- หน้าแรก
- มือสังหารสายคลั่ง
- บทที่ 25 เขาน่ะเป็นคนโง่นะ จะบอกให้
บทที่ 25 เขาน่ะเป็นคนโง่นะ จะบอกให้
บทที่ 25 เขาน่ะเป็นคนโง่นะ จะบอกให้
เซี่ยงซีกับหลิวคนโง่กำลังลงไม้ลงมือกันอย่างเมามัน จังหวะนั้นเอง เถ้าแก่เหอจากหอเซียวเหยาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบรุดมาดู
เพียงปราดตามอง เขาก็เห็นโถงชั้นล่างของหอเฟยอวิ๋นถูกพังจนราบเป็นหน้ากลอง บรรดาเสี่ยวเอ้อและเถ้าแก่ร้านล้วนถูกซ้อมจนหน้าตาอาบชุ่มไปด้วยเลือด นอนกองอยู่กับพื้นจนลุกไม่ขึ้น ในขณะที่เซี่ยงซีกับหลิวคนโง่กลับดูปกติดีไร้รอยขีดข่วน ทำเอาเขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
สองคนนี้... จะดุดันเกินไปแล้วมั้ง?
"แม่นาง!" เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครจำเซี่ยงซีได้ เถ้าแก่เหอถึงกับไม่กล้าเรียกแซ่ของนาง "มีคนไปตามมือปราบมาแล้ว พวกเจ้ารีบหนีไปเร็วเข้า!"
เซี่ยงซีหัวเราะเบาๆ
หนีหรือ?
ทำไมต้องหนีด้วยเล่า?
งิ้วโรงนี้เพิ่งจะเริ่มแสดงเองนะ!
"เถ้าแก่เหอ ประเดี๋ยวตรงนี้จะอันตรายมาก ท่านรีบออกไปก่อนเถอะ"
"หา?" เถ้าแก่เหอยืนอึ้ง ข้าเป็นคนมาบอกให้พวกเจ้าหนีชัดๆ ทำไมถึงกลับตาลปัตรไปได้เล่า? "ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าสองคน..."
"สามีข้ามากินอาหารที่นี่จนท้องไส้ปั่นป่วน จะให้เลิกรากันไปง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร?"
เถ้าแก่เหอกระจ่างแจ้งในทันที
ก่อนหน้านี้ที่เห็นแม่นางผู้นี้เอาแต่ยิ้มแย้มขอโทษขอโพยแถมยังยอมจ่ายเงินให้คนอื่น เขาคิดว่านางเป็นพวกกลัวเรื่องบาดหมาง ที่แท้นางไม่ได้สนใจอันธพาลสองคนนั้นเลยสักนิด แต่นางมุ่งตรงมาถล่มรังมังกรเลยต่างหาก!
แถมนางยังพังวังบาดาลเสียจนยับเยิน!
ซ้ำยังจะให้พวกเขายอมจ่ายค่าชดเชยอีก!
เกิดมาเขายังไม่เคยพบเคยเห็นหญิงสาวที่ดุดันบ้าบิ่นเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
"ถ้าเช่นนั้นก็ระวังตัวด้วยนะแม่นาง ประเดี๋ยวข้าจะช่วยพูดกับพวกมือปราบให้สักสองสามประโยค"
หลังจากเถ้าแก่เหอถอยออกไป เซี่ยงซีก็กระชากหัวเถ้าแก่ฉีขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม "เถ้าแก่ สามีข้ามากินอาหารที่ร้านเจ้า แต่เจ้ากลับสั่งให้คนวางยาในอาหาร! ข้าขอถามหน่อยเถอะ เจ้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร?"
ถึงตอนนี้ เถ้าแก่ฉีก็ตระหนักได้แล้วว่าสองคนนี้เป็นใคร
พวกเขาต้องเป็นสองผัวเมียที่ขายปลาไหลเมื่อเช้า แล้วบุกมาเพื่อแก้แค้นแน่ๆ!
แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า?
อีกเดี๋ยวพวกมือปราบก็จะมาถึงแล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่าสองคนนี้จะกล้างัดข้อกับกฎหมาย!
