- หน้าแรก
- ชายผู้ไร้เทียมทาน ตำนานเริ่มที่ร้านแผงลอย
- บทที่ 11: แค่โชว์ฝีมือเบาะๆ ก็ถึงขีดสุดของวงการเสียแล้ว
บทที่ 11: แค่โชว์ฝีมือเบาะๆ ก็ถึงขีดสุดของวงการเสียแล้ว
บทที่ 11: แค่โชว์ฝีมือเบาะๆ ก็ถึงขีดสุดของวงการเสียแล้ว
บทที่ 11: แค่โชว์ฝีมือเบาะๆ ก็ถึงขีดสุดของวงการเสียแล้ว
"ทุกคนช่วยบอกต่อกันด้วยนะ พรุ่งนี้ไม่ต้องมา ผมจะหยุดพักสักสองสามวัน"
วันนั้น ขณะที่จ้าวเหยียนกำลังผัดข้าวผัด เขาก็แจ้งข่าวนี้ให้ลูกค้าทราบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ลูกค้าก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็แสดงความเข้าใจ
"เสี่ยวจ้าว ทำไมถึงหยุดล่ะ"
เหลาหวังได้ยินเข้าก็รู้สึกไม่เข้าใจ หาเงินได้วันละตั้งกว่าหมื่นหยวน ถ้าเป็นเขาละก็ อยากจะทำงานวันละยี่สิบห้าชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ!
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาทำได้แค่คิดเท่านั้น ตั้งแต่ได้ออกข่าว ธุรกิจของเขาก็ยิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิม พอหมดสัญญาเช่าแผงนี้เมื่อไหร่ เขาไม่คิดจะต่อสัญญาอีกแล้ว เขาจะเปลี่ยนอาชีพ!
"เหลาหวัง ลุงรู้ไหม ความจริงแล้วผมเหงามากเลยนะ"
จ้าวเหยียนถอนหายใจ แววตาแฝงความเศร้าสร้อย
"หืม? แกกำลังคิดถึงผู้หญิงอยู่ล่ะสิ" เหลาหวังถามอย่างนึกสงสัย
"...ในหัวลุงมีแต่เรื่องผู้หญิงหรือไง ตื้นเขินเสียจริง!"
จ้าวเหยียนมองเหลาหวังด้วยสายตาดูแคลนแล้วพูดต่อว่า "ที่นี่มียอดฝีมือน้อยเกินไป แค่ผมแสดงฝีมือทำข้าวผัดออกมาเบาะๆ ก็ถือเป็นจุดสูงสุดของตลาดกลางคืนแห่งนี้แล้ว มันไม่ช่วยให้ทักษะการทำอาหารของผมก้าวหน้าขึ้นเลย"
"???"
เหลาหวังอึ้งงัน ทำไมคำพูดของไอ้หนุ่มนี่ถึงทำให้เขารู้สึกอยากประเคนหมัดใส่หน้ามันนักนะ?
เนิ่นนานกว่าเหลาหวังจะเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ "แกไปก็ดีเหมือนกัน ฉันเองก็เตรียมตัวจะเปลี่ยนอาชีพแล้ว โลกนี้กว้างใหญ่นัก ใครจะรู้ว่าเราจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่"
"เปลี่ยนอาชีพ? กะจะฟันกำไรสักแสนสองแสนก่อนเลิกทำหรือไง"
จ้าวเหยียนเริ่มสนใจเมื่อได้ยินดังนั้น
"..."
เหลาหวังถลึงตาใส่จ้าวเหยียนอย่างดุดัน ก่อนจะอธิบาย "คราวก่อนมันเป็นแค่ข้อยกเว้นเว้ย จริงๆ แล้วฉันเป็นคนซื่อสัตย์มากนะ"
ใครจะไปเชื่อ!
