- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 61 ลอบสำรวจจวนตระกูลเฉียนยามวิกาล!
ตอนที่ 61 ลอบสำรวจจวนตระกูลเฉียนยามวิกาล!
ตอนที่ 61 ลอบสำรวจจวนตระกูลเฉียนยามวิกาล!
"มอบให้ล่วงหน้างั้นรึ?"
คิ้วสีเทาขาวของตาเฒ่าเฉินกระตุกวูบ เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูคล้ายไม่ได้ยิ้มว่า:
"ไอ้หนุ่มอย่างเจ้านี่ดีดลูกคิดรางแก้วได้เก่งนักนะ!"
"เพียงแต่เจ้าอย่าลืมไปเสียล่ะ ในเมื่อมันคือข้อตกลง ก็ควรจะทำให้มันดูเป็นข้อตกลงเสียหน่อย"
เมื่อเห็นว่ากู้หย่วนดูจะผิดหวังเล็กน้อย เขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง:
"แต่จะมอบให้ล่วงหน้าเลยก็ใช่ว่าจะไม่ได้ เพียงแต่ข้าให้เจ้าได้แค่ครึ่งเล่มแรกเท่านั้น ซึ่งก็คือเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองสำหรับระดับผู้ฝึกยุทธ์ ส่วนครึ่งหลังสำหรับระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียน ต้องรอให้เรื่องนี้จบลงเสียก่อน ข้าถึงจะมอบให้เจ้าได้"
"ครึ่งเล่ม..."
กู้หย่วนพยักหน้ารับคำ
"ตกลง ครึ่งเล่มก็ครึ่งเล่ม!"
ตาเฒ่าเฉินล้วงเอาสมุดจดบันทึกเก่าเหลืองเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ บนหน้าปกมีตัวอักษรเขียนตวัดพลิ้วไหวราวกับมังกรผงาดว่า
'เคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดอง'
แคว่ก——
ตาเฒ่าเฉินฉีกแบ่งครึ่งสมุดเล่มนั้นอย่างฉับไว ก่อนจะยื่นครึ่งแรกให้กู้หย่วน พลางกล่าวว่า:
"ไอ้หนุ่ม ของก็ให้เจ้าไปแล้ว ข้าเพียงหวังว่า เจ้าจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง..."
ทว่ากู้หย่วนกลับฟังออกถึงความหมายแฝงบางอย่างในคำพูดนั้น เขาหัวเราะรับ
"ผู้อาวุโสโปรดวางใจ ข้อดีที่สุดของข้าก็คือรักษาสัจจะยิ่งชีพ พูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อข้ารับปากท่านแล้ว ข้าย่อมรู้ดีว่าควรต้องทำอย่างไร!"
"ดีมาก! เจ้าเป็นเด็กหนุ่มที่หัวไว นิสัยใจคอก็ไม่เลว น่าเสียดายที่อายุมากไปเสียหน่อย มิเช่นนั้นหากสามารถกราบเข้าเป็นศิษย์ยอดเขาโอสถของข้าได้ วันข้างหน้าย่อมมีอนาคตที่สดใสไร้ขีดจำกัดเป็นแน่"
ตาเฒ่าเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"อีกอย่าง กลิ่นอายอสูรบางๆ ที่ติดอยู่บนตัวเจ้า แม้จะตบตาขั้นเซียนเทียนได้ แต่ไม่อาจรอดพ้นสายตาของขั้นเทียนเหรินได้หรอกนะ กลับไปเจ้าจงเอาใบอ้ายเฉ่ากับใบไผ่มาต้มน้ำอาบ อาบให้บ่อยหน่อย ถึงจะล้างมันออกไปได้จนหมด"
"แล้วก็วิธีใช้เข็มทิศค้นหาวิญญาณ ข้าก็จะบอกเจ้าไปรวดเดียวเลยก็แล้วกัน มิฉะนั้นหากบังเอิญไปเจอเฒ่าประหลาดเสวียนโยวเข้า จะได้รับมือได้ทันท่วงที..."
จากนั้นตาเฒ่าเฉินก็อธิบายวิธีใช้เข็มทิศค้นหาวิญญาณให้กู้หย่วนฟัง ก่อนจะปลิวหายลับไปราวกับสายลม
เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากท้องถนน ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ
เดิมทีกู้หย่วนตั้งใจจะลองใช้พรสวรรค์จมูกหนู เพื่อค้นหาร่องรอยของตาเฒ่าเฉินดูสักหน่อย
แต่ผลปรากฏว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า
ตาเฒ่าเฉินไม่ได้ทิ้งกลิ่นอายใดๆ เอาไว้เลยแม้แต่น้อย
"ตาเฒ่าคนนี้ทำตัวลึกลับซับซ้อน เรื่องของเฒ่าประหลาดเสวียนโยวต้องมีอะไรปิดบังข้าอยู่อีกแน่!"