"หึ" เถ้าแก่ฉีแค่นเสียงเย็น "คิดว่าพวกเจ้าเก่งกล้านักหรือ? รู้หรือไม่ว่านายท่านใหญ่แห่งหอเฟยอวิ๋นคือใคร?"
"ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้านายของเจ้าจะเป็นใคร" เซี่ยงซีเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "หากเจ้ากล้าไม่จ่ายค่าชดเชย ข้าจะพาเขามากินข้าวที่นี่ทุกวัน เขาน่ะเป็นคนโง่นะ จะบอกให้ เขากินจุมาก แล้วพอกินเสร็จก็มักจะปวดท้องอยากปลดทุกข์ทันทีเสียด้วย"
เถ้าแก่ฉี: "..."
"เจ้าเซ่อ" เซี่ยงซีเอ่ยสั่ง "ขี้ให้เถ้าแก่ฉีดูหน่อยสิ!"
"ได้จ้ะ!"
เถ้าแก่ฉีหันขวับไปมอง ก็พบว่าหลิวคนโง่ที่ยืนอยู่บนโต๊ะบัญชีได้ถลกกางเกงลงเรียบร้อยแล้ว
"เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?"
หลิวคนโง่กลอกตาใส่เขา
ตาเฒ่าคนนี้เป็นคนโง่หรืออย่างไร? ถอดกางเกงแล้วจะให้ทำอะไรได้อีกล่ะ?
ก็ต้องขี้น่ะสิ!
"ตาเฒ่า กระดาษชำระล่ะ เอามาให้ข้าหน่อย!"
เถ้าแก่ฉีโกรธจนแทบจะเป็นลม
มาปลดทุกข์รดโต๊ะบัญชีของเขาแล้วยังจะกล้าหน้าด้านมาขอกระดาษอีก—นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย?!
"รีบใส่กางเกงเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"ข้าไม่ใส่! เอากระดาษชำระมา!"
"ใส่กางเกงเดี๋ยวนี้!"
"ข้าไม่ใส่หรอก!"
...
ขณะที่หลิวคนโง่กับเถ้าแก่ฉีกำลังเถียงกันไปมา มือปราบที่ออกลาดตระเวนก็มาถึงหน้าร้านในที่สุด เถ้าแก่เหอรีบเดินเข้าไปต้อนรับทันที
"มือปราบจาง"
"เถ้าแก่เหอ" มือปราบจางเอ่ยถาม "ที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?"
"ที่จริงแล้ว มันก็ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไรนักหรอก..."
เถ้าแก่เหอดึงตัวมือปราบจางไปด้านข้าง แล้วอธิบายลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียดถี่ยิบ
แน่นอนว่าในฐานะคู่ปรับตัวฉกาจของหอเฟยอวิ๋น เขาย่อมต้องเข้าข้างฝั่งของเซี่ยงซีอยู่แล้ว
"เถ้าแก่ฉีผู้นั้นทำเกินไปจริงๆ!" เขาเอ่ยสรุปในท้ายที่สุด "พอเห็นว่าคนอื่นค้าขายดี ก็ส่งคนไปพังแผงของเขา! ก่อเรื่องวุ่นวายกลางถนนหนทาง—เขาเคยเห็นหัวท่านบ้างหรือไม่?"
