- หน้าแรก
- ราชาแต้มสังหาร
- บทที่ 44 ก็แค่นั้นเอง
บทที่ 44 ก็แค่นั้นเอง
บทที่ 44 ก็แค่นั้นเอง
ซูเฟิงต้องรอจนถึงนาทีที่ 9:15 ของควอเตอร์ที่ 3 กว่าจะได้ยินเสียงเรียกชื่อให้ลงสนาม ก่อนหน้านี้บูลส์ทดลองใช้ผู้เล่นมาสารพัดหน้า
ตั้งแต่เจเลน โรส, เอ็ดดี้ โรบินสัน, โรเจอร์ เมสัน หรือแม้แต่โยกสกอตตี พิพเพน มาเล่นชูตติ้งการ์ด
แต่ผลลัพธ์คือบูลส์จากที่นำอยู่ กลายเป็นโดนแซงและทิ้งห่างไปเรื่อยๆ
สถานการณ์บีบคั้นจนแม้แต่ผู้ช่วยโค้ชรอน อดัมส์ ผู้ไม่ค่อยกินเส้นกับซูเฟิง ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองซูเฟิงที่นั่งเงียบๆ อยู่มุมม้านั่งสำรอง เขาต้องยอมรับความจริงว่า ในช่วง 2-3 เกมที่ผ่านมา ท่ามกลางความระส่ำระสายของทีม ซูเฟิงกลับกลายเป็นคนที่ทีมโค้ชไว้วางใจที่สุด
ราวกับว่าเขามีเวทมนตร์ ขอแค่ส่งลงสนาม เขาก็สร้างผลงานได้เสมอ
“นายลงไปเล่นตำแหน่งเบอร์ 2 นายสามารถเล่นเองได้ที่ปีก แต่หน้าที่สำคัญกว่าคือการดึงตัวประกบเพื่อเปิดพื้นที่...” โค้ชคาร์ทไรท์กำชับทิ้งท้าย “นายคงจำแผนการเล่นที่ออกแบบมาเพื่อเจเลน โรส โดยเฉพาะได้นะ?”
คำสั่งนี้มีความนัยชัดเจนมาก
ซูเฟิงตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ทันทีที่ก้าวเท้าลงสนาม ริชาร์ด เจฟเฟอร์สัน ก็พุ่งเข้าใส่ทันที
สีหน้าของเขาดุร้ายราวกับหมาบ้า
เขาตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะต้องฉีกหน้าซูเฟิงให้ยับเยิน
ทว่า ซูเฟิงไม่ได้หยุดปะทะคารมด้วย เขาเริ่มออกวิ่งทันที เจฟเฟอร์สันมีร่างกายที่ยอดเยี่ยม วิ่งเร็ว กระโดดสูง แต่ทักษะการอ่านเกมและการวิ่งตามตัวประกบ ของเขานั้นธรรมดามาก ซูเฟิงแค่วิ่งวนไปมาในแดนหน้าสองรอบ ก็สลัดหลุดได้แล้ว
ครอว์ฟอร์ดรักษาสัญญา เขาข่มความกระหายที่จะลุยเดี่ยวแล้วจ่ายบอลออกไป ซูเฟิงรับบอล เทคตัวขึ้นยิง... เจฟเฟอร์สันเพิ่งรู้สึกตัว รีบกระโจนเข้ามาบล็อก
ดูเหมือนจะขยันขันแข็ง
แต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง
สวบ!
ซูเฟิงลงสนามปุ๊บก็กดสามแต้มปั๊บ
โค้ชคาร์ทไรท์กระโดดโลดเต้นด้วยความสะใจอยู่ข้างสนาม
เขาแสดงออกชัดเจนว่าโปรดปรานซูเฟิงมากแค่ไหน
สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน ที่นั่งอยู่ริมสนามก็ไม่น้อยหน้า เธอลุกขึ้นยืนปรบมือเชียร์ซูเฟิงอย่างออกนอกหน้า
ภาพนั้นบาดตาบาดใจเจฟเฟอร์สันอย่างรุนแรง
พอกลับมาเป็นฝ่ายบุก เขารีบขอบอลจากเจสัน คิดด์ ทันที คิดด์ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมจ่ายให้ เพราะเห็นว่าเน็ตส์ยังนำอยู่ 5 แต้ม
เจฟเฟอร์สันได้บอล ซูเฟิงยืนประจันหน้า
แม้พรสวรรค์ด้านร่างกายของซูเฟิงจะดูธรรมดา แต่เขามีสัดส่วนร่างกายที่ได้เปรียบ ทั้งส่วนสูงและช่วงแขนที่ยาวเหยียด เมื่อเขากางแขนออกขวางทาง จึงดูน่าเกรงขามไม่เบา
ริชาร์ด เจฟเฟอร์สัน เริ่มใช้สเต็ปเท้าหยั่งเชิง แต่ทักษะการถือบอลบุกของเขานั้นแค่พอถูไถ ท่าทริปเปิลเธรตของเขาไม่ได้น่ากลัวระดับแนวหน้า
ซูเฟิงเมินเฉยต่อการหลอกล่อ เขาขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวทันที
เจฟเฟอร์สันรีบหมุนตัว แล้วพยายามกระชากเข้าใน แต่ก็ยังสลัดซูเฟิงไม่หลุด เขาจำใจต้องฝืนกระโดดชู้ตทั้งที่เสียจังหวะ... ปึ้ก!
ไม่ลง
เอ็ดดี้ เคอร์รี่ คว้ารีบาวด์ได้
ซูเฟิงจ้องหน้าริชาร์ด เจฟเฟอร์สัน แล้วพูดด้วยความสงสัยจากใจจริง “ฝีมือคุณมีแค่นี้เองเหรอ?”
น้ำเสียงของซูเฟิงจริงใจมาก
แต่ความจริงใจนั้นกลับทิ่มแทงหัวใจเจฟเฟอร์สันอย่างรุนแรง ไอ้เด็กนี่มันดูถูกฉันเหรอ?
ซูเฟิงไม่ได้ตั้งใจดูถูก เขาแค่แปลกใจจริงๆ ว่าทำไมทักษะการบุกของเจฟเฟอร์สันถึงได้อ่อนด้อยขนาดนี้ แล้วเอาความมั่นใจจากไหนมาขู่ว่าจะถล่มเขา? ใครให้ความกล้ามาเนี่ย!
สลับฝั่งบุก ซูเฟิงยังคงวิ่งไม่หยุด เจฟเฟอร์สันถูกลากถูไปทั่วสนามเหมือนคนจูงหมาเดินเล่นในสวนสาธารณะ
ปึ้ก!
ครอว์ฟอร์ดฝืนยิงไกลจากวงนอก บอลกระดอนออกมา ผู้เล่นใต้แป้นเบียดแย่งกัน แต่บอลกระเด้งสูงมาทางซูเฟิงพอดี เขากระโดดลอยตัวขึ้นไป แล้วใช้นิ้วเขี่ยบอลเบาๆ ลงห่วงไป... สวบ!
ซ้ำลูกลงไปได้
เก็บเพิ่มอีก 2 แต้ม
“ซูเป็นนักกีฬาที่พระเจ้าประทานโชคมาให้จริงๆ เขามักจะไปโผล่ถูกที่ถูกเวลาเพื่อทำแต้มสำคัญให้ทีมเสมอ”
โค้ชคาร์ทไรท์เปรยขึ้นที่ม้านั่งสำรอง
คำชมนี้ทำเอาโรเจอร์ เมสัน และ เจเลน โรส หน้าม้านไปตามๆ กัน คืนนี้พวกเขาฟอร์มบู่สนิท ไม่มีปัญญาเล่นงานเจฟเฟอร์สันได้เลย
แต่ไอ้เจ้าซูเฟิงนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ พอลงสนามมาก็ใช้วิธีวิ่งพล่านเล่นงานจุดอ่อนของเจฟเฟอร์สัน แถมยังมา ‘ชุบมือเปิบ’ เอาตอนที่เจฟเฟอร์สันหมดแรงเพราะโดนพวกเขาเผาเครื่องไปก่อนหน้านี้แล้ว
ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ
ทำได้แค่มองซูเฟิงโดดเด่นเกินหน้าเกินตา
ในขณะเดียวกัน เจฟเฟอร์สันขอบอลจากคิดด์อีกครั้ง
คิดด์ให้โอกาสเขาแก้ตัว
คราวนี้เจฟเฟอร์สันเลือกเล่นโพสต์เพลย์หันหลังดันเข้าหาห่วง
การเลือกวิธีนี้เหมือน ‘เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน’ ชัดๆ
ถ้าเขาใช้ความเร็วพุ่งชนซึ่งหน้า ซูเฟิงอาจจะต้านทานลำบาก แต่ถ้ามาเล่นดันหลังแบบนี้
ความได้เปรียบเรื่องพละกำลังของซูเฟิงก็ฉายแสงทันที
เจฟเฟอร์สันกระแทกเข้าไปสามครั้งรวด แต่ขยับได้แค่นิดเดียว เขาจำต้องหมุนตัวกลับมา ซูเฟิงขยับตามติด จังหวะที่เจฟเฟอร์สันเงื้อบอลทำท่าหลอกว่าจะยิง... เพี้ยะ!
ซูเฟิงตาไวและมือไว ตบลูกบาสร่วงจากมือเขาอย่างแม่นยำ
เป็นการป้องกันที่หมดจดงดงามอีกครั้ง
ริชาร์ด เจฟเฟอร์สัน โดนเก็บเรียบ
สภาพดูอนาถยิ่งกว่าคอรีย์ คิตเทอร์ส เสียอีก
เสียงถอนหายใจด้วยความผิดหวังของแฟนเจ้าถิ่นยิ่งทำให้เจฟเฟอร์สันสติแตก เขามาเพื่อขยี้ซูเฟิง ไม่ใช่มาเป็นตัวตลกให้เขาเชือด
ความอับอายเปลี่ยนเป็นโทสะ ทันทีที่วิ่งกลับมาตั้งรับ เขาตะโกนใส่หน้าซูเฟิง “แน่จริงก็ถือบอลบุกมาสิวะ! กล้าดวลกันซึ่งหน้าแบบลูกผู้ชายไหม?”
เสียงตะโกนนั้นดังพอสมควร แม้จะพยายามกดเสียงต่ำ
ผู้เล่นรอบข้างได้ยินกันทั่ว
ผู้เล่นบูลส์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เป็นบ้าอะไรกันไปหมด? ทำไมใครเจอซูเฟิงแล้วต้องสติแตกทุกราย?
พูดบ้าอะไรของมัน
สนามบาสคือสนามรบ จะด้านหน้าด้านหลังมันก็คือการต่อสู้ กันได้ก็กัน กันไม่ได้ก็แพ้ ยังมีหน้ามาเรียกร้องให้คู่ต่อสู้เปลี่ยนท่ามาสู้กับตัวเองอีก
ฝันกลางวันอยู่รึไง
เรื่องอะไรเขาต้องทำตามใจแก
แต่ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คาดไม่ถึง “จามาล ส่งบอลมาให้ผมหน่อย”
เสียงซูเฟิง
ซูเฟิงกำลังขอบอลจากจามาล ครอว์ฟอร์ด
เขาจะสนองความต้องการงี่เง่าของเจฟเฟอร์สันจริงๆ เหรอเนี่ย
ซู อย่าบ้าจี้น่า!
เอ็ดดี้ เคอร์รี่ อยากจะตะโกนห้าม แต่ครอว์ฟอร์ดส่งบอลออกไปแล้ว
ซูเฟิงรับบอล เจฟเฟอร์สันรีบบีบพื้นที่เข้ามาทันที
แรงกดดันจากเจฟเฟอร์สันถือว่าหนักหน่วง การป้องกันตัวต่อตัวของเขาไม่ได้แย่
แต่ทว่า... ตอนนี้ซูเฟิงมี ‘ทักษะการครองบอลระดับซูเปอร์’ ค่าพลัง 86 อยู่ในมือ
เมื่อมองผ่านสายตาของยอดฝีมือ แรงกดดันระดับนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่
ทำไมมันถึงแหวกง่ายขนาดนี้นะ?
ซูเฟิงขยับขาซ้ายทำท่าแย็บสเต็ปอย่างรวดเร็ว เจฟเฟอร์สันเผลอถ่ายน้ำหนักไปทางขวานิดหนึ่ง... วินาทีนั้นเอง ซูเฟิงดึงขากลับแล้วพุ่งสวนออกไปทันที ร่างกายพุ่งทะยานราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร
พลังระเบิดของซูเฟิงรุนแรงมาก
บวกกับทักษะการเลี้ยงบอลที่เข้าขั้นเทพ
พริบตาเดียว เจฟเฟอร์สันก็เสียตำแหน่งไปครึ่งตัว เขารีบเอียงตัวเข้าปะทะเพื่อหยุดยั้ง
แต่จังหวะแรกที่กระแทกกัน ซูเฟิงไม่สะเทือนเลย
จังหวะที่สองที่เขาพยายามจะกระแทกซ้ำ ซูเฟิงก็เบรกกะทันหัน ทักษะการครองบอลขั้นสูงช่วยให้เขาเปลี่ยนจากความเร็วสูงสุดมาหยุดนิ่งได้ดั่งใจนึก เจฟเฟอร์สันพุ่งเข้าใส่ความว่างเปล่าจนเสียหลักเซถลา
จังหวะนั้น ซูเฟิงเลี้ยงไขว้หลัง ถอยฉากออกมาหนึ่งก้าว สลัดตัวประกบจนหายลับไปกับตา
เขาเทคตัวขึ้นยิงอย่างผ่อนคลาย... ลูกบาสลอยละลิ่วเป็นวิถีโค้ง
ซูเฟิงมั่นใจสุดขีด เขาหันหลังกลับทันที แล้วกางแขนออก!
ฉลองล่วงหน้า!
สวบ!
เสียงลูกบาสเสียดสีตาข่ายดังไพเราะ
ซูเปอร์ฮีโร่ไม่หันหลังกลับไปมองระเบิด
แต่เจฟเฟอร์สันต้องหันกลับไปมอง... ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความอัปยศ
ความโกรธเกิดจากใจของเขาเอง
แต่ความอัปยศ... ซูเฟิงเป็นคนยัดเยียดให้
...
(จบบท)