ประกายตาของกู้หย่วนวูบไหว
คำพูดของตาเฒ่าเฉินดูเหมือนจะสมเหตุสมผลและไร้ช่องโหว่ ทว่าเขากลับรู้สึกตะหงิดๆ อยู่ลึกๆ ว่าเรื่องราวอาจไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น
ไม่ใช่ว่ากู้หย่วนมองออกถึงความผิดปกติอันใด ทว่าเป็นเพียงสัญชาตญาณลึกๆ ของเขาเอง
บางครั้งสัญชาตญาณแบบนี้ก็ดูไร้ประโยชน์ แต่บางครั้งมันก็แม่นยำจนน่าขนลุก!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น อย่างน้อยการที่ตาเฒ่าเฉินมาขอให้เขาช่วย แทนที่จะเป็นเซี่ยหมิงหยาง หลัวเซิง หรือคนอื่นๆ แค่นี้ก็ฟังดูทะแม่งๆ แล้ว
อย่ามาอ้างเลยว่าไม่มีข้อเสนออะไรที่จะดึงดูดใจพวกเซี่ยหมิงหยางได้
อูฐถึงตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ถึงอย่างไรตาเฒ่าเฉินก็เคยเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเทียนเหริน ไม่ว่าจะตกต่ำปานใด ก็ไม่น่าจะขัดสนถึงเพียงนี้กระมัง?
ถึงจะเชิญเซี่ยหมิงหยางมาไม่ได้ แต่หลัวเซิงก็ยังน่าจะพอไหวไม่ใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะศิษย์สายในของยอดเขาโอสถที่มีสถานะไม่ธรรมดา เป็นไปได้หรือที่จะไม่มีญาติสนิทมิตรสหายที่คบหากันอยู่เลย?
แน่นอนว่าเหตุผลที่กู้หย่วนยอมรับปากตาเฒ่าเฉิน ส่วนหนึ่งก็เพราะเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดอง
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง เป็นเพราะเขาสนใจในวิชาเข้าสู่วิถีมรรคาที่อยู่บนตัวเฒ่าประหลาดเสวียนโยวจริงๆ
ตาเฒ่าเฉินพูดถูก โอกาสเช่นนี้หากพลาดไปก็น่าเสียดายแย่
ถึงอย่างไรเรื่องนี้เขาก็เป็นแค่ผู้ช่วย ตาเฒ่าเฉินต่างหากที่เป็นกำลังหลัก
หากเห็นท่าไม่ดี หรือตาเฒ่าเฉินคิดจะเล่นตุกติกอะไร เขาก็แค่เผ่นหนีให้ไวที่สุด!
ตาเฒ่าเฉินคิดว่าเขาเลี้ยงสัตว์อสูรเอาไว้เป็นไพ่ตาย ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด
แต่ตาเฒ่าเฉินหารู้ไม่ว่า นอกจากตะขาบหลังเหล็กที่เป็นสัตว์อสูรแล้ว กู้หย่วนยังมีสัตว์วิญญาณอีกสองตัว ซึ่งต่างก็ใกล้จะเลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูรแล้วเช่นกัน
เมื่อใดที่พวกมันเลื่อนระดับสำเร็จ กู้หย่วนก็จะมีผู้ช่วยฝีมือฉกาจเพิ่มขึ้นมาอีกถึงสองตัว!
ยิ่งไปกว่านั้น พรสวรรค์ของอาหวงกับต้าจุ่ยที่ส่งเสริมมายังตัวเขาหลังจากพวกมันเลื่อนระดับ ย่อมต้องทำให้ความแข็งแกร่งของเขาก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแน่นอน!
ตาเฒ่าเฉินอาจจะมีเรื่องปิดบัง แต่กู้หย่วนเองก็มีแผนการในใจเช่นกัน แถมยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ!
"ในเมื่อได้ของมาอยู่ในมือแล้ว ก็ต้องรีบฝึกฝนวิชาหลอมกายานี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด"
เขายื่นมือไปสัมผัสเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองครึ่งเล่มและเข็มทิศค้นหาวิญญาณในอกเสื้อ เมื่อนึกถึงว่าเฒ่าประหลาดเสวียนโยวที่อยู่ขั้นเทียนเหรินอาจจะกบดานอยู่ในอำเภอเป่ยเหลียง ในใจก็เริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาบ้างแล้ว:
"ทำเช่นนี้ จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของข้าได้มาก หากบังเอิญเจออันตรายเข้า โอกาสรอดชีวิตก็จะมีสูงขึ้นด้วย"
"อืม... นอกจากฝึกเคล็ดวิชาเต่าลี้ลับซ่อนกระดองแล้ว ยังต้องหาเต่ามาฝึกให้เชื่องอีกสักตัว แถวๆ อำเภอเป่ยเหลียงก็มีแม่น้ำลำคลองอยู่ไม่น้อย การหาเต่าสักตัวคงไม่ใช่เรื่องยาก แน่นอนว่าพวกอาหวงกับต้าจุ่ยก็ปล่อยให้รั้งท้ายไม่ได้ รอให้ถึงช่วงโตเต็มวัย ก็ต้องให้พวกมันวิวัฒนาการต่อไป..."
"แม้กระทั่งจวนตระกูลเฉียน ก็ถึงเวลาต้องไปเยือนสักรอบแล้ว ในเมื่อพ่อบ้านอู๋ตายไปแล้ว คนตระกูลเฉียนย่อมต้องระแคะระคายถึงเบาะแสบางอย่างแน่ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอลงมือก่อนได้เปรียบก็แล้วกัน!"
พอคิดว่าต่อจากนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกตั้งมากมาย กู้หย่วนก็อดไม่ได้ที่จะเกาหัวแกรกๆ
ส่วนเรื่องตามหาเฒ่าประหลาดเสวียนโยว... กู้หย่วนยังไม่ได้คิดจะทำในตอนนี้
ต่อให้ต้องทำ อย่างน้อยก็ต้องรอให้เขายกระดับพลังฝึกปรือและความแข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อย จนมีพลังพอจะป้องกันตัวได้เสียก่อน ถึงจะยอมลงมือ
ถึงจะรับปากตาเฒ่าเฉินว่าจะช่วยหาคน แต่กู้หย่วนก็ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะไปหาให้เดี๋ยวนี้เลย
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามดึกสงัด
จวนตระกูลเฉียน บริเวณประตูใหญ่
ประตูใหญ่สีแดงชาดปิดสนิท บนบานประตูประดับด้วยหมุดทองแดงเป็นระเบียบ สองข้างประตูมีรูปปั้นสิงโตหินทำท่าทางแยกเขี้ยวกางเล็บดุร้าย ดูน่าเกรงขามราวกับกำลังยืนเฝ้าประตูอยู่
ด้านบนแขวนป้ายสลักตัวอักษรคำว่า "จวนตระกูลเฉียน" เอาไว้
กำแพงสองฝั่งทอดยาวออกไป ตัวจวนกินพื้นที่ลึกเข้าไปด้านใน นานๆ ทีจะมีเสียงสุนัขเห่าดังแว่วออกมา พร้อมกับเสียงตะคอกของคนคุ้มกันจวน
จวนตระกูลเฉียนภายใต้ความมืดมิดยามวิกาล ดูโอ่อ่าและสงบนิ่งอย่างน่าเกรงขาม!
ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบหลับใหล แผ่ซ่านกลิ่นอายคุกคามอันเด่นชัด ทำให้ชาวบ้านธรรมดาที่พบเห็นต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
ทว่านั่นย่อมไม่รวมถึงกู้หย่วน
ขณะนี้ กู้หย่วนได้มายืนอยู่บริเวณด้านนอกจวนตระกูลเฉียนแล้ว
"จวนตระกูลเฉียน..."
เขายิ้มออกมาอย่างมีความนัย ก่อนที่ร่างจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าออกแรงถีบตัวกระโดดขึ้น ฝ่ามือคว้าจับขอบกำแพงแล้วพลิกตัวข้ามไปอย่างพลิ้วไหว
ทันทีที่เท้าแตะพื้น สุนัขดุร้ายตัวเขื่องที่อยู่ไม่ไกลก็คล้ายจะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว มันเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเห่ากรรโชก
ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้ส่งเสียงร้อง ตะขาบสีเหล็กกล้าอมเขียวขนาดมหึมาตัวหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากเงามืด และกัดเข้าที่คอของมันเต็มคำ
พิษของตะขาบหลังเหล็กน่ากลัวเพียงใดน่ะหรือ?
กู้หย่วนย่อมรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี มันร้ายกาจถึงขั้นที่เรียกได้ว่าพิษแล่นเข้าสู่หัวใจทันทีที่เห็นเลือด!
สุนัขดุร้ายตัวนี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรน ร่างของมันเพียงแค่กระตุกเกร็ง ก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้น โดยไม่ทำให้เกิดเสียงเอะอะใดๆ เลยแม้แต่น้อย
กู้หย่วนไม่ได้หันไปมองผลงาน เขากวาดสายตามองซ้ายขวาเพื่อจับทิศทาง อาศัยจังหวะที่คนคุ้มกันสองคนที่เดินลาดตระเวนอยู่ด้านหน้าเดินคล้อยหลังไป ร่างของเขาก็พุ่งปราดออกไปราวกับงูเลื้อย เข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้ต้นหนึ่ง
รอจนกระทั่งคนคุ้มกันเดินห่างออกไป เขาก็ลอบผ่านประตูรูปพระจันทร์เสี้ยว ทะลวงเข้าสู่เรือนชั้นใน ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังเรือนพักหลังเล็กหลังหนึ่งทันที
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กู้หย่วนได้สืบจนรู้โครงสร้างคร่าวๆ ของจวนตระกูลเฉียนหมดแล้ว
กลุ่มเรือนพักทางฝั่งตะวันออกนี้ เป็นที่พักอาศัยของบรรดาคุณชายและคุณหนูของตระกูลเฉียน
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ... คุณชายหกแห่งตระกูลเฉียน เฉียนอวิ๋นเจี๋ย!