เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : สัญญาการพนัน

บทที่ 9 : สัญญาการพนัน

บทที่ 9 : สัญญาการพนัน


บทที่ 9 : สัญญาการพนัน

“บัวเก้าปล้องสีเขียวหยกอย่างนั้นรึ...”

“มันเป็นของหายากอยู่นะ เท่าที่ข้ารู้…แถวนี้ไม่มีใครขายหรอก” หลินเทียนครุ่นคิด

เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของชูเกอ หลินเทียนก็นึกอะไรบางอย่างออก

‘หรือว่า…บัวเก้าปล้องสีเขียวหยกจะมีความสำคัญกับพี่ใหญ่ชู?’

หลินเทียนไอเบาๆเเล้วเผยยิ้มออกมา

“เเต่พี่ใหญ่ชูไม่ต้องกังวล ข้ารู้จักที่ๆหนึ่ง…ที่นั่นต้องมีบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกขายอย่างแน่นอน!”

“ที่ไหน?” ชูเกอถามอย่างร้อนรน

"หอซวนหยุน!"

เเต่ก่อนที่ชูเกอจะไปที่หอซวนหยุน หลินเทียนก็ดึงแขนเขาเอาไว้

"พี่ใหญ่ชู ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านกำลังขาดเงิน…นี่ห้าหมื่นผลึกขาวที่ข้าเก็บหอมรอมริบเอาไว้ อย่ารังเกียจนะขอรับ”

เเน่นอนว่าชูเกอไม่ได้ปฏิเสธ เขาเก็บผลึกขาวพวกนั้นเอาไว้ จากนั้นก็พาชูเหยียนเอ๋อร์มุ่งหน้าไปยังหอซวนหยุนอย่างรวดเร็ว

………

หอซวนหยุนคือร้านค้าที่สำนักซวนหยุนเปิดขึ้นในศูนย์กลางการค้า มันตั้งอยู่บริเวณใจกลางของศูนย์กลางการค้า…ผู้คนจึงพลุกพล่านเเละคึกคักกว่าร้านค้าของหลินเทียนมาก

เมื่อชูเกอและชูเหยียนเอ๋อร์เดินเข้าไปในหอซวนหยุน พวกเขาก็พบกับห้องโถงที่กว้างขวางเเละตกแต่งอย่างหรูหรา

ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนมากมาย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ที่นี่รู้สึกแออัดเลยแม้แต่น้อย

ทันใดนั้น, ชูเกอก็เดินตรงไปหาหญิงสาวคนหนึ่ง

"ข้าต้องการบัวเก้าปล้องสีเขียวหยก"

หญิงสาวผู้นี้คือพนักงานของร้านค้า…เธอส่งยิ้มอย่างอ่อนหวานออกมา

"เชิญทางนี้เจ้าค่ะ” เธอยื่นมือออกไป เป็นเชิงเชื้อเชิญ

ชูเกอเดินตามหญิงสาวผู้นั้นขึ้นไปบนชั้นสอง, บนชั้นสองมีผู้คนน้อยกว่าชั้นล่าง แต่สินค้าที่วางขายกลับมีระดับสูงกว่ามาก

“บัวเก้าปล้องสีเขียวหยกเป็นสมุนไพรระดับสูง, คงไม่ต้องให้ข้าอธิบายสรรพคุณให้ท่านฟังแล้วนะเจ้าคะ…ราคาของมันอยู่ที่สามหมื่นผลึกขาว นี่เป็นบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกอันสุดท้ายในร้านของเราแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวผู้นั้นกล่าว

ชูเกอมองชูเหยียนเอ๋อร์​ เเละนางพยักหน้าเบาๆ

‘สามหมื่นผลึกขาว ถือว่าถูกมากแล้ว’

ชูเกอหยิบการ์ดสีขาวใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ มันคือบัตรที่ศิษย์สำนักซวนหยุนใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย…ภายในบัตรนี้มีผลึกขาวอยู่สามหมื่นผลึก

แต่ในขณะที่ชูเกอกำลังจะจ่ายเงิน มันก็มีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นเสียก่อน

“โอ้โห นึกว่าใครที่ใหน…ที่แท้ก็อัจฉริยะชูเกอ​ ศิษย์สายในลำดับแปดนี่เอง”

“ใกล้ถึงการคัดเลือกศิษย์หลักแล้ว แทนที่จะไปเตรียมตัว…เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม?”

ชายคนนั้นทำท่าทางเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก

“อ้อ…ข้าลืมไป! ตอนนี้ชูเกอก็เป็นแค่คนพิการไปแล้วสินะ ที่เจ้ามาที่นี่…คงจะมาซื้อของเพื่อรักษาตัวล่ะสิ!”

