- หน้าแรก
- ราชาแต้มสังหาร
- บทที่ 33 การรอคอยของสการ์เลตต์
บทที่ 33 การรอคอยของสการ์เลตต์
บทที่ 33 การรอคอยของสการ์เลตต์
ในสายตาของ ไอเซยาห์ โทมัส นี่ไม่ใช่แค่การถือบอลบุกธรรมดาๆ
อันที่จริง ลูกยิงลงห่วงเมื่อกี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลยสำหรับเขา เพราะเทคนิคที่ใช้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
สิ่งที่เขาเห็นคือ ‘ศักยภาพ’ ต่างหาก ศักยภาพที่จะระเบิดออกมาหากซูเฟิงพัฒนาทักษะการถือบอลได้... ถ้าซูเฟิงเลี้ยงบอลเก่งกว่านี้ แชนดอน แอนเดอร์สัน คงไม่มีปัญญาแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของเขาด้วยซ้ำ
ไอเดียการเล่น ความคิดสร้างสรรค์ จังหวะการเชื่อมต่อท่ายิง และความคล่องตัวของซูเฟิง ทุกอย่างบ่งบอกชัดเจนว่า: เด็กคนนี้คือไม้งามรอการแกะสลัก
สิ่งเดียวที่น่ากังวลคือ: เจ้าหนูนี่จะสามารถเรียนรู้ทักษะการเลี้ยงบอลอันซับซ้อน ละเอียดอ่อน และพิสดารของเขาได้หรือไม่?
การแข่งขันดำเนินต่อไป
ซูเฟิงดีใจมากที่ทำลูกเมื่อกี้ลง
เขาหวังว่าจะได้ดวลกับ แชนดอน แอนเดอร์สัน อีกครั้ง
แต่แอนเดอร์สันไม่เอาด้วยแล้ว เขาเป็นผู้เล่นเก๋าที่เพิ่งเซ็นสัญญา ‘นอนกิน’ มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์มาหมาดๆ ในเมื่อรู้ตัวว่าคงหยุดซูเฟิงไม่อยู่ เขาก็ไม่อยากเปลืองแรงเปล่าๆ แถมเสี่ยงเจ็บตัวอีก
ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไปจากตอนหนุ่มอย่างสิ้นเชิง
นอนกินแรไปวันๆ ดีกว่า
นี่แหละคือสาเหตุที่นิกส์ตกต่ำถึงเพียงนี้ ไม่ใช่แค่ แชนดอน แอนเดอร์สัน ที่หมดไฟ แม้แต่ อัลลัน ฮิวสตัน เจ้าของสัญญาร้อยล้านก็ไร้ซึ่งความกระหาย
นิกส์จึงพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องแบบกู่ไม่กลับ
บูลส์กุมความได้เปรียบอย่างรวดเร็ว ซูเฟิงยิงลงอีกหนึ่งลูก ทำคะแนนเพิ่มเป็น 18 แต้ม
จากนั้น... บูลส์ก็ไล่ถลุงนิกส์จนแต้มขาดลอย
ซูเฟิงถูกเปลี่ยนตัวออก และไม่ได้ลงสนามอีกเลย
เรื่องนี้ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เขาอยากลงไปเล่นต่อ
แต่โค้ชบิลเห็นว่าไม่จำเป็น เขาบอกกับซูเฟิงว่า “ซู นายมีความมุ่งมั่นน่ะดีแล้ว ฉันเข้าใจดี แต่... เวลานี้ลงไปเล่นก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร พักผ่อนเถอะ”
ฮินริชที่นั่งข้างๆ ก็ช่วยพูดปลอบว่าไม่ต้องรีบร้อนลงไปหรอก
แต่จะไม่ให้ซูเฟิงร้อนใจได้ยังไง? เดิมพันของเขากับ ไอเซยาห์ โทมัส คือ 20 แต้มนะเว้ย! ตอนนี้ขาดอีกแค่นิดเดียวเอง
เกมเข้าสู่ช่วง ‘เวลาขยะ’ ตั้งแต่หัววัน แฟนบาสนิวยอร์กด่ากราดระบายอารมณ์เสร็จก็ทยอยเดินออกจากสนาม
เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น เมดิสัน สแควร์ การ์เดน อันกว้างใหญ่เหลือผู้ชมอยู่แค่สามสี่พันคน นั่งกันโหรงเหรง
ในขณะที่ซูเฟิงกำลังนั่งซึมกระทือ ไอเซยาห์ โทมัส ก็เดินเข้ามาหา เขาบอกซูเฟิงว่า “ถ้าอยากเรียนเทคนิค อีก 1 ชั่วโมงไปเจอฉันที่เดิม ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
ประโยคเดียวของโทมัสทำเอาซูเฟิงดีใจจนเนื้อเต้น
ความรู้สึกเหมือนฟ้าหลังฝนมันช่างวิเศษจริงๆ
ทันใดนั้น ฮินริชก็พุ่งเข้ามาลากแขนซูเฟิง “ซู! ซู! สการ์เลตต์กำลังเดินไปที่ทางออกพิเศษ เธอต้องรอฉันอยู่แน่ๆ ฉันรู้สึกได้ว่าเมื่อกี้เธอแอบมองฉันแวบนึง ฉันต้องคว้าโอกาสนี้ไว้!”
