เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บททดสอบของพระเจ้า

บททดสอบของพระเจ้า

บททดสอบของพระเจ้า


“สิบ เก้า แปด...”

การสูญเสียเลือดจำนวนมากอย่างรวดเร็วทำให้จิตสำนึกของซ่งชิงเสี่ยวเริ่มเลือนลาง เธอคิดถึงแม่ คิดถึงฉากต่างๆ ที่เคยลืมไปแล้ว ขณะที่การนับถอยหลังอันแปลกประหลาดนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป “หก ห้า...”

“สี่...”

นิ้วของเธอขยับ ความคิดก็เริ่มกระจัดกระจาย ร่างกายของเธอสูญเสียความรู้สึก เสียงฝนก็หายไป มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้น “ตุบๆ” พร้อมกับเสียงนับถอยหลัง “สอง...”

ฉันไม่อยากตาย...

เธอเพิ่งจะเรียนจบ เพิ่งจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากจากชีวิตที่ยากเย็นแสนเข็ญได้เองนะ เพิ่งทำงานได้แค่วันเดียว

ทั้งที่อุตส่าห์โชคดีรอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมาจบชีวิตแบบนี้น่ะเหรอ

เธอไม่ได้อยากตายเงียบๆ ในตรอกแห่งนี้ พอคิดว่าหลังจากฝนหยุดในวันพรุ่งนี้แล้ว อาจจะมีคนเดินผ่านไปมาหน้าตรอก แต่จะมีใครช่างสังเกตพอที่จะเห็นศพเธอที่อยู่ในตรอกมืดๆ แบบนี้หรือเปล่า ใจก็หนาวสั่นสะท้านไปหมด

จะยอมรับบททดสอบของพระเจ้าหรือไม่...?

เธอใช้แรงทั้งตัวพยายามขยับริมฝีปาก น้ำฝนหลั่งไหลเข้าปากไปปนกับฟองเลือดที่ย้อยลงมาตามคางของเธอ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่เอาชนะความกลัวต่อเสียงแปลกประหลาดนั่น

“รับ...”

ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ วินาทีถัดมา นิ้วของเธอก็ขยับเบาๆ สิ่งที่สัมผัสได้ไม่ใช่ถนนหินที่เย็นและชื้นอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่เรียบลื่น เธอไม่ได้อยู่ในตรอกมืดๆ เปล่าเปลี่ยวเมื่อกี้อีกแล้ว ตรงกันข้าม รอบๆ ตัวเธอกลับรายล้อมไปด้วยคนแปลกหน้าเรียงรายอยู่ เธอได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองที่หนักหน่วง

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ทดสอบแห่งพระเจ้า

ซ่งชิงเสี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วลุกขึ้นนั่งทันที เธอลืมตาขึ้น!

ข้างๆ มีคนหลายคนนั่งหรือยืนอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมกับหันมามองเธอด้วยความตกใจ ที่นี่ไม่มีพายุฝน ไม่มีตรอกมืด และเสียงฮัมเพลงที่ได้ยินก่อนจะตายอีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่มีเวลาสนใจที่จะวิเคราะห์สถานการณ์โดยละเอียดอีกต่อไป ขอแค่ตัวเองยังมีชีวิตรอดอยู่ก็พอแล้ว

ซ่งชิงเสี่ยวเอื้อมมือไปแตะคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะหมดสติ เธอจำได้แม่นยำว่าคอตัวเองถูกแทงด้วยมีดสั้นเล่มหนึ่ง เธอยังจำความรู้สึกตอนที่มีดแทงเข้าไปกลางลำคอได้ ช่างรู้สึกเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน

น่ากลัว น่ากลัวมากเหลือเกิน...

หายใจเข้า...ซ่งชิงเสี่ยวหน้าซีด เมื่อเธอแตะคอของตัวเอง มันลื่นและเรียบเนียน ไม่มีแผล ไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ เธอหายใจด้วยความโล่งอก

ก่อนหน้านี้ฉากที่เธอถูกฆ่าราวกับฝันร้าย เธอยกแขนขึ้น มือซ้ายก็ยังคงมีรอยเลือดที่ยังไม่แห้งจับตัวอยู่ ซึ่งก็เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ใช่เธอหลอนภาพไปเองแน่นอน

“นี่มันที่ไหน เกิดอะไรขึ้น?”

เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ร่างกายก็ยังคงสั่นไม่หยุด ผู้คนรอบข้างมองเธอด้วยสายตาที่หวาดกลัว

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เกินกว่าที่ซ่งชิงเสี่ยวจะเข้าใจได้ แต่เธอคาดเดาว่าเรื่องนี้คงเกี่ยวกับเสียงที่ปรากฏในหัวก่อนที่ตัวเองจะสิ้นใจในตรอกมืดๆ อย่างแน่นอน

เธอแกล้งทำเป็นสงบ เอามือค้ำพื้นแล้วเหยียดกายลุกขึ้น บางทีอาจจะเพราะเพิ่งผ่านวิกฤตเส้นตายมาเมื่อสักครู่ด้วย ถึงทำให้ตัวเองรู้สึกระแวดระวังกับบรรยากาศแบบนี้มากเป็นพิเศษ กระทั่งสังเกตเห็นว่าสถานที่แห่งนี้ช่างแปลกประหลาดมากจริงๆ รอบตัวมีแต่หมอกสีเทารายล้อมโอบทุกทิศทาง ไม่มีการตกแต่งใดๆ เป็นเพียงพื้นที่โล่งๆ ซึ่งว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยจริงๆ เหลือเพียงพื้นที่ว่างประมาณสามสิบตารางเมตรเท่านั้น

ข้างๆ มีคนประมาณเจ็ดแปดคน แต่ละคนอยู่ห่างจากเธอมาก มองมาด้วยสายตาที่ระแวดระวัง

“นี่ที่ไหน”

เห็นได้ชัดว่าทุกคนเป็นคนแปลกหน้าที่ต่างก็สับสนเหมือนเธอเช่นกัน ต่างคนต่างเว้นระยะห่างเพื่อรักษาระยะระหว่างกันพอสมควร กลุ่มคนเหล่านี้มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ดูแล้วอายุไม่น่าจะเท่ากัน

หญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดเดรสสีแดง สวมรองเท้าส้นสูง เธอกอดอกและสะบัดผม พูดขึ้นมาอย่างอดทนไม่ไหว “พวกคุณเป็นใคร มาที่นี่ได้ยังไง”

ทุกคนมองหน้ากัน เมื่อเจอคนแปลกหน้าก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรส่งเดช

สายตาของหญิงสาวมองไปที่ทุกคนในพื้นที่ว่างแห่งนี้ สุดท้ายก็มาหยุดที่ซ่งชิงเสี่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ทดสอบแห่งพระเจ้าเป็นคนสุดท้าย

รูปลักษณ์ของเธอช่างน่ากลัวที่สุด สวมเสื้อผ้าที่เปียกโชก หน้าอกและแขนเสื้อก็มีคราบเลือดสีน้ำตาลเข้ม ผมที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดเหมือนผี ริมฝีปากที่แห้งซีดราวคนตาย ทำให้ดูสิ้นหวังและน่าขยะแขยงราวกับเพิ่งไปก่อเรื่องร้ายแรงอะไรมา

เห็นได้ชัดว่าซ่งชิงเสี่ยวไม่ใช่คนที่มีฐานะดีเลยสักนิด เมื่อสายตาของหญิงสาวชุดเดรสสีแดงมองมาที่เธอ ก็เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ทั้งตึงเครียดและดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อย

“นี่เธอน่ะ.. เป็นใครยะ ชื่ออะไร และมาที่นี่ได้ยังไง”

หญิงสาวชุดเดรสสีแดงมองซ่งชิงเสี่ยวแล้วยิงคำถามรัวออกมาติดๆ กัน เมื่อเธอพูดจบ ทุกคนก็จ้องมาเป็นทางเดียว รอเพียงคำตอบ

อันที่จริงซ่งชิงเสี่ยวเองก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันนี้เท่าไหร่นัก ดังนั้นเมื่อผู้หญิงตรงหน้าถามเธอ เธอก็ไม่ได้ตอบตามความจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อพลบค่ำยังทำให้เธอตื่นตัวอยู่ ประกอบกับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนแปลกหน้ารอบๆ ตัว ทำให้เคร่งเครียดมากกว่าเดิม

เธอก็ทำตามคนอื่นๆ หาพื้นที่ว่างที่มีระยะห่างพอสมควร นั่งขดตัวลง

ขณะที่บางคนก็รอจนหมดความอดทนแล้วถามขึ้นเสียงดัง "ไม่ได้ยินเหรอเฮ้ย!! "

คนที่พูดเป็นชายร่างกำยำ สวมเสื้อกล้ามรัดรูป เผยให้เห็นรอยสักบนแขนเป็นบริเวณกว้าง ดูเหมือนนักเลงอันธพาล เมื่อเขาพูดก็กำมือแน่นราวกับกำลังจะหาเรื่องคนที่ถูกถาม ในพื้นที่บททดสอบแห่งพระเจ้า ดูเหมือนทุกคนจะระมัดระวังเขามากที่สุดแล้ว ต่างก็พากันถอยห่างมากกว่าปกติ

