- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 38 คนโหดกระบี่เหี้ยม, ฆ่าคนราวกับเชือดไก่!
ตอนที่ 38 คนโหดกระบี่เหี้ยม, ฆ่าคนราวกับเชือดไก่!
ตอนที่ 38 คนโหดกระบี่เหี้ยม, ฆ่าคนราวกับเชือดไก่!
เสื้อผ้าบนร่างของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ล้วนขาดวิ่นซอมซ่อ แต่ทุกคนกลับถือดาบถือกระบี่ในมือ แผ่รังสีอำมหิตฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ!
สองคนที่เดินนำหน้ามา คนหนึ่งเป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่กำยำดั่งหมี หัวโล้นเลี่ยน ในมือถือดาบหัวผี แม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ แต่ชายผู้นี้กลับสวมเพียงเสื้อตัวบางๆ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ปูดโปนดุจก้อนเหล็ก
เพียงแค่เขายืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ก็แผ่กลิ่นอายกดดันอันรุนแรงออกมาแล้ว
ดูโดดเด่นสะดุดตาราวกับนกกระเรียนในฝูงไก่ก็ไม่ปาน!
ส่วนอีกคนหนึ่ง เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ในมือถือมีดโค้ง นัยน์ตาฉายแววอำมหิตและเยือกเย็นราวกับอสรพิษพิษร้าย
“ข้าน้อยหยางฮั่น เป็นผู้ดูแลของหออวี้ติ่ง!”
หยางฮั่นก้าวออกไปข้างหน้าสองสามก้าว มองตรงไปยังชายฉกรรจ์หัวโล้น ข่มกลั้นความโกรธเอาไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หรือว่าท่านคือหัวหน้าใหญ่แห่งกองโจรเฮยเฟิง... ลูกพี่เถี่ยหู่?”
“ถูกต้อง ข้าเอง!”
ชายฉกรรจ์หัวโล้นแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวซี่โต
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย! ข้ารู้ดีว่าที่นี่คืออาณาเขตของค่ายเฮยเฟิง แต่ที่ผ่านมาเวลาหออวี้ติ่งของข้าเดินทางสัญจรผ่านทาง ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องเรื่องของกำนัลเลยสักครั้ง”
นัยน์ตาของหยางฮั่นทอประกายเย็นเยียบ เขาเอ่ยถามเสียงแข็ง
“ข้าเข้าใจกฎเกณฑ์ของยุทธภพดี และที่ผ่านมาค่ายเฮยเฟิงของพวกเจ้าก็มักจะปล้นแค่ทรัพย์สินโดยไม่ทำร้ายเอาชีวิต แต่เหตุใดครั้งนี้ลูกพี่เถี่ยถึงได้แหกกฎเสียเองล่ะ?!”
“กฎเกณฑ์งั้นรึ?!”
เถี่ยหู่แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
“กฎเกณฑ์บ้าบออะไรกัน? ในถิ่นนี้ คำพูดของข้าคือกฎ!”
พูดจบ เขาก็แสยะยิ้มเย็นชา
“หออวี้ติ่งของพวกเจ้ายิ่งใหญ่คับฟ้า หากเป็นเมื่อก่อน ข้าย่อมไม่กล้าล่วงเกินอยู่แล้ว แต่ตอนนี้น่ะรึ เหอะๆ...”
เขาจงใจพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะตวัดดาบหัวผีในมือจนเกิดเสียงดังหวีดหวิวชวนขนลุก
“พี่น้องทั้งหลาย ฆ่าพวกมันให้หมด ใครฆ่าได้มากที่สุด ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม! อ้อ... ส่วนนังหนูนั่น เก็บไว้ให้ข้าด้วยล่ะ!”
“รับทราบ!”
“ฮ่าๆ ลูกพี่ช่างรู้จักถนอมบุปผาจริงๆ!”
