแล้ว แต่เจ้าก็ต้องจำไว้ด้วยว่า หมู่บ้านแห่งนี้ มันเล็กเกินไป"
ผ่านไปอีกสองวัน อาการบาดเจ็บของชายชุดดำก็หายไปกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว
รุ่งสางวันนั้น เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วเดินมาหาอู๋ฉางเซิงที่กำลังจัดเตรียมสมุนไพรอยู่ในลานบ้าน
"ข้าต้องไปแล้ว"
อู๋ฉางเซิงพยักหน้า หยุดมือจากงานที่ทำอยู่แล้วกล่าวว่า "แผลของท่านยังไม่หายสนิท ทางที่ดีควรพักฟื้นอีกสักสองสามวัน"
"ไม่ต้องแล้ว" ชายฉกรรจ์ส่ายหน้า "หมู่บ้านนี้ ดีมาก ข้าไม่อาจสร้างความเดือดร้อนให้พวกท่านได้อีก"
พูดพลางล้วงเอาตำราเล่มบางๆ ที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันอย่างดีออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนให้อู๋ฉางเซิง
"บุญคุณช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน ข้ามองออกว่าเจ้าเป็นคนดี ไม่สมควรถูกดึงเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งเหล่านี้ แต่ชื่อเสียงของเจ้า ไม่ช้าก็เร็วจะต้องนำพาปัญหาใหญ่มาให้เจ้าอย่างแน่นอน"
ชายฉกรรจ์มองอู๋ฉางเซิงด้วยแววตาที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ "ข้าไม่มีของมีค่าอะไรจะให้เจ้า ตำรา 'วิชาตัวเบา' เล่มนี้ ข้าบังเอิญได้มาเมื่อหลายปีก่อน ไม่ใช่วิชายุทธ์ชั้นสูงอะไร ฝึกไปก็เอาชนะใครไม่ได้ แต่... มันช่วยให้เจ้าวิ่งได้เร็วขึ้น"
อู๋ฉางเซิงรับตำราเล่มเล็กนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ มันเบาหวิวแต่กลับรู้สึกหนักอึ้งเหลือเกิน
อู๋ฉางเซิงเห็นว่าบนหน้าปกตำรา มีตัวอักษรจ้วนแบบโบราณเขียนไว้สามตัว — วิชาตัวเบา
【พบเคล็ดวิชาระดับมนุษย์ 'วิชาตัวเบา' ต้องการปลดล็อกทักษะนี้หรือไม่?】
ตัวอักษรที่เย็นชาบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของเขา
"ยุทธภพอันตราย เจ้าจงดูแลตัวเองให้ดี" ชายชุดดำกล่าวทิ้งท้ายพลางประสานมือคารวะอู๋ฉางเซิงอย่างหนักแน่น
จากนั้นเขาก็กระโดดเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างกายก็พริ้วไหวดุจเสือชีตาห์ที่ปราดเปรียว พริบตาเดียวก็หายลับเข้าไปในป่าเขาลึกที่อยู่ห่างไกลออกไป
อู๋ฉางเซิงยืนอยู่กลางลานบ้าน กำตำราที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นไว้ในมือ มองไปทางทิศที่ชายฉกรรจ์หายตัวไป แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก
อู๋ฉางเซิงก้มหน้าลง มองดู 'วิชาตัวเบา' ในมือ ความคิดแล่นพล่าน
"ปลดล็อก"
(จบแล้ว)