ซ่งชิงเสี่ยวหอบหายใจแรง ความรู้สึกที่ถูกแทงด้วยมีดเมื่อกี้ยังคงหลงเหลืออยู่กับเธออย่างหลอกหลอน ความรู้สึกที่หายใจไม่ออกนั้นก็ยังคงตามติดเธอมาไม่ยอมห่าง เธอคิดในใจว่า ถึงแม้ตอนนี้แผลที่คอจะหายไปแล้วก็จริง แต่ตัวเองก็ยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นมากอยู่ดี เมื่อหายใจก็จะเผลอเงยคางขึ้นและยืดคอสูง พร้อมกับส่งเสียงหอบแรงดังๆ

"ฉันชื่อซ่งชิงเสี่ยว ไม่รู้เหมือนกันว่ามาที่นี่ได้ยังไง ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน"

เธอไม่ได้พูดถึงเสียงลึกลับที่ปรากฏในหัว และไม่ได้พูดถึงคำว่า ‘บททดสอบของพระเจ้า’ ด้วย

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเธอ ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครสงสัยอะไร แต่สายตาของผู้หญิงที่ถามคำถามก่อนหน้านี้ดูจะจดจ้องไปที่คราบเลือดบนตัวของเธอเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าอยากรู้อยากเห็นมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เธอจะถูกส่งมาที่นี่

ปฏิกิริยาดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ที่เข้ามาในพื้นที่นี้ทุกคน ล้วนไม่มีใครตั้งตัวทันทั้งสิ้น บางทีทุกคนอาจจะได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม ‘บททดสอบของพระเจ้า’ ด้วยเหตุผลบางอย่างเหมือนๆ กัน ถึงทำให้ถูกส่งเข้ามาในพื้นที่นี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ

จากการแต่งกายและการแต่งตัวของทุกคน มีทั้งผู้หญิงที่ถามคำถามก่อนหน้านี้ที่สวมชุดเดรสสีแดง สาวบางคนที่ใส่ชุดพนักงานออฟฟิศ และชายร่างเตี้ยอ้วนอีกคนหนึ่งที่สวมชุดทำงาน ดังนั้น เมื่อมาถึง ‘บททดสอบของพระเจ้า’ ดูเหมือนก่อนหน้านี้ทุกคนน่าจะอยู่ในช่วงเวลา สถานที่ และกำลังทำสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกันอยู่

ซ่งชิงเสี่ยวยังคิดไม่ออก ว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงกลายมาเป็นเข้าร่วมบททดสอบนี้ได้ และก็ยังไม่เข้าใจว่าการทดสอบนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไรกันแน่ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบเป็นจุดสนใจของใคร หลังจากตอบคำถามของผู้หญิงคนนั้นแล้ว จึงเลือกปิดปากอยู่เงียบๆ คนเดียว  ไม่ยอมพูดอะไรอีก ฟังแค่ทุกคนพูดคุยกัน ในขณะเดียวกันก็เงียบๆ คอยสังเกตลักษณะของแต่ละคน

เธอลองนับจำนวนดู รวมเธอแล้วในพื้นที่บททดสอบแห่งพระเจ้านี้ก็มีจำนวนเก้าคน นอกจากผู้หญิงที่ถามคำถามและชายร่างกำยำโหดเหี้ยมนั่น ก็ยังมีชายร่างอ้วนเตี้ยอายุประมาณ 40 ปี  และคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่เป็นชายหนุ่มสวมแว่นตาท่าทางเรียบร้อยอีกหนึ่งคน  ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่อายุยังน้อยทั้งคู่ กำลังนั่งก้มหน้างุดๆ อยู่ ส่วนมุมซ้ายสุดก็มีผู้หญิงสวมชุดพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง รูปร่างค่อนข้างอวบ ถัดจากเธอไปประมาณ 2 เมตร มีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีขาว ยืนไขว้แขนและขมวดคิ้ว

"เหมือนไม่มีใครตั้งใจมาที่นี่เลยสักคน" ชายวัยกลางคนที่สวมแว่นตาพูดพร้อมกับขยับแว่น "ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว เราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจให้ได้ว่านี่คือที่ไหน และเรามาที่นี่ได้ยังไง"

เขาใช้มือยันพื้นแล้วลุกขึ้น "ผมเสนอให้ทุกคนนั่งล้อมวงกันดีกว่ามั้ง เราจะได้แนะนำตัวและทำความรู้จักกันได้ ทุกคนจะได้คุ้นเคยกันมากขึ้น"

ทันทีที่ชายคนนี้พูดจบ ชายร่างใหญ่ที่มีใบหน้าดุร้ายก็หัวเราะเยาะออกมา

"แกเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งพวกฉัน"

จบบทที่ บททดสอบของพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว