- หน้าแรก
- ศิษย์รับใช้วิถีมาร
- บทที่ 67 ข้าเก่งกว่าคนอื่นขึ้นมานิดนึง
บทที่ 67 ข้าเก่งกว่าคนอื่นขึ้นมานิดนึง
บทที่ 67 ข้าเก่งกว่าคนอื่นขึ้นมานิดนึง
"การเทียบชั้นหลอมโอสถกับท่านลุง ก็เหมือนเด็กน้อยไปประลองเพลงดาบกับราชันย์ดาบ ผู้น้อยจะไปกล้าได้อย่างไร! หากท่านลุงมีข้อสงสัยใด เชิญเอ่ยถามมาได้เลย ผู้น้อยรู้สิ่งใดจะบอกไปจนหมดสิ้นขอรับ"
เสวียนหยวนพยักหน้า เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ แม้จะเหงื่อตกจนเปียกชุ่มแผ่นหลัง ดูเหมือนจะตื่นตระหนกอยู่บ้าง แต่คำพูดคำจากลับเหมาะสม ไม่เย่อหยิ่งและไม่ถ่อมตนจนเกินไป หากวันหน้าได้ดิบได้ดีขึ้นมา ก็คงจะเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งเช่นกัน
"ได้ยินมาว่าเจ้าสามารถนำบุปผาเบญจรงค์มาหลอมเป็นโอสถรวบรวมปราณได้ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ?"
"ขอรับ มีเรื่องเช่นนี้จริงๆ!"
คนรอบข้างต่างชะงักไป ทุกคนคิดถึงเลยว่า จางผิงอันจะตอบกลับมาอย่างหนักแน่นถึงเพียงนี้
ในที่สุดมุมปากของเสวียนหยวนก็ปรากฏรอยยิ้มบางๆ เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ไม่เลว เป็นเด็กที่ซื่อสัตย์จริงๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้ามอบตำรับโอสถให้ข้าได้หรือไม่? โอสถรวบรวมปราณนี้ แม้จะไม่ใช่โอสถที่สำคัญอะไรนัก แต่มันก็เป็นรากฐานของสำนัก ผู้ที่สามารถฝึกลมปราณจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้ ตอนนี้นับวันก็ยิ่งมีน้อยลงทุกที"
จางผิงอันประสานมือคารวะ "ได้ขอรับ!"
จูเก๋ออวิ๋นเทียนมองดูศิษย์น้องที่เพิ่งจะเข้าสู่สายนอกผู้นี้อย่างใช้ความคิด เขาช่างเป็นคนที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาจนถึงที่สุดจริงๆ
น่าสนใจดีแฮะ!
"กระดาษกับพู่กันมาสิ ข้าจะเขียนตำรับโอสถให้"
จูเก๋ออวิ๋นเทียนรีบส่งสัญญาณให้ศิษย์ที่อยู่ด้านข้าง ศิษย์ผู้นั้นวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็นำกระดาษและพู่กันกลับมาให้
จางผิงอันเคยเรียนหนังสือมาบ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าเรียนมาไม่มากนัก ลายมือจึงดูน่าเกลียดมาก
เขาบรรจงเขียนไปทีละขีด เขียนทั้งตำรับโอสถบุปผาเบญจรงค์ วิธีการจัดการวัตถุดิบ และวิธีการหลอมออกมาจนหมดเปลือก
เสวียนหยวนส่งสายตาให้จูเก๋ออวิ๋นเทียน
จูเก๋ออวิ๋นเทียนรับตำรับโอสถมา จากนั้นก็ลอบนำตำรับโอสถของจางผิงอันไปเปรียบเทียบกับตำรับที่เสี่ยวหงมอบให้เขาในใจ
จะบอกว่าคล้ายคลึงก็คงไม่ได้ เพราะมันแทบจะเหมือนกันทุกประการ มีเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างเท่านั้น ที่จางผิงอันเขียนอธิบายได้ละเอียดถี่ถ้วนกว่า
ดังนั้น เสี่ยวหงจึงไม่ได้หลอกลวงเขา จางผิงอันก็ไม่ได้หลอกลวงเขาเช่นกัน ตำรับโอสถขนานนี้เป็นของจริง
แบบนี้สิถึงจะยิ่งน่าสนใจ...
จูเก๋ออวิ๋นเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า "เจ้าสามารถพิสูจน์ให้ดูเดี๋ยวนี้เลยได้หรือไม่ ว่าตำรับโอสถขนานนี้เป็นของจริง?"
"ได้ขอรับ!" จางผิงอันประสานมือคารวะ "เพียงแต่ว่า ยังไม่ได้เตรียมวัตถุดิบเลยนี่สิขอรับ!"