ดวงตาของชูเกอเย็นเยียบลง เขามองชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเดินตรงเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายคนนั้นดูสง่างาม ส่วนหญิงสาวนั้นงดงามราวกับดอกไม้

โอวหยางเซวียนและหลินเมี่ยวเข่อ!

หลินเมี่ยวเข่อเดินตามโอวหยางเซวียนมาติดๆ, เเละเมื่อนางเห็นชูเกอนางก็รู้สึกสะใจเล็กน้อย​

“เมื่อก่อนหมอนี่เอาอกเอาใจข้าสารพัด ตอนนี้ข้าอยู่กับโอวหยางเซวียนแล้ว…มันต้องเสียใจจนอกแตกตายแน่ๆ!” หลินเมี่ยวเข่อคิดในใจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น…กลับทำให้นางรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ ชูเกอกลับไม่ได้มองนางแม้แต่ครั้งเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้นข้างๆชูเกอยังมีเด็กสาวตัวน้อย​ ที่กำลังทำท่าทางล้อเลียนใส่นาง

‘มันต้องจงใจแน่ๆ เมื่อก่อนเขารักข้ามาก คงไม่มีทางที่เขาจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย…ข้าต้องยั่วโมโหมัน!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเมี่ยวเข่อจึงดึงแขนเสื้อโอวหยางเซวียนพร้อมกับออดอ้อน

“พี่เซวียน ข้าอยากได้บัวเก้าปล้องสีเขียวหยก”

‘ยัยผู้หญิงสารเลวนี่!’ ชูเกอหรี่ตาลง

เขามองหลินเมี่ยวเข่อด้วยแววตาเย็นชา ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นราวกับจะเผาผลาญร่างของนางให้มอดไหม้เป็นจุล

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​โอวหยางเซวียนถึงกับพูดไม่ออก…แต่ในพริบตาเดียวเขาก็หัวเราะออกมา

“ได้สิ ข้าจะซื้อให้…สี่หมื่นผลึกขาว!”

หญิงสาวที่เป็นพนักงานมีสีหน้าลำบากใจ

ชูเกอมาถึงก่อน แต่โอวหยางเซวียนกลับเสนอราคาที่สูงกว่า

ไม่ว่านางจะเลือกฝ่ายไหน…มันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี

"บัวเก้าปล้องสีเขียวหยกยังไม่ได้ทำการซื้อขาย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าสามารถ​เสนอราคาที่สูงกว่าได้" โอวหยางเซวียนกล่าวกับพนักงาน

พนักงานสาวพยักหน้ารับอย่างลนลาน จากนั้นก็มองชูเกอด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ห้าหมื่นผลึกขาว” ชูเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ชูเกอเพิ่มราคาอีกหนึ่งหมื่นผลึกขาว!

เขาต้องได้บัวเก้าปล้องสีเขียวหยกมาครอบครองให้ได้ มันคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เขาสามารถฟื้นฟูระดับพลัง!

หญิงสาวที่เป็นพนักงานถอนหายใจอย่างโล่งอก ความจริงแล้วในใจของนางอยากจะขายให้กับชูเกออยู่แล้ว

ในเมื่อตอนนี้ชูเกอเสนอราคาที่สูงกว่าโอวหยางเซวียน นางก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

"ช้าก่อน! ข้าเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่นผลึกขาวเป็นหกหมื่นผลึกขาว ข้าอยากจะรู้จริงๆว่า…ไอ้ยาจกอย่างเจ้าน่ะ มีเงินมากแค่ไหนกันเชียว!” โอวหยางเซวียนร่ำรวยมหาศาล หกหมื่นผลึกขาวนั้นมากพอที่จะซื้อบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกได้ถึงสองอัน

ชูเกอหรี่ตาลง, ห้าหมื่นผลึกขาว…นั่นคือเงินทั้งหมดที่เขามี

หากห้าหมื่นผลึกขาวยังไม่พอซื้อบัวเก้าปล้องสีเขียวหยก…

“กล้าพนันกับข้าไหม?” ชูเกอเอ่ยอย่างกะทันหัน

“กล้า! ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ข้ารับคำท้าทั้งหมด!” โอวหยางเซวียนหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ

"ข้าจะตีแผ่นศิลาทดสอบพลังจนถึงขั้นเจ็ด, หากข้าทำได้ เจ้าต้องออกไปจากที่นี่เเละห้ามแย่งชิงบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกกับข้า”

“แต่หากข้าทำไม่ได้…ต่อไปนี้ ข้าจะหลบหน้าเจ้าทุกครั้งที่เจอเจ้า เป็นอย่างไร เจ้ากล้าพนันหรือไม่?” ชูเกอกล่าว

เขาพอจะมองออกว่าโอวหยางเซวียนต้องการที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา ดังนั้นเขาจะมอบโอกาสให้โอวหยางเซวียนได้ ‘ทำลาย’ เขาอย่างเปิดเผย!

“ขั้นเจ็ดอย่างนั้นรึ? นั่นมันระดับของผู้ฝึกตนอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นปลาย….ตอนนี้เจ้ามีระดับพลังแค่อาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นกลาง แค่ตีแผ่นศิลาทดสอบพลังให้ถึงขั้นหกก็แทบจะหมดแรงแล้ว เจ้ายังกล้าพูดว่าจะตีให้ถึงขั้นเจ็ด?” โอวหยางเซวียนกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง

"ตกลงหรือไม่ตกลง…ตอบมาคำเดียวอย่าเวิ่นเว้อ!” ชูเกอทำท่าทางเหมือนไม่สบอารมณ์

เเละเมื่อได้ยิน​เช่นนี้, โอวหยางเซวียนก็หัวเราะอย่างเย็นชา

“ตกลงสิ, ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะตีแผ่นศิลาทดสอบพลังจนถึงขั้นเจ็ดได้!”

โอวหยางเซวียนมั่นใจในตัวเองมาก

เเละนี่ไม่ใช่เพราะเขาดูถูกชูเกอ แต่เป็นเพราะในสำนักซวนหยุน…มันเป็นเวลานานหลายสิบปีมาแล้วที่ไม่มีผู้ฝึกตนอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นกลางคนไหนสามารถตีแผ่นศิลาทดสอบพลังให้ถึงขั้นเจ็ดได้

‘ชูเกอจะทำได้หรือ?’

เท่าที่เขารู้…เมื่อก่อน ตอนที่ชูเกอยังอยู่ในอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นกลาง เขาสามารถตีแผ่นศิลาทดสอบพลังได้แค่ขั้นหกเท่านั้น

‘ชูเกอคงจะสิ้นหวังจนทำอะไรไม่ถูกแล้วสินะ? หลังจากวันนี้ ชูเกอคงจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน! การคัดเลือกศิษย์หลักในครั้งนี้ เขาคงไม่สามารถเป็นภัยคุกคามข้าได้อีกต่อไป’ โอวหยางเซวียนครุ่นคิดอย่างยินดี

ส่วนหลินเมี่ยวเข่อที่ยืนอยู่ข้างๆก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง

‘ดูสิว่าเจ้าจะเสแสร้งได้อีกนานแค่ไหน อีกไม่นาน…เจ้าก็ต้องเปิดเผยธาตุแท้ออกมา’ หลินเมี่ยวเข่อเองก็คิดในใจอย่างอารมณ์ดี​

หลังจาก​นั้น…พวกเขาทั้งหมดก็เดินไปยังแผ่นศิลาทดสอบพลัง

ตอนนี้ มีผู้คนมากมายกำลังใช้งานแผ่นศิลาทดสอบพลัง…เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ

"หวังลี่ทำได้ถึงขั้นเจ็ด, เก่งมาก!”

“ด้วยพลังขนาดนี้…น่าจะติดหนึ่งในห้าสิบของศิษย์สายในได้อย่างแน่นอน”

"น้อยไปแล้วมั้ง? ข้าว่า…หวังลี่มีโอกาสติดหนึ่งในยี่สิบนะ!”

เเต่ทันใดนั้น, เมื่อชูเกอและพรรคพวกปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ได้รับความสนใจในทันที

"นั่นใครน่ะ?”

"เหมือนจะเป็นชูเกอนะ ทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้?”

"ศิษย์สายในลำดับแปดที่ได้รับบาดเจ็บจนระดับพลังลดลงงั้นรึ?”

หวังลี่สวมชุดดำทั้งตัวเเละดูสง่างาม

ระดับพลังของเขาพัฒนาจนถึงอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นปลาย และในที่สุดเขาก็สามารถตีแผ่นศิลาทดสอบพลังได้ถึงขั้นเจ็ด

เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของชูเกอมาก่อน, แต่ตอนนี้ระดับพลังของชูเกอลดลงเหลือแค่อาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นกลาง…งั้นชูเกอคงจะด้อยกว่าเขาแล้ว

หวังลี่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เดินจากไป….ส่วนโอวหยางเซวียนที่รู้จักกับหวังลี่เป็นอย่างดีก็รีบเอ่ยขึ้นทันที​