จ้าวเหยียนไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่สายตาของเขาบ่งบอกทุกอย่าง
เหลาหวังเริ่มร้อนรน ตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดกลางคืนต่างก็คร้านจะเสวนาด้วย มีแค่จ้าวเหยียนคนเดียวที่ยังยอมคุยกับเขา แต่ตอนนี้แม้แต่สหายเพียงคนเดียวก็ยังไม่เชื่อเขา แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดีเล่า
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย จู่ๆ เสียงใสของหญิงสาวก็ดังขึ้น
"คุณไอดอล ไปกันเถอะ ไปคุยรายละเอียดกันก่อน พรุ่งนี้เราต้องไปสถานที่ถ่ายทำกันแล้ว"
"ตกลง ลาก่อนนะเหลาหวัง"
จ้าวเหยียนโบกมือลาเหลาหวังและเดินจากไปพร้อมกับเฉิงจื่อหลาน
"เฮ้อ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงอยู่ดี"
เหลาหวังมองตามแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไปด้วยสายตาโดดเดี่ยว...
กลางดึกคืนนั้น ทีมงานรายการ 'ใครคือยอดเชฟ' ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
"ขอต้อนรับอาจารย์ทุกท่านที่มาร่วมงานกับเรา อยากเห็นไอดอลของคุณทำอาหารไหม พรุ่งนี้เวลาห้าโมงเย็น ห้ามพลาดเด็ดขาด"
พร้อมกันนั้น พวกเขายังแท็กเนี่ยฮั่น แขกรับเชิญ และคณะกรรมการคนอื่นๆ ด้วย
ครู่ต่อมา บัญชีโซเชียลของเนี่ยฮั่นก็แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมข้อความ: ตั้งตารอเลยครับ~
คณะกรรมการและแขกรับเชิญคนอื่นๆ ที่มีฐานแฟนคลับก็ทยอยแชร์โพสต์นี้เช่นกัน
บรรดาแฟนคลับที่คอยติดตามเนี่ยฮั่นอย่างใกล้ชิดได้รับข่าวนี้ทันที
"ว้าว ไอดอลของฉันทำอาหารเป็นด้วยเหรอเนี่ย? เลิฟเลย เลิฟเลย"
"ลูกพี่ของเรานี่มากความสามารถจริงๆ!"
"รายการ 'ใครคือยอดเชฟ' คือรายการอะไรอ่ะ ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อเลย"
"อยากกินอาหารที่ลูกพี่ทำจังเลย"
"..."
เหล่าแฟนคลับต่างพูดคุยกันอย่างออกรส และไม่นานนักก็พุ่งติดอันดับคำค้นหายอดฮิต
เว่ยติงยังไม่ได้พักผ่อน เมื่อเห็นว่ารายการที่เคยเงียบเหงาของตนได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
"ยุคสมัยนี้ สุดท้ายแล้วมันก็คือโลกของกระแสความนิยมสินะ"
เขาส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขื่น ความรู้สึกในใจสับสนปนเปไปชั่วขณะ
คนตั้งมากมาย แต่กลับสร้างกระแสได้ไม่เท่าเนี่ยฮั่นเพียงคนเดียว
วันต่อมา
ณ สถานที่ถ่ายทำรายการ 'ใครคือยอดเชฟ'
ผู้เข้าแข่งขันทยอยเดินทางมาถึงและเริ่มเตรียมตัว
"ทุกอย่างพร้อมหรือยัง นี่เป็นการถ่ายทอดสดนะ ใครทำพังก็ไสหัวไปได้เลย!"
เว่ยติงสูดหายใจลึกและตะโกนสั่งทีมงานรายการ
เพื่อที่จะโด่งดังในชั่วข้ามคืน ครั้งนี้เขาทุ่มสุดตัว ไม่เพียงแต่เชิญซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปมาเท่านั้น แต่เขายังจงใจเลือกที่จะถ่ายทอดสดพร้อมกันบนแพลตฟอร์มโต่วอินอีกด้วย
"ไม่มีปัญหาครับ!"
"ผู้กำกับ ไม่ต้องห่วง!"
ทีมงานรายการเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ขวัญกำลังใจของพวกเขาพุ่งสูงกว่าที่เคยเป็นมา
ก่อนหน้านี้ การขาดแม่เหล็กดึงดูดใจทำให้รายการแป้กไม่เป็นท่า แต่ตอนนี้มีเนี่ยฮั่นอยู่ในมือแล้ว มันจะล้มเหลวได้อย่างไร!
"ดีมาก! ผู้เข้าแข่งขันมากันครบแล้วใช่ไหม"
"ผู้กำกับครับ เนี่ยฮั่นยังมาไม่ถึงเลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเว่ยติงก็มืดครึ้มลงทันที
การถ่ายทอดสดกำลังจะเริ่มขึ้นอยู่ร่มร่อ แต่ตัวชูโรงกลับยังไม่ปรากฏตัว?
"ไปเร่งเขาหน่อย!"
เว่ยติงชี้สุ่มไปที่เฉิงจื่อหลาน
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า
เมื่อเห็นว่าถึงเวลาถ่ายทอดสดตามกำหนดการแล้วแต่เนี่ยฮั่นก็ยังคงไร้วี่แวว เว่ยติงก็กัดฟันกรอด
"เริ่มถ่ายทอดสดไปก่อนเลย!"
ไม่ว่าเขาจะมาหรือไม่ พวกเขาก็ปล่อยให้คนดูรอเก้อไม่ได้
ทันทีที่เริ่มการถ่ายทอดสด ผู้คนนับหมื่นก็หลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์ทันที
"จองที่นั่งแถวหน้า มารอดูฮั่นฮั่น"
"+1"
"ลูกพี่ของเราอยู่ไหน ทำไมยังไม่ออกมาอีก"
"..."
ข้อความคอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแฟนคลับของเนี่ยฮั่น
"สวัสดีครับทุกคน ขอต้อนรับสู่สถานที่ถ่ายทำรายการ 'ใครคือยอดเชฟ'"
"ก่อนอื่น ขอต้อนรับคณะกรรมการของเราครับ อาจารย์หลี่เซิง อาจารย์เยี่ยฝาน และอาจารย์เสี่ยวหมิง"
เมื่อได้รับสัญญาณ พิธีกรก็รีบกล่าวเปิดรายการและแนะนำคณะกรรมการทั้งสามท่านให้ผู้ชมรู้จักตามลำดับ
จากนั้นเขาก็แนะนำผู้เข้าแข่งขันหลายคนรวมถึงกฎกติกาการแข่งขันเพื่อถ่วงเวลา
เว่ยติงมองดูยอดผู้ชมในห้องไลฟ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความรู้สึกยินดีระคนกังวล คนส่วนใหญ่เข้ามาดูเพราะเนี่ยฮั่น
ถ้าเนี่ยฮั่นยังไม่ปรากฏตัวเร็วๆ นี้ พวกเขาคงโดนคนพวกนี้ด่าจนจมดินแน่
"เจ๊หง พวกคุณมาถึงกันหรือยังครับ!" เว่ยติงโทรศัพท์ไปเร่งด้วยตัวเอง
"กำลังไป กำลังไป เสี่ยวฮั่นของเราได้รับบาดเจ็บระหว่างทาง พวกเราเพิ่งออกจากโรงพยาบาล อีกสิบนาทีจะถึงแล้ว" เจ๊หงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"อะไรนะครับ! เขาเจ็บตรงไหน อาการสาหัสไหมครับ" เว่ยติงใจหายวาบ รีบถามอย่างร้อนรน
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่กระทบการทำงานหรอก แผลใกล้จะหายแล้ว" เจ๊หงพูดจบก็วางสายไป
"?"
ใกล้จะหายแล้ว?