“เจี๊ยกๆๆ หุบปากไปเลยน่า ในเมื่อลูกพี่สั่งมาแล้ว ใครก็ห้ามทำให้นังหนูนั่นมีรอยขีดข่วนเด็ดขาด ไม่แน่ว่าพอลูกพี่ซดน้ำแกงถ้วยแรกเสร็จ พวกเราอาจจะได้ซดน้ำแกงก้นหม้อต่อก็ได้นะเว้ย!”
“ฆ่ามัน!”
เมื่อเห็นฝูงโจรภูเขาราวกับหมาป่ากระหายเลือดกรูกันเข้ามา คนในขบวนคาราวานหลายคนก็ตกใจจนขาสั่นพั่บๆ ตัวสั่นงันงก แต่ก็มีบางคนที่กัดฟันกรอด คว้าดาบยาวพุ่งเข้าปะทะทันที
เพียงชั่วพริบตา เสียงร้องตะโกนและเสียงห้ำหั่นก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ
ฉัวะ!
กู้หย่วนอาศัยจังหวะชุลมุนตวัดกระบี่ออกไป กระบี่ยาวพุ่งทะยานราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ ทะลวงเข้าที่ลำคอของโจรภูเขาที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างแม่นยำ
เมื่อดึงกระบี่ออก เลือดสีแดงสดก็พุ่งกระฉูดตามออกมาเป็นสาย!
เคร้ง!
หลังจากสังหารไปหนึ่งศพ กู้หย่วนก็ไม่กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย มือของเขายังคงนิ่งสนิท ประกายกระบี่พลิกแพลงไปมา และสามารถต้านทานดาบยาวที่ฟาดฟันมาจากทางซ้ายได้อย่างแม่นยำราวกับรู้ล่วงหน้า ก่อให้เกิดเสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้เปลี่ยนกระบวนท่า เขาก็ก้าวประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่อันคมกริบตวัดขึ้นด้านบน เฉือนเปิดใบหน้าของโจรภูเขาตรงหน้าจนเหวอะหวะ
หยาดเลือดสาดกระเซ็น โจรภูเขาผู้นั้นค่อยๆ ล้มพับลงไปกองกับพื้น ของเหลวสีแดงปนขาวไหลทะลักออกมาปะปนกัน
“ไอ้เด็กนี่มันโหด กระบี่มันก็เหี้ยม พี่น้องทั้งหลาย ลุยเข้าไปพร้อมกันเลย!”
เมื่อเห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ โจรภูเขาหลายคนที่อยู่รอบๆ ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็มีบางคนที่ถูกกระตุ้นจนตาแดงก่ำ ตะโกนก้องแล้วกรูกันเข้ามาพร้อมกัน
ชิ้ว ชิ้ว ชิ้ว!
ทว่ากู้หย่วนกลับร่ายรำกระบี่พริ้วไหวดุจสายลม ประกายกระบี่ร่ายรำคล้ายอสรพิษคลั่ง ทั้งอำมหิตและเด็ดขาด เพียงชั่วพริบตา ก็มีโจรภูเขาอีกห้าคนต้องมาจบชีวิตลงภายใต้คมกระบี่ของเขา
โจรภูเขาหลายคนเห็นดังนั้นก็ตกตะลึง ถอยห่างจากเขาไปโดยสัญชาตญาณ
โจรภูเขาก็เป็นคนเหมือนกัน ถึงจะดุร้ายและเจ้าเล่ห์ บ้าบิ่นกว่าคนทั่วไป แต่พวกมันก็กลัวตายเป็นเหมือนกัน!
แม้จะสังหารคนไปติดต่อกันหลายศพ แต่จิตใจของกู้หย่วนกลับยังคงเยือกเย็น ไม่มีทีท่าอึดอัดหรือสะอิดสะเอียนเลยแม้แต่น้อย ราวกับเพชฌฆาตผู้มากประสบการณ์ โจรภูเขาที่อยู่ใต้คมกระบี่ของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหมูในโรงฆ่าสัตว์ ถูกเชือดทิ้งทีละคนๆ โดยไม่สามารถสร้างความสั่นคลอนใดๆ ในจิตใจของเขาได้เลย
หลังจากหลบหลีกการโจมตีทั้งในที่ลับและที่แจ้งได้หลายครั้ง เขาก็สะบัดกระบี่ปาดคอโจรภูเขาอีกคนหนึ่งไปอย่างง่ายดาย พร้อมกับเกิดความตระหนักรู้บางอย่างขึ้นในใจ
“ที่แท้เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณมันต้องใช้แบบนี้นี่เอง...”
ต่อให้เป็นวิชากระบี่ที่ลึกล้ำพิสดารแค่ไหน หากไม่เคยเปื้อนเลือด ไม่เคยผ่านการต่อสู้จริง ก็ยากที่จะหลอมรวมมันให้กลายเป็นหนึ่งเดียว และฝึกฝนจนถึงขั้นสุดยอดได้!
เดิมทีกู้หย่วนก็เข้าถึงแก่นแท้ของเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณอยู่แล้ว สิ่งที่เขาขาดหายไปก็คือประสบการณ์และการต่อสู้จริงเท่านั้น
บัดนี้ เมื่อมีโจรภูเขาเหล่านี้มาเป็นคู่ซ้อม ช่วยเขาทดสอบและประลองกระบวนท่า วิชากระบี่ของเขาก็เหมือนกับฟองน้ำที่ถูกโยนลงน้ำ ดูดซับและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด ยิ่งร่ายรำก็ยิ่งช่ำชอง ดุดัน และอำมหิตไร้ปรานี!
“ไอ้หมอนี่เพิ่งจะฝึกยุทธ์มาแค่เดือนเดียวไม่ใช่รึ ทำไมถึงมีวิชากระบี่ที่ร้ายกาจขนาดนี้ได้!”
เมื่อเห็นกู้หย่วนสำแดงเดชถึงเพียงนี้ พวกเซี่ยซิ่วเสวี่ยและหยางเจี้ยนเฟยก็ถึงกับตกตะลึง
แม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะอยู่ขั้นหลอมเส้นเอ็นระดับสมบูรณ์ และมีประสบการณ์ต่อสู้มากมาย แต่การรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สาเหตุหลักก็เพราะพวกเขาแต่งตัวหรูหราสะดุดตา จึงตกเป็นเป้าหมายหลักและถูกรุมล้อมโจมตีมากกว่าใครเพื่อน
พวกเขาต้องปัดป้องซ้ายป่ายขวา จนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที
เดิมทีพวกเขาคิดว่าพวกกู้หย่วนมีระดับการฝึกฝนต่ำต้อย เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ชุลมุนเช่นนี้ ขอแค่ยื้อเวลาช่วยแบ่งเบาภาระการโจมตีไปได้สักหน่อยก็ถือว่าดีถมถืดแล้ว
ใครจะไปคิดล่ะว่า โจวจงกับกัวจิ้นก็มีฝีมือธรรมดาๆ สมชื่อจริงๆ แต่ผลงานของกู้หย่วนกลับโดดเด่นเสียจนแทบจะทำให้พวกเขาตาบอด!
แค่เด็กใหม่ที่เพิ่งฝึกยุทธ์มาหมาดๆ แต่กลับร่ายรำกระบี่ได้ดุดันและเด็ดขาด รุกรับอย่างมีชั้นเชิง ราวกับยอดฝีมือที่คลุกคลีอยู่ในวิถีแห่งกระบี่มานานปี
ตอนที่เขาสังหารโจรภูเขา ท่าทางของเขาทั้งเยือกเย็นและนิ่งสงบ ราวกับกำลังเชือดไก่อย่างไรอย่างนั้น!
ทว่าสภาพศพของโจรภูเขาที่ตายใต้คมกระบี่ของเขานั้น กลับดูน่าสยดสยองยิ่งนัก บางคนถูกตัดหัวกระเด็น บางคนถูกแทงทะลุหัวใจ และบางคนถึงขั้นถูกถลกหนังหน้าหลุดลอกออกมาทั้งแผ่น
ภาพเหตุการณ์นี้ ช่างชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้าเสียจริง!
“น้องกู้... โหดเถื่อนขนาดนี้เลยรึเนี่ย?”
โจวจงควงขวานคมกริบ ฟาดฟันผลักดันโจรภูเขาจอมโหดสองคนที่อยู่ตรงหน้าให้ถอยร่นไปได้อย่างหวุดหวิด พอหันมาเห็นกู้หย่วนกำลังเชือดศัตรูทีละคนๆ เขาก็แทบจะถลนตาออกมาด้วยความตกใจ
“ไอ้หนู ข้าจะขอประลองกับเจ้าเอง!”
เมื่อเห็นว่ากู้หย่วนเป็นตัวอันตราย เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งทะยานมาจากระยะห่างสิบกว่าจ้าง (ประมาณ 30 กว่าเมตร) ราวกับเสือดาวกระโจนข้ามลำธาร เพียงชั่วพริบตาที่เอ่ยปาก เขาก็พุ่งพรวดเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วเหนือชั้น
ฟึ่บ—
มีดโค้งในมือแหวกอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องน่าสะพรึง!
ประกายมีดเย็นเยียบดุจม่านน้ำตกสีเงินขาว ชวนให้ขนหัวลุกซู่ ฟาดฟันตรงดิ่งหมายจะบั่นคอของกู้หย่วน!
“ยอดฝีมือ!”
กู้หย่วนรู้สึกหนังหัวชาหนึบ หัวใจเต้นระรัว
ในวินาทีนั้น เขาไม่ได้ถอยหนีหรือหลบหลีก แต่กลับก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ขุมพลังสายหนึ่งถูกรีดเร้นขึ้นจากปลายเท้า ส่งผ่านและขยายความรุนแรงตามมัดกล้ามเนื้อขา จนไปถึงเอวที่บิดเกลียวตึงเปรี๊ยะ กระดูกสันหลังเหยียดตรงดุจมังกรผงาด และปลดปล่อยพลังงานอันน่าตื่นตะลึงออกมาในท้ายที่สุด ขับเคลื่อนกระบี่ยาวในมือให้ฟาดฟันออกไป
เช้ง—
ประกายกระบี่อันเฉียบคมระเบิดออก สว่างวาบดุจสายฟ้าแลบ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันน่าครั่นคร้าม!
เคร้ง!!!
ดาบและกระบี่ปะทะกัน ก่อให้เกิดเสียงโลหะเสียดสีและระเบิดดังกึกก้อง แสบแก้วหู
คลื่นกระแทกอันรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากจุดที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน พัดปอยผมบนหน้าผากและชายเสื้อของกู้หย่วนให้ปลิวไสว
กู้หย่วนหลุดเสียงครางฮึ่มออกมา ง่ามนิ้วโป้งของเขาถูกแรงกระแทกมหาศาลตีกลับจนเจ็บแปลบและชาหนึบ
กระบี่ยาวในมือก็ดูเหมือนจะรับแรงกระแทกมหาศาลนี้ไม่ไหว สั่นสะท้านและส่งเสียงหึ่งๆ
แต่สุดท้ายแล้ว กู้หย่วนก็สามารถต้านทานการโจมตีดาบนี้เอาไว้ได้!
และกระบี่ที่เขาใช้รับมือนี้ ก็ไม่ใช่วิชาเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณแต่อย่างใด
เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณมีจุดเด่นที่ความพลิ้วไหว รวดเร็ว และอำมหิต แต่มันก็เป็นเพียงวิชายุทธ์ระดับล่าง ซึ่งมีข้อจำกัดในตัวมันเอง
หากใช้รับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปก็ยังพอไหว แต่การจะไปเผชิญหน้ากับคมดาบอันน่าเกรงขามเมื่อครู่นี้ ย่อมไม่มีทางต้านทานได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเข้าปะทะกันตรงๆ
และกระบี่ที่กู้หย่วนใช้ออกไปนี้ คือกระบี่ที่เขากลั่นกรองมาจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณผสมผสานกับการตระหนักรู้ของตนเอง และปลดปล่อยออกมาตามสัญชาตญาณเมื่อเผชิญกับวิกฤตถึงชีวิต!