จูเก๋ออวิ๋นเทียนหัวเราะเบาๆ แล้วปรบมือสองครั้ง มีคนยกตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยบุปผาเบญจรงค์เดินเข้ามา เห็นได้ชัดว่าเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
"จะใช้เตาหลอมใบนี้เลยหรือขอรับ?" จางผิงอันมีข้อสงสัยอยู่บ้าง
"ถูกต้องแล้ว นี่คือเตาเผาอัคคี เป็นของวิเศษระดับสุดยอดของแท้ สามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จและคุณภาพในการหลอมโอสถได้ เจ้าลองใช้เตาใบนี้ดูสิ"
"แต่ว่า... เปลวไฟนั่นล่ะขอรับ?"
เตาหลอมใบนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใช้ฟืนไฟ แต่ใช้เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณสีขาวสว่างจ้ากลุ่มนั้นแทน จางผิงอันควบคุมมันไม่เป็นหรอกนะ
"ไม่เป็นไร ข้าจะให้เจ้ายืมไฟปราณเทียนหยวนของข้าใช้สักครั้ง เจ้ามานี่สิ ข้าจะสอนเคล็ดวิชาควบคุมให้"
เสวียนหยวนเอ่ยปาก
จางผิงอันรีบเดินเข้าไปหา
เสวียนหยวนท่องเคล็ดวิชาออกมาท่อนหนึ่ง จางผิงอันรีบจดจำไว้ในใจทันที
"เจ้าเพียงแค่ท่องคาถากับไฟปราณเทียนหยวนหนึ่งรอบก็ใช้ได้แล้ว!" เสวียนหยวนใช้นิ้วชี้ไปที่เปลวไฟ เปลวไฟก็ราวกับมีชีวิตขึ้นมา เขาหันขวับมาจ้องมองจางผิงอัน
"ขอรับ!"
จางผิงอันท่องคาถาใส่กลุ่มเปลวไฟสีขาวสว่างจ้านี้หนึ่งรอบ ในพริบตา จิตวิญญาณของเขาก็เชื่อมต่อเข้ากับไฟปราณเทียนหยวน
ทำเอาเขาตกใจแทบแย่
ไฟเทียนหยวนเต้นเร่าอย่างรุนแรง เชื่อมต่อกับจิตใจของจางผิงอันอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ขยับความคิด เปลวไฟก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
สัมผัสเทวะของจางผิงอันนั้นน่าทึ่งมาก เพียงแค่ลองขยับความคิดดู ก็รู้แล้วว่าควรจะควบคุมไฟปราณอย่างไร
ภายในใจรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง
หากตัวเองมีไฟปราณแบบนี้บ้าง ก็ไม่ต้องไปตระเวนหาฟืนไฟให้วุ่นวายไปทั่วโลกแล้ว
เขาควบคุมไฟปราณได้อย่างง่ายดายในพริบตา
แต่จางผิงอันก็ยังมีความระแวดระวัง แม้จะสามารถควบคุมไฟปราณได้ในพริบตา แต่เขาก็กังวลว่าความผิดปกติของสัมผัสเทวะของตนจะถูกคนอื่นจับได้
จึงใช้เวลาไปอีกสักพัก ทำทีเป็นเรียนรู้วิธีการควบคุมไฟปราณ จนกว่าจะสามารถควบคุมไฟปราณได้อย่างคล่องแคล่ว
เสวียนหยวนยืนมองดูอยู่เงียบๆ เมื่อเห็นว่าจางผิงอันใช้เวลาไปหนึ่งก้านธูป ถึงจะสามารถควบคุมไฟปราณได้อย่างสมบูรณ์ เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย ลอบคิดในใจว่า พลังจิตของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว
"ได้หรือยัง?"
"หวังว่าเจ้าจะไม่ได้หลอกลวงข้าผู้เฒ่าหรอกนะ หากเจ้าพูดจาเหลวไหลไร้สาระ ก็อย่าหาว่าข้าผู้เฒ่าโหดเหี้ยมไร้ความปรานีล่ะ!"
บนใบหน้าของเสวียนหยวน เผยความเย็นชาออกมาให้เห็น
ศิษย์สายนอกตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ในสายตาของยอดฝีมือระดับจินตัน ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย หากจางผิงอันหลอมโอสถไม่เป็น เขาก็คงไม่ชายตามองเลยด้วยซ้ำ
หากพิสูจน์ได้ว่าการหลอมโอสถของจางผิงอันเป็นเรื่องโกหก จุดจบของเขาจะต้องน่าเวทนาอย่างแน่นอน
จางผิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขารู้ดีว่าตัวเองมีแต่ต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น จะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมคนอื่นถึงหลอมไม่สำเร็จ ภายในใจของเขาก็ได้เตรียมคำอธิบายเพื่อรับมือเอาไว้แล้ว
"เจ้ามีโอกาสสิบครั้ง เริ่มได้เลย!"
สิบครั้งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าจะหลอมโอสถสำเร็จได้ในครั้งเดียว ดังนั้นในการทดสอบการหลอมโอสถ จึงใช้เกณฑ์สิบครั้งเป็นมาตรฐาน
จางผิงอันพยักหน้ารับ
เนื่องจากเปลวไฟเชื่อมต่อกับจิตใจแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้เด็กรับใช้เฝ้าเตาอีกต่อไป
เปิดเตาเติมน้ำ
เดิมทีจูเก๋ออวิ๋นเทียนตั้งใจจะนำของเหลวปราณมาให้ แต่ก็ถูกสายตาของเสวียนหยวนห้ามเอาไว้ ตาเฒ่าผู้นี้ อยากจะดูให้แน่ใจว่า เจ้าหนุ่มคนนี้ มีความสามารถจริงๆ หรือไม่
เริ่มจุดไฟเผาเตา
จากนั้นก็เทน้ำลงไป
ใส่วัตถุดิบ
เนื่องจากอยู่ระดับฝึกลมปราณขั้นห้าแล้ว จึงสามารถใช้พลังจิตควบคุมได้ทั้งหมด เขาเริ่มทำการหลอมโอสถอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
หนึ่งชั่วยาม
สองชั่วยาม
สามชั่วยาม
……
...
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่เตาหลอมโอสถตาไม่กะพริบ ภายในใจรู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง สมุนไพรธรรมดาๆ อย่างบุปผาเบญจรงค์ จะสามารถนำมาหลอมเป็นโอสถรวบรวมปราณได้จริงๆ หรือ?
กลิ่นหอมของโอสถลอยโชยออกมาแล้ว
สีหน้าของเสวียนหยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"เปิดเตา!"
จางผิงอันรวบรวมสมาธิ ตะโกนเสียงดังลั่น ตอนนี้เขาเข้าสู่สภาวะแห่งการหลอมโอสถแล้ว จึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก ฝาเตาหลอมลอยละลิ่วขึ้นไป
โอสถสิบกว่าเม็ดพุ่งทะยานออกมา
ยังไม่ทันที่จางผิงอันจะลงมือเก็บโอสถ เสวียนหยวนก็สะบัดมือคราหนึ่ง โอสถสิบกว่าเม็ดนั้นก็ร่วงหล่นลงไปในมือของเขาทันที
เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว
เสวียนหยวนก็มั่นใจได้ในทันที
นี่คือโอสถรวบรวมปราณของแท้แน่นอน พลังปราณด้านในอัดแน่น แทบจะเทียบเท่ากับมาตรฐานของโอสถรวบรวมปราณเลยทีเดียว
ตลอดกระบวนการทั้งหมด จางผิงอันไม่ได้ปิดบังอะไรเลย ทำอย่างเปิดเผยสง่าผ่าเผย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นตุกติกอะไร
เขาเหลือบมองจูเก๋ออวิ๋นเทียนแวบหนึ่ง
จูเก๋ออวิ๋นเทียนขมวดคิ้ว
เขาหันไปถามจางผิงอันว่า "ศิษย์น้อง ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ พวกเราก็เคยลองใช้วิธีของเจ้าในการหลอมโอสถมาแล้ว แต่ทำไมถึงหลอมไม่สำเร็จล่ะ"
จางผิงอันมีท่าทีตกตะลึง "พวกท่าน... ใช้วิธีของข้าหลอมโอสถรึ? แต่ว่า ข้าไม่เคยสอนให้ใครมาก่อนเลยนะขอรับ?"
จูเก๋ออวิ๋นเทียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า "วิธีการของพวกเซียน เจ้าไม่รู้หรอก พวกเรารู้วิธีการหลอมโอสถของเจ้ามาตั้งนานแล้ว เพียงแต่... กลับหลอมไม่สำเร็จเลยสักครั้ง เจ้าพอจะบอกได้หรือไม่ ว่าสาเหตุที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่?"
จางผิงอันลอบด่าความไร้ยางอายอยู่ในใจ
ก็แค่ไปติดสินบนเสี่ยวหง เพื่อเอาวิธีการหลอมโอสถมา พูดเสียอย่างกับว่าพวกเซียนเก่งกาจนักหนา หากเก่งจริง ทำไมถึงไม่รู้ว่าข้าใช้วิชามารในการหลอมโอสถล่ะ?
ใบหน้าของจางผิงอันเต็มไปด้วยความเลื่อมใส เขาประสานมือคารวะ แล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่เก่งกาจจริงๆ ข้าไม่ปิดบังศิษย์พี่หรอกนะ ตำรับโอสถของข้า ได้มาจากเศษกระดาษแผ่นหนึ่งในสุสานโบราณยุคบรรพกาล หลายคนเคยเอาตำรับโอสถในกระดาษแผ่นนี้ไปลองหลอมดูแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จเลยสักคน แต่ข้า... กลับไม่เหมือนใคร!"
ทุกคนหันมามองจางผิงอันเป็นตาเดียว "เจ้า ไม่เหมือนใครรึ?"
จางผิงอันหน้าไม่แดง ใจไม่เต้นแรง เขาควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ถูกต้องแล้วขอรับ ผู้น้อยมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อสมุนไพรมาตั้งแต่เกิด ตอนที่หลอมโอสถ สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ภายในสมุนไพร ดังนั้นการหลอมโอสถ อัตราความสำเร็จจึงสูงกว่าคนอื่นขึ้นมานิดนึงขอรับ"