เว่ยติงรู้สึกสับสนงุนงง แต่ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบต่อการถ่ายทำก็ไม่เป็นไร
"คุณไอดอล ตื่นเต้นไหม"
เฉิงจื่อหลานแอบเดินเข้ามาในโซนผู้เข้าแข่งขันอย่างเงียบๆ ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะมีสถานีทำอาหารที่มีอุปกรณ์เครื่องครัวและวัตถุดิบต่างๆ เตรียมไว้ให้
"จะตื่นเต้นไปทำไมกัน ขอแค่มีมือก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ใช่หรือไง"
จ้าวเหยียนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ สำหรับเขา นี่มันแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย
"ก็ดีแล้ว ก็ดีแล้ว" เฉิงจื่อหลานตบหน้าอกตัวเองเบาๆ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
"ทำไมเธอถึงดูตื่นเต้นกว่าฉันอีกล่ะ" จ้าวเหยียนรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง
"ฮี่ๆ ก็คุณเป็นคนที่ฉันแนะนำมานี่นา ฉันก็ต้องดูแลคุณให้ดีสิ"
เฉิงจื่อหลานหัวเราะแหะๆ แล้ววิ่งกลับไปทำงานต่อ
ไม่กี่นาทีต่อมา
เนี่ยฮั่นที่มาสายก็ปรากฏตัวขึ้น ในที่สุดเว่ยติงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียที
พิธีกรเองก็แอบปาดเหงื่อเย็นเยียบ ก่อนจะตะโกนขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น "สำหรับผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้าย คงไม่ต้องให้ผมแนะนำตัวให้ยุ่งยาก ขอเสียงปรบมือต้อนรับแขกรับเชิญคนสำคัญของเรา... เนี่ยฮั่น!"
เนี่ยฮั่นที่มีริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันขาวสะอาด เผยรอยยิ้มสงวนท่าทีบนใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างหนาเตอะ ขณะที่เขาโบกมือให้กล้องอย่างอ่อนแรง
"สวัสดีครับทุกคน เป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมรายการ 'ใครคือยอดเชฟ' ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
"กรี๊ดดด ฮั่นฮั่น ฉันจะตายแล้ว!"
"พวกหล่อน ฉันเลียหน้าจอไปแล้วนะ"
"ไข่ตกตรงนี้เลยค่ะ"
"..."
ความนิยมในห้องไลฟ์พุ่งทะยานสู่หลักล้านในเวลาอันสั้น เมื่อเห็นดังนั้น เว่ยติงก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ
เขาสั่งให้ตากล้องจับภาพเนี่ยฮั่นเป็นหลัก
ยังไงเสีย นี่ก็คือกุญแจสำคัญในการดึงดูดกระแส ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ แค่แพนกล้องไปหาบ้างเป็นครั้งคราวก็พอ
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ คะแนนประเมินโดยรวม +30 คะแนนประเมินโดยรวมปัจจุบัน: 60 คะแนน】
จ้าวเหยียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องแอร์ไทม์เลยแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ขาดอีกแค่ 20 คะแนน เขาก็จะจบอาชีพเชฟนี้ได้แล้ว!
แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เขาก็จะทำอาหารสักจานให้พวกคนบ้านนอกพวกนี้ได้เบิกเนตรเห็นทักษะการทำอาหารที่แท้จริงเสียหน่อย!
เมื่อมองดูวัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะ จ้าวเหยียนก็หยิบมันฝรั่งขึ้นมาหนึ่งลูก
มีดร่ายรำอย่างพลิ้วไหว เพียงชั่วพริบตา มันฝรั่งก็ถูกหั่นเป็นเส้นฝอยขนาดเท่ากันอย่างสวยงาม
จากนั้นเขาก็หั่นพริกหยวกสีเขียวและสีแดงเป็นวัตถุดิบเสริม
เขาตั้งใจจะทำเมนูผัดมันฝรั่งเส้นเปรี้ยวเผ็ด
เมนูนี้เป็นอาหารที่เรียบง่ายและใครๆ ก็ทำได้ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ออกมาอร่อย
ยิ่งเป็นอาหารที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ การเอาชนะต่อมรับรสของนักชิมก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น