"หวังลี่หลบไปก่อน อัจฉริยะชูของพวกเราบอกว่า…เขาจะตีแผ่นศิลาทดสอบพลังให้ถึงขั้นเจ็ด”

"โอ้?” หวังลี่มองชูเกอเเล้วยิ้มมุมปาก

“เช่นนั้น ข้าจะรอดู…ว่าเขาจะทำได้ใหม” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก

"พี่ชาย ไม่เอาแล้วได้ไหม? เรากลับกันเถอะ” ชูเหยียนเอ๋อร์ดึงชายเสื้อชูเกอเบาๆเเล้วกระซิบ

ชูเกอลูบหัวชูเหยียนเอ๋อร์เเล้วยิ้มบางๆ

“ไม่เป็นไร เชื่อใจข้าเถอะ”

ชูเหยียนเอ๋อร์พยักหน้ารับ

เเละในตอนนี้ จู่ๆนางรู้สึกมั่นใจในตัวชูเกออย่างประหลาด

‘บางที…เขาอาจจะทำได้จริงๆก็ได้นะ?’

จากนั้น​ชูเกอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เเล้วเดินตรงไปยังแผ่นศิลาทดสอบพลัง

แผ่นศิลาทดสอบพลังมีสีเทา มันทำมาจากวัสดุพิเศษที่ใช้สำหรับทดสอบพลังของผู้ฝึกตนในอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​

จุดสูงสุดคือสิบขั้น, เเละนั่นแสดงถึงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของผู้ฝึกตนอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นปลาย

ดังนั้น, คำพูดที่บอกว่าชูเกอจะตีแผ่นศิลาทดสอบพลังให้ถึงขั้นเจ็ด…มันจึงเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก

ฟุบ!

เมื่อมาถึงหน้าจุดทดสอบ, ชูเกอก็ชักดาบออกมาจากฝัก!

ชิ้งงงง!!!!

แสงเย็นเยียบสาดส่องออกมา!

พลังปราณอันบริสุทธิ์ไหลเวียนในร่างกายของเขาราวกับคลื่นยักษ์!

ชูเกอถือดาบยกดาบขึ้นเล็กน้อย แสงเย็นยะเยียบสะท้อนออกมาจากใบดาบของเขา

รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมา!

ชูเกอในตอนนี้…เปรียบเสมือนเสือที่กำลังรอคอยจังหวะ​งับเหยื่อ!

“หึ…เสแสร้ง!” หลินเมี่ยวเข่อแสยะยิ้มอย่างเย็นชา

นางไม่เชื่อว่าชูเกอจะทำได้

เเละในขณะที่​สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปยังชูเกอ

ในที่สุด…เขาก็ฟาดฟันดาบออกไป!

ดาบอัศนี!

​ตูมมมม!

ชูเกอตวัดดาบออกไปอย่างรวดเร็ว

พลังปราณอันบริสุทธิ์ไหลบ่าออกมา ราวกับสายฟ้าที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า

เคร้งงงงง!!!

คมดาบฟาดลงบนแผ่นศิลาทดสอบพลังอย่างจัง​ จากนั้นดาบในมือของชูเกอแตกละเอียดเป็นเก้าส่วน

“ดาบหักแล้ว! ยังจะตีให้ถึงขั้นเจ็ดได้อย่างไร…”

ในขณะที่โอวหยางเซวียนกำลังจะพูดจบ…แผ่นศิลาทดสอบพลังก็เปล่งประกาย

สามขั้น!

ข้ามไปสามขั้นในทันที!

สี่ขั้น!

ห้าขั้น!

สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังแผ่นศิลาทดสอบพลัง…และแน่นอนว่า…ขั้นหกก็สว่างขึ้น!

“ขั้นหกแล้ว!”

“ดูเหมือนว่า…ขั้นหกจะเป็นขั้นสูงสุดที่ผู้ฝึกตนอาณาจักร​ทะเล​ทุกข์ยาก​ขั้นกลางจะทำได้”

“คงจะหยุดแค่นี้แล้วล่ะ ขั้นเจ็ดมันยากเกินไป…เฮ้ย! ขั้นเจ็ดสว่างแล้ว!”

ขั้นเจ็ด!

โอวหยางเซวียนมีสีหน้าตื่นตระหนก เขามองแผ่นศิลาทดสอบพลังอย่างไม่ละสายตา

ส่วนหวังลี่…เขายืนตะลึงอยู่ตรงนั้น ราวกับถูกฟ้าผ่า

ส่วนด้านชูเกอ, มุมปากของเขายกยิ้มเล็กน้อย

…………………..

จบบทที่ บทที่ 9 : สัญญาการพนัน

คัดลอกลิงก์แล้ว