เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : การต่อสู้อันดุเดือด

บทที่ 7 : การต่อสู้อันดุเดือด

บทที่ 7 : การต่อสู้อันดุเดือด


บทที่ 7 : การต่อสู้อันดุเดือด

"ชูเกอ…แกรอก่อนเถอะ​!" หวังอู่ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็รีบวิ่งหนีไปทันที

ดูเหมือนว่าเขาจะรีบไปตามม่อเสี่ยวหลางมาช่วย

หลินเทียนเดินมาข้างๆชูเกออย่างเงียบเชียบ เขากุมหน้าอกด้วยสีหน้ากังวล

“พี่ใหญ่ชู ท่านไม่น่ามาเลย ตอนนี้ท่านไม่ใช่คู่มือของม่อเสี่ยวหลางแล้วนะ!”

“มันก็แค่ร้านค้าเล็กๆ, ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย!” หลินเทียนทุบประตูร้านอย่างหัวเสีย

“พี่ใหญ่ชู ท่านรีบหนีไปเถอะ…ก่อนที่ม่อเสี่ยวหลางจะมา!”

“ถ้าข้าไปแล้วเจ้าจะทำอย่างไร?” ชูเกอส่ายหน้า

เขาวางมือลงบนไหล่ของหลินเทียน ตบเบาๆสองสามทีเป็นเชิงปลอบใจ, เขาเคยต่อสู้กับม่อเสี่ยวหลางมาก่อน รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีฝีมือระดับไหน ถึงแม้ตอนนี้ระดับพลังของเขาจะลดลงแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสู้เลย

'เรื่องแพ้ชนะ ค่อยว่ากันอีกที'

หลินเทียนมองชูเกอด้วยแววตาซาบซึ้งใจ ที่ผ่านมาถึงแม้ชูเกอจะคอยคุ้มครองเขา แต่พวกเขาก็มีข้อตกลงร่วมกัน

หลินเทียนจ่ายค่าคุ้มครอง ส่วนชูเกอก็คอยปกป้องเขา…แต่วันนี้ ชูเกอกลับยอมเสี่ยงเพื่อเขา สิ่งนี้ทำให้เขาอดรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่ได้

“วันนี้พี่ใหญ่ชูทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้ ต่อไปนี้ ข้าจะปฏิบัติต่อท่านเหมือนพี่น้อง!” หลินเทียนกำหมัดแน่น สาบานกับตัวเองในใจ

"พี่ชาย ข้าเจอเห็ดหลิงจือหกสุริยันกับต้นหญ้าชิงหลิงแล้ว แต่ที่นี่ไม่มีบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกขาย” ทันใดนั้น ชูเหยียนเอ๋อร์ก็วิ่งดุ๊กๆเข้ามาหาพวกเขา

ชูเกอพยักหน้า เขาพอจะเดาออกอยู่แล้วว่าคงหาบัวเก้าปล้องสีเขียวหยกได้ยาก

หลินเทียนไอเบาๆ มองชูเกออย่างมีเลศนัย พร้อมกับชี้ไปทางชูเหยียนเอ๋อร์ด้วยปลายคาง

"พี่ใหญ่​ชู...นี่พี่สะใภ้หรือขอรับ?”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ชูเกอถึงกับพูดไม่ออก

ทักอะไรเกินไปแล้ว, ชูเหยียนเอ๋อร์ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ​ ยิ่งไปกว่านั้นในใจของข้ามีแต่หญิงสาวที่อยู่ในโลกอันไกลโพ้นเท่านั้น

ส่วนชูเหยียนเอ๋อร์กลับหัวเราะคิกคัก

นางเขย่งปลายเท้าจนตัวลอย แต่ก็ยังสูงไม่ถึงไหล่ของหลินเทียนเเละเริ่มเลียนแบบชูเกอ

นางวางมือลงบนหัวของหลินเทียนเบาๆ​ “เจ้าเด็กนี่ ตาถึงไม่เลว”

ชูเกอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกับการละเล่น​ของทั้งสอง

เเละตอนนี้เขาพยายามควบคุมพลังปราณที่กำลังปั่นป่วนในร่างกาย ปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการต่อสู้

…….