มือปราบจางพยักหน้า
เถ้าแก่แห่งหอเฟยอวิ๋นผู้นั้นมักจะถือดีว่าเจ้านายของตนมีเงินมีอำนาจ จึงคอยทำตัวเย่อหยิ่งจองหองอยู่เสมอ
"มือปราบจาง ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้แม่นางผู้นี้ให้ได้นะ" เถ้าแก่เหอเสริม "สามีของนางเป็นคนโง่ นางต้องลำบากตรากตรำออกไปจับปลาไหลอยู่ตัวคนเดียวเพียงเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ช่างยากลำบากเสียนี่กระไร! แต่นางก็ยังไม่วายโดนรังแก เฮ้อ เรื่องนี้ไม่ว่าใครได้พบได้เห็นก็ล้วนต้องหลั่งน้ำตากันทั้งนั้น!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ใบหน้าของเซี่ยงซีที่อยู่ด้านในร้านก็ถึงกับกระตุก
เถ้าแก่เหอ ท่านนี่ช่างรู้จักปั้นน้ำเป็นตัวเสียจริง
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลายอธิบายอะไรให้มากความ
มือปราบจางเดินไปที่หน้าประตูหอเฟยอวิ๋นแล้วตะโกนลั่น "ทุกคนที่อยู่ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงตะโกน เซี่ยงซีกับหลิวคนโง่ก็วิ่งออกมา
เมื่อเห็นท่าทางโง่งมอย่างแท้จริงของหลิวคนโง่ที่วิ่งมาพลางดึงกางเกงขึ้นมาพลาง มือปราบจางก็รู้ได้ทันทีว่าเถ้าแก่เหอไม่ได้โกหกเขา
ไม่นานนัก เถ้าแก่ฉีก็เดินโขยกเขยกตามออกมาด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือด ตามหลังมาด้วยบรรดาเสี่ยวเอ้อนับสิบคนของหอเฟยอวิ๋น แต่ละคนล้วนสะบักสะบอมฟกช้ำดำเขียวเสียจนแทบจะจำเค้าโครงหน้าเดิมไม่ได้ ต่อให้แม่บังเกิดเกล้ามาเห็นก็คงจำไม่ได้
เมื่อเห็นว่ามือปราบมาถึงแล้ว เถ้าแก่ฉีก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเคียดแค้น "มือปราบจาง รีบจับตัวสองคนนี้ไปเร็วเข้า!"
"เหตุใดข้าต้องจับพวกเขาด้วยเล่า?"
"นี่..." เถ้าแก่ฉีเริ่มร้อนรนเมื่อได้ยินเช่นนั้น "พวกเขาพังร้านของข้าน้อย แถมยังทำร้ายข้ากับพวกคนงานจนบาดเจ็บ..."
พูดถึงตรงนี้ เถ้าแก่ฉีก็ชี้หน้าหลิวคนโง่อย่างเกรี้ยวกราด ขบกรามกรอดพลางเอ่ยว่า "ที่น่าแค้นใจที่สุดก็คือ เขายังคิดจะมาขี้รดโต๊ะบัญชีของข้าอีก! มือปราบจาง หากท่านไม่จับเขาด้วยข้อหานี้ แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า?"
"หึ" มือปราบจางแค่นเสียงเย็น "ข้าจะบอกให้ว่าคนประเภทไหนกันแน่ที่สมควรโดนจับ"
เถ้าแก่ฉียืนอึ้ง "ปะ... ประเภทไหนหรือ?"
"พวกที่ไปพังแผงของคนอื่นแล้วยังรีดไถเงินเขามาห้าร้อยเหวินน่ะสิที่สมควรโดนจับ!" มือปราบจางประกาศกร้าว "พอมีคนกินอาหารของร้านเจ้าจนท้องไส้ปั่นป่วน แทนที่จะจ่ายค่าชดเชย เจ้ากลับเรียกคนนับสิบมารุมซ้อมเขา—คนพวกนี้นี่แหละที่สมควรโดนจับที่สุด!"
พูดจบ มือปราบจางก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เถ้าแก่ฉี เจ้าคิดว่าข้าควรจะจับคนประเภทนี้ส่งตัวไปที่ว่าการอำเภอ ให้โบยสักห้าสิบไม้ก่อน แล้วค่อยให้นายอำเภอไต่สวนให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยดีหรือไม่?"
ใบหน้าที่เคยแดงก่ำไปด้วยเลือดของเถ้าแก่ฉีแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันตา
เมื่อเหลือบไปเห็นเถ้าแก่เหอที่ยืนกลั้นขำอยู่ใกล้ๆ เขาก็กระจ่างแจ้งในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาถูกศัตรูคู่อาฆาตซ้อนแผนเข้าให้แล้ว!
ดังคำกล่าวที่ว่า ผู้รู้รักษารอดเป็นยอดดี สายตาของเถ้าแก่ฉีลอกแลกไปมา เมื่อรู้ตัวว่าวันนี้เขาคงไม่มีทางได้เปรียบ การรีบยอมรับผิดจึงเป็นหนทางรอดเพียงทางเดียว
"มือปราบจาง เป็นเพราะพวกคนงานไม่ได้เรื่องของข้าเอง!" เถ้าแก่ฉีเอ่ย "เดี๋ยวข้าจะอบรมสั่งสอนพวกมันให้หลาบจำเอง!"
