เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

พื้นที่

พื้นที่

พื้นที่


ชายวัยกลางคนที่สวมแว่น พอได้ฟังคำพูดนี้แล้วมุมปากก็ตกเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอีกครั้งอย่างรวดเร็ว "งั้นผมขอแนะนำตัวเองก่อนแล้วกัน ทุกคนจะได้รู้จัก"

ขนาดซ่งชิงเสี่ยวเองยังรู้สึกตกใจกลัวและไม่ค่อยวางใจทุกคนในนี้เท่าถังร่เลย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ชายร่างใหญ่จะรู้สึกแบบนั้น

และเนื่องจากบรรยากาศในการดำรงชีวิตตั้งแต่เด็กๆ ของเธอ และความเป็นความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทำให้เธอรู้ตัวดีว่าตนเองไวต่อการแสดงสีหน้าท่าทางของผู้อื่นเสมอ เธอรับรู้ได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนที่ใส่แว่นคนนี้เหยียดดูถูกและไม่ชอบชายร่างใหญ่นั่นเลย แต่ทั้งนี้ก็แฝงไปด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย

"ผมชื่อโจวจิง ทำงานที่สำนักงานเทศบาลเมืองตงจี ทำมาค่อนข้างหลายปีแล้วครับ" ชายวัยกลางคนที่ใส่แว่น พอพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าก็แสดงความมั่นใจขึ้นมาทันที

เขาแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ดูสุภาพ เรียบร้อย ตรงตามภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่สำนักงานเทศบาลจริงๆ หลังจากที่เขาพูดจบลง หลายๆ คนก็มองเขาด้วยสายตาที่ลดความระมัดระวังลงไปบ้าง

ในบรรยากาศที่แปลกใหม่เช่นนี้ ทุกคนต่างก็ไม่รู้จักกัน และยังระแวงกันเองอีกด้วย เมื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาอยู่ด้วยสักคน อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง แม้แต่ชายร่างใหญ่ที่ได้ยินโจวจิงแนะนำตัวก็ยังลดท่าทีดุร้ายลงไปเล็กน้อย

โจวจิงพอเห็นว่าสถานะของตัวเองทำให้ทุกคนสงบลงได้ ก็แสดงท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อพูดให้ทุกคนนั่งล้อมวงอีกครั้ง ทุกคนก็ไม่ต่อต้านคำพูดของเขามากเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว

ขณะเดียวกัน ร่างกายของซ่งชิงเสี่ยวที่ยังไม่ค่อยจะขยับได้ดีนัก แถมมือก็ยังคงสั่นไม่หยุดอีก ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าภาพลักษณ์ของเธอที่แสดงออกมาในตอนนี้ ช่างดูน่าจับตามากเป็นพิเศษ ทั้งมาที่นี่เป็นคนสุดท้าย ทั้งตัวเปียกโชกและหน้าอกก็เปื้อนเลือด แถมยังทำท่าสั่นเหมือนไปโดนอะไรบางอย่างมา ทุกคนต่างก็รังเกียจและระแวงเธอมากที่สุด

เมื่อเธอขยับร่างกายเข้าไปใกล้ๆ วงที่ทุกคนนั่งด้วยความยากลำบาก โจวจิงก็พูดขึ้นว่า

"เอางี้ เรามาพูดถึงสถานการณ์ที่ทำให้เข้ามาที่นี่ได้ของแต่ละคนกันก่อน มาแชร์สิ่งที่ทุกคนรู้กันดีถังม" เขาไอแล้วกระแอม "เพราะว่าที่นี่ผมว่ามันแปลกๆ นะ ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง นอกจากพวกเราเก้าคนแล้ว ในนี้ก็ไม่มีอะไรเลย”

เมื่อโจวจิงพูดจบลง หมอชายที่สวมเสื้อกาวน์ก็หยิบมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ขึ้นมาจากกระเป๋า เขาถือสมาร์ทโฟนเอาไว้ในมือ

"ผมลองแล้ว ที่นี่โทรออกไม่ได้ สัญญาณก็ไม่มี"

เมื่อเขาพูดจบลง ทุกคนก็แสดงสีหน้าตกใจกลัว

เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาไปมาก สัญญาณเครือข่ายดาวเทียมครอบคลุมแทบจะเกือบทุกมุมโลกแล้ว แต่ที่นี่กลับไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โทรออกก็ไม่ได้ ถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก

ทุกคนต่างก็โกลาหลกันไปหมด หลายคนเพิ่งจะนึกได้ว่าต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากตัว ผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงตอนเข้ามาในห้องสีดำนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ถือกระเป๋าที่พอจะสามารถใส่โทรศัพท์มือถือติดตัวมาได้เลย เธอจึงหันไปมองเด็กหนุ่มที่สะพายเป้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เห็นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากเป้แล้วกดไปสักพัก สีหน้าก็ลุ้นระทึกไปด้วย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความผิดหวังแล้วส่ายหัว

"โทรศัพท์มือถือของผมก็ไม่มีสัญญาณ"

ทุกคนที่พกโทรศัพท์มือถือมา ต่างก็ลองดูแล้วพบว่าโทรศัพท์มือถือของตนก็ไม่มีสัญญาณเช่นกัน จึงวางมันลงอย่างจำใจ

"ผมเดาว่าเราอาจจะโดนคนร้ายลักพาตัว และก่อนที่คนร้ายจะลักพาตัวก็ได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อตัดสัญญาณที่นี่"

คำพูดของเขาทำให้หลายๆ คนเกิดความตื่นตระหนกไปด้วย แต่ซ่งชิงเสี่ยวกลับรู้สึกว่าไม่ใช่

ไม่ต้องพูดถึงเสียงลึกลับที่ดังขึ้นในหัวของเธอตอนก่อนหน้านี้ แค่วิธีที่เธอเข้ามาในพื้นที่นี้ก็อยู่นอกเหนือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แล้ว คนร้ายไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ได้อย่างแนบเนียนจนเธอไม่รู้ตัว เริ่มตั้งแต่เเดินเข้ามาในตรอกแถวบ้าน แล้วฉุดพามาที่นี่ได้ในพริบตา

ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ก็มีคนตั้งคำถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"เป็นไปไม่ได้" คนที่พูดก็ยังคงเป็นคุณหมอผู้ชายคนเดิมที่พูดเรื่องโทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณก่อนหน้านี้ ท่าทางของเขาดูจริงจัง "ผมกำลังทำงานอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มาโผล่ที่นี่ ถ้าเป็นพวกโจรลักพาตัวจริง ไม่มีใครทำแบบนี้ได้หรอก"

เมื่อโจวจิงได้ยินว่ามีคนโต้แย้งก็เหมือนกับว่าอำนาจของเขาถูกท้าทาย ทำให้ไม่พอใจขึ้นมาทันที

"ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หรอกครับ..." เขายืดตัวขึ้นตรง "ดูจากการแต่งตัวของคุณแล้วดูท่าน่าจะเป็นคุณหมอล่ะสิ งั้นฟังดีๆ นะ ถ้าคนร้ายใช้พวกสารก่อประสาทที่ทำให้คุณหมดสติไปในเวลาสั้นๆ ล่ะ แล้วพาคุณมาที่นี่ซึ่งเตรียมสถานที่เอาไว้ก่อนแล้ว สมองและดวงตาของคุณที่ได้รับผลกระทบจากยาก็จะทำให้คุณเกิดภาพหลอนกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ใช่ถังม ทำให้คุณคิดไปเองว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกำลังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไง"

น้ำเสียงของโจวจิงหนักแน่นและทุ้มต่ำ เขาพูดจาชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับใช้ท่าทางเพื่อให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือมากขึ้น หลายๆ คนที่ได้ยินก็รู้สึกคล้อยตามจากสีหน้าท่าทางของเขา

เป็นไปไม่ได้! ซ่งชิงเสี่ยวก้มหน้าลง เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็เม้มปากแน่น

ถ้าพูดถึงเรื่องการถ่ายทอดอารมณ์ เธอยอมรับว่าคำพูดของโจวจิงน่าเชื่อถือดี แต่ในแง่ของเหตุผล เธอไม่สามารถยอมรับมันได้

ก่อนที่จะถูกส่งตัวมายังห้องมืดๆ ที่เป็น ‘บททดสอบของพระเจ้า’ แห่งนี้ เธอถูกคนแปลกหน้าฆ่าตาย ก่อนจะสิ้นใจ เธอเป็นคนเลือกที่จะเข้ามาที่นี่ด้วยตนเอง จากนั้นก็พบว่าตัวเองฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง พร้อมกับบาดแผลทั้งหมดที่หายไป สถานการณ์แบบนี้ไม่ค่อยจะสมจริงเท่าถังร่ เล่าให้ใครฟังก็เหมือนเอาความฝันมาเล่าต่ออีกที แต่คราบเลือดที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนตัวเธอและโคลนที่ติดอยู่ที่ซอกนิ้ว กลับเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจน ว่าสิ่งที่เธอประสบมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่ภาพหลอน

ยิ่งไปกว่านั้น จากสถานการณ์ที่เธอได้ทราบมาในตอนนี้ โจวจิงมาจากมณฑลตงจี ส่วนเธอมาจากถนนฉางหยวนของเมืองหลวง แค่นี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่า ทั้งเก้าคนรวมถึงตัวเธอเอง มาจากสถานที่ที่แตกต่างกันในจักรวรรดิแห่งนี้

ยังไม่จบ เธอยังกล้าคาดการณ์จากสภาพเส้นผมและชุดเครื่องแบบที่เปียกฝนของตัวเอง ไปถึงขั้นว่า บางคนในที่นี้ไม่เพียงแค่มาจากสถานที่ที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่อาจจะรวมถึงเวลา บรรยากาศ อายุ และเพศ ก็อาจจะไม่ตรงกันด้วย

หลังจากที่เธอเข้ามาในห้องสีดำมืดนี้ เธอก็เพิ่งพบว่าโจวจิงเป็นคนแรกที่ยอมเปิดปากพูด ส่วนคุณหมอก็เพิ่งจะพบว่าโทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณ ดังนั้นจึงเดาได้เลยว่าทุกคนก็คงเพิ่งถูกส่งเข้ามาในห้องมืดนี้ได้ไม่นานเช่นกัน ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่มีใครสังเกตเห็นถึงปัญหาพวกนี้

จากสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมา ซ่งชิงเสี่ยวกล้าคาดเดาอย่างเด็ดเดี่ยวเลยว่า ไม่มีมนุษย์คนถังนสามารถนำผู้คนจากเวลา สถานที่ บรรยากาศ อายุ และเพศที่แตกต่างกันขนาดนี้ ให้มาพบเจอกันได้ในเวลาอันแสนสั้นเช่นนี้ ต่อให้เตรียมการไว้ล่วงหน้านานแค่ถังนก็ตาม เว้นแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นพระเจ้า!

เธอคิดถึงเสียงที่ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง ‘เจ้าจะยอมรับบททดสอบของพระเจ้าหรือไม่’

เธอรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ทันที

"เป็นไปไม่ได้! "

คุณหมอโต้แย้งคำพูดของโจวจิงอีกครั้ง คราวนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม เขาโต้แย้งซ้ำๆ ทำให้โจวจิงไม่พอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนรอบข้างเห็นด้วยกับการคาดการณ์ของตัวเอง ไอ้หมอคนนี้ก็ยังกล้าโต้แย้งเขาหลายครั้งซ้ำๆ แบบนี้ ทำให้สีหน้าของโจวจิงดูมืดมนลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

"หุบปากซะ! ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น"

บรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนมองหน้ากัน ในสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกแล้ว สายตาของทุกคนสลับไปมาระหว่างคุณหมอกับโจวจิงราวกับว่ากำลังหาจุดยืน

คุณหมอมองโจวจิงที่กำลังตื่นตัวอย่างสุดขีด เขาเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ของตัวเอง ก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาเผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง

"ก็เพราะว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือยังสามารถถูกรบกวนได้ด้วยฝีมือมนุษย์ก็จริง แต่ดูนาฬิกาข้อมือของผมสิ ตอนนี้มันก็ใช้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน" เขาพูดมาถึงตรงนี้แล้วก็ถอนหายใจ เอนข้อมือลงเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซ่งชิงเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นว่าเข็มนาฬิกาข้อมือของเขาตอนนี้ควบคุมไม่ได้แล้ว กำลังหมุนไปมาอย่างรุนแรง

"น่าจะเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก ผมสงสัยว่าตอนนี้เราอาจจะอยู่ในพื้นที่ลึกลับสักที่บนโลกใบนี้" คำพูดของคุณหมอทำให้ทุกคนตกใจกลัวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อซ่งชิงเสี่ยวได้ยินแบบนี้ กลับเหมือนกับว่าได้พิสูจน์การคาดการณ์ของตัวเองที่คิดมาตลอด ร่างกายที่ตึงเครียดมาตลอดกลับคลายลงไปบ้าง

จบบทที่ พื้นที่

คัดลอกลิงก์แล้ว