“ลูกผู้ชายห้ามพลาดสัญญาณจากผู้หญิงเด็ดขาด ซู! ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันอยากขอลายเซ็น ขอเบอร์โทร ฉันไม่ได้หวังสูงจะจีบเธอหรอกนะ ฉันแค่อยากมีช่องทางติดต่อสื่อสารกับดาราในดวงใจ...”
ฮินริชลากแขนซูเฟิงพลางพร่ำเพ้อไม่หยุด
“หะ?”
ซูเฟิงเพิ่งได้สติ “นายว่าอะไรนะ?”
ฮินริชแทบเป็นลม
เขามองค้อนซูเฟิง “นายเห็นคำพูดฉันเป็นลมตดรึไง? เลิกพูดไร้สาระแล้วรีบไปเร็ว เราต้องไปหาสการ์เลตต์”
หือ?
หาสการ์เลตต์?
ทำไมต้องไป?
แต่ซูเฟิงก็โดนลากไปทางอุโมงค์นักกีฬาจนได้
สการ์เลตต์กับเพื่อนสาวเดินช้ามาก
ผู้คนตลอดทางต่างจับจ้องมองพวกเธอ เสน่ห์และความงามของดาราฮอลลีวูดเมื่อหลุดออกมาจากจอเงิน มันช่างรุนแรงเป็นทวีคูณ
เพราะดาราหญิงส่วนใหญ่เวลาออกกล้อง ความสวยมักจะดรอปลงเล็กน้อย
แต่สำหรับคนที่สวยทะลุจออย่างสการ์เลตต์ ตัวจริงสวยสังหารระดับล้างบาง
ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยออร่าความเซ็กซี่และสง่างาม
เหมือนดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ
ตอนที่ฮินริชวิ่งเข้าไปหา ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีสถานะเป็นเศรษฐีนักกีฬาที่มีทรัพย์สินหลายสิบล้านแล้วก็ตาม
ซูเฟิงยังรู้สึกได้เลยว่าหัวใจของเพื่อนเต้นแรงขนาดไหน
เทียบกันแล้ว ซูเฟิงกลับเฉยๆ ไม่ใช่ว่าเขาตายด้านเรื่องผู้หญิง แต่ตอนนี้ในหัวเขามีแต่เรื่อง ไอเซยาห์ โทมัส เขาอยากเรียนวิชาจะแย่อยู่แล้ว
“เฮ้!”
ในที่สุดฮินริชก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาสการ์เลตต์ หน้าอกเขากระเพื่อมแรงด้วยความตื่นเต้น
สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ สการ์เลตต์หยุดเดินจริงๆ ราวกับกำลังรอเขาอยู่
ยิ่งทำให้ฮินริชปักใจเชื่อว่าเป็นพรหมลิขิต
แต่ว่า... เมื่อดวงตาคู่สวยของสการ์เลตต์จ้องมองมา เขากลับเขินอาย ขลาดกลัว และหลบสายตา
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ? คุณสุภาพบุรุษ”
น้ำเสียงของสการ์เลตต์เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ความเป็นหญิง ทุกถ้อยคำไพเราะเสนาะหูราวกับเสียงดนตรี มันมีมนต์สะกดบางอย่างที่ทำให้ฮินริชวิญญาณหลุดออกจากร่าง
“ผม... ผม...”
ฮินริชอึกอักอยู่นาน
พอเห็นซูเฟิงยืนเหม่ออยู่ข้างๆ เขาเลยดึงซูเฟิงมาเป็นเกราะกำบังทันที “เขาเป็นแฟนคลับคุณครับ โทนี่ ซู เขาคลั่งไคล้คุณมาก ห้องนอนเขาแปะโปสเตอร์คุณเต็มผนัง เขาซื้อดีวีดีหนังของคุณทุกเรื่องแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น แถมก่อนนอนทุกคืนต้องเปิดฟังเสียงบทพูดของคุณ...”
“ไม่งั้นเขานอนไม่หลับครับ”
ฮินริชใส่ไฟเป็นชุด
พูดจบ ซูเฟิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ตกลงนายพูดถึงฉัน?
หรือพูดถึงตัวนายเองกันแน่ฟะ?
สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน เองก็คาดไม่ถึง เธอมองดูซูเฟิง ชายหนุ่มรูปงามที่ส่งสายตาหวานเชื่อมให้เธอในสนามเมื่อครู่... ดวงตาเขาสวยจัง ทำไมเขาถึงดูมีเสน่ห์ไปทั้งตัวแบบนี้นะ ตัวจริงหล่อกว่าในสนามอีก... แถมยังมีกลิ่นเหงื่อจางๆ...
“จริงเหรอคะ? ซู! คุณชอบฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?” สการ์เลตต์อดถามไม่ได้
ฮินริชแอบศอกใส่หลังซูเฟิงยิกๆ
ซูเฟิงก้าวออกมาข้างหน้า รับมุกทันที “ใช่ครับ ผมชอบคุณมากจริงๆ ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมครับ? แล้วก็... ขอเบอร์ติดต่อด้วยได้ไหม ผมอยากโทรหาคุณ”
ซูเฟิงพูดจาฉะฉานลื่นไหล ไม่ได้มีอาการประหม่าเหมือนฮินริชเลยสักนิด
และสิ่งที่ทำให้ฮินริชช็อกตาตั้งก็คือ... สการ์เลตต์ดันตอบตกลงทันที
...
(จบบท)