"เจ้าจะจัดการคนงานของเจ้าอย่างไรก็เป็นเรื่องของเจ้า" มือปราบจางชี้ไปที่เซี่ยงซีแล้วเอ่ยถาม "ส่วนผู้เสียหายท่านนี้ เจ้าคิดจะชดเชยให้นางอย่างไร?"
"ข้าจะจ่าย!" เถ้าแก่ฉีกัดฟันกรอด "นอกจากจะคืนเงินห้าร้อยเหวินนั่นให้แล้ว ข้าจะจ่ายเพิ่มให้อีกห้าร้อยเหวิน!"
เซี่ยงซีเพียงหัวเราะเบาๆ
ข้าแม่นางผู้อุตส่าห์ลงแรงอาละวาดแทบตายในวันนี้ แต่เจ้ากลับจะให้แค่นี้น่ะหรือ?
"สามีข้าน่ะเป็นคนโง่นะ จะบอกให้ แถมยังชอบกินของอร่อยๆ เสียด้วยสิ" นางจึงเอ่ยขึ้นว่า "อาหารที่หอเฟยอวิ๋นของเจ้ารสชาติดีไม่เลว บางทีเขาอาจจะแวะมากินข้าวที่นี่ทุกๆ สองสามวันก็ได้นะ เอ้อ~~"
ใบหน้าของเถ้าแก่ฉีแข็งค้าง หลังจากที่ไอ้คนโง่นี่มาอาละวาดจนโถงชั้นล่างพังพินาศในวันนี้ เขาก็เกรงว่าจะไม่มีลูกค้าคนไหนกล้ามาเหยียบที่นี่ไปอีกหลายวัน
หากมันมาทุกสามวันห้าวัน แล้วภัตตาคารแห่งนี้จะเปิดต่อไปได้อย่างไรเล่า!
หากเขาทำธุรกิจของนายท่านใหญ่พังพินาศ ต่อให้มีสักสองหัวก็คงไม่พอชดใช้
เขาทำได้เพียงกัดฟันพูดด้วยความเจ็บปวดว่า "ถ้าอย่างนั้นข้าจะจ่ายเพิ่มให้อีกหนึ่งพันเหวิน รวมเป็นหนึ่งพันห้าร้อยเหวิน!"
หนึ่งพันห้าร้อยเหวินก็คือหนึ่งตำลึงครึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับราคาของปลาไหลประมาณหนึ่งร้อยชั่ง
เซี่ยงซีจึงพยักหน้ารับ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เถ้าแก่ฉีก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก เขารีบสั่งให้คนไปหยิบเงินมาให้ โดยหวังจะส่งตัวกาลกิณีทั้งสองนี้ไปให้พ้นหน้าโดยเร็วที่สุด
ส่วนเรื่องจะแก้แค้นอย่างไรนั้น ค่อยเก็บไว้คิดทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องนั้นแล้ว
"เรื่องนี้ถือว่าตกลงกันได้แล้วนะ" มือปราบจางเอ่ย "เอาล่ะๆ ทุกคนแยกย้ายกันไปได้แล้ว!"
เถ้าแก่เหอรีบเอ่ยปากเชิญชวนอย่างกระตือรือร้นทันที "มือปราบจาง ทำไมไม่แวะไปที่ร้านข้าสักประเดี๋ยวเล่า? ประจวบเหมาะกับที่แม่นางผู้นี้กำลังจะสอนข้าทำอาหารจากปลาไหลพอดี พวกเราไปลองลิ้มรสของแปลกใหม่ด้วยกันเถอะ"
ดวงตาของมือปราบจางเป็นประกาย "ใช่ปลาไหลแบบเดียวกับที่ขายกันตามท้องถนนวันนี้หรือไม่?"
"ใช่แล้ว"
"แล้วจะมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ? ไปกันเถอะๆ"
เซี่ยงซีรู้สึกว่ามือปราบผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นคนดีใช้ได้เลยทีเดียว
ถ้าอย่างนั้น ข้าแม่นางผู้นี้ก็จะขอมอบอาหารมื้ออร่อยให้ท่านได้ลิ้มลองก็แล้วกัน