ข่าวที่ชูเกอประกาศท้าสู้ม่อเสี่ยวหลางแพร่กระจายไปทั่วศูนย์กลางการค้าอย่างรวดเร็ว

เดิมทีศูนย์กลางการค้าก็เป็นสถานที่ๆมีผู้คนเข้ามามากมายหลากหลาย

เเน่นอนว่าพวกเขาชอบดูเรื่องสนุกๆอยู่แล้ว ยิ่งการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างศิษย์ของสำนักใหญ่แห่งแคว้นหยุนหวงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้น

“ต่อไปนี้ ข้าจะได้คุยโวกับคนอื่นๆได้แล้วว่า…ครั้งหนึ่ง ข้าเคยเห็นการต่อสู้ของอัจฉริยะจากสำนักซวนหยุนด้วยตาของข้าเอง การต่อสู้ในครั้งนั้น…มันช่างเขย่าฟ้าดิน ปั่นป่วนพิภพ”

ณ​ ขณะนี้​ชูเกอปักดาบลงบนพื้นที่ว่างหน้าร้าน

เขายืนตัวตรงราวกับหอก ปิดเปลือกตาลงอย่างเงียบสงบ

“ดูสิ…แค่ท่าทางก็ดูสง่างาม ไม่เหมือนศิษย์จากสำนักเล็กๆเลยแม้แต่น้อย”

ไม่นานนัก บริเวณรอบๆร้านค้าของหลินเทียนก็เต็มไปด้วยผู้คน

"ได้ยินมาว่า ชูเกอเคยเป็นถึงศิษย์สายในระดับท็อปสิบของสำนักซวนหยุน…แต่หลังจากนั้นระดับพลังของเขากลับลดลงอย่างมาก จากอาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นปลายตกลงมาเหลือแค่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นกลาง”

“ถ้าอย่างนั้น การต่อสู้ครั้งนี้ชูเกอคงต้องแพ้อย่างแน่นอน”

“พวกท่านคิดว่าอย่างไร?”

“เเต่ข้าว่า…มันต้องมีอะไรพลิกผันแน่ๆ!”

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ฝูงชนก็ค่อยๆเปิดทางเดินให้กับชายหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่ง

ณ​ ขณะนี้…ม่อเสี่ยวหลางมาถึงแล้ว

ม่อเสี่ยวหลางเป็นชายร่างกายผอมบาง, มีผมสั้นเเละผิวคล้ำ

เมื่อเขายืนอยู่ตรงนั้น มันให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก

ม่อเสี่ยวหลางมองชูเกออย่างเหยียดหยาม ชูเกอที่เคยเป็นเหมือนภูเขาสูงใหญ่ในใจของเขา…เเต่ตอนนี้กลับไม่ต่างอะไรกับมดปลวกตัวหนึ่ง

“ชูเกอ แกคงรู้จักสำนวน ‘ตีสุนัขต้องดูเจ้าของ’ สินะ”

“หวังอู่เป็นน้องชายของข้า ม่อเสี่ยวหลางคนนี้…การที่แกซ้อมมัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการตบ​หน้า​ข้า!”

ผู้คนรอบข้างต่างพากันเบิกตากว้าง

ม่อเสี่ยวหลางนี่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก…แล้วชูเกอจะรับมือได้อย่างไร?

ชูเกอค่อยๆดึงดาบขึ้นมาจากพื้นพร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“สุนัขรับใช้ของเจ้ามาหาเรื่องข้าก่อน …การที่ข้าจะสั่งสอนมันก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ส่วนเรื่องที่ว่าข้าตบหน้าเจ้า”

“แล้วมันจะทำไมหรือ?”

พรึ่บ!!

เมื่อชูเกอพูดจบ ผู้คนรอบข้างต่างก็มองเขาด้วยความตกตะลึง

“หรือว่าชูเกอจะกลับมามีพลังแข็งแกร่งเเล้ว…เขาจึงไม่เกรงกลัวม่อเสี่ยวหลาง?”

“หรือว่า…เขากำลังเสแสร้ง? กำลังทำเป็นแข็งแกร่ง?”

“ดีมาก!” ม่อเสี่ยวหลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขายื่นมือไปชี้ที่หว่างขาของตัวเอง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"เอาล่ะ…ตราบใดที่ตอนนี้เจ้าคลานลอดหว่างขาข้าไป ข้าจะยกโทษให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด”

“แต่ถ้าไม่…หึ! ด้วยระดับพลังแค่นี้ เจ้าคงรับมือข้าได้ไม่ถึงสิบกระบวนท่าหรอก!”

คิ้วของหลินเทียนขมวดเข้าหากันอย่างหัวเสีย

“ม่อเสี่ยวหลาง เจ้ามันเกินไปแล้ว!”

เขามองแผ่นหลังของชูเกอด้วยความเป็นห่วง

‘พี่ใหญ่ชูจะเอาชนะม่อเสี่ยวหลางได้หรือเปล่า​นะ?’

แม้แต่ชูเหยียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยังรู้สึกกดดัน นางจ้องมองม่อเสี่ยวหลางด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

“คนเลว! คนสารเลว!”

ฉัวะะ!!

อย่างไร​ก็ตาม, สิ่งที่ตอบคำถามของม่อเสี่ยวหลางคือเงาดาบที่พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

เเละสิ่งนี้ทำให้​ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึง

ชูเกอลงมือก่อน!

ดาบเล่มนี้พุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาดเเละเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง

ดาบเล่มนี้ฟาดผ่านความว่างเปล่า ราวกับจะผ่าแยกอากาศเบื้องหน้า

พลังปราณอันบริสุทธิ์ ไหลบ่าออกมา ราวกับสายน้ำที่ไหลทะลักออกมาจากเขื่อนที่ไม่สามารถต้านทานได้!

ดวงตาของชูเกอเป็นประกาย เขาได้รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ ใส่ลงไปในดาบเล่มนี้

ในระดับพลังอาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นกลาง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถต้านทานดาบเล่มนี้ได้

แต่ม่อเสี่ยวหลางมีระดับพลังอยู่ที่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นปลาย!

ถึงแม้ดาบเล่มนี้ของชูเกอจะรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด แต่เขาก็ยังสามารถตั้งรับได้อย่างทันท่วงที

“ว่ากันว่าหมอนี่เหลือระดับพลังแค่อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นกลาง… เเล้วทำไมมันถึงมีพลังโจมตีรุนแรงเช่นนี้ได้?” ม่อเสี่ยวหลางครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ไม่เพียงแต่ม่อเสี่ยวหลางเท่านั้นที่ตกใจกับพลังโจมตีของชูเกอ

เขายังตกใจกับสไตล์การต่อสู้ของชูเกอที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้า!

แต่ก่อนชูเกอต่อสู้ราวกับสายน้ำ…

ตอนนี้เขากลับต่อสู้ราวกับสายฟ้า!

ฟุ่บ!

เเต่ทันใดนั้น, ม่อเสี่ยวหลางก็ชักมีดสั้นออกมาจากเอว

แสงเย็นยะเยียบสะท้อนออกมาจากใบมีด เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีอยู่ใส่ลงไปในมีดเล่มนั้นในทันที

ฟ้าว!

เขาฟันมีดสั้นออกไป!

ในชั่วพริบตานั้น สีหน้าของผู้คนรอบข้างต่างก็แปรเปลี่ยน

คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปราวกับจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้

ตูมมมม!

ดาบและมีดปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว, คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปโดยรอบ ทำให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย

การปะทะกันในครั้งนี้…พวกเขาเสมอกัน!

ผู้คนรอบข้างต่างมองดูฉากตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

สีหน้าของม่อเสี่ยวหลางดูน่าเกลียดเล็กน้อย​

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เขากลับเริ่มรู้สึกหวาดกลัวชูเกอ…ทั้งๆที่ระดับพลังของอีกฝ่ายก็ลดลงไปมากแล้ว

ความรู้สึกหวาดหวั่นนี้ค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจของเขาราวกับต้นไม้ที่กำลังเติบโต

ชูเกอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมดุจใบมีดจ้องมองม่อเสี่ยวหลาง

รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมามากมาย​จนทำให้ม่อเสี่ยวหลางไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ

ฟุ่บบ!

ชูเกอตวัดดาบออกไปอีกครั้ง, เขาฟาดฟันดาบอย่างต่อเนื่อง ปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ฝึกตนอาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นกลางพึงมี

เคร้งๆๆๆๆ!

“ตั้งใจรับให้ดีล่ะ!”

ม่อเสี่ยวหลางยกมีดสั้นขึ้นมาป้องกัน เกิดเป็นเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน

เขารีบรวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีอยู่ปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ซึ่งการเก็บงำ

พลังปราณอันบริสุทธิ์ไหลเวียนในร่างกายของเขาราวกับสายน้ำที่กำลังไหลเชี่ยว

ทันใดนั้น เขาก็คำรามลั่น

“คมมีดพายุ​คลั่ง!” เขาฟันมีดสั้นออกไป

แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมาจากใบมีด ความเร็วของมีดเล่มนั้นรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน

“วิชายุทธ์ระดับมนุษย์​ขั้นสูง?” ชูเกอหรี่ตาลงเล็กน้อย

พลังของวิชายุทธ์ระดับมนุษย์​ขั้นสูงนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะบรรยาย คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไป ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

‘อาณาจักร​ทะเลทุกข์ยาก​ขั้นปลาย บวกกับวิชายุทธ์ระดับมนุษย์​ขั้นสูง…นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!’

ผู้คนรอบข้างต่างมองชูเกอด้วยสายตาสงสาร

“ดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ชูเกอคงต้องพ่ายแพ้…”

…………………..

จบบทที่ บทที่ 7 : การต่อสู